“อะไรทำให้นายคิดว่านายทำถูก ที่มาสั่งสอนฉัน!” เหลียวชาชาที่ท่อนบนสวมชุดเจ้าหญิงน่ารัก ขณะที่ท่อนล่างเผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องที่ส่องแสงออกมา เธอกระโดดขึ้นจากพื้น เท้าเอวของเธอแล้วตะโกนออกมา
“เพราะว่าฉันคือฉินเฉา นับจากนี้จะมาเป็นบอดี้การ์ดของเธอยังไงล่ะ” ฉินเฉายื่นมือออกไปแล้ววางแจกันลงบนพื้น จากนั้นก็ค่อย ๆ แนะนำตัวกับเหลียวชาชา
“เป็นบอดี้การ์ดแล้วไง? ใหญ่นักเหรอ!?” เหลียวชาชาทำเสียงฮึ่มฮั่ม แล้วพูดว่า “บอดี้การ์ดของฉัน เหลียวชาชา ไม่ได้มีแต่นาย! นายจะต้องฟังคำสั่งฉัน แล้วก็ทำตามทุกสิ่งที่ฉันบอก!”
“ตลกน่า... ฉันเป็นบอดี้การ์ดไม่ใช่สัตว์เลี้ยง” ฉินเฉาคิดว่า ยัยเด็กนี่หัวแข็งจริง ๆ
“แล้วต่างกันตรงไหน!” เหลียวชาชาทำมือให้กับบอดี้การ์ดชุดดำที่ยืนอยู่ข้างนอก แล้วพูดว่า “นาย กระโดดลงไปจากที่นี่!”
“นี่” บอดี้การ์ดตกใจไปชั่วขณะ พลางคิดว่า ‘ทำไมต้องเป็นฉัน!’
“นายจะโดดหรือไม่โดด! ถ้านายไม่โดด ฉันจะโกรธแล้วนะ! ถ้าฉันโกรธ ผลที่ตามมาจะต้องร้ายแรงอย่างแน่นอน!” เหลียวชาชาพูดอย่างเอาแต่ใจ
เหลียวตงไครีบหันไปส่งสายตาให้บอดี้การ์ดคนนั้น เมื่อถูกจ้องโดยประธานจากกลุ่มต้าฟา มันก็ทำให้ร่างของบอดี้การ์ดเย็นเฉียบ เขากัดริมฝีปาก เข้าไปในห้องนอนแล้วมองฉินเฉาด้วยสายตาอาฆาต ทันใดนั้นเขาก็กระทืบเท้ากระโดดลงจากชั้น 2 ตามคำสั่ง
โชคดีที่เป็นแค่ชั้น 2 ร่างกายของบอดี้การ์ดก็แข็งแรงดี เมื่อเขาตกลงถึงพื้นก็รีบม้วนตัว แต่โชคไม่ดีที่เท้าของเขายังคงหัก
ฉินเฉาย่นหน้าผาก คิดว่า ‘นังหนูเหลียวชาชา ชักจะทำเกินไปแล้วนะ ยิ่งไปกว่านั้นบอดี้การ์ดยังฝังความแค้นไว้ที่เขาอีก บ้าไปแล้ว! ตรูไม่ได้เป็นคนสั่งให้เอ็งกระโดดสักหน่อย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตรูโว้ย’
“นายเห็นไหม? เป็นบอดี้การ์ดของฉัน ก็ต้องฟังคำสั่งฉัน!” เด็กสาวเท้าเอวแล้วพูดอย่างภูมิใจ หยูลู่ที่ยืนอยู่ด้านข้างถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ‘อารมณ์ของเด็กนี่เลวร้ายลงอีกแล้ว ฉันจะทำอะไรได้เมื่อเรื่องมันกลายเป็นแบบนี้’ เธอคิด
“ชาชา...ที่เธอทำมันผิดนะ เธอต้องขอโทษ เธอถึงจะหาเพื่อนได้” หยูลู่แนะนำเธอ
“ฉันไม่ต้องการเพื่อน!” เหลียวชาชาเอาแต่ใจตัวเองจริง ๆ ไม่ว่าใครจะแนะนำก็ไม่ได้ผลกับเธอ
“นาย! คลานลงที่พื้น แล้วเป็นเก้าอี้ให้ฉัน!” เหลียวชาชาชี้ไปที่ฉินเฉามองเขาด้วยสายตาเหนือกว่า บอดี้การ์ดของเธอไม่มีใครกล้ามีปากเสียงกับเหลียวชาชา เมื่อไม่มีใครกล้าหือมาก่อน ฉะนั้นคนที่เหลือก็จะไม่กล้าไปด้วย เหมือนที่เธอทำนั้นจะทำเพื่อเหตุนี้
“ฝันไปเถอะ ไม่มีทางเด็ดขาด” ฉินเฉายืนอยู่กับที่ พร้อมกับเอามือกอดอกแล้วหัวเราะอย่างเย็นชา
“ทำไมนายไม่ฟังฉัน? นายเป็นบอดี้การ์ดของฉันนะ! นายก็เห็น บอดี้การ์ดของฉันต้องฟังคำสั่งฉัน”
“ฉันไม่เหมือนพวกนั้น” ฉินเฉายิ้มบางแล้วเริ่มเข้มขึ้น “ฉันจะบอกให้ หน้าที่ของฉันให้ฟังนะ ฉันมีหน้าที่แค่ปกป้องเธอ ถ้าเธออยากมีชีวิตรอดล่ะก็ เธอต้องฟังคำสั่งของฉัน ๆ จะไม่ฟังคำสั่งโง่ ๆ ของเธอ เงินเดือนปัจจุบันของฉันก็พอแล้วที่จะเลี้ยงตัวเอง ถ้าเธออยากจะใช้เงินฟาดหัวล่ะก็ ขอโทษด้วย ฉันขอผ่าน”
หลังจากที่กลายเป็นผู้ฝึกตนเส้นทางปีศาจ นิสัยของฉินเฉาค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย ถ้าเป็นเมื่อก่อน แม้แต่ปัญหาเรื่องค่าเช่าก็โค่นเขาได้แล้ว แต่ตอนนี้ เขาทั้งอวดดี แล้วไม่ยอมคน สำหรับเขา เงินก็เหมือนเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้านั่นแหละ ก็อย่างที่ซูจีเคยพูด สำหรับผู้ฝึกตนอย่างพวกเรา ที่พวกเขาเสาะหาไม่ใช่สิทธิพิเศษ หรือว่า เงินตรา แต่เป็นความเป็นอมตะ
เพราะงั้น คุณมีเงินแล้วยังไง? หลังจากผ่านไปสักร้อยปี สิ่งที่เหลือก็ไม่ใช่อะไรนอกจากกองฝุ่นไม่ใช่หรือ?
“คลานลงกับพื้นเดี๋ยวนี้! ฉันบอกว่าให้ฟังฉัน นายต้องฟังฉัน!” เหลียวชาชาตะโกนอย่างเอาแต่ใจ
“ได้ แต่เธอต้องหาคนมาจัดการฉันให้ได้ก่อนนะ ถ้าฉันแพ้ ฉันจะฟังคำสั่งเธอ” ฉินเฉาพูด หลังจากนั้นเหลียวชาชายิ่งโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ
‘ใครจะไปจัดการเขาได้?’ เธอคิด ‘แม้แต่ซู่เฟิงที่มีความสามารถมากที่สุดก็ยังถูกหามส่งไปโรงพยาบาลโดยเจ้าคนหยาบคายคนนี้ หรือว่าฉันเหลียวชาชาคนนี้ จะต้องยอมรับความพ่ายแพ้ ต่อหน้าเขาจริง ๆ? ไม่ มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน’
ดังนั้น สาวน้อยจึงเท้าสะเอวแล้วพูดอย่างโมโหว่า
“ฉันไม่เชื่อว่าจะไม่มีใครจัดการนายได้ ฉันจะต้องหาพบอย่างแน่นอน!”
“งั้นเรามาพนันกัน โอเค๊” จากนั้นฉินเฉาก็พูด “ถ้าเธอหาคนมาจัดการฉันได้ ฉันจะฟังคำสั่งของเธอ แต่ถ้าไม่ งั้นก็ขอโทษด้วย เธอต้องฟังฉัน”
“ใครจะไปพนันกับนาย!” สาวน้อยยกริมฝีปากของเธอขึ้น “ฉันไม่ทำ”
“กลัวเหรอ?” ฉินเฉาใช้วิธีธรรมดากระตุ้น พร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยการยั่วยุ
“ใครบอกว่าฉันกลัวห๊ะ!” สาวน้อยถูกยั่วยุเข้าซะแล้ว เธอเชิดหัวของเธอขึ้น แล้วตะโกนออกมาว่า “ถ้าเหลียวชาชาคนนี้อยากจะทำอะไร จะไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้!”
“งั้น เธอกล้ารับพนันของเรามั้ยล่ะ?”
“ใครพูดว่าฉันไม่กล้า! เรามาพนันกัน!”
“งั้นก็ เส้นตายคือสองเดือน ภายในสองเดือนนี้ ตราบเท่าที่เธอหาใครมาจัดการฉันได้ ฉันจะฟังคำสั่งเธอ ไม่ว่าอะไรที่เธอต้องการให้ฉันทำอะไร ฉันจะทำอย่างไม่เกี่ยงงอน ต่อให้เธออยากให้ฉันเห่าเหมือนหมา ฉันก็จะเห่าให้เธอ แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น อะแฮ่ม ๆ เธอต้องฟังคำสั่งฉัน”
“ดี เอาตามนั้น!” เหลียวชาชาเหลือกตาขึ้น เหมือนกับว่ากำลังมองวันที่ฉินเฉาจะเห่าเหมือนหมา
“แค่คำพูดเปล่า ๆ ใครจะรู้ว่าเด็กน้อยอย่างเธอจะคืนคำเมื่อไหร่” ฉินเฉาค่อย ๆ นำเหลียวชาชาไปสู่กับดักทีละก้าว ทีละก้าว
“เหลียวชาชาคนนี้ พูดแล้วไม่คืนคำ!” เมื่อสาวน้อยได้ยินบางคนมาพูดดิสเครดิตเธอ ๆ จึงรีบแย้งออกไป
“ไม่ ฉันไม่เชื่อ”
“งั้นมาเกี่ยวก้อยสัญญากัน!” แม้ว่าเหลียวชาชาจะดื้อไปหน่อย แต่เธอยังคงไร้เดียงสา เธอรีบยื่นนิ้วก้อยเล็ก ๆ ของเธอออกมา แล้วพูดว่า “เรามาเกี่ยวก้อยสัญญากัน ใครที่ไม่รักษาคำพูด เป็นหมา!”
“ดี เรามาเกี่ยวก้อยสัญญากัน!” ทั้งสองเกี่ยวนิ้วก้อยเข้าด้วยกัน แล้วจากนั้นเหลียวชาชาจึงเพิ่มคำพูดเข้าไป
“เกี่ยวก้อยสัญญา 100 ปี ไม่เปลี่ยน เราทำสัญญากันแล้ว นายห้ามโกหกฉัน ไม่อย่างนั้น ฉันจะเกลียดนาย!”
“โอเค ฉันจะทำตามสัญญา”
ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในสายตาของเหลียวตงไค ทันใดนั้นสายตาของเขาก็ดูเหมือนยากจะเข้าใจ เหมือนกับเขากำลังกลับไปเมื่อ 10 ปี ก่อน ตอนที่เหลียวชาชายังเป็นเด็ก ผู้ที่นั่งเฝ้าแม่เธอบนเตียงในโรงพยาบาล
“หม่าม๊า อย่าทิ้งชาชา ชาชากลัว”
“ชาชาอย่าห่วงเลย หม่าม๊าไม่ทิ้งหนูไปหรอก”
“หม่าม๊าต้องรักษาคำพูดนะ!”
“หม่าม๊าจะ รักษาคำพูดแน่นอนมา เรามาเกี่ยวก้อยสัญญากัน”
“ได้! เกี่ยวก้อยสัญญา เกี่ยวก้อยสัญญา!”
“เกี่ยวก้อยสัญญา 100 ปี ไม่เปลี่ยน”
“อืม หม่าม๊าตกลงแล้วนะ! ห้ามโกหกชาชานะ ไม่อย่างนั้น ชาชาจะเกลียดหม่าม๊า”
“อืมสัญญา หม่าม๊าจะไม่จากหนูไป”
“หม่าม๊าดีที่สุดชาชาชอบหม่าม๊าที่สุด”
แต่โรคร้ายยังคงคร่าชีวิตเธอไป ตั้งแต่แม่ของเธอตาย ชาชาก็ปิดตัวเองจากโลกภายนอก กลายเป็นคนดื้อรั้น หัวแข็ง ไม่ชอบมีเพื่อน
เหลียวตงไคเหมือนจะอยู่ในห้วงคำนึง แล้วไม่ได้สังเกตว่าหยูลู่ได้มายืนข้างเขาแล้ว
“ผู้อำนวยการเหลียว คน ๆ นี้ ทรงพลังจริง ๆ ” น้ำเสียงอ่อนหวานของหยูลู่ เหมือนกับมือนุ่ม ๆ ที่ลากเหลียวตงไคออกมาจากห้วงความทรงจำ
“ฉันไม่สนคนอื่นหรอก” เหลียวตงไคพูดเสียงต่ำ “สำหรับฉันขอแค่ให้เขาปกป้องชาชาได้ก็พอ ลู่ลู่ ในช่วงที่ฉันไม่อยู่ ฉันอยากให้เธอดูแลทุกสิ่งในบ้านด้วย”
พร้อมกันนั้น เหลียวตงไคก็หันหลังแล้วเดินออกจากห้องไป
“วันนี้ถือว่าแล้วไปซะ แต่พรุ่งนี้เธอต้องไปโรงเรียน” ฉินเฉาตีเหล็กตอนที่ยังร้อน พูดกับเหลียวชาชา
“ฮึ่มมมม รู้แล้ว! น่ารำคาญจริง! ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ สักพัก นายออกไปก่อน!” เหลียวชาชาพบว่าเธอได้เข้าไปสู่กับดักของฉินเฉา ปฏิสัมพันธ์ของเธอกับคนอื่นมีน้อยมาก ดังนั้นเธอจึงตกลงสู่กับดักของฉินเฉาอย่างง่ายดาย
สาวน้อยทิ้งตัวลงบนเตียง เอาผ้าคลุมหัว ดูเหมือนกับไม่ต้องการจะปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
ฉินเฉามองดูหลังของสาวน้อยนางนี้ แล้วคำนวณว่าเธอมีทรวดทรงที่ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบั้นท้ายของเธอ ซึ่งทำให้เขาอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ เด็กสาวอายุ 17 ปี ไม่ได้เป็นอะไรเลยนอกจากเด็ก
หลังจากจัดการกับเหลียวชาชาแล้ว ฉินเฉาถอยออกมาจากห้องอย่างพอใจ
“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเหลียวชาชายอมอ่อนข้อ แล้วเชื่อฟังแบบนี้ คุณเปิดหูเปิดตาให้ฉันจริง ๆ ” หลังออกมาจากห้อง หยูลู่ที่ไม่สามารถทนได้อีกต่อไปก็เข้ามาคุยกับฉินเฉา
“เรื่องง่าย ๆ จัดการกับเด็กไม่เห็นยาก” ฉินเฉาพูด “ถึงแม้ว่า ผมจะรู้สึกว่าเหลียวชาชาจะหัวแข็งไปบ้าง แต่เธอก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาแค่นั้น วุฒิภาวะของเธอยังเด็กอยู่มาก ออกจะไร้เดียงสาด้วยซ้ำ บางทีถ้าเธอมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นมากขึ้น เธออาจจะโตขึ้นก็ได้”
“นั่นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แม่ของเธอตายตั้งแต่เธอยังเล็ก แล้วเหลียวตงไคก็ปกป้องเธอเกินจำเป็น ชาชาจึงเหมือนกับพืชที่ปลูกในเรือนกระจก ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์พบแสงอาทิตย์ หรือลมฝนอย่างแท้จริง”
“ฝน? (หยูลู่ แปลว่า ฝน) ” ฉินเฉาอดล้อไม่ได้ “เฮ้ เธอเป็นฝนหรอกเหรอ! ฉันต้องการฝน คนสวยทำไมเธอไม่ให้น้ำฉันหน่อยล่ะ”
“นาย ชายคนนี้พูดเรื่องจริงจังไม่ได้จริง ๆ ” เหมือนกับว่าไม่เคยมีใครล้อเธอมาก่อน หน้าของหยูลู่แดงอย่างไม่คาดคิด แล้วน้ำเสียงของเธอกลายเป็นอ่อนหวานกว่าเดิม
“เดี๋ยวฉันจะพาไปดูห้องของนาย” หยูลู่ทันใดนั้นก็เงียบลง ก้มหัวของเธอลงเดินนำหน้าเงียบ ๆ ด้านหลังของหยูลู่งดงามมาก ผมของเธอหยักเป็นลอนไหลลงตามแผ่นหลังของเธอตามฝีเท้าที่ย่างก้าว ยิ่งกว่านั้น ผมของเธอยาวมาก ยาวจนถึงเอวของเธอ เมื่อมองตามผมของเธอไป จุดสนใจจะอยู่ที่บั้นท้ายที่ยื่นออกมาของเธอ
ถ้าตาของเขากลายเป็นมือได้ ฉินเฉาจะต้องจับเจ้าสองก้อนนั่นแน่นอน
“นี่ห้องของคุณ” หยูลู่พาฉินเฉามาที่ห้องที่อยู่มุมหนึ่งของชั้นแรก แล้วเปิดประตูให้ฉินเฉา
‘สวรรค์!’ นี่เป็นปฏิกิริยาแรกเมื่อฉินเฉาเข้ามาในห้อง แล้วมองดูมัน ห้องนี้มีพื้นที่มากกว่า 70 ตารางเมตร ใหญ่กว่าห้องรูหนูในซู่หนานของเขาอีก ในห้องตกแต่งเรียบร้อยแล้ว รวมถึงห้องน้ำด้วย นี่มันเหมือนกับห้องชุดของประธานาธิบดีหน่อย ๆ
“จริง ๆ แล้วห้องนี้ไม่ได้เตรียมไว้ให้บอดี้การ์ด แต่ผู้อำนวยการเหลียวบอกว่า เราต้องรับรองคุณให้ดีที่สุด ดังนั้นมันจึงเป็นของคุณ”
หยูลู่อธิบาย บอดี้การ์ดไม่ได้รับอนุญาตให้อาศัยในคฤหาสน์หลังใหญ่ บริเวณด้านข้างของบ้านหลังนี้มีหอพักอยู่ เหลียวตงไคสร้างไว้ให้แม่บ้านกับบอดี้การ์ดพักอาศัยอยู่ที่นั่น
มีแค่สามคนที่อาศัยในคฤหาสน์หลังใหญ่นี้ เหลียวตงไค เหลียวชาชา และ หยูลู่
ด้วยเหตุนี้จึงสามารถเห็นได้ชัดว่า สถานะของหยูลู่ในใจของเหลียวตงไคไม่ใช่เล็ก ๆ เลย
“เอิ่ม คนสวย มันมีปัญหาที่จริงจังมาก ๆ อยู่”
เมื่อหยูลู่กำลังจะจากไป ทันใดนั้นฉินเฉาก็ถามขึ้นมา
“ปัญหาอะไร?” หยูลู่มองไปที่ชายที่ดูเหมือนจะสับสน ฟุ้งซ่านหน่อย ๆ เธอไม่รู้ว่าทำไม เมื่อเธอมองตาฉินเฉา หัวใจของเธอถึงเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
มันทำให้เธอประหลาดใจ แม้แต่เหลียวตงไคยอดเพชรผู้เป็นที่ต้องการสำหรับคนโสดมากที่สุด ก็ไม่สามารถทำให้หัวใจเธอเต้นแรงได้มากขนาดนี้ แต่ทำไมชายคนนี้ถึงทำให้เธอรู้สึกพิเศษ
“ฉันแค่อยากจะถามอาศัยอยู่ที่นี่ ค่าเช่าแพงมั้ย”
“ไม่ต้องเช่า”
“ว้าวววว∼ นี่มันเยี่ยมจริง ๆ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะคนสวย มาอาบด้วยกันมั้ย?”
“ไม่ล่ะ ลาก่อน!”
จบตอน#