หญิงสาวตกสู่ภวังค์ ดั่งอยู่ในห้วงฝันในตอนนี้เธอยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า คล้ายมีม่านหมอกควันสีหม่นปกคลุม ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่ความอ้างว้างสร้างความสับสนงุนงงไม่น้อย
"มันเกิดอะไรขึ้น นี่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน"
ทันใดนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าเธอประหนึ่งว่ามีเครื่องโปรเจคเตอร์ฉายภาพขึ้นมากลางอากาศเสียอย่างงั้น เป็หญิงสาวร่างเล็กสวมชุดจีนโบราณสีเขียวอ่อน เกล้าผมครึ่งเพียงศีรษะ แต่น่าแปลกประหลาดใจจนอิงอิงตาค้างไปเลยนั้นเป็เพราะว่าใบหน้าองเธอคนนั้นกลับละม้ายคลายเธออย่างกับฝาแฝด
อิงอิง ตกตลึงที่เห็นอย่างนั้น นี่อาจจะเป็ภาพหลอน ไม่ก็ฝันไปเธอเอามือตบที่หน้าตัวเองเบาๆ หลายทีหวังคืนสติ แต่ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
"เวลาของข้าได้หมดลงแล้ว...ชีวิตที่เหลือเป็ของแม่นางแล้ว"
"คุณเป็ใคร ทำไมหน้าตาเราถึงเหมือนกันแล้วที่พูดหมายถึงอะไรคะ"
อิงอิงรู้ตัวแล้วว่านี่ไม่ใช่ความฝันแน่ๆ เธอกำลังเข้าสู่โลกหลังความจำเป็และคนตรงหน้าก็เป็สิ่งจำเป็สำหรับจิติญญาใครสักดวงแต่เรา้าทราบถึงเหตุผลว่าเหตุใดบุคคลดังกล่าวถึงได้ขนาดนี้
"ตอนนี้จิตของเ้าได้หลุดออกจากร่างเดิม มิอาจกลับไปได้ในตอนนี้... แต่วางใจเถิดเ้ายังไม่ชิ้นชีพหรอก"
เมื่อได้ยินอย่างนั้นอิงอิงถึงกับดวงตาเบิกกว้าง ทันใดนั้นภาพเหตุการณ์ขณะที่เธอสวมแหวนหยกแล้วมีสายฟ้าฟาดลงมาที่ตัวเธอ จนทำให้เธอนอนแน่นิ่งก็พลันปรากฏขึ้นให้เธอเห็น เพียงไม่นานนักภาพก็เลือนลางหายไปกลางอากาศแล้วปรากฏภาพขึ้นมาใหม่เป็เธอที่กำลังนอนเป็ผักใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เธอถึงกับทรงตัวไม่อยู่เมื่อเห็นภาพตนเองในสภาพเช่นนั้น
'นี่คือเื่จริงอย่างนั้นเหรอ จะว่าตนเองตายไปแล้วก็ไม่ใช่แต่กลับมีจิติญญาที่ล่องลอยอยู่แบบนี้จะหวนกลับสู่ร่างตัวเองก็ยังทำไม่ได้'
"ต่อจากนี้ไป...เ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อให้ดี ในร่างของข้า นามของข้า
ไป๋เฟิงอิง "
หญิงสาวเอื่อมมือมากุมมือเธอด้วยความอ่อนโยน
"ทำไม...ฉันต้องใช้ร่างคุณเพื่ออยู่ต่อด้วยฉันอยากกลับร่างเดิม" อิงอิงน้ำตาคลอเบ้า ความกลัวเข้ามาครอบงำหากเธอไม่รอดจริงๆ จะทำยังไง
"เพราะเ้าก็คือข้า ข้าก็คือเ้าอีกคน สักวันหนึ่งเ้าจะเข้าใจเอง"
"แล้วคุณล่ะ..คุณก็กลับร่างตัวเองไม่ได้แล้วอย่างนั้นเหรอ"
“เวลาของข้าหมดแล้ว เ้าวางใจเถิด...เมื่อถึงเวลาเ้าจะได้กลับเข้าร่างของเ้า เมื่อเ้าเจอแหวนหยกวงนั้นอีกครั้ง”
"แหวนหยก...จริงสิ แหวนหายไปไหนแล้ว"
อิงอิงควานหาแหวนหยกแต่กลับพบแต่ความว่างเปล่า มันได้หายไปแล้ว ใช่สิก็ตอนนี้เธอมาแต่จิติญญา แหวนหยกจะอยู่ที่นี่กับเธอได้เช่นไรกัน
"เ้าจงจำไว้เถิดเมื่อท่านรู้สึกถึงตนเองได้ที่ไหนที่นั่นคือปัจจุบัน นั่นก็คือตัวของเ้า"
ครั้นวิญญานของเฟิงอิงพูดประโยคสุดท้ายจบ ก็เลือนรางหายไปต่อหน้าต่อตาเหลือไว้เพียงแต่อิงอิงในเวลานี้เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน..แล้วแหวนหยกอะไรนั่นจะหาได้จากที่ไหนอีก
ยามเฉิน (07.00-7.59น.)
แสงอาทิตย์สาดส่องกระทบบนเปลือกตาของคนที่นอนหมดสติอยู่ทำให้บัดนี้เปลือกตาเริ่มขยับลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ สายตาที่พล่ามัวค่อยๆ ปรับมองเห็นชัดถึงความสว่างของแสงที่ส่องเข้ามาในห้องที่หญิงสาวนอนอยู่ก่อนขยับตัวลุกขึ้นมานั่งกวาดสายตามองรอบๆ อีกครั้ง
อิงอิงก็พบว่าตนเองอยู่ในสถานที่แปลกยิ่งนัก ข้าวของเครื่องใช้ ไม่ว่าจะเป็พวกโต๊ะประตูหน้าต่างล้วนแต่เป็ของตกแต่งย้อนยุคแนวจีนโบราณอย่างที่เคยเห็นในซีรีส์มาก่อนไม่เพียงแต่ในห้องมีข้าวของแปลกตาแม้ทั้งเสื้อผ้าที่ตนเองสวมใส่ก็เป็ชุดจีนโบราณสวยงามที่ตัดเย็บอย่างดีอีกด้วย
อย่างกับแต่งคอสเพย์แนวโบราณแหนะ เอ๊ะ!ชุดสีเขียวคุ้นๆ เหมือนที่เห็นในฝัน.…ฝัน…แล้วอันไหนฝันกันแน่
เธอลุกเดินดูรอบๆ บริเวณห้อง หยิบจับข้าวของมาสำรวจทีละชิ้นๆ ในใจก็พรางคิดว่าแล้วถ้านี่ไม่ใช่ฝัน ตนเองก็อาจกำลังถูกแกล้งรึเปล่าหลังจากที่สลบกลางสายฝนไปนนท์เป็คนช่วยไว้แล้วพากลับบ้านแล้วเซอร์ไพร์วันเกิดเธอแน่ๆ ทุกอย่างเป็แค่เื่ที่แกล้งทำทั้งหมด เธอผุดยิ้มดีใจขึ้นมา
และทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาเธอรีบหันไปตามเสียงทันที นั่นไง นนท์ มาแล้…..
"คะ..คุณหนู!" หญิงสาวตรงหน้าประตูทำหน้าตกตลึงแล้วก็โผลเข้ามากอดรัดเธออย่างดีใจ อิงอิงไม่ทันได้ตั้งตัวเธอเกือบจะล้มเพราะต้านแรงไม่อยู่ แล้วสาวน้อยคนนี้ใครอีกล่ะ
"คุณหนูฟื้นแล้ว...อี้เหนียงดีใจยิ่งนัก" สาวใช้ร้องห่มร้องไห้ยังกอดอิงอิงไว้แน่น ส่วนคนโดนกอดได้แต่เลิกคิ้วสงสัย
"อะ...เอ่อ"
"คุณหนูนั่งก่อนเ้าค่ะ คุณหนูพึ่งจะฟื้นมาหลังหลับไปสามวันเรี่ยวแรงคงจะไม่มีมากนัก" อี้เหนียงรีบประคองผู้เป็นายนั่งบนเตียง ห่วงว่าจะเป็อะไรไปอีก
"เธอเรียกฉันว่าคุณหนูอย่างงั้นเหรอ" อิงอิงเริ่มรู้สึกแปลกใจ แม้แต่คำพูดที่ใช้ก็สมจริงไปรึเปล่าเมื่อตะกี้เขาเขาพูดภาษาจีนไม่ใช่หรอ ทำไมถึงฟังเข้าใจล่ะ
"เ้าค่ะ ท่านก็คือคุณหนูเฟิงอิงของอี้เหนียงไงเ้าคะท่านหลับไปหลายวันข้ากลัวแทบแย่ว่าท่านจะไม่ฟื้นขึ้นมา"
ห๊าาาาาาา ฟะ เฟิงอิงงั้นหรอ?
"เดี๋ยวนะ! อะ เอากระจก ไม่สิ เอาคันฉ่องมาให้ฉันหน่อย"
อิงอิงเบิกตากว้างด้วยความใแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อภาพที่ ปรากฎถึงจะละม้ายคล้ายใบหน้าตนเอง แต่กลับพบว่าดวงตาของเธอ นั้นเป็สีเขียวอ่อนประกายแวววับดั่งหยกซะอย่างนั้นหญิงสาวสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใครกันจะเชื่อว่าเป็ความจริงเธอจึงพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้ฝันไป โดยการหยิกแขนตนเองอย่างแรงไปทีหนึ่งไม่พอหยิกแก้มตตนเองซ้ำอีกรอบจนเป็รอยแดง
"โอ๊ย! เจ็บๆๆ"
"คุณหนูเหตุใดถึงทำร้ายตัวเองเช่นนั้นเ้าคะ ท่านมีเื่อะไรในใจ ทำไมถึงไม่ระบายกับข้าละเ้าคะ"
อี้เหนียงเอามือมาลูบแขนอิงอิงในร่างของเฟิงอิงด้วยความเป็ห่วงนี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ฉันได้มีชีวิตใหม่อีกครั้งในร่างของเฟิงอิงจริงๆ ์คงจะรักฉันมากเลยสินะ นอกจากฉันจะอกหักเจ็บเจียนตายไม่พอยังเป็ผีเรร่อนกลับเข้าร่างไม่ได้ยังให้ฉันย้อนเวลามาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองอีก
"ฉัน…ไม่เป็อะไรหรอกเธอสบายใจได้”
"คุณหนู เหตุใดคำพูดคำจาของท่านจึงแปลกนักนี่ท่านหลับนานเกินไปสมองของท่านได้เลอะเลือนแล้วไปหรือเ้าคะ"
'จริงสิ... ั้แ่ฉันฟื้นมาในร่างเฟิงอิงฉันก็เข้าใจภาษาจีนได้ทันที อีกทั้งยังโต้ตอบได้ด้วยแต่ถึงอย่างนั้นฉันจะพยายามปรับหน่อยละกัน'
"สมองข้าไม่ได้เป็อะไร เ้าไม่ต้องกังวลข้าเพิ่งฟื้นเอง"
"งั้นคุณหนูนั่งตรงนี้ก่อนนะเ้าคะข้าจะไปเตรียมอาหารมาให้ท่าน"
ว่าแล้วอี้เหนียงก็จ้ำเท้าก้าวออกจากเรือนไปทันที
อิงอิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้จะน่าเหลือเชื่อแต่ก็ต้องทำใจในเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับความจริง หญิงสาวรู้สึกยังอ่อนเพลียอาจเป็เพราะร่างของเฟิงอิงยังเจ็บป่วยอยู่จึงค่อยๆ นอนลงที่เตียง เอาเถอะถ้าอย่างนั้นก็พักสงบจิตสงบใจ ค่อยหาวิธีกลับร่างเดิมก็ยังไม่สาย
ทันใดก็มีเสียงฝีเท้าดัง เข้ามาในเรือนแล้วก็เงียบไป อิงอิงนอนตะแคงหันหลังอยู่จึงเอ่ยออกไป
"อี้เหนียงขอบใจเ้ามาก...แต่ข้ายังรู้สึกอ่อนเพลียข้าขอนอนสักงีบแล้วค่อยตื่นมากินละกัน"
ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ ของอี้เหนียงทว่ากลับได้ยินฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ๆ ที่เตียงนอนแทน อิงอิงประหลาดจึงพลิกตัวหันไปตามเสียงฝีเท้านั้นทันทีและแล้วสายตาก็ได้สบมองไปยังผู้มาเยือน อิงอิงรู้สึกเหมือนกำลังถูกต้องมนต์สะกด เมื่อพบเจอสตรีตรงหน้า
นางสวมอาภรณ์สีแดงก่ำชายผ้าพลิ้วไหวไปตามลมทำให้นางงดงามราวกับพญาหงส์ที่เรืองอำนาจ นอกจากนั้นบนศรีษะหญิงสาวสวมเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงสถานะบางอย่างที่ดูแล้วไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ไหนจะดวงตาคมคู่นั้นของนาง ดูแล้วมีเสน่ห์ยิ่งนักยังไม่พอสีชาติแดงสดที่เคลือบบนปากอันเรียวบางนั่นทำเอาอิงอิงเผลอจ้องอยู่นานอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว สวย....ทำไมถึงสวยได้ขนาดนี้อย่างกับเทพธิดานางฟ้านาง์ ละ แล้วฉันยิ้มทำไมล่ะเนี้ย
"ฮูหยินรอง เ้าคะฮูหยินใหญ่มาเยี่ยมท่านเ้าค่ะ"
อี้เหนียงเอ่ยขึ้น พลันดึงสติที่เลือนรางกลับคืนอีกครั้ง เ้าของเรือนเบิกตากว้าง เมื่อรู้ฐานะของคนตรงหน้า ที่น่าใยิ่งกว่าคือตนเองที่เป็ฮูยินรอง เกิดใหม่ทั้งทีมาเป็อนุภรรยาในจวนไหนกันละเนี้ย
"ยังไม่เชิญฮูหยินใหญ่ไปนั่งอีก ฮูหยินรองของเ้าช่างไร้มารยาทเสียจริงเลยนะอี้เหนียง"
สาวใช้ข้างกายของฮูหยินใหญ่ พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงการจิกกัด ท่าทางที่ยืนเชิดหน้านั่นดูจากนอกโลกก็รู้ว่าจองหองเพียงใดและพยายามกดเฟิงอิงให้จมลงดินขนาดไหนเกรงว่าฮูยินใหญ่ท่านนี้จะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
"ไม่เป็ไรหรอก ข้าไม่ถือสานางหรอกฮูหยินรองชีวิตอาภัพแต่เล็กย่อมไร้คนอบรมสั่งสอน ข้าเข้าใจดี"
ฮูหยินใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงด้วยคำดูถูกดูแคลนนางทั้งยิ้มมุมปากเล็กน้อยพร้อมทั้งปรายตามองมาที่อิงอิงในร่างของเฟิงอิงช่างเป็สายตาที่ดูถูกเหยียดหยามไม่มีความเป็มิตรแม้แต่น้อย
โอ้โห...ร้ายกาจใช่ย่อยเลยนะฮูหยินคนสวยเจอกันครั้งแรกก็เปิดศึกกันแบบนี้เลยเหรอ ไอ้ที่เผลอชมในใจทั้งหมดเมื่อตะกี้นี้ขอถอนคำพูดละกัน!
เฟิงอิงฉันไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเธอเจออะไรบ้าง แต่ฉัน...อิงอิงคนนี้จะจัดการยัยฮูหยินปากแจ๋วนี่เอง