รุ่งสางอีกวันหนึ่งป่าลึกเต็มไปด้วยหมอกสีเงินที่ลอยเหนือน้ำตก นารีตื่นขึ้นพร้อมความรู้สึกไม่
สบายใจ เธอััได้ถึง พลังมืดบางอย่างใกล้เข้ามารีส ัสายฟ้าและโมราหมาป่ามอส อยู่
ข้างเธอ พลางมองรอบป่าอย่างระมัดระวัง
“มีอะไรบางอย่างใกล้เข้ามา” รีสคำรามเบา ๆ ดวงตาสายฟ้าส่องประกายราวกับเตือนภัย
โมราพลิกตัวและส่งเสียงเบา ๆสื่อสารถึงความระแวง
ทันใดนั้น เสียงคำรามอันทรงพลังดังก้องป่าเงาร่างใหญ่ปรากฏขึ้น สัตว์อสูรระดับภัยพิบัติตัว
หนึ่ง สูงใหญ่ มีเขี้ยวและกรงเล็บยาวขนสีดำสนิทราวกับเงามืด ดวงตาสีแดงฉานส่องประกาย
อันตราย
นารีรู้ทันทีว่าครั้งนี้ ไม่ใช่แค่สัตว์อสูรที่าเ็แต่เป็ภัยคุกคามร้ายแรงต่อทั้งมนุษย์ และสัตว์
เทพพิทักษ์ เธอถอนหายใจลึกและเตรียมอุปกรณ์
“เราต้องใช้ไหวพริบไม่ใช่เพียงพลัง”เธอคิด พลางเรียกเทียร่ามาช่วย น้ำนิ่งใสกระเพื่อม
รอบตัวเทียร่าเริ่มสร้างเกราะน้ำเพื่อป้องกันตนเอง และสัตว์เทพพิทักษ์รอบ ๆ
สัตว์อสูรระดับภัยพิบัติเริ่มโจมตีมันะโเข้ามาอย่างรวดเร็ว รีสใช้พลังสายฟ้าโจมตีเบื้อง
หน้า แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกสัตว์อื่น ๆ
นารีวิ่งหลบพร้อมใช้สมุนไพร และวงเวทมนตร์เบื้องต้นทำกับดักชั่วคราวเพื่อชะลอการโจมตี
โมราะโเข้าต่อสู้คอยขัดขวางการโจมตีบางส่วน และช่วยให้สัตว์อื่นหลบ พลังฟื้นฟูของ
มันช่วยบรรเทาาแที่เกิดจากการต่อสู้
“เราต้องทำให้มันเชื่อใจ หรืออย่างน้อยหยุดมันโดยไม่ฆ่า”นารีพูด พลางสังเกตรอยาแ
และพลังชีวิตของสัตว์อสูร เธอใช้ น้ำจากเทียร่า ช่วยฟื้นฟูบางส่วนของสัตว์อสูรที่เจ็บหนัก
ทำให้มันหยุดโจมตี และสับสน
ทันใดนั้น รีส พุ่งขึ้นฟ้าส่งประกายสายฟ้าเป็สัญญาณเตือนภัย และกำจัดอุปสรรคบางส่วน
นารีใช้จังหวะนี้จัดตำแหน่ง และสังเกตร่างของสัตว์อสูรระวังไม่ให้ถูกโจมตีโดยตรง
สัตว์อสูรระดับภัยพิบัติค่อย ๆ หยุดและสังเกตนารี มันส่งเสียงคำรามต่ำ แต่ไม่ได้โจมตีอีกต่อไป
นารีเข้าใจทันทีว่า การใช้ความเมตตา และไหวพริบสามารถเอาชนะความรุนแรงได้
“เธอไม่ได้เหมือนมนุษย์อื่น” สัตว์อสูรส่งสายตาเหมือนยอมรับ ก่อนจะค่อย ๆ ถอยหายไปในเงา
มืดของป่า
นารีหายใจแรง พลางมองร่างของรีส โมราและเทียร่า ทุกตัวาเ็เล็กน้อย แต่ปลอดภัย
การตัดสินใจของเธอในสถานการณ์กดดันนี้ทำให้เธอรู้ว่าพลังแท้จริงคือหัวใจและไหวพริบ
เมื่อค่ำมาถึง แสงดาวสะท้อนบนผิวน้ำรีสขยับใกล้นารี และส่งประกายสายฟ้าอ่อน ๆ ราวกับ ขอบคุณ
เทียร่าปล่อยน้ำล้อมรอบสัตว์เทพเพื่อฟื้นฟู
โมราหมาป่ามอส คอยเฝ้าดูและส่งเสียงเรียกสัตว์อื่นให้เข้ามา
นารีนั่งลงข้างกองไฟพลางมองดวงดาวและร่างของราเชลบนกิ่งไม้สูง ราเชลไม่ได้พูดอะไร
แต่สายตาที่จับจ้องทำให้เธอรู้ว่า โลกแห่งนี้ยังมีความท้าทายอีกมากรออยู่
เธอหลับตาในความอบอุ่นใจแม้จะเพิ่งเผชิญกับสัตว์อสูรระดับภัยพิบัติ แต่เธอมั่นใจว่า
พันธะสัญญาระหว่างมนุษย์ และสัตว์เทพพิทักษ์สามารถรักษาสมดุลของโลกได้