กลิ่นคาวเืคละคลุ้งในปาก...
หลินเฟิงตื่นขึ้นมาอีกครั้งบนพื้นหินเย็นเฉียบของ "หอคุมกฎ" ความเ็ปที่ข้อมือขวายังคงเต้นตุบๆ ราวกับมีค้อนทุบอยู่ตลอดเวลา ข้อมือที่บิดเบี้ยวเริ่มบวมเป่งจนน่ากลัว
"ลุกขึ้น! ผู้าุโมาแล้ว!"
เสียงตวาดของศิษย์คุมกฎดังขึ้นพร้อมกับปลายเท้าที่เขี่ยร่างของเขาให้ลุกนั่ง หลินเฟิงกัดฟันกลั้นเสียงร้อง พยุงร่างที่เต็มไปด้วยาแขึ้นมาคุกเข่าอย่างทุลักทุเล
เบื้องหน้าของเขาคือบัลลังก์ไม้แกะสลักลวดลายพยัคฆ์ ชายชราหนวดเครายาวสีดอกเลาในชุดคลุมสีดำสนิทนั่งอยู่บนนั้น แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองลงมาราวกับมองมดปลวก เขาคือ 'ผู้าุโหลิว' ผู้ดูแลกฎระเบียบของสำนัก
ด้านข้างมี 'จางเหว่ย' ยืนกอดอกด้วยท่าทีสง่างาม และ 'อาซาน' ที่ยืนก้มหน้าทำท่าทางสำรวมผิดปกติ
"หลินเฟิง..." เสียงของผู้าุโหลิวเย็นะเื ก้องกังวานไปทั่วโถงกว้าง "เ้าเป็เพียงบ่าวรับใช้ชั้นต่ำ แต่กลับบังอาจขโมยของสำคัญของศิษย์สายใน 'หยกเืั' นี้มีค่าควรเมือง เ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่?"
หลินเฟิงเงยหน้าขึ้น สบตาผู้าุโอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะสั่นเทา "ข้าน้อยไม่ได้ทำขอรับ! ข้าถูกใส่ร้าย! อาซานเป็คนยัดหยกใส่อกเสื้อข้าตอนที่ชุลมุน!"
"โกหก!" อาซานรีบโพล่งขึ้นมา แสร้งทำหน้าตาตื่นตระหนก "ข้าน้อยจะไปกล้าทำแบบนั้นได้ยังไงขอรับท่านผู้าุโ ข้าเป็แค่บ่าวที่ซื่อสัตย์ รับใช้คุณชายจางเหว่ยมานาน ใครๆ ก็รู้ว่าไอ้หลินเฟิงมันเป็คนขี้ขโมย มันแอบมองห้องคุณชายมาหลายวันแล้ว!"
"ใช่แล้วท่านอาจารย์อา" จางเหว่ยเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงความอำมหิต "บ่าวคนนี้มีนิสัยเกียจคร้าน มักใหญ่ใฝ่สูง ข้าเคยเห็นมันแอบมองพวกเราฝึกยุทธ์ด้วยสายตาริษยา ไม่แปลกที่มันจะขโมยของข้าเพื่อเอาไปแลกเงินหนีออกจากสำนัก"
"ไม่จริง!" หลินเฟิงะโสุดเสียง "ข้าแค่อยากฝึกยุทธ์ ข้าไม่เคยคิดขโมย! ท่านลองตรวจสอบอาซานดูสิ ที่มือมันต้องมีร่องรอย..."
ปัง!
ผู้าุโหลิวตบที่วางแขนเสียงดังสนั่น คลื่นพลังปราณกระแทกออกมาจนหลินเฟิงหน้าหงาย เืสดๆ พุ่งออกจากปาก
"บังอาจ!!"
เสียงตวาดของผู้าุโหลิวดังเหมือนฟ้าผ่า "หลักฐานคาหนังคาเขา เ้ายังกล้าใส่ร้ายคนอื่นอีกรึ? บ่าวไพร่สวะอย่างเ้า วาจาเชื่อถือไม่ได้แม้แต่ครึ่งคำ! คิดหรือว่าข้าจะเชื่อคำพูดของโจรขี้ขโมยมากกว่าศิษย์เอกของสำนัก?"
หลินเฟิงตัวชาดิก... นี่หรือคือความยุติธรรม? เพียงเพราะสถานะเขาตต่ำต้อย คำพูดความจริงจึงกลายเป็คำโกหก ส่วนคำโกหกของผู้มีอำนาจกลับกลายเป็สัจธรรม
"ในเมื่อเ้าไม่สำนึกผิด ข้าจะลงโทษให้สาสม!" ผู้าุโหลิวประกาศก้อง
"ท่านผู้าุโ..." จางเหว่ยเอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก "การฆ่ามดปลวกตัวเดียวรังแต่จะทำให้มือท่านสกปรก อีกอย่าง... ่นี้กำแพงกันลมที่ 'ยอดเขาเสียดฟ้า' กำลังขาดคนงาน ข้าว่าส่งมันไปที่นั่นน่าจะมีประโยชน์กับสำนักมากกว่า"
ยอดเขาเสียดฟ้า!
ศิษย์คุมกฎรอบๆ ต่างสูดหายใจเฮือก ที่นั่นคือเขตนรกบนดิน ลมกรรโชกแรงตลอดเวลา หินแต่ละก้อนหนักหลายร้อยชั่ง คนงานที่ถูกส่งไปที่นั่นส่วนใหญ่ไม่ตายก็พิการกลับมา
"อืม... เป็ความคิดที่ดี" ผู้าุโหลิวพยักหน้าเห็นด้วย "เช่นนั้นก็ตัดสินตามนี้! สั่งลงโทษหลินเฟิง ให้ไปเป็แรงงานทาสที่ยอดเขาเสียดฟ้า ต้องแบกหินสร้างกำแพงให้เสร็จภายใน 3 เดือน หากอู้งานแม้แต่นิดเดียว... ให้โบยจนตาย!"
"รับทราบ!" ศิษย์คุมกฎสองคนเดินเข้ามาหิ้วปีกหลินเฟิง
"เดี๋ยวก่อน! นี่มันไม่ยุติธรรม!" หลินเฟิงพยายามดิ้นรน "ข้าไม่ได้ทำ! พวกท่านตาบอดกันหมดหรือไง!"
พลั่ก!
ศิษย์คนหนึ่งเตะเข้าที่ข้อพับเข่าของหลินเฟิงจนเขาทรุดฮวบ อีกคนใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าที่ท้ายทอย
"หุบปากไอ้สวะ! โทษฐานเถียงผู้าุโ เพิ่มโทษงดอาหาร 3 วัน!"
หลินเฟิงถูกลากถูไปกับพื้น สายตาของเขาพร่ามัว แต่ยังมองเห็นจางเหว่ยยืนมองดูผลงานด้วยสายตาเหยียดหยาม ราวกับกำลังมองดูหนอนแมลงที่ถูกบี้เละคามือ
'โลกนี้ไม่มีความยุติธรรม...'
ความหวังสุดท้ายที่คิดว่าสำนักจะมีกฎเกณฑ์ที่ศักดิ์สิทธิ์พังทลายลงต่อหน้า
'ถ้าความยุติธรรมมันหาไม่ได้จาก์หรือกฎหมาย... วันหนึ่ง ข้าจะสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของข้าเอง!'
หลินเฟิงถูกลากหายไปในความมืด มุ่งหน้าสู่ยอดเขานรกที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล