คนที่ใช่
วันต่อมา
กวิน
เช้านี้ผมออกจากคอนโดั้แ่แปดโมงเช้าเพื่อหวังจะไปจอดรถแถวๆคณะบริหารเผื่อจะได้เจอเธอคนนั้น ฟ้าก็เป็ใจครับ..ผมได้ที่จอดรถด้านข้างตึกคณะบริหารพอดีผมจอดรถทิ้งไว้ที่นี่เพื่อจะได้เดินผ่านลานคณะบริหารเพื่อไปยังลานเกียร์ที่คณะของผม
ผมก็ไม่ใช่คนชอบเดินอะไรนะครับ แต่เพื่อได้เจอเธอ...
ผมกวาดสายตามองหาเธอคนนั้นในขณะที่ขาก็ก้าวอย่างเชื่องช้า สายตาหลายคู่มองมาที่ผม ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็สาวๆแหละครับ จะว่าชินก็ไม่ชินหรอกครับ ผมไม่ชอบให้ใครวุ่นวายในชีวิตซะเท่าไหร่ไม่ชอบเวลาคนมองเยอะๆ แม้ที่ผ่านมาจะมีสาวๆสวยๆ ส่งสายตาเชิญชวนให้แต่ผมก็ไม่เคยสนใจ จะมีก็แค่บางครั้งบางคราวที่ผมอยากปลดปล่อยแต่เธอพวกนั้นก็แค่เพื่อนกันวันเดียว เสร็จภารกิจต่างฝ่ายก็ต่างแยกย้าย
ไม่เจอ...ผมกวาดสายตาหาแล้วแต่ไม่เจอเธอ..
" ฮัลโหล..พวกมึงอยู่ไหนวะ"ผมยกโทรศัพท์กดหาไอ้นิว
( อยู่โรงอาหารคณะนี่..ครบทีม ขาดมึงคนเดียวนี่มึงจะเอาไรมั้ยเดี๋ยวกูสั่งไว้ให้ ) ไอ้นิวมันถาม
" ไม่ว่ะ ไม่หิว..เดี๋ยวกูเดินไปหา "
ผมตอบมันไปด้วยใจที่ห่อเหี่ยวมันเลยพาลไม่อยากกินอะไรเอาดื้อๆ ผมเดินออกจากคณะบริหารตรงมายังโรงอาหารคณะวิศวฯสายตาผมมองไปด้านหน้า เธอ..เธอคนนั้น.... เธอเดินออกมาจากโรงอาหารคณะของผมมือผมมันไวกว่าใจคิดผมหยิบโทรศัพท์กดถ่ายภาพของเธอจากระยะไกล ขาก็ก้าวเดินไปข้างหน้าเธอกำลังเดินมายังทางที่ผมเดินไป
เรากำลังจะเดินสวนกันใจของผมมันกำลังเต้นผิดจังหวะอีกแล้วครับ
ฟิ้ว....ผมแอบเหลือบมองเธอในขณะที่เราเดินสวนกัน ..ใบหน้าสวยหวานที่ไม่ต้องมีเครื่องสำอางแต่งแต้มใบหน้าที่มันติดอยู่ในใจของผมตลอดทั้งคืน
" เดี๋ยวกูไปสั่งข้าวก่อน "ผมบอกพวกเพื่อนที่นั่งกันอยู่ครบแก๊งค์ พลางก็วางหนังสือลงบนโต๊ะ
" อ้าวไอ้นี่ ไหนมึงบอกไม่กิน ไม่หิว "ไอ้นิวถามขึ้น
" เดินมาไกล ตอนนี้หิวล่ะ "
" เอ่อ..กูก็ว่าจะถามอยู่ว่ามึงไปจอดรถอะไรตั้งคณะบริหาร คณะเราก็มีที่จอดป่าววะ " ไอ้นิวมันถามอีก
" เสือก" คำเดียวครับมันเงียบ
" เออไอ้ห่า..กูก็เสือกอยากรู้รึมึงไปส่องสาวคณะบริหาร มึงนี่นะไม่ชวนกู " ไอ้นิว
" มึงจะไปส่องสาวที่ไหนอีกเมื่อกี้กูยังนั่งฟังมึงอ้อล้อพิชชาอยู่เลย " เป็ไอ้หมอกที่พูดขึ้น
" จะพิชชาอะไรได้ล่ะ ดูยัยชมพูนั่งเป็หมาพิชบูหวงเพื่อนเหมือนงูจงอางหวงไข่เลย " ไอ้นิวมันว่าพลางหันไปแขวะชมพู
" ไม่ได้หรอกพวกนายอ่ะ..มีแต่เสือตัวพ่อทำยัยพิชชั้นร้องไห้ขี้มูกโป่งล่ะแย่เลย ชั้นโดนลุงชัยเฉ่งหัวบานแน่ "ชมพูมันว่าแต่ผมไม่สนใจอะไรหรอกครับ วันนี้หัวใจของผมมันฟูฟ่องล่ะ
" กูไปสั่งข้าวล่ะ รอก่อนนะพวกมึงอ่ะ "ว่าแล้วผมก็เดินไปยังร้านข้าวมันไก่ของโปรดของผม
พิชชา
" เราไปก่อนนะ เพื่อนโทรตามล่ะ "ฉันบอกชมพูเพื่อนสนิทที่คบกันั้แ่ยังเด็กฉันและชมพูเป็เพื่อนกันั้แ่เกิดเลยก็ว่าได้ด้วยความที่บ้านของเราติดกันแม่ของเราสองคนก็เป็เพื่อนกันจึงทำให้เราสนิทกันมาก เราสองคนตัวติดกันตลอดจะมีห่างกันบ้างก็่มอปลายเพราะเป็่ชีวิตที่วุ่นวายหลายอย่างทั้งกิจกรรมที่โรงเรียน ไหนจะเรียนพิเศษเพื่อติงสอบเข้ามหาวิทยาลัย
" ยังไงว่างๆ มากินข้าวด้วยกันอีกนะครับ "นิวเพื่อนของชมพูที่นั่งกินข้าวด้วยกันเอ่ยขึ้น
" เราบอกแล้วไง ไม่ต้องพูดเพราะกับเราหรอกพูดเหมือนกับที่พูดกับชมพูก็ได้ " ฉันว่า
" จะไปไง เดินไกลอยู่นะ ให้เราขับรถไปส่งมั้ย" ปลาวาฬชายหนุ่มผู้หล่อเหลาเอ่ยถามฉัน สมแล้วที่รุ่นพี่คัดไปประกวดเดือน
" ไม่เป็ไรๆ เราเดินได้ วันๆได้เดินบ้างก็ดียัยชมพูเป็สารถีขับรถให้นั่งตลอด ออกกำลังด้วยไง " ฉันปฏิเสธปลาวาฬก็จะให้ปลาวาฬไปส่งได้ไง แค่นี้เหล่าบรรดาแฟนคลับก็จ้องซะฉันพรุนไปทั้งตัวล่ะ
ฉันเดินออกจากโรงอาหารคณะวิศวฯ เพื่อไปยังคณะบริหารของฉันระหว่างทางฉันมองไปยังด้านหน้าก็เจอกับใบหน้าคม สายตาที่เรียบนิ่ง
...เขา...เขาคนนั้น คนที่ฉันวิ่งชนเมื่อวานนี่นา !!
ใจของฉันทำไมเต้นแรงแปลกๆเหมือนกับว่ามันจะะเิออกมาเลยนะ
ฟิ้ว..เราสองคนเดินสวนทางกันโดยที่ฉันก็ก้มหน้าทำเป็หยิบนั่นนี่ในกระเป๋า หอมชะมัด..กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้นั่นหอมจังเลย..ใช่เลย เขาคนนี้ใช่เลย
กวิน
หลายวันมานี่ผมมักจะมาจอดรถที่ตึกคณะบริหารเป็ประจำเพื่อเจอเธอคนนั้น ขอแค่ได้เห็นใบหน้าของเธอ แค่นี้หัวใจของผมก็ทำงานแล้วครับบางวันฟ้าเป็ใจ ผมได้ที่จอดรถที่สามารถมองเห็นเธอจากด้านในได้ผมนั่งมองเธออยู่อย่างนั้น เห็นเธอยิ้ม เธอหัวเราะเวลาคุยกับเพื่อนของเธอ ทำไมผมถึงรู้ว่าคนตัวสูงข้างกายเธอเป็แค่เพื่อนน่ะเหรอก็เวลาผมเห็นพวกเขานั่งอยู่ที่โต๊ะจะมีสาวๆแวะเวียนเอาขนมหรือดอกไม้มาให้มันหน่ะสิถ้าเป็แฟนกันจริงไอ้หน้าหล่อนั่นคงไม่ยิ้มและพูดคุยหยอกล้อกับสาวๆ พวกนั้นหรอก
รอยยิ้มของเธอทำให้หัวใจของผมทำงาน
วันนี้ก็เหมือนเช่นทุกวันผมตื่นเช้าเลยไง..เลยอาบน้ำแต่งตัวมาเรียนเลยเดี๋ยวไม่มีที่จอดรถ..ผมจอดรถแล้วดับเครื่องย้ายตัวเองมานั่งฝั่งด้านข้างคนขับปรับเบาะให้เอนลง
" พักสายตาซะหน่อยล่ะกัน " ผมคิด
"โอ้ยยย!!" เสียงร้องของผู้หญิงดังจากด้านข้างของผมผมชะโงกหน้าออกทางหน้าต่างไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่ยุ่งเลยถ้าเป็คนอื่น
แต่นี่เป็เธอ...เธอที่ผมแอบมองอยู่ทุกวัน
" เกิดอะไรขึ้น? " ผมรีบเปิดประตูก้าวสองขาเข้าไปนั่งลงข้างเธอ
" เจ็บ ...เจ็บขา" เธอตอบ
" โอ้ยยยย!!!" เธอร้องอีกครั้งหลังผมแตะลงไปที่ข้อเท้าเธอ
" ขาแพลง..อีกหน่อยคงบวม ต้องรีบประคบ..เดินไหวมั้ย " ผมถามเธอ
"...." เธอส่ายหน้าพลางทำหน้าตาที่บ่งบอกว่าเจ็บมาก
" งั้นขอโทษนะ.." ผมเห็นว่าเธอเดินไม่ไหวใจก็นึกเป็ห่วงถ้าปล่อยนานกว่านี้ บวมแดงกว่านี้แน่
ตึกๆๆ...เสียงหัวใจของผมมันเต้นแรงหลายวันที่ได้แต่แอบมอง วันนี้จะได้อุ้มเชียวนะโว้ยยย....
พรึ่บ....เสียงปัดมือผมออกจากตัวของเธอ ผมมองไปยังมือหนานั่นทันที " อะไร? " ผมถามเสียงแข็ง
ใบหน้าหล่อนั่น ไม่ตอบคำถามผม แต่สายตากลับมองไปที่เธอ" เป็ยังไงบ้างเรา..ลุกขึ้นไหวมั้ย " มันถามเธอ
" ไม่ไหวค่ะ..เจ็บขา..เจ็บมาก.. สงสัยขาจะแพลง" เธอตอบมัน ใจผมนี่กระตุกเลย ทีผมถามไม่ตอบ
" เรานี่นะ ประจำเลย..ซุ่มซ่ามตลอด " มันว่า
" โธ่..ใครจะอยากเจ็บตัวกัน "เธอตอบมันอีกครั้ง
" โอเคๆ..งั้นมา เดี๋ยวพี่พาไปห้องพยาบาล " ว่าแล้วมันก็ช้อนตัวเธออุ้มเดินไปยังทางห้องพยาบาลทันทีผมยืนมองทั้งสองเดินห่างออกไป ใจของผมมันปวดหนึบ ใบหน้าหล่อสายตาเรียบนิ่ง..แต่ก็ดูออกว่าเป็ห่วงเธอเช่นกัน..ท่าทางที่ดูสนิทสนมกันของทั้งสองทำให้ผมว้าวุ่นในหัวใจ