หลังวางสายจากน้องชายที่แสนดื้อรั้นไปแล้วภานุก็สาวเท้าตรงดิ่งไปที่ห้องครัวทันทีเพื่อตามหาแม่นมซึ่งเขามีเื่ต้องพูดคุยและตกลงกับท่านให้เรียบร้อยก่อนที่นาวินน้องชายของเขาจะกลับมาอยู่ที่นี่เพื่อเป็การตัดไฟเสียั้แ่ต้นลม
‘ฮึ! ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแกคิดยังไงกับน้องป่าน แกอย่าหวังเลยนายวิน...ยังไงซะน้องป่านก็ต้องเป็ของฉันคนเดียวเท่านั้น’ ชายหนุ่มคิดในใจอย่างหมายมั่นก่อนจะหันไปเอ่ยคำสั่งกับสาวใช้ที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บล้างและทำความสะอาดในครัว
“ช่วยตามนมอิ่มไปพบฉันที่ห้องทำงานที... อ่อ นมอิ่มคนเดียวนะ”
ที่ต้องสั่งแบบนั้นเพราะปกติแล้วนมอิ่มมักจะให้หลานสาวคนสวยคอยแนบชิดตามติดไปไหนมาไหนด้วยเสมอแต่ครั้งนี้เขา้าพูดคุยกับแม่นมเพียงลำพังเท่านั้น
“ค่ะคุณนุ” สาวใช้นามว่าลำพึงขานรับคำสั่งแล้วพยักหน้าหงึกหงักเป็เชิงเข้าใจ จากนั้นก็วิ่งไปที่เรือนเล็กหลังบ้านซึ่งเป็ที่พักของแม่นมกับหลานสาวอย่างรวดเร็ว
จากนั้นภานุก็กลับเข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง
ก่อนจะคว้าหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากดโทรออกไปหาทนายสมภพซึ่งเป็ทนายความและที่ปรึกษาประจำตระกูลเพื่อเชิญให้อีกฝ่ายมาพบและร่วมรับประทานอาหารค่ำด้วยกันเพราะวันนี้เขามั่นใจว่าคนเป็น้องจะต้องกลับมาที่นี่และเขาก็จะมอบหมายงานให้ทันทีโดยใช้อำนาจท่านประธานใหญ่และพี่ชายไปพร้อมๆ กันด้วย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มหันไปมองด้วยความสนใจ
“นมเองค่ะคุณนุ”
ทันทีที่ได้ยินเสียงของคนที่เขา้าพบร่างสูงก็ลุกขึ้นพรวดจากเก้าอี้แล้วตรงดิ่งไปเปิดประตูให้อย่างรวดเร็ว
“เชิญครับนม”
“ค่ะ... รอนานไหมคะ พอดีนมกำลังให้ยัยป่านช่วยเก็บเสื้อผ้าเก่าๆใส่กล่องน่ะค่ะ” นมอิ่มพูดพร้อมทั้งส่งยิ้มน้อยๆให้กับชายหนุ่มที่กำลังเข้ามาประคองพานางเข้าไปในห้อง
“ไม่นานหรอกครับ... ว่าแต่ จะเก็บเสื้อผ้าไปไหนกันเหรอ” ภานุถามพลางส่งตัวแม่นมให้นั่งลงที่โซฟาตัวยาวตรงมุมห้องอย่างนุ่มนวล
“ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่ทั้งนั้นมันเยอะเต็มตู้จนแน่นไปหมด ก็เก็บๆ มันไปบ้าง”
“ครับ งั้นผมค่อยโล่งใจหน่อย นึกว่านมจะทิ้งกันซะแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยแซวอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม
“หืม นมจะทิ้งไปไหนได้ล่ะคะคุณนุ นมน่ะแก่แล้วนะ...ว่าแต่คุณนุมีเื่อะไรจะพูดกับนมหรือคะ” นมอิ่มตอบกลับยิ้มๆแล้วถามถึงสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าเรียกให้มาพบซึ่งนางเองก็พอจะรู้แล้วว่าเื่อะไร
“ผมจะไม่อ้อมค้อมนะครับนม... เอ่อ...นมยังไม่ลืมเื่ของผมกับน้องป่านที่คุณแม่ท่านเป็คนจัดการให้ใช่ไหมครับ”
คำถามของชายหนุ่มทำให้ผู้าุโหันไปมองหน้าเขาอย่างใช้ความคิดก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนัก
“นมไม่ได้ลืมหรอกค่ะ แต่ไม่คิดว่าคุณนุจะยัง... เอ่อ...”
เื่มันก็ผ่านมานานเป็สิบปีแล้วนมอิ่มก็ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะยังรู้สึกแบบนั้นกับสายป่านหลานสาวของนางอยู่อีกเพราะคิดว่าทั้งหน้าที่การงาน ชื่อเสียงเงินทอง และสังคมของคนรอบข้างที่กว้างขวางมากขึ้นอาจจะทำให้เขาเปลี่ยนใจไปแล้วก็ได้...แต่ก็เปล่าเลย
ภานุจ้องมองสีหน้าที่ดูเป็กังวลและครุ่นคิดของนมอิ่มแล้วทำให้เขาเกิดนึกหวั่นขึ้นมาตงิดๆจำต้องเผยความในใจให้ท่านได้ฟังอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคงเหมือนเช่นวันวาน
“ผมขอยืนยันคำเดิมนะครับนม...ผมรักน้องป่านและผมก็เชื่อว่าเธอไม่ได้รังเกียจผมด้วย”
“งั้นนมขอเวลาอีกสักหน่อยนะคะ แล้วนมจะบอกเื่นี้กับยัยป่านเองค่ะ”ผู้าุโแบ่งรับแบ่งสู้อย่างใจเย็นเพราะยังไงนางก็อยากให้หลานสาวได้เลือกในสิ่งที่ตัวเอง้าจริงๆไม่ใช่ผู้ใหญ่บังคับที่สำคัญนางก็ไม่อยากให้คนอื่นมองว่าพาหลานสาวมาจับจองลูกชายบ้านนี้ั้แ่เล็กๆเพื่อหวังสุขสบายและรวยทางลัด
“ตอนนี้น้องป่านก็เรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายแล้วนะครับหากเป็ไปได้ผมอยากจะแต่งงานกับน้องทันทีที่เรียนจบครับนม” ชายหนุ่มพยายามหว่านล้อมและบอกความตั้งใจของตัวเองออกไป จะว่าเขาใจร้อนหรือเห็นแก่ตัวก็เถอะเขาไม่อยากรอต่อไปอีกแล้ว...ยิ่งนานวันเข้าความ้าที่อยากจะเป็เ้าของเธอก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนแทบจะทนเก็บไว้ไม่อยู่
“ค่ะคุณนุ นมเข้าใจ แต่นม...” เสียงของผู้าุโที่เตรียมจะเอ่ยคัดค้านขอต่อเวลาถูกกลืนหายเข้าไปในลำคออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเจอคำอ้อนวอนแกมบังคับของชายหนุ่มตรงหน้า
“นะครับนม หรือว่านมลืมความตั้งใจของคุณแม่ผมไปแล้ว”
ภานุจำเป็ต้องยกมารดาที่ล่วงลับไปแล้วขึ้นมาอ้างเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของแม่นม...และมันก็ได้ผล
นมอิ่มนิ่งคิดเพียงครู่ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆแล้วตอบตกลงอย่างคนอับจนหนทางที่จะหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
“ตกลงค่ะ นมจะเป็คนสานต่อความตั้งใจของคุณผกาเองแต่นมขอเวลาอีกสักหน่อยนะคะ”
“ได้ครับนม... ขอบคุณมากครับ” ภานุยิ้มกว้างด้วยความดีใจจนปิดไม่มิดเมื่อได้รับคำตอบที่ตรงใจจากผู้าุโ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นนมขอตัวก่อนนะคะจะไปดูยัยป่านเก็บเสื้อผ้าในตู้น่ะค่ะ เสร็จแล้วจะได้เตรียมอาหารเย็นกันเลย”นมอิ่มบอกเรียบๆ พร้อมทั้งขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟาช้าๆตอนนี้นางอยากอยู่คนเดียวเพื่อคิดหาวิธีที่จะพูดคุยกับหลานสาวคนสวยดูก่อนว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับชายหนุ่มบ้างหรือไม่ถ้าหากว่าใจตรงกันจริงๆ มันก็ไม่ใช่เื่ยาก แต่ถ้าไม่ตรงล่ะ...มันจะต้องเกิดเื่วุ่นวายขึ้นแน่ๆ
“ครับนม งั้นผมเดินไปส่งที่เรือนนะครับ” คนหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนแล้วเข้าไปประคองร่างอวบของแม่นมอย่างเอาใจ
“ไม่เป็ไรค่ะคุณนุ นมไปเองได้... คุณนุทำงานเถอะค่ะ”
“ผมไม่มีงานอะไรต้องทำหรอกครับนม ที่เข้ามานี่ก็เพราะรอคุยกับนมนั่นแหละ...และผมก็ว่าจะชวนน้องป่านออกไปข้างนอกด้วย... นมอนุญาตนะครับ” ชายหนุ่มพูดบอกพลางช่วยประคับประคองผู้าุโให้ก้าวออกจากห้องทำงานของตัวเองไปด้วยกัน
“ได้สิคะคุณนุ... แล้วจะออกไปไหนกันหรือคะ”
“ผมจะชวนน้องป่านออกไปซื้อหนังสือครับได้ยินว่าอยากได้อยู่หลายเล่มเอามาทำรายงานวันนี้ผมว่างก็เลยจะพาไปเลือกซื้อน่ะครับ”
“ไม่น่าลำบากเลยค่ะคุณนุ เดี๋ยวยัยป่านก็ไปหาซื้อกับเพื่อนๆหลังเลิกเรียนก็ได้ วันหยุดทั้งทีคุณนุจะได้พักผ่อนบ้าง”
นมอิ่มบอกอย่างนึกเกรงใจ เพราะต่างก็รู้ๆกันดีอยู่แล้วว่าชายหนุ่มไม่ค่อยมีเวลาได้พักผ่อนนักปกติก็ทำแต่งานทุกวันจนแทบไม่ได้หยุดเหมือนคนอื่นๆ เขา
“ไม่ลำบากเลยครับนมการได้ดูแลนมกับน้องป่านถือเป็การพักผ่อนที่มีความสุขที่สุดของผมแล้วครับ”
ภานุตอบด้วยรอยยิ้มที่แสดงถึงความยินดีและเต็มใจจนคนฟังพลอยยิ้มตามไปด้วยหากหลานสาวของนางจะมีวาสนาสูงส่งถึงผู้ชายคนนี้ก็นับว่าเป็บุญแล้วหละใครเลยจะไม่อยากได้ชายหนุ่มที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างแบบนี้มาเป็คู่ครองกันล่ะ
เมื่อเดินมาถึงเรือนเล็กก็พบว่าสายป่านนั่งรอผู้เป็ยายอยู่ก่อนแล้วนมอิ่มพูดบอกกับภานุเพียงสองสามคำก่อนจะขอตัวขึ้นเรือนไปพักผ่อนส่วนสายป่านเมื่อพายายขึ้นไปส่งที่ห้องนอนแล้วก็กลับลงมาหาชายหนุ่มเ้าของบ้านซึ่งเขาบอกว่าจะพาเธอออกไปซื้อหนังสือข้างนอกด้วยกัน
เวลาล่วงเลยไปจนเย็น นาวินขับรถมอเตอร์ไซค์คันหรูคู่ใจเข้ามาจอดที่ป้อมยามหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เขาเคยอยู่มาั้แ่เกิด
ชายหนุ่มถอดหมวกกันน็อคออกแล้วพูดคุยกับรปภ.เพียงครู่ประตูรั้วอัลลอยก็เปิดออกกว้างต้อนรับให้เขาเข้าไปข้างในได้อย่างสะดวกสบาย... เพราะที่นี่คือบ้านของเขา
นาวินขับรถเข้ามาจอดที่โรงรถด้านข้างของคฤหาสน์เหมือนเป็เื่ปกติ ทั้งๆที่เขาเพิ่งมาที่นี่เป็ครั้งแรกหลังจากที่หายไปเกือบสิบปีร่างสูงก้าวลงจากรถแล้วหันไปมองรอบๆ ตัวเหมือนกำลังสำรวจความเปลี่ยนแปลงของที่นี่แต่ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมดังเช่นในวันที่เขาจากไปแต่สิ่งที่เขาััได้ทันทีนั่นก็คือความเงียบเหงา...มันเป็สิ่งที่เขาเกลียดที่สุด... ‘ผู้คนหายไปไหนกันหมดนะ’นาวินพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะขยับเท้าเดินตรงเข้าไปในบ้านอย่างเงียบๆ
พลันความคิดในแวบแรกคนที่เขาอยากเจอมากที่สุดตอนนี้ก็คือ สาวน้อยสายป่านหญิงสาวที่เขาหลงรักั้แ่ครั้งเยาว์วัยภายในใจนั้นอยากรู้เหลือเกินว่าถ้าหากได้พบเจอกับเธอใกล้ๆความสวยน่ารักของเธอจะสามารถสะกดลมหายใจของเขาได้หรือเปล่า ชายหนุ่มอมยิ้มน้อยๆให้กับความคิดของตัวเองจากนั้นก็สาวเท้าตรงดิ่งไปที่ห้องครัวทันทีเพราะคิดว่าเวลาเย็นๆ แบบนี้นมอิ่มแม่นมที่เขารักและเคารพจะต้องอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอนรวมทั้งแม่ครัวและคนรับใช้ที่เขายังจดจำทุกคนได้ไม่เคยลืมด้วย
“สวัสดีครับสาวๆ” ร่างสูงหยุดยืนที่หน้าประตูแล้วทักทายแม่ครัวกับลูกมืออีกสองคนที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเย็นจนไม่ทันสังเกตหรือได้ยินว่ามีคนเข้ามาในบ้าน
เสียงเข้มๆของผู้มาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้สามสาวแม่ลูกหันไปมองพร้อมกันด้วยความใ
“ว๊าย! แกเป็ใคร เข้ามาในนี้ได้ยังไงหะ” ผู้เป็แม่ร้องโวยวายขึ้นมาพร้อมทั้งคว้ามีดเล่มใหญ่เอาไว้เพื่อป้องกันตัวส่วนลูกมืออีกสองคนก็ช่วยกันหยิบจับคว้าอาวุธใกล้ตัวขึ้นมาไว้ในมือทันที
“ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!ใครก็ได้โทรแจ้งตำรวจที ขโมยค่ะขโมย” ลำพึงที่ถือสากอยู่ในมือหันซ้ายแลขวาร้องะโลั่นบ้านเพราะคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็ขโมยจริงๆส่วนลำเพยนั้นมีตะหลิวกับฝาหม้ออันใหญ่อยู่ในมือเตรียมพร้อมจะเข้าโจมตีอีกฝ่ายเต็มที่
นาวินยืนมองสามแม่ลูกตระกูลลำทำท่าทางแปลกๆจนต้องหลุดขำพรืดออกมาจนท้องแข็งก่อนจะรีบออกปากห้ามสาวใช้ที่กำลังคิดจะวิ่งออกไปหน้าบ้านเอาไว้ได้ทัน
“เดี๋ยวครับเดี๋ยว ป้าลำดวน ลำพึง ลำเพย จำผมไม่ได้หรือไงครับ”
คำพูดของชายหนุ่มแปลกหน้าทำให้ลำดวนแม่ครัวใหญ่ค่อยๆ ลดมือที่ถือมีดลงช้าๆแล้วเพ่งพินิจพิจารณาใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าก่อนจะตามมาด้วยอาการตื่นใที่ยิ่งกว่าเจอขโมยอีกหลายเท่า
“ตายแล้ว! คุณนาวิน คุณวินของป้าจริงๆ ใช่ไหมคะเนี่ย” ลำดวนร้องทักเสียงดังลั่นด้วยความดีใจแล้วทิ้งมีดในมือลงทันทีส่วนอีกสองสาวต่างก็หันมองสบตากันอย่างงงๆ เล็กน้อย เหมือนจะจำได้รางๆว่าชายหนุ่มคนนี้คือเ้านายน้อยของคฤหาสน์ที่หนีจากไปเมื่อหลายปีก่อน
“ใช่ครับ ผมกัปตันนาวิน สีหราชเมธี ตัวจริงเสียงจริงครับผม... เอ่อแต่ผมยังไม่ตายนะครับป้า” นาวินยิ้มกว้างตอบรับคำทักทายพร้อมทั้งแนะนำตัวเองเสร็จสรรพอย่างอารมณ์ดี
“ป้าขอโทษค่ะคุณวิน ก็ป้าในี่คะ” แม่ครัวใหญ่วิ่งปราดเข้ามาหาชายหนุ่มพร้อมทั้งจับมืออีกฝ่ายขึ้นมาบีบนวดเอาไว้ด้วยความคิดถึงจนเกินบรรยาย“ดูสิ... โตเป็หนุ่มตั้งเยอะแถมยังหล่อเหลาคมเข้มจนป้าจำแทบไม่ได้เลย”
ขณะที่สองสาวพี่น้องรีบเข้ามาขอโทษขอโพยคนเป็เ้านายกันยกใหญ่ที่เข้าใจผิดว่าเป็ขโมยซึ่งนาวินก็ได้แต่ยิ้มให้อย่างเป็มิตรและไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองแต่อย่างใด
“ขอบคุณครับป้า เอ่อ แล้วนี่นมอิ่มไปไหนล่ะครับ” นาวินขอบคุณคำชมของแม่ครัวใหญ่ก่อนจะถามถึงผู้าุโที่เขาคิดว่าน่าจะอยู่ในครัวแต่กลับไม่พบแม้แต่เงารวมถึงสาวน้อยของเขาด้วย
ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยอะไรออกมาเสียงของคนที่ชายหนุ่ม้าพบก็ดังแว่วมาแต่ไกล
“อะไรกันหะแม่สามลำ ร้องเอะอะโวยวายเสียงดังไปถึงที่เรือนฉันโน่นแน่ะ”นมอิ่มที่กำลังเดินมาจากเรือนเล็กชะเง้อคอต่อว่าสามสาวแม่ลูกในครัวไปด้วย
“ขอโทษค่ะคุณนม... ก็จะไม่ให้ร้องโวยวายได้ยังไงล่ะคะคุณนมมาดูสิคะว่าใครมา” ลำดวนรีบปรี่เข้าไปประคองนมอิ่มให้เดินเข้ามาใกล้ๆด้วยความดีใจและอดที่จะตื่นเต้นแทนอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะต่างก็รู้ๆกันอยู่ว่านมอิ่มนั้นบ่นถึงเ้านายน้อยนาวินคนนี้อยู่ทุกวัน
“ไหนใครมากันล่ะหะ นังพวกนี้ถึงได้แตกตื่นกันยกครัวน่ะ” ผู้าุโบ่นกระปอดกระแปดอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะนิ่งไปเมื่อเจอกับชายหนุ่มคุ้นหน้าที่ยืนเด่นอยู่ตรงประตูห้องครัว
“สวัสดีครับนม” นาวินยกมือไหว้แม่นมที่เขารักและเคารพดั่งมารดาพร้อมทั้งรีบสาวเท้าตรงเข้าไปหาด้วยความดีใจ
“คุณวิน!?” นมอิ่มโผเข้าสวมกอดชายหนุ่มที่นางทั้งรักทั้งคิดถึงอยู่ตลอดเวลาไม่จางหาย
“ครับนม... ผมนาวินของนมไงครับ” ร่างสูงกระชับอ้อมกอดที่อบอุ่นเอาไว้แน่นพร้อมทั้งพูดย้ำให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าเป็เขาจริงๆไม่ใช่ความฝัน
“โธ่... พ่อคุณ... ทูนหัวของนม กลับมาบ้านเราสักทีนะคะ นมคิดถึงเหลือเกิน”สองมือที่เหี่ยวย่นตามวัยของนมอิ่มยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าและบีบจับตามเนื้อตัวของชายหนุ่มที่เต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามอย่างแสนรักเขาโตขึ้นมากจริงๆ รูปร่างสูงใหญ่เต็มตัว ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มจนจำแทบไม่ได้
“ผมก็คิดถึงนมครับ”
นาวินยิ้มรับแล้วตอบกลับไปด้วยความตื้นตันจนสุดหัวใจชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเขารู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่นมทั้งสองยืนโอบกอดพูดคุยกันอยู่สักพักก่อนที่นมอิ่มจะเป็ฝ่ายเอ่ยชวนให้เ้านายน้อยเข้าไปคุยกันต่อในบ้าน
“ไปค่ะคุณวิน... เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่านะคะ”
“ครับนม” เสียงเข้มรับคำแล้วขยับตัวเข้าไปโอบประคองแม่นมเอาไว้ในวงแขนอย่างอ่อนโยน
“อ่อ ลำพึงเอาน้ำมาให้คุณวินด้วยนะ”
“จ้ะคุณนม” ลำพึงขานรับเสียงฉะฉานแล้วรีบหันไปจัดการตามที่ได้รับคำสั่งทันทีด้วยอาการดีอกดีใจจนปิดไม่มิด
หลังจากทั้งสองออกไปจากห้องครัวแล้วสามสาวแม่ลูกต่างก็พากันะโโลดเต้นด้วยความดีใจที่เ้านายน้อยกลับมาแล้วแม้จะยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะกลับมาอยู่กี่วัน และนานแค่ไหนแล้วจะจากไปอีกหรือเปล่าก็ตามเพราะแค่ชายหนุ่มยอมมาปรากฏตัวที่นี่ก็ถือว่าดีมากแล้ว
นาวินพานมอิ่มมานั่งที่โซฟาตัวยาวในห้องโถงรับแขกก่อนที่ร่างสูงจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วโอบกอดร่างอวบของแม่นมเอาไว้หลวมๆพร้อมทั้งเอียงหน้าซุกซบกับตักของท่านด้วยความรักและคิดถึงอย่างสุดหัวใจ
“ขึ้นมานั่งข้างบนด้วยกันเถอะค่ะคุณวิน” นมอิ่มเอ่ยปากพลางลูบศีรษะของคนที่นั่งกอดอยู่ไปด้วย
“ขอผมอยู่แบบนี้อีกหน่อยนะครับนม” นาวินบอกเสียงอู้อี้ปนเศร้าเล็กน้อยแล้วปิดเปลือกตาลงเพื่อซึมซับความรู้สึกอบอุ่นที่เขาห่างหายไปนาน
นมอิ่มทำเพียงยิ้มน้อยๆอย่างนึกเอ็นดูแล้วลูบไล้มืออ่อนนุ่มไปทั่วศีรษะและลงมาที่ลาดไหล่บึกบึนของชายหนุ่มที่นางเลี้ยงมากับมือั้แ่ยังเล็กๆ
“แล้วคุณวินจะทิ้งนมไปอีกหรือเปล่าคะ”
คำถามที่ฟังแล้วน่าใจหายของแม่นมทำให้นาวินลืมตาแล้วเงยหน้าขึ้นมองท่านอย่างนึกลังเลใจที่จะตอบ
“ผม... เอ่อ... ผมก็ยังไม่แน่ใจครับ” เสียงเข้มเอ่ยออกมาเบาๆพลางเสมองไปทางอื่นเพื่อปกปิดความรู้สึกว้าเหว่ที่มันฝังแน่นอยู่ในใจมาหลายปี... ‘เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าอยากกลับมาอยู่ที่นี่อีกหรือเปล่า’
“อ้าว หมายความว่าไงคะคุณวิน” คนฟังขมวดคิ้วมุ่นแล้วย้อนถามกลับไปด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ผมทำงานประจำอยู่ที่กาตาร์น่ะครับ ไม่ได้อยู่เมืองไทย”
“คุณนุบอกกับนมว่าคุณวินได้เป็นักบินสมใจแล้ว...ทำไมไม่กลับมาอยู่บ้านเราล่ะคะ” ผู้าุโพยายามชี้ทางเพราะเห็นว่าชายหนุ่มทำความฝันที่ตั้งใจเอาไว้จนสำเร็จแล้วดังนั้นก็ควรกลับมาอยู่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองสักที
“ครับ... หลังจากเรียนจบผมก็ฝึกเป็ผู้ช่วยนักบินอยู่หลายปีเพิ่งจะได้เป็กัปตันเต็มตัวเมื่อปีที่แล้วเองครับนม” นาวินบอกกับแม่นมด้วยรอยยิ้มบางๆพยายามหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามในตอนท้าย และเขาก็ไม่เคยคิดจะตอบใครอยู่แล้วด้วยทำให้คนฟังตัดสินใจไม่เอ่ยถามเซ้าซี้ต่อไป แล้วเปลี่ยนมาชวนคุยในเื่อื่นแทน
“คุณวินของนมเก่งจริงๆ ค่ะ นมเคยได้ยินว่าเรียนการบินน่ะยากนักหนาแม้จะเรียนจบแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นักบินกันได้ง่ายๆ ต้องฝึกหัดกันหลายปีเชียว”
“ขอบคุณครับนม” ชายหนุ่มยิ้มรับแล้วซบใบหน้าลงกับตักของแม่นมอีกครั้ง
เมื่อคิดถึง่เวลาที่ผ่านมานั้นมันทำให้เขารู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ
“แล้ววันนี้คุณวินได้ไปที่...” นมอิ่มหมายถึงสถานที่ฝังศพบุพการีทั้งสองของเขาแต่ยังไม่ทันจะพูดจบเสียงเข้มก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
“ไปครับ”
“คุณวิน...” เสียงแ่เบาของแม่นมเอ่ยเรียกเขาด้วยความรู้สึกสงสารจนสุดขั้วหัวใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายยังคงทำใจไม่ได้และไม่อยากให้ใครพูดถึงเื่นี้อีก
“ผมไม่เป็ไรครับนม” นาวินเปรยออกมาเรียบๆ เหมือนไม่ได้คิดอะไรเขาไม่้าให้ใครมาสงสารหรือแสดงความเห็นอกเห็นใจเขามากกว่าที่เป็อยู่อีกแล้ว
“แล้วคุณนุทราบหรือเปล่าคะว่าคุณวินจะมาบ้านน่ะค่ะ” ผู้าุโยังคงถามต่อไปเรื่อยๆ
“ทราบครับ... แล้ว เอ่อ น้อง... เอ้ย พี่นุไปไหนครับนม” นาวินเกือบหลุดปากถามหาหญิงสาวที่เขากำลังคิดถึงและรู้สึกอยากพบเจอมากที่สุดในตอนนี้ก่อนจะรีบแก้คำถามใหม่ทันควันเมื่อตั้งสติได้
“คุณนุออกไปข้างนอกน่ะค่ะ อีกเดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วหละ...ได้ยินว่านัดกับคุณทนายเอาไว้ด้วย”
นมอิ่มตอบตามตรงแม้จะพูดออกมาไม่หมดก็ตามเพราะคิดว่าไม่ใช่เื่สำคัญอะไรเดี๋ยวพอสองคนนั้นกลับมาชายหนุ่มก็ได้พบคนทั้งคู่อยู่ดี
“ครับ” เสียงเข้มรับคำเบาๆแม้จะรู้สึกคลางแคลงใจเื่ของหญิงสาวที่เขาอยากเจออยู่บ้างแต่ก็ไม่คิดจะเอ่ยถามอะไรออกไป‘สายป่านไปไหนนะ ทำไมนมอิ่มไม่เห็นพูดถึงให้ฟังเลย’
ทางด้านคนที่ออกไปข้างนอกด้วยกันนั้นเมื่อเลือกซื้อหนังสือและของใช้ที่้าอีกสองสามอย่างเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็ตรงดิ่งกลับบ้านทันที
“เอ๊ะ! นั่นรถใครคะพี่นุ” สายป่านชี้มือไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่จอดอยู่ในโรงรถแล้วหันไปมองหน้าชายหนุ่มข้างกายด้วยความสงสัย
“เอ... พี่ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ สงสัยบ้านเราจะมีแขก” ภานุเหลือบมองตามเสียงเรียกแล้วทำท่าทางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้กับเธอแม้ภายในใจจะรู้ดีว่าเป็รถของใครแต่เขาก็ไม่คิดจะบอกให้หญิงสาวตรงหน้าได้รับรู้ ‘ฮึ! โผล่หัวมาได้สักทีนะไอ้ตัวแสบ’
“งั้นเรารีบเข้าไปข้างในกันดีกว่าค่ะ” คนตัวเล็กเอ่ยชวนพร้อมทั้งรีบเดินไปที่บันไดทางขึ้นของคฤหาสน์ทันทีเพราะเกรงว่าจะเป็แขกของชายหนุ่มเ้าของบ้านที่พาเธอออกไปข้างนอกมาที่สำคัญเธอกลัวว่าจะทำให้เขาเสียงานด้วย
ภานุก้าวเท้าตามหญิงสาวไปติดๆ พร้อมกับผุดแผนการบางอย่างขึ้นมาในใจ ‘ตัดไฟเสียั้แ่ต้นลม’
“เฮ้อ... ดูสิ พาไปซื้อหนังสือตั้งเยอะตั้งแยะ หนักก็หนักไม่คิดจะให้รางวัลพี่บ้างเหรอครับสาวน้อย” เสียงเข้มเปรยออกมาแค่พอได้ยินทำให้คนที่เดินแกมวิ่งอยู่ข้างหน้าหยุดชะงักแล้วหันมาส่งค้อนให้เขาวงใหญ่
“อ้าว พี่นุมาชวนป่านเองนะคะ มาว่ากันแบบนี้ขี้โกงนี่นา” สายป่านยอกย้อนกลับไปด้วยน้ำเสียงงอนๆ
“อะๆ ไม่ขอรางวัลแล้วก็ได้ งั้นช่วยบีบแขนให้พี่หน่อยสิครับ รู้สึกมันปวดๆชาๆ ยังไงก็ไม่รู้น่ะ” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆในตอนแรกก่อนจะเปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นมาในตอนท้าย ทำให้หญิงสาวคิดว่าเขาคงปวดแขนจริงๆเพราะเขาถือถุงหนังสือที่มีความหนักหลายกิโลให้เธอมาตลอดั้แ่ในห้างสรรพสินค้าจนถึงตอนนี้ด้วย
“ไหนคะพี่นุ... ขอป่านดูหน่อย... เป็ตะคริวหรือเปล่า ปวดมากไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามออกไปพร้อมทั้งเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม ก่อนที่มือเล็กๆจะคว้าหมับที่ลำแขนแกร่งของเขาแล้วบีบนวดย้ำๆ ให้ด้วยความเป็ห่วงและรู้สึกผิด
“ไม่มากหรอกครับ แค่บีบๆ ก็คงหายแล้วหละ” ภานุบอกยิ้มๆพลางขยับเท้าก้าวออกไปเรื่อยๆพร้อมกับหญิงสาวที่ยังก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่กับการบีบนวดแขนให้เขามันเป็ภาพที่ดูน่ารักและดูสนิทสนมกันมากทีเดียว
“โอ๊ย!” จู่ๆเสียงเข้มก็ร้องขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้คนที่เดินอยู่ข้างๆ ใไปด้วย
“อุ๊ย! ป่านขอโทษค่ะ พี่นุเจ็บหรือเปล่าคะ” คนตัวเล็กรีบผละมือที่กำลังบีบนวดออกจากลำแขนของเขาทันทีเพราะคิดว่าตัวเองเผลอบีบให้เขาแรงเกินไป
“ไม่เจ็บหรอก พี่ล้อเล่นน่ะ” คนมีแผนบอกด้วยรอยยิ้มขบขันและนั่นทำให้หญิงสาวกระฟัดกระเฟียดออกมาน้อยๆ อย่างน่ารักน่าชัง
“พี่นุอ่ะ แล้วที่ว่าปวดแขนนี่ก็ล้อเล่นเหมือนกันใช่ไหมคะ”
“แหม่ รู้ทัน” ภานุทำตากรุ้มกริ่มหยอกล้อหญิงสาวแล้วยกมืออีกข้างขึ้นมาบีบจมูกน้อยๆของเธอเล่นอย่างที่เคยทำเป็ประจำจนร่างบางรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆก่อนจะฟาดฝ่ามือบางลงไปที่แขนของเขาไม่ยั้งเพื่อเป็รางวัลสำหรับคนช่างแกล้ง
“นี่แน่ะ นี่แน่ะ”
“โอ๊ยๆ พอแล้วครับ พอแล้ว คราวนี้พี่เจ็บจริงๆ แล้วครับ” เสียงเข้มร้องโวยวายดังลั่นปานว่าเ็ปซะมากมายขณะที่สองเท้ายังคงก้าวต่อไปเรื่อยๆอย่างตั้งใจ จนกระทั่งมาถึงประตูห้องโถงซึ่งเป็ห้องรับแขกของคฤหาสน์
เสียงพูดคุยประกอบกับเสียงหัวเราะของสองหนุ่มสาวที่กำลังหยอกล้อเล่นกันอย่างสนุกสนานนั้นทำให้คนที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โซฟาต้องหันไปมองด้วยความสนใจและในนาทีนั้นเสียงเอะอะก็เงียบลงโดยฉับพลันทันที
“อ้าว นายวิน!” ภานุรีบชิงเอ่ยทักคนเป็น้องก่อนที่หญิงสาวข้างกายจะทันได้ตั้งตัวเพราะดูท่าเธอจะยังงุนงงกับแขกของเขาอยู่
“ครับพี่นุ” นาวินใช้การขานรับสั้นๆแทนการยกมือไหว้คนเป็พี่ ซึ่งจู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายทำตัวไม่น่าเคารพและภาพที่เห็นเมื่อครู่ก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุด้วย
ร่างสูงของนาวินขยับลุกขึ้นจากพื้นแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาข้างๆกับนมอิ่มส่วนดวงตาคมเข้มนั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของหญิงสาวที่เขาแสนคิดถึงราวกับต้องมนต์สะกดความสวยงดงามของเธอสามารถสะกดทุกลมหายใจของเขาเอาไว้ได้จริงๆ สายป่านเธอสวยและน่ารักมากกว่าตอนที่เขามองเห็นไกลๆ นั่นอีกไม่นานดวงตาคมเข้มที่อ่อนโยนก็แปรเปลี่ยนเป็วาวโรจน์และแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงความใกล้ชิดของเธอกับพี่ชายแท้ๆของเขาเมื่อครู่ ‘ลองได้สนิทสนมกันขนาดนี้เธอคงยินดีกับว่าที่สามีของเธอแล้วสินะ’นาวินคิดในใจอย่างนึกโมโหกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่มีต่อพี่ชายของเขา
ชื่อของคนที่ชายหนุ่มข้างกายเอ่ยทักทำให้หัวใจดวงน้อยของสายป่านกระตุกวาบและเต้นถี่รัวขึ้นมาอย่างประหลาด ‘พี่วิน!?... ใช่แล้ว เขาคือพี่วินของเธอจริงๆ ด้วย’หญิงสาวหันไปมองเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งดีใจ ตื่นเต้นและคิดถึงเขาอย่างสุดหัวใจแต่เมื่อเจอกับสายตาอาฆาตที่แสดงถึงความไม่พอใจของเขาแล้วทำให้เธอรู้สึกประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกจำต้องก้มหน้านิ่งเพื่อหลบแววตาดุๆคู่นั้น
แม้จะได้เห็นเพียงแวบเดียวเธอก็รู้แล้วว่าเขาหล่อเหลามากแค่ไหนดวงตาคมคู่นั้นถึงแม้จะดูดุดันน่ากลัวแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนเช่นวันวานที่เธอเคยััได้‘แต่ทำไมเขาถึงมองเธอแบบนั้นล่ะ... หรือว่าเขายังไม่หายโกรธเธออีก...เขาโกรธเธอด้วยเื่อะไรกันแน่ ทำไมมันถึงได้ฝังใจเขาขนาดนี้นะ’ สายป่านมัวแต่ก้มหน้าก้มตาคิดเป็กังวลและตั้งคำถามถึงชายหนุ่มที่เธอหลงรักจนลืมตัวเผลอปล่อยให้คนข้างๆ จับมือเอาไว้อย่างถือสิทธิ์
“ไง... กลับบ้านถูกด้วยเหรอแกน่ะ นึกว่าต้องให้คนไปลากมาซะอีก” ภานุพูดประชดประชันออกมาเสียงเข้ม ชักรู้สึกไม่ชอบใจกับสายตาที่อีกฝ่ายใช้มองหญิงสาวข้างกายของเขาขึ้นมาตงิดๆ
“ผมก็มาแล้วนี่ไง พี่จะเอาอะไรกับผมอีก... พูดมากจริง” คนเป็น้องตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความหงุดหงิดรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัดพร้อมทั้งกลอกตาไปมาแล้วหันไปทางอื่นด้วยความเบื่อหน่ายก่อนจะพึมพำเบาๆในประโยคท้าย ยิ่งเห็นสองคนตรงหน้ายืนจับมือกันอย่างเหนียวแน่นทำให้เขายิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก
ผู้าุโที่นั่งฟังอยู่นานเมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเอ่ยแทรกขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเพราะไม่อยากให้สองพี่น้องต้องปะทะฝีปากกันั้แ่วันแรกที่ได้เห็นหน้า
“เอ้ายัยป่าน ทำไมไม่ยกมือไหว้คุณวินเขาล่ะลูก”
เสียงของผู้เป็ยายทำให้หลานสาวคนสวยสะดุ้งตื่นจากภวังค์แห่งความคิดของตัวเองที่ทำให้เธอลืมทุกอย่างรอบตัวไปชั่วขณะก่อนจะรีบดึงมือออกมาจากการเกาะกุมของชายหนุ่มข้างกายอย่างมึนงงเล็กน้อย
“อะ เอ่อ ขอโทษจ้ะยาย... สวัสดีค่ะพี่วิน”
สายป่านรีบยกมือไหว้ทำความเคารพผู้ที่มีตำแหน่งเป็เ้าของบ้านหลังนี้อีกคนซึ่งคนที่ถูกไหว้ทำเพียงแค่ปรายตามองเท่านั้นและนั่นทำให้ภานุที่มีตำแหน่งเป็พี่ใหญ่เกิดความไม่พอใจอย่างมาก
“นายวิน! น้องยกมือไหว้น่ะไม่เห็นหรือไง” ภานุตวัดเสียงเขียวใส่คนเป็น้องอย่างจริงจังเป็เชิงตักเตือน
“เห็น... แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับคุณพี่ชาย” นาวินยอกย้อนกลับไปด้วยท่าทียียวนกวนประสาทจนคนว่าและคนไหว้ต้องหันมามองหน้ากันอย่างเก้อๆก่อนที่สายป่านจะลดมือลงแล้วค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาผู้เป็ยายที่นั่งอยู่ตรงโซฟาข้างๆกับชายหนุ่ม และนั่นทำให้นาวินที่นั่งอยู่ก่อนแล้วลุกพรวดขึ้นมาทันควัน
“นายวิน!” เสียงเข้มตะคอกขึ้นมาอีกครั้งด้วยความไม่พอใจในการกระทำของอีกฝ่ายจนถึงขีดสุด
“มีอะไรก็ว่ามาสิครับพี่นุ เรียกผมอยู่ได้” นาวินเอ่ยถามพลางปรายตามองหญิงสาวที่เข้ามานั่งกับยายของเธอด้วยอาการตื่นใและประหม่าเล็กน้อย‘ฮึ! เสียงดังแค่นี้ทำเป็กลัวสงสัยพี่นุคงจะประคบประหงมกันอย่างดีเลยล่ะสิ’
“แกรีบตามฉันไปที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้เลยนะนายวิน ฉันมีเื่จะคุยกับแก...ไร้มารยาทจริงๆ ไอ้น้องคนนี้”
ภานุกัดฟันออกคำสั่งกับคนเป็น้องด้วยอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นและเปรยออกมาเบาๆในตอนท้ายอย่างนึกเอือมระอาในพฤติกรรมของอีกฝ่าย
“เดี๋ยวค่ะพี่นุ” สายป่านที่นั่งเงียบอยู่นานร้องเรียกชายหนุ่มเอาไว้ได้ทันพร้อมทั้งรีบวิ่งเข้าไปหา
“ครับ” ภานุชะงักเท้าแล้วหันไปมองหญิงสาวด้วยท่าทีอ่อนโยนจนชายหนุ่มอีกคนรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“หนังสือป่านค่ะ” คนตัวเล็กว่าพลางยื่นมือเข้าไปหมายจะแย่งถุงหนังสือของเธอจากมือของเขา
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวไว้พี่คุยธุระกับนายวินเสร็จแล้วพี่จะถือไปให้ที่เรือนนะครับ... มันหนัก”
ภานุบอกกับหญิงสาวด้วยรอยยิ้มเอ็นดูอย่างปิดไม่มิดมือแกร่งยังคงถือถุงหนังสือเอาไว้แน่นเพื่อยืนยันความตั้งใจของเขาทำให้คนหมั่นไส้ไม่อาจทนยืนดูได้นานร่างสูงของนาวินจึงผลุนผลันก้าวฉับๆ ออกไปจากตรงนี้อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของคนเป็พี่ทันที
“เอ่อ... ค่ะ ขอบคุณค่ะ” สายป่านยืนมองแผ่นหลังของชายหนุ่มอีกคนที่เดินจากไปด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะหันมากล่าวขอบคุณคนตรงหน้าที่เขามีน้ำใจให้กับเธอ
ภานุหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วมองการกระทำของน้องชายด้วยความสะใจก่อนจะหันหลังแล้วสาวเท้าตามไปอย่างรวดเร็วไม่นานทนายสมภพก็มาถึงและรีบตรงดิ่งเข้าไปในห้องทำงานด้วยอีกคนเพื่อร่วมปรึกษาหารือถึงเื่ราวที่จะเกิดขึ้นต่อไป
.............................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ookbee ...และ... ธัญวลัย
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
^_^