ชิงหยางทะยานร่างหลบหลีกสิ่งกีดขวางไปอย่างรวดเร็ว สายตาของชิงหยางกวาดพบถ้ำแห่งหนึ่งที่ให้ความรู้สึกประหลาดเหมือนคราที่พบเจอแผ่นหนังแกะ
" ตุบ " สองเท้าหยุดลงที่หน้าปากถ้ำ ชิงหยางกวาดััของตนเข้าสำรวจในถ้ำ
" ถ้ำร้าง " ชิงหยางพึมพำ เขาชักกระบี่ฟ้าสังหารออกมา พลางก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างในอย่างเชื่องช้าสองตากวาดมองฝ่าความมืดในถ้ำ
" กร้อบ " ฝ่าเท้าของชิงหยางเหยียบเข้ากับบางสิ่งจนแตกหัก เด็กหนุ่มย่อตัวหยิบวัตถุนั้นขึ้นมาดู
" กระดุกมนุษย์ " ชิงหยางพึมพำ กระดูกมนุษย์เก่าแก่คร่ำคร่าอายุยาวนานหลายปีจนผิวของกระดูกเป็สีคล้ำ นั่นคือสิ่งที่ชิงหยางคิด
เด็กหนุ่มก้มมองทั่วพื้นถ้ำอย่างรวดเร็ว แล้วก็พบพานกับเศษกระดูกของมนุษย์มากมาย
" กระดูกมนุษย์เหล่านี้มาอยู่ที่นี่ได้เช่นใด รึว่าจะถูกสัตว์อสูรระดับสูงจับมากินที่นี่ " ชิงหยางพูดออกมา
" ไป " ชิงหยางพึมพำ สองเท้าก้าวเดินต่ออย่างเชื่องช้า ทั้งยังกวาดััของตนออกไป
เมื่อฝึกฝนในขั้นหล่อกายาระดับสองได้แล้ว ผู้ฝึกฝนทุกคนจะมีััพิเศษในการสำรวจพื้นที่โดยรอบ
เพียงกำหนดจิตของตนก็จะสามารถสำรวจพื้นที่โดยรอบได้ ยิ่งขั้นฝึกสูงมากเท่าใดการกวาดััพิเศษก็จะยิ่งกว้างไกลมากขึ้นเท่านั้น
ชิงหยางเดินเข้ามาจนถึงกลางถ้ำซึ่งเป็โถงกว้าง สายตาของเด็กหนุ่มกวาดมองทั่วโถงถ้ำ
มีหินรูปร่างคล้ายกับที่นั่งตั้งเรียงรายอยู่ชิดติดผนังถ้ำ " มีก้อนหินใหญ่อยู่ทั้งสิ้นสิบแปดก้อน " ชิงหยางพึมพำ
" ผู้ใดนำหินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาวางไว้ที่นี่ " ชิงหยางครุ่นคิด พลางก้าวเท้าเดินไปยังหินก้อนใหญ่
ชิงหยางมองดูก้อนหินใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยฝุ่น พลางวาดมือไล่ฝุ่นออกหัวคิ้วของเด็กหนุ่มถึงกับพุ่งเข้าชนกัน
เพราะ้าของหินก้อนใหญ่ราบเรียบแลมันวาว " เหมือนมีคนนั่งมาอย่างยาวนานจนผิวขุรขระของหินเรียบเนียน "
ชิงหยางเร่งเดินไปยังหินก้อนถัดไปแลปัดฝุ่นออก สองตาของชิงหยางมองสำรวจทั่วก้อนหินพลางพยักหน้า
หลังจากที่ปัดฝุ่นออกจากหินครบทุกก้อนแล้ว ชิงหยางเดินมายังกึ่งกลางโถงถ้ำพลางกวาดตามองทั่ว
" ที่นี่คงเป็ที่ทำกรรมฐานของยอดยุทธขั้นสูงเป็แน่ " ชิงหยางพึมพำ พลางแหงนหน้ามองยังเพดานถ้ำ
" มิมีสิ่งใด " ชิงหยางพึมพำ
" ลองนั่งดู " ว่าแล้วชิงหยางจึงเดินไปยังหินก้อนแรกที่อยู่ฝั่งซ้าย แลทิ้งกายลงนั่ง
ชิงหยางนั่งขัดสมาธิแลเรียกเดล็ดวิชาชิง์ออกมา แลตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นในร่าง
ครึ่งชั่วยามผันผ่าน ชิงหยางได้แต่ส่ายหน้า " หินก้อนนี้มิมีสิ่งใด " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มลุกยืนแลเดินไปยังหินก้อนที่อยู่ติดกัน แลทิ้งร่างลงนั่ง แลเรียกใช้เคล็ดวิชาชิง์
" เสียเวลาไปอีกครึ่งชั่วยาม " ชิงหยางพึมพำ แลเดินไปยังหินก้อนที่สาม
ชิงหยางทำเช่นนี้จนครบหินทุกก้อน แต่ก็มิพบพานสิ่งใด เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจออกจากถ้ำแลบุกตะลุยล่าสัตว์อสูรต่อ
เมื่อชิงหยางจากไปพลันปรากฎร่างเงาชราขึ้น รางเงาชรามองออกไปยังเด็กหนุ่มที่อยู่ภายนอกพลางพยักหน้า
สีหน้าแลแววตาของร่างเงาชราเปี่ยมสุขแลตื้นตัน " ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุด " ร่างเงาชราพึมพำ
" วันหนึ่งเมื่อเ้ามีพลังมากกว่านี้จงกลับมาที่นี่ เ้าจะได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์มากมาย " ร่างเงาชราพึมพำ แลสลายหายไป
" กึก " ชิงหยางหยุดฝีเท้าไว้ แลผินกายกลับไปยังทิศที่อยู่ของถ้ำแห่งนั้น
" ความรู้สึกเช่นนี้คือสิ่งใด ความรู้สึกเช่นนี้ข้ามิเคยพบพาน มันมีความรัก ความอบอุ่น ความจริงใจ เสมือนเป็ครอบครัว " ชิงหยางพึมพำ
" ไว้ค่อยมาดูอีกที " ชิงหยางสลัดความคิดทิ้งไป แลผินกายเร่งทะยานอย่างรวดเร็ว
" ฟุดฟิด " จมูกของชิงหยางสูดดมกลิ่นสัตว์อสูรที่ลอยตามสายลมลงมา
เด็กหนุ่มทะยานร่างเข้าหลบยังหลังต้นไม้ใหญ่ สองตาจ้องมองยังอสรพิษระดับสองสูงสุดตัวยาวใหญ่ราวสิบจ้าง ที่กำลงเขมือบหมูป่าเกราะเหล็ก
" โจมตีคราเดียวต้องตาย " ชิงหยางพึมพำ พลางปีนป่ายขึ้นบนต้นไม้อย่างรวดเร็ว
ชิงหยางเดินไปตามกิ่งไม้ใหญ่ โดยกางสองแขนออกเพื่อทรงตัว " หยุด " ชิงหยางพึมพำ
ด้ามกระบี่ฟ้าสังหารถูกกำแน่น ปลายที่แตกหักชี้ลงเบื้องล่าง " ไป " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มะโลงจากกิ่งไม้ พลางจับด้ามกระบี่ฟ้าสังหารไว้แน่น
" ตุบ " สองเท้าของชิงหยางเหยียบลงยังหัวของอสรพิษ เด็กหนุ่มแทงกระบี่ลงอย่างรวดเร็ว
" ฉึก " กระบี่ฟ้าสังหารปักลงกลางหัวของอสรพิษั์จนมิดด้าม เด็กหนุ่มทะยานร่างออกอย่างรวดเร็ว
คมกระบี่ฟ้าสังหารเจาะทะลวงกระโหลกหนาของอสรพิษทะลวงเข้าสู่สมองของมัน แลบดขยี้สมองของอสรพิษจนแหลกสลาย
อสรพิษตัวใหญ่ั์ดิ้นพรวดพราดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนสงบนิ่ง " ฟู่ว " ชิงหยางเป่าปากออกมาอย่าง
" มีคนมา " ชิงหยางเร่งเก็บกระบี่แลนำร่างของหมูป่าเกราะเหล็กออกจากปากของอสรพิษ แลส่งสองร่างเข้าในถุงมิติ
" ไป " ชิงหยางทะยานร่างออกจากบริเวณอย่างรวดเร็ว
" กลิ่นโลหิตอสรพิษ " ชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยออกมา
" ไป " ยอดยุทธนับสิบพุ่งทะยานตามกลิ่นโลหิตของอสรพิษอย่างรวดเร็ว
เมื่อเหล่ายอดยุทธมาถึงยังจุดต่อสู้ ก็ได้แปลกใจว่าเหตุใดมีเพียงหยาดโลหิต
" มันหนีไปแล้ว " เสียงหนึ่งดังขึ้น
" อืม " ชายหนุ่มที่เป็หัวหน้ากลุ่มพยักหน้า
" ครานี้มิได้สิ่งใดเลยแต่ก็คงต้องกลับแล้ว เพราะอีกมิกี่วันสำนักก็จะเปิดรับศิษย์ใหม่พวกเราคงต้องวุ่นวายอีกหลายวัน " ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มเอ่ย
" ไป " ชายหนุ่มเอ่ยออกมาแลทะยานออกจากป่าอสูรอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางนั่งหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่มิไกลเท่าใด " จะออกล่าต่อรึกลับ " ชิงหยางพึมพำ
" เวลานี้ได้สัตว์อสูรระดับสองสูงสุดแปดตัวแล้ว ถือว่าน่าจะเพียงพอสำหรับค่าที่พักแล้ว " ชิงหยางพึมพำ
" เช่นนั้นแล้วก็กลับเถิด " ชิงหยางพึมพำ ว่าแล้วก็เร่งทะยานออกจากป่าอสูรอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางเดินทางโดยมิได้หยุดพักโดยใช้เวลาหนึ่งวันจึงมาถึงร้านค้าของตู้ชางชาน
" พี่ตู้ " ชิงหยางร้องเรียก เมื่อเข้ามาในร้าน
" น้องชิง เ้ากลับมาแล้ว " ตู้ชางชานยิ้มหน้าระรื่น เดินออกมาจากหลังร้าน
" ตุบ " ชิงหยางวางถุงมิติลงยังโต๊ะ
" ดี ดี ดี " ตู้ชางชานฉีกยิ้มออกมา พลางพูดพร่ำ
" เ้าได้ร่างของสัตว์อสูรระดับสองสูงสุดมาแปดร่าง แลแก่นอสูรอีกแปดแก่น " สตรีผู้นั้นร้องออกมา
สายตาของนางนั้นเบิกกว้าง แทบมิอยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองเห็น
" เ้าทำได้เช่นใด เ้าไปเพียงผู้เดียว " สตรีผู้นั้นร้องออกมาอีกครา ทั้งยังโง่งมเต็มที่
" พวกเ้าก็ดูน้องชิงเป็ตัวอย่างเอาไว้ ผู้เดียวได้ตั้งแปด พวกเ้าหกคนได้เพียงห้าทั้งยังเป็ระดับสองกลาง " ตู้ชางชานเอ่ย
" เอ่อ " เหล่านักล่าได้แต่ก้มหน้านิ่ง มิเอื้อนเอ่ยอันใด
" น้องชิง เ้าทำได้เช่นใด " สตรีนางนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
" ข้าจะบอก เพียงแค่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมในสังหาร " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" เล่ห์เหลี่ยมในการสังหาร " สตรีนางนั้นเอ่ยออกมา สีหน้าแลแววตาพลันแปรเปลี่ยน
" ข้ามิเคยทำเช่นนั้น มันไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี หากจะสังหารต้องสังหารซึ่งหน้า พุ่งเข้าชนจนสุดแรง " สตรีนางนั้นเอ่ยออกมาด้วยท่าทางห้าวหาญ
" และก็ได้มาซึ่งาแทั่วร่าง ทั้งตกตาย " ชิงหยางเอ่ยออกมา พลางเหยียดยิ้ม
" มีแต่คนโง่เท่านั่นที่ทำเช่นนี้ " ชิงหยางเอ่ยออกมา พลางมองยังเหล่านักล่าที่เวลานี้ถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผล
ชิงหยางวาดมือออกไปยังผ้าพันแผล " นี่ใช่รึไม่ ความภาคภูมิใจของพวกท่าน " ชิงหยางเอ่ย
" ข้าว่ากลุ่มของพวกท่านน่าจะใหญ่กว่านี้ แต่คงเพราะบุกตะลุยอย่างห้าวหาญ จึงเหลือเพียงแค่นี้ " ชิงหยางเอ่ย
" แม้นข้าจะอายุยังน้อย แต่ข้าก็รู้จักโลกมามากพอที่จะรู้ว่าชีวิตมีคุณค่ามากเพียงใด มากกว่าศักดิ์ศรี มากกว่าเกียรติ " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" พี่ตู้ สัตว์อสูรแลแก่นอสูรเหล่านี้คงเพียงพอสำหรับค่าที่พักใน่เวลาที่เหลือ " ชิงหยางเอ่ย
" น้องชิง แน่นอน เ้าอยู่ได้โดยที่มิต้องออกล่าสัตว์อสูรแลกที่พักแล้ว " ตู้ชางชานฉีกยิ้มออกมา
" เ้ามาเหนื่อยๆกลับไปพักเถิด " ตู้ชางชานเอ่ย
" พี่ตู้ข้าลา " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" พี่ชายพี่สาวทุกท่านขอลา " ชิงหยางเอ่ยออกมา แลเดินไปยังหลังร้าน
" ถูกเด็กยังมิสิ้นกลิ่นน้ำนมสั่งสอน ช่างน่าอับอายนัก " ชายคนหนึ่งเอ่ยออกมา
" หึ " ตู้ชางชานยกยิ้มออกมา ในใจนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุขได้ทั้งเงิน ได้ทั้งสั่งสอนนักล่าอวดดีเหล่านี้
ชิงหยางเข้ามาในห้อง แลเร่งทำความสะอาดชำระล้างร่างกายอย่างรวดเร็ว
พลังจากจัดการเื่ส่วนตัวแล้วเสร็จ ชิงหยางมาที่เตียงแลนั่งขัดสมาธิ
" อึก " โลหิตของพยัคฆ์ขาวถูกกลืนลงไปถึงห้าขวด ความร้อนแผ่ซ่านออกทั่วร่าง
พลังที่บ้าคลั่งของพยัคฆ์ขาวพุ่งพวยไปตามมวลกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ทั้งห้าอวัยวะตัน หกอวัยวะกลวง ล้วนถูกพลังอันบ้าคลั่งของพยัคฆ์ขาวบดขยี้
ชิงหยางเปิดใช้งานเคล็ดวิชาชิง์ " วู๊มม " เคล็ดวิชาชิง์เหนี่ยวนำพลังอันบ้าคลั่งของพยัคฆ์ไหลวนไปยังจุดชีพจรทั่วร่าง
" อือ " ชิงหยางถึงกับสะท้านทั่วร่าง เมื่อพลังอันมหาศาลพุ่งทะยานทั่วร่าง
สองสิ่งสอดผสานไหลวนครบเก้ารอบ แลหลั่งไหลเข้าสู่ตันเถียน
" หือ " ชิงหยางถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อสองสิ่งสอดผสานมิเกิดปฏิกิริยาใด
" สงสัยมิพอ " ชิงหยางพึมพำ พลางกลืนโลหิตพยัคฆ์ขาวลงไปอีกห้าขวด
เมื่อสองสิ่งสอดผสานครบเก้ารอบ แลไหลไปยังตันเถียน ก็มิมีปฏิกิริยาตอบสนองจากตันเถียน