บทที่ 10 เจียงอี้ฉวยโอกาสกับโจวจวินฉิง
“หยุด! แกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไงยัยเด็กเหลือขอ! วันนี้ในฐานะลุงใหญ่ ฉันจะสั่งสอนแทนพ่อแม่แกเอง!” เจียงอ้ายฉายอยากจะซ้อมหลานสาวตัวแสบคนนี้นานแล้ว เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้เป็แม่ เขาเลยพุ่งเข้าใส่เธอทันที
เจียงอี้ไม่แม้แต่จะหันกลับไป เธอยกขาเตะได้อย่างแม่นยำ จนเจียงอ้ายฉายลอยละลิ่วไปกองกับพื้นทันที
เขาสำลักและไอออกมาอย่างทรมาน หลังจากนั้นเจียงอ้ายฉายก็โกรธจนตัวสั่น “แกกล้าทำร้ายฉันเหรอ? ฉันเป็ลุงแกนะ เจียงอี้ แกมันเป็แค่สัตว์เดรัจฉาน กล้าดียังไงมาทำร้ายฉัน!”
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก”
เจียงอี้ยิ้ม แต่ในสายตาของคนตระกูลเจียง เธอกลับเหมือนปีศาจร้าย “แค่ทำร้ายคุณมันยังน้อยไป ถ้ายังไม่จ่ายเงินมา ฉันจะทำให้พวกคุณทุกคนตกงาน แล้วจะไล่ออกจากบ้านที่ปู่แบ่งให้ คาดว่าพวกคุณคงไม่เชื่อ งั้นไม่เป็ไร เพราะอีกไม่นานพวกคุณจะได้รู้เองว่าฉันพูดคำไหนคำนั้นเสมอ!”
พ่อเฒ่าเจียงหายใจหอบ
เมื่อเห็นเจียงอี้กำลังจะเดินออกไป เขากลับไปมองลูกชายคนโตกับหลาน ๆ ที่สู้เจียงอี้ไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว แม้แต่เมียกับลูกสะใภ้ใหญ่ยังไม่กล้าเข้าไปพยุงลูกชายด้วยซ้ำ เขามองไปที่ลูกชายคนที่สามกับภรรยาที่นั่งนิ่งเฉยอยู่ชั่วครู่ พลันรู้เหมือนตัวเองแก่ลงไปอีกหลายปี
“แม่เฒ่า ไปเอาเงินมา” พ่อเฒ่าเจียงหลับตาลง เอ่ยปากอย่างไม่เต็มใจ
“หืม?”
“ไปเอาออกมา!”
แม่เฒ่าสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะจ้องเขม็งมาทางเจียงอี้อย่างเคียดแค้น เธอเดินเข้าไปในห้องใหญ่ ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับห่อผ้าผืนหนึ่ง แล้วโยนมันลงบนโต๊ะอย่างแรง “นังหน้าไม่อาย! เอาเงินไปแล้วก็ไสหัวไปให้พ้น!”
ทุกคนในครอบครัวของเธอมองมาด้วยสายตาเบิกกว้าง ทุกคนล้วนเป็คนโลภมาก แม้จะมีเงินอยู่ในมือ แต่เงินตรงหน้าที่มีทั้งแบงก์ย่อยแบงก์ใหญ่รวมกันมากกว่าหนึ่งพันหยวนก็ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเผยความโลภออกมา
หลี่สุ่ยเถาแทบจะพุ่งตัวเข้าไปแย่ง แต่ถูกสามีดึงไว้ก่อน เขาพูดเสียงเบาว่า “เธอจะทำอะไร? ลืมเื่ที่พวกเราตกลงกันไปแล้วเหรอ?”
“ฉันรู้น่า ปล่อยได้แล้ว! น่าโมโหจริง ๆ! แต่ช่างเถอะ คราวนี้อดทนไว้ก่อนแล้วกัน” หลี่สุ่ยเถากัดฟันกรอด ก่อนจะยอมนั่งลงโดยดี
เช้านี้พวกเขาตกลงกันตอนที่เจียงอี้ไม่อยู่แล้วว่า ถ้าไม่ให้เงินได้ก็จะเป็เื่ดี แต่ถ้าเจียงอี้ยังตื๊อจะเอาให้ได้ พวกเขาจะยอมให้ไปก่อน แล้วรออีกสักพัก พอเจียงอ้ายฉายได้เลื่อนขั้นเป็หัวหน้า พวกเขาจะแบ่งบ้านกัน เจียงอี้จะได้ไม่มีสิทธิ์มาอ้างเอาอะไรจากพวกเขาอีก
ถึงตอนนั้น ทั้งงานของน้องชายและเงินหนึ่งหมื่นหกพันหนึ่งร้อยแปดสิบห้าหยวนนี้ สามีของเธอก็จะเอามาเป็ของตัวเองทั้งหมด
ด้วยประสาทััการได้ยินของเจียงอี้ แน่นอนว่าเธอได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่อย่างชัดเจน และเห็นท่าทีที่ไม่ดีของแม่เฒ่าด้วย แต่เธอไม่ได้สนใจ
เจียงอี้เดินเข้าไปนับเงินอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าครบจำนวน เธอจึงยิ้มออกมา “ยินดีกับทุกคนด้วยนะคะ ต่อไปนี้ห้องโถงของพวกคุณจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกแปดตารางเมตร”
แต่อย่าเพิ่งดีใจไป บ้านห้าสิบตารางเมตรหลังนี้ อีกไม่นานก็จะไม่ใช่ของปู่กับย่าอีกแล้ว
ทำไมพวกตระกูลเจียงถึงได้หน้าด้านหน้าทนใช้เงินของบ้านเจียงอ้ายกั๋ว แถมยังอยู่บ้านที่ไม่ควรได้ไปอีก พวกเขาคิดอะไรกันอยู่!
แต่ก่อนอื่นเจียงอี้ต้องหาเงินก่อน ถ้ามีเงินแล้วค่อยว่ากัน ไม่อย่างนั้นเงินแค่หกสิบหยวนในกระเป๋า ไม่สิ ตอนนี้เหลือแค่สามสิบเก้าหยวนแล้ว จะจัดการครอบครัวตระกูลเจียงคงเป็ไปไม่ได้
หลังจากได้เงินมาแล้ว นอกจากแบ่งให้พ่อแม่เอาไปใช้จ่ายเพื่อบำรุงร่างกาย เริ่มฝังเข็มและอาบยาสมุนไพรให้พ่อตามอาการแล้ว เจียงอี้กลับไม่รีบร้อนหาบ้านใหม่ เธอรอเจียงเฟยหยางน้องชายเธอกลับมาก่อนค่อยจัดการ
เจียงอี้ยุ่งทั้งวัน เธอแบ่งพื้นที่สามหมู่ในมิติลับออกเป็ส่วน ๆ ข้าวสาลี ข้าวโพด และพืชผลอื่น ๆ ปลูกเพียงหนึ่งหมู่ เพราะใช้เวลาเติบโตค่อนข้างนาน หลังจากนั้นเธอก็ปลูกพืชผักสวนครัวที่เหลือลงไปทั้งหมด ทั้งยังเอาไม้มาล้อมรั้วเลี้ยงไก่ เป็ด ห่านโดยเฉพาะ
หลังจากเสร็จงาน เธอเลยไปตลาดมืดเพื่อซื้อแป้ง น้ำมัน และเครื่องปรุงต่าง ๆ สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ เธอได้เข็มเงินมาด้วย หลังจากฆ่าเชื้อแล้ว เธอก็นำติดตัวไปด้วยความดีใจ
ตอนนี้เจียงอี้ยากจนมาก ขนาดล้อจักรยานยังไม่มีปัญญาซื้อ เลยต้องแบกของกลับเองอย่างยากลำบาก ร่างกายของเธอยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ในขณะที่เธอกำลังรู้สึกเหนื่อยหอบ จู่ ๆ บนบ่าก็เบาหวิว
"พี่โจว?" เจียงอี้อุทานด้วยความดีใจ
"อืม" โจวจวินฉิงพูดน้อย แต่ยังช่วยเธอถือถุงแป้งด้วยมือเดียว
เจียงอี้ไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งยังรู้สึกว่าตอนที่โจวจวินฉิงช่วยยกของแบบนี้ เหมือนกับว่าตัวของเขาพลันมีแสงเปล่งประกายไปทั่วทั้งตัว
ไม่เสียแรงที่เธอถือว่าเขาเป็สหาย!
เท่สุด ๆ ไปเลย!
สายตาที่จ้องมองมาทำให้โจวจวินฉิงรู้สึกเก้อเขิน เขาจึงละสายตาไปทางอื่นพลางพูดขึ้นว่า "มองอะไร?"
"ฉันกำลังมองว่าทำไมคุณทั้งหน้าตาดี แถมยังใจดีอีก..." เจียงอี้พูดพลางขมวดคิ้ว "เอ๊ะ! นั่นกลิ่นอะไรน่ะ?"
คำชมตรงไปตรงมาทำให้โจวจวินฉิงถึงกับพูดไม่ออก เด็กสาวคนนี้ช่างพูดจาเหลวไหลได้ทุกวัน
แต่เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก พลางนึกถึงร้านอาหารของรัฐที่เพิ่งเดินผ่านไปเมื่อครู่ เขาคิดว่าเธอคงหิว จึงเอ่ยปากถาม "กลิ่นกับข้าวเหรอ? ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงหรือไง?"
"ไม่ใช่ กลิ่นเืต่างหาก" เจียงอี้ยืนยันอย่างมั่นใจ
ชาติที่แล้วเธอได้ร่ำเรียนวิชาแพทย์กับอาจารย์ จนกระทั่งมีความเชี่ยวชาญเป็อย่างมาก แม้จะไม่ได้ประกอบอาชีพเป็หมอ แต่เพื่อนสนิทที่ขอให้เธอช่วยรักษาก็มีไม่น้อย เื่แค่นี้เธอยังมีความสามารถพอที่จะตัดสินได้
โจวจวินฉิงถึงกับชะงักเมื่อได้ยินดังนั้น เขาหันกลับมามองเจียงอี้ทันที ดวงตาที่เคยสงบนิ่งพลันแปรเปลี่ยน แววตาแฝงไปด้วยความประหลาดใจไม่น้อย
เจียงอี้ไม่ใช่คนโง่ เมื่อเห็นท่าทางของโจวจวินฉิง เธอจึงรู้ได้ทันที "คุณาเ็เหรอ?"
พูดจบ เธอจึงกวาดสายตามองอย่างรวดเร็ว ด้วยประสบการณ์เธอจึงมองออกทันทีว่าท่าทางของโจวจวินฉิงนั้นผิดปกติ ยิ่งมองดูดี ๆ ก็พบว่าตรง่ท้องของเขา เสื้อเชิ้ตสีเข้มมีรอยด่างอยู่ คาดว่าตอนที่เขาออกแรงยกของเมื่อครู่ แผลคงจะฉีกขาด เืจึงซึมออกมา
เจียงอี้ใจร้อนรีบวางของในมือลงพื้นทันที ก่อนจะเอื้อมมือไปที่หน้าท้องของโจวจวินฉิง “ขอฉันดูหน่อยค่ะ”
โจวจวินฉิง “...”
แววตาที่กำลังคาดเดาอย่างระมัดระวังทั้งหมดหายไปในทันที เมื่อเขาถูกเจียงอี้ัั ทำเอาใบหูของโจวจวินฉิงแดงก่ำขึ้นมา
“คุณ อย่านะ...” โจวจวินฉิงหลบมือของอีกฝ่ายด้วยความร้อนรน
แต่ฝ่ามือนั้นแนบอยู่บนหน้าท้องของเขาแล้ว แม้จะมีเสื้อเชิ้ตอยู่ชั้นหนึ่ง แต่เสื้อเชิ้ตที่ใส่ในฤดูร้อนนั้นบางมาก ความรู้สึกนุ่มนวลนั้นแทบไม่ต่างจากการััร่างกายของเขาโดยตรงเลย
เขาเติบโตมาขนาดนี้ เพิ่งเคยถูกเด็กสาวััตัวเป็ครั้งแรก รู้สึกเพียงว่าความร้อนพุ่งตรงไปที่ศีรษะ ใบหูแดงราวกับควันจะพุ่งออกมา
“คุณจะหลบทำไมคะ?”
น้ำเสียงของเจียงอี้ดูร้อนรนอย่างไม่รู้ตัว เเละเผลอนึกถึงประสบการณ์ตอนที่ตรวจาแให้คนอื่น พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาของโจวจวินฉิงแดงก่ำ...
อืม?
อื้ม!
เจียงอี้รู้สึกทึ่งมาก
นี่โจวจวินฉิงกำลังเขินเหรอเนี่ย?
พอคิดได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป เจียงอี้จึงรีบชักมือกลับอย่างเขินอาย
ตอนนั้นเธอไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ
ชาติที่แล้วตอนเธอเป็หมอ ในสายตาของหมอนั้นมีแต่คนไข้ ไม่ได้แบ่งแยกหญิงชาย อีกอย่างโจวจวินฉิงเป็คนที่ดีกับเธอทั้งสองชาติ แม้ว่าปกติเจียงอี้จะไม่พูด แต่ถ้าเป็คนอื่น เธอคงไม่ทำตัวขี้อ้อนแล้วขอเช่าบ้านเขาอยู่แบบนี้หรอก ในส่วนลึกของหัวใจ เจียงอี้รู้สึกว่าโจวจวินฉิงนั้นแตกต่างจากคนอื่น
นั่นเป็เหตุผลที่เธอรีบร้อน
แต่ตอนนี้พอเห็นใบหน้าหล่อเหลาของโจวจวินฉิงแดงก่ำด้วยความเขินอาย เจียงอี้ก็เพิ่งรู้สึกตัวว่า เธอ... ดูเหมือนจะ... เอาเปรียบโจวจวินฉิงไปหน่อยหรือเปล่านะ?
แล้วที่เธอััมันเมื่อกี้มันคือกล้ามหน้าท้องใช่ไหม? เป็กล้ามเนื้อหน้าท้องของโจวจวินฉิงจริง ๆ ใช่ไหม?!