หลังจากมื้อค่ำที่เต็มไปด้วยความเงียบงันจนแทบสำลักจบลง ไกรอาสาเดินมาส่งส่งทั้งคู่ที่หน้าปากซอยหอพัก เขาไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากพยักหน้าให้ทีหนึ่งแล้วหันหลังเดินกลับไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และความอึดอัดที่ยังค้างคา
เปรี้ยวกับนิดเดินเคียงข้างกันไปตามทางเท้าที่เงียบสงัด เปรี้ยวก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองสลับกับเงาที่ทอดยาวบนพื้น ใจเธอมันว้าวุ่นจนทนไม่ไหว สุดท้ายก็โพล่งถามสิ่งที่ค้างคาใจออกมา
“นิด... มึงไปรู้เื่พี่ไกรมาจากไหนวะ? ทำไมมึงถึงรู้ลึกขนาดนี้... ทั้งที่กูแทบจะไม่เคยเห็นเขาเปิดปากเล่าอะไรเลย”
นิดชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ถอนหายใจยาวพลางมองไปข้างหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
“มึงจำ ‘พี่โจ้’ มือกลองคนเก่าวงเราได้ป่ะ? คนที่ลาออกไปทำงานต่างจังหวัดเมื่อปีก่อนน่ะ” นิดหันมาสบตาเปรี้ยว “พี่โจ้เขาเป็เพื่อนรักกับพี่ไกรมาั้แ่สมัยเรียนช่างด้วยกัน... เขาเห็นทุกอย่าง เห็นตอนที่พี่ไกรคลั่งรักดาว เห็นวันที่พี่ไกรโดนตำรวจลากตัวไปหน้าสถานบันเทิงนั่น... แล้วเขาก็เป็คนบอกกูเอง ในวันที่พี่ไกรพ้นโทษออกมาแล้วเริ่มกลับมาวนเวียนอยู่ที่สตูดิโอใหม่ ๆ”
เปรี้ยวนิ่งฟัง ใจสั่นระรัว “แล้ว... พี่โจ้เล่าอะไรอีกมึง?”
“พี่โจ้บอกกูว่า... พี่ไกรมันเปลี่ยนไปเป็คนละคนว่ะเปรี้ยว จากคนที่มีอนาคต มีฝีมือ กลายเป็คนขวางโลก ใช้กำลังแก้ปัญหา เพราะมันฝังใจว่าความสุภาพและความอ่อนแอของมันในวันนั้น ทำให้มันปกป้องดาวไม่ได้...
วันที่มันเห็นมึงครั้งแรกในวันออดิชั่น พี่โจ้บอกว่าพี่ไกรแม่งมือสั่นจนถือไม้กลองแทบไม่อยู่ มันจ้องมึงเหมือนเห็นผี... เหมือนเห็นชีวิตที่มันสูญเสียไปฟื้นขึ้นมาใหม่ต่อหน้า”
นิดหยุดเดินแล้วจับไหล่เปรี้ยวเบา ๆ
“กูถึงได้พยายามเตือนมึงไง... เพราะกูไม่รู้ว่าที่มันทำดีกับมึง หรือที่มันพยายามคุมตัวมึงไว้ มันรัก ‘มึง’ จริง ๆ หรือมันแค่พยายาม ‘แก้ตัว’ กับสิ่งที่มันทำพลาดไปกับดาวกันแน่... กูไม่อยากให้มึงเป็แค่ตุ๊กตาตัวแทนของใครว่ะเปรี้ยว”
เปรี้ยวรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง คำว่า "ตัวแทน" มันปักลึกกลางอก ความทรงจำเมื่อคืนที่ไกรกอดเธอไว้แน่น... ััที่รุนแรงแต่แฝงไปด้วยความหวงแหนอย่างบ้าคลั่ง ตอนนั้นเขามองเห็นหน้าเธอ หรือเขามองเห็นหน้าผู้หญิงที่ชื่อ "ดาว" กันแน่?
“กูเข้าใจแล้วนิด...” เปรี้ยวพูดเสียงสั่น น้ำตาหยดลงบนพื้นทางเดิน “ขอบใจนะที่บอกกู... กูคงต้องหาคำตอบจากเขาเองให้ได้ ว่ากูมีค่าพอจะเป็ ‘เปรี้ยว’ สำหรับเขาได้มั้ย หรือกูเป็ได้แค่เงาของคนที่ตายไปแล้ว”
คืนนั้นเปรี้ยวนอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาในความมืด ในหัวมีแต่รูปถ่ายโพลารอยด์ใบนั้น... รอยยิ้มของดาวที่เหมือนเธอจนน่ากลัว และรอยยิ้มของไกรที่ดูมีความสุขที่สุดในชีวิต... ซึ่งเธอไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนั้นจากเขาเลยสักครั้งเดียว
เปรี้ยวสูดลมหายใจลึกพลางจ้องมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ผมยาวสลวยที่เคยเป็เอกลักษณ์บัดนี้ถูกตัดสั้นกุดจนถึงต้นคอ และถูกย้อมด้วยสีบลอนด์ทองสว่างสุกใส เธอกัดริมฝีปากแน่นพลางคิดถึงรูปถ่ายโพลารอยด์ใบนั้น... รูปของ 'ดาว' ที่เหมือนเธอจนน่ากลัว
“ถ้าหนูไม่เหมือนดาว... พี่จะยังรักหนูมั้ยคะพี่ไกร?” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิง
ตอนเย็น ที่สตูดิโอซ้อมวง
บรรยากาศในห้องซ้อมเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมวง ทว่าทันทีที่เปรี้ยวก้าวเท้าเข้าไป... ทุกเสียงกลับเงียบสงบลงราวนัดกันไว้
ทุกคนในวงอึ้งจนตาค้าง!
เปรี้ยวในลุกส์ใหม่นี้ดู "สวยแปลกตา" และ "โฉบเฉี่ยว" ขึ้นกว่าเดิมมาก จากที่เคยเป็สาวหวานเรียบร้อย บัดนี้เธอกลายเป็สาวทันสมัยที่พกพาความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม แสงไฟในห้องซ้อมสะท้อนกับสีผมใหม่ของเธอจนดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
“เฮ้ย เปรี้ยว! มึงไปทำอะไรมาวะ?! แม่งโคตรสวยเลยว่ะ!” นิดอุทานออกมาเป็คนแรกพลางวิ่งเข้ามาจับผมเพื่อน
ไกรที่กำลังตั้งสายกีตาร์อยู่หลังเวทีหันมามองตามเสียงฮือฮา และวินาทีนั้น... โลกทั้งใบของเขาก็เหมือนหยุดหมุน
ไกรจ้องมองเปรี้ยวตาค้าง กีตาร์ในมือเกือบจะหลุดลงพื้น ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตกตะลึงผสมกับความอัศจรรย์ใจ ภาพของ 'ดาว' ที่เคยซ้อนทับอยู่บนใบหน้าของเปรี้ยวมาตลอด... บัดนี้กลับเลือนหายไปอย่างสมบูรณ์ เหลือเพียงผู้หญิงที่ชื่อ "เปรี้ยว" ที่สวยสง่าและโดดเด่นอยู่ตรงหน้าเขา
เขาค่อยๆ วางกีตาร์ลงแล้วก้าวขาเดินตรงไปหาเธอช้าๆ ทุกคนในวงได้แต่นิ่งเงียบพลางลุ้นระทึกว่าไกรจะทำอย่างไร เปรี้ยวตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้ที่เธอไม่เหมือนดาว
ไกรหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ จ้องมองดวงตาคู่สวยที่เคยทำให้เขาคลั่งด้วยความหลงใหลอย่างประหลาด แววตาดุดันแดงก่ำของเขาในคืนนั้น บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและเทิดทูน
ไกรจ้องมองเปรี้ยวในลุกส์ใหม่ด้วยสายตาที่สั่นระริก เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ ท่ามกลางสายตาคนทั้งวงที่เงียบกริบ มือหนายกขึ้นแตะปลายผมสั้นสีสว่างของเธออย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยเสียงพร่า
“พี่ขอโทษนะเปรี้ยว... ที่เมื่อคืนพี่เอาแต่เงียบ ไม่พูดไม่อธิบายอะไรเลย จนทำให้มึงต้องคิดมากขนาดนี้” ไกรสบตาเธอตรงๆ ครั้งนี้ไม่มีแววดุดันเหลืออยู่เลย “เื่ดาว... มันเป็ปมในใจพี่ที่พี่แก้ไม่ตกมาตลอด พี่ผิดที่เผลอเอาความกลัวไปยัดเยียดใส่มึง พี่ทำรุนแรงเพราะพี่ขี้ขลาด พี่กลัวจะเสียมึงไปเหมือนที่เคยเสีย”
หยาดน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นที่ขอบตาของเปรี้ยวขณะฟังเสียงห้าวต่ำที่กำลังสั่นเครือ
“รูปนั้นมันก็แค่เศษกระดาษใบหนึ่งว่ะเปรี้ยว... พี่จะบอกมึงตรงนี้เลยนะ ว่าตลอดเวลาที่พี่อยู่กับมึง พี่ไม่เคยเห็นใครซ้อนทับอยู่ในตัวมึงเลยสักวินาทีเดียว ถึงหน้าตามึงจะเหมือนเขาจนน่าใ แต่นิสัยมึงไม่มีอะไรเหมือนดาวเลยสักนิดเดียว มึงเข้มแข็งกว่า มึงดื้อกว่า และมึงเป็ตัวของตัวเอง”
ไกรใช้นิ้วโป้งลูบน้ำตาที่แก้มเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยนที่สุด
“พี่รับได้มาตั้งนานแล้วว่ะเปรี้ยว ว่ามึงคือเปรี้ยว ไม่ใช่ตัวแทนของใครทั้งนั้น ต่อให้วันนี้มึงจะตัดผมสั้น ย้อมสีผมจนไม่เหลือเค้าเดิม หรือต่อให้มึงจะเปลี่ยนไปมากกว่านี้ พี่ก็ยังยืนยันคำเดิม... ว่าคนที่กูรักอยู่ตรงนี้ คือมึงแค่คนเดียว”
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากปากผู้ชายปากหนักอย่างไกร ทำเอาเปรี้ยวปล่อยโฮออกมาทันที ความอัดอั้นและความสงสัยทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา เธอก้าวเข้าหากอดเขาไว้แน่น ซบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่บัดนี้กลายเป็ที่พักพิงที่ปลอดภัยที่สุด
ไกรกอดตอบเธอแน่นขึ้นพลางลูบหัวปลอบประโลม “พี่รักเปรี้ยวนะคะ... รักที่เป็แบบนี้ และพี่สัญญาว่าหลังจากนี้ พี่จะรักมึงในฐานะผู้หญิงของพี่ ไม่ใช่เงาของใครอีกต่อไป”
หึ... หึๆ" เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความสมเพชดังแทรกขึ้นมา
ทุกคนหันไปมองทางต้นเสียง... โอ๊ต นักร้องนำอีกคนของวง ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องซ้อม