เหนือท้องฟ้าประตูเมืองทิศเหนือที่เคยแจ่มใส บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีม่วงคล้ำน่าสยดสยอง เมฆาดำม้วนตัวขดเกลียวดุจใบหน้าอสูรขนาดมหึมาที่กำลังอ้าปากหวอจะกลืนกินเมืองหลวงทั้งใบ กลิ่นอายคาวเืและปราณมารอันเย็นเยือกแผ่ซ่านลงมาจากชั้นบรรยากาศ กดทับจนชาวเมืองที่อยู่ใกล้เคียงถึงกับหายใจไม่ออก หลายคนล้มพับลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
ร่างสามร่างในชุดคลุมสีดำสนิทขอบทองเหินหาวลงมาจากกลุ่มเมฆ พวกเขาหยุดยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศเหนือรอยแยกมิติที่หลี่ิเคยทำไว้ ราวกับเทพเ้าแห่งความตายที่ลงมาพิพากษาโลกมนุษย์
"ยามชั้นต่ำที่ชื่อหลี่ิอยู่ไหน!" ผู้าุโกระดูกมาร ตวาดก้อง เสียงของเขาแฝงด้วยลมปราณ กึ่งเซียน (ขั้น 8) ที่สั่นะเืแก้วหูคนทั้งเมือง "จงออกมาคุกเข่ารับความตาย และส่งกุญแจศิลามาเสียดี ๆ ไม่อย่างนั้นข้าจะล้างเมืองหลวงแห่งนี้ให้กลายเป็ทะเลเื!"
หลิวรั่วเฉิน ยืนกำดาบแน่นอยู่หน้าศาลาพิรุณอำพัน ร่างกายของนางสั่นสะท้านจากแรงกดดันมหาศาล แต่นางยังคงเชิดหน้าตอบกลับไป "พี่หลี่กำลัง... ทำธุระส่วนตัวอยู่ พวกท่านกรุณารอสักครู่ หากใจร้อนนักก็เชิญนั่งรอที่กองหินตรงนั้นไปก่อน!"
"สามหาว! นังหนูปากดี ตายเสียเถอะ!" กึ่งเซียนคนหนึ่งคำรามพลางเงื้อมือเตรียมจะฟาดฝ่ามือมารลงมา
แกรก... แกรก...
เสียงรองเท้าแตะไม้ลากไปตามพื้นหินดังขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบงัน หลี่ิในชุดยามที่ดูเซื่องซึมเดินหาวหวอดออกมาจากหลังป้อมยาม ในมือขวาของเขาไม่ได้ถือเบ็ดตกปลาอีกต่อไป แต่กลับแบกวัตถุประหลาดรูปทรงคล้ายพัดกระดาษขนาดั์ที่มีลวดลายหยินหยางและวงกลมสามวงพาดอยู่บนบ่า
เขาเงยหน้ามองยอดฝีมือทั้งสามที่ลอยอยู่บนหัวด้วยสายตาปลาตายอันเป็เอกลักษณ์
"เฮ้อ... พวกเ้าเนี่ยนะ ทำเสียงดังจนไส้เดือนที่ข้าขุดไว้ใหนีไปหมดแล้ว" หลี่ิบ่นพลางขยับพัดั์บนบ่า "แล้วนั่นอะไร? ขี่เมฆสีม่วงมาเนี่ยนะ? รู้ไหมว่ามันสร้างมลพิษทางอากาศน่ะ ฝุ่นควันจากวิชามารของพวกเ้ามันทำให้อากาศในเขตเฝ้ายามของข้าเสียหมด จ่ายค่าปรับมาซะดี ๆ"
ผู้าุโกระดูกมารคิ้วกระตุก "เ้าคือหลี่ิรึ? ตายมาถึงที่แล้วยังจะห่วงเื่ฝุ่นควัน! ดูท่าเ้าคงจะเสียสติไปแล้วจริงๆ"
"รับมือ! กรงเล็บอสูรกลืนิญญา!"
ยอดฝีมือกึ่งเซียนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มพุ่งดิ่งลงมาจากฟ้าดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ ปราณมารสีม่วงควบแน่นเป็กรงเล็บั์ขนาดสิบวาที่สามารถบดขยีู้เาให้เป็ผง พลังทำลายล้างนี้รุนแรงเสียจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงหวีดหวิว
หลี่ิไม่ได้ชักดาบไม้ซันเงสึออกมาสู้ เขาเพียงแค่คลี่ 'พัดเทพวายุ' ออกช้า ๆ แววตาของเขาดูี้เีอย่างถึงที่สุด
"ลมมันร้อนจังเลยนะวันนี้... ขอพัดให้เย็นหน่อยละกัน"
สะบัด!
หลี่ิโบกพัดเทพวายุออกไปเบา ๆ เพียงครั้งเดียว ทันใดนั้น พายุหมุนมหาศาลที่เกิดจากลมธาตุบริสุทธิ์นับหมื่นสายก็พุ่งะเิออกมาจากพัด พลังของสมบัติเซียนหกวิถีซัดเข้าใส่กรงเล็บอสูรจนแตกกระจายกลายเป็อากาศธาตุในพริบตา ไม่เพียงเท่านั้น แรงลมมหาศาลยังหอบเอาตัวยอดฝีมือกึ่งเซียนคนนั้นให้กระเด็นย้อนกลับขึ้นไปบนฟ้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าตอนพุ่งลงมาหลายเท่า!
"อ๊ากกกกกก!" ร่างของเขาลอยละลิ่วทะลุหมู่เมฆสีม่วง หายวับไปจากสายตาจนเกือบจะหลุดออกจากชั้นบรรยากาศ
"เอ้อ... ลมแรงไปนิดแฮะ" หลี่ิพึมพำพลางใช้พัดโบกไล่ควันมารที่เหลือ "เป็ไง? เย็นขึ้นบ้างไหม?"
ผู้าุโกระดูกมารและกึ่งเซียนอีกคนที่เหลือถึงกับตะลึงจนตัวแข็งทื่อ "นั่นมัน... พัดบ้านั่นมันคือสมบัติระดับไหนกัน! แค่สะบัดครั้งเดียวก็ทำลายวิชามารขั้นสูงสุดของกึ่งเซียนได้รึ!"
ในระหว่างที่ศัตรูกำลังใ หลี่ิก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ลงชื่อประจำวัน เขาจึงกดปุ่มล่องหนในใจทันที
‘ระบบ... ลงชื่อเข้าใช้’
[ติ๊ง! ท่านประจำการที่ประตูเมืองทิศเหนือต่อเนื่องเป็วันที่สิบสอง] [ท่านได้รับรางวัลระดับ SSR: 'เทพวายุ' (ซูซาโนโอะ) ขั้นต้น - ร่างซี่โครงพิทักษ์] [คำอธิบาย: พลังมหาศาลจากเนตรวงแหวนที่สร้างเทพเ้านักรบขึ้นมาปกป้องร่างหลัก ไม่มีสิ่งใดในโลกมนุษย์ที่จะเจาะทะลวงการป้องกันนี้ได้]
หลี่ิมองรางวัลแล้วยิ้มที่มุมปาก "โอ้... คราวนี้ข้ามี 'ร่มส่วนตัว' ขนาดั์ไว้กันแดดกันฝนแล้วสินะ ต่อไปนี้ต่อให้อุกกาบาตตกลงมาตรงโต๊ะตกปลาข้าก็ไม่เปียกแล้ว"
"อย่าไปกลัวมัน! มันก็แค่มีสมบัติแปลก ๆ เท่านั้น!" ผู้าุโกระดูกมารคำรามด้วยโทสะ เขาหยิบขวดโลหิตสีดำออกมาดื่มเพื่อใช้ "วิชาสละโลหิตมาร" เร่งพลังขึ้นสู่ระดับสูงสุด กลิ่นอายสังหารของเขารุนแรงขึ้นจนแผ่นดินสั่นะเื "ข้าจะฉีกเ้าเป็ชิ้น ๆ!"
กึ่งเซียนทั้งสองที่เหลือ (รวมคนที่เพิ่งร่วงลงมาจากฟ้าในสภาพสะบักสะบอม) พุ่งเข้าหาหลี่ิพร้อมกันจากสองทิศทาง หมายจะปลิดชีพเขาด้วยการโจมตีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่นิกายมารเคยมีมา
หลี่ิพับพัดเทพวายุเก็บไว้ด้านหลังแล้วกอดอก "พวกเ้าสามคน... มาพร้อมกันเลยก็ได้นะ ข้าจะได้พัดทีเดียวให้จบ ๆ ไป ข้าหิวติ่มซำจะแย่อยู่แล้ว ถือว่าช่วยย่นเวลาให้ข้าไปกินข้าวเช้าหน่อยละกัน"
วินาทีนั้น พลังปราณสีแดงเข้มเริ่มก่อตัวเป็โครงกระดูกขนาดั์โอบล้อมรอบตัวหลี่ิ... ซูซาโนโอะ กำลังจะปรากฏสู่สายตาชาวโลกเป็ครั้งแรก!