อีกคนคือนก เป็สาวที่ขี้อายที่สุดในหมู่สี่สาวนกมีผิวขาวเนียน รูปร่างเพรียวบางสมส่วน ใบหน้ารูปไข่ คิ้วหนาเรียว ตาคมสวยในบรรดาสาวๆ ทั้งสี่คนนกจัดว่าเป็คนที่สวยที่สุด พ่อแม่รับราชการทั้งคู่มีบ้านพักอยู่ไม่ห่างจากตัวอำเภอมากนัก ที่สำคัญนกก็มีห้องนอนส่วนตัวเหมือนกัน
มีอิ๋วเพียงคนเดียวที่ไม่มีห้องส่วนตัวต้องนอนกับน้องชายจอมวายร้ายอย่างเ้าอ้น
อิ๋วเคยไปนอนค้างกับเพื่อนๆทั้งสามคนบ่อยครั้ง แต่ยังไม่เคยมีใครมานอนค้างที่บ้านของอิ๋วเลย
วันนั้นเป็คืนวันศุกร์พวกเราขออนุญาตทางบ้านไปติวหนังสือที่บ้านจุ๊บแจงซึ่งก็คือไปนอนเล่นกันนั่นแหละพออาบน้ำเรียบร้อยสี่สาวก็เข้าไปรวมตัวกันในห้องนอนตามปกติ แต่ละนางก็กางหนังสือกางสมุด ทำท่าทางกำลังติวหนังสือกันอย่างตั้งอกตั้งใจ
ขณะกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสนั้นเองเสียงหนึ่งก็แทรกขึ้นมาอย่างแ่เบาว่า
“นี่ แก แก พวกแกเคยเห็น จิมิ คนอื่นบ้างไหม”
ทุกคนนิ่ง สักครู่อย่างงุนงง ห๊าเกิดอะไรขึ้น คนขี้อายที่สุดในกลุ่มอย่างยายนกเนี่ยนะ ที่ถามอะไรแบบนี้...ต้องมีอะไรแปลกๆ แน่เลย
อีกสามคนจ้องหน้านกเป็ตาเดียว“เม้ามาเลย นะ ยายนก อะไร ทำไม อย่างไร”
“บอกมาเดี๋ยวนี้เลย”จุ๊บแจงยื่นหน้าเข้าไปใกล้จ้องตาไม่กระพริบ
ทันใดนั้นสี่สาวก็ขยับตัว เอาศีรษะเข้ามาใกล้กันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ฮา ฮ่า ฮ่าฮ่า” ตาทั้งสี่คู่ประสานกันแล้วเสียงหัวเราะสดใสก็ดังออกมา
สี่สาวขยับศีรษะออกมาแล้วนั่งจ้องหน้ากันนิ่งสักครู่ ทั้งสามคนก็หันไปมอง นกอย่างคาดคั้น
“เอ่อ เอ่อ ฉะ ชั้น” เสียงนกสั่นๆขาดเป็ห้วงๆ อย่างไม่มั่นใจ
“ชั้นแอบเห็น พ่อกับแม่ ทะ ทำ กันน่ะ”เสียงแ่หวิว แต่ทุกคนก็ได้ยินชัดเจน
“เขาร่วมรักกันเหรอ” อิ๋วถามตรงๆด้วยโทนเสียงต่ำแ่เบา นกผงกศีรษะรัวๆ
“นอกจากยายนกแล้ว ใครเคยเห็นคนร่วมรักกันอีกบ้าง” อิ๋วถามด้วยสีหน้าจัง
“อือ อือ” ทุกคนผงกศรีษะยอมรับ
จากนั้นความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง
“ผลัดกันเล่าดีไหม” อิ๋วเอ่ยกระซิบกระซาบทำลายความเงียบขึ้น
แล้วทุกคนก็ผงกศีรษะรัวๆราวไก่จิกข้าวเปลือกพร้อมกันอีกครั้ง
“แกเล่าก่อนเลย” อิ๋วชี้มือไปที่นกทันที
“เอ่อ เอ่อ” นกหน้าแดง เสียงพูดตะกุกตะกัก เหมือนคนติดอ่าง
“เล่าสิ อย่าช้า”
“ใช่ เอาให้ละเอียดเลยนะ”
“อยากรู้ว่าจะเหมือนกันไหม”
ทุกคนหันมาจ้องมีคำถามในสายตาชัดเจน อิ๋วได้แต่ยิ้มแล้วพยักหน้า
“ชั้น ขอเล่าเป็คนสุดท้ายนะ” สิ้นเสียงนั้นสามสาวก็ก็จ้องหน้าคนพูดนิ่งสักครู่ ก็หันไปที่นก
นกเริ่มพูดด้วยเสียงแ่เบาอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
“คือ คือ คืนนั้น ชั้นตื่นมากลางดึกหิวน้ำมากเลยก็เดินลงบันไดมาชั้นล่าง ว่าจะไปกินน้ำในตู้เย็นน่ะแต่เห็นไฟชั้นล่างเปิดอยู่แล้วได้ยินเสียงแปลกๆ คิดว่ามีขโมยหรือเปล่า ก็ค่อยๆย่องมาที่บันได มองลงไปที่ต้นเสียง...” นกหยุดกลืนน้ำลาย
“เห็นอะไร เหรอ เร็วๆ สิ”หลายเสียงเร่งเร้า
“เอ่อ เห็นแม่นอนแก้ผ้าอยู่บนโซฟาน่ะนอนอ้าขากว้างเต็มๆ เลย” นกหน้าแดงเสียงเบาลง
“เห็นไม่นานหรอก แล้ว แล้วพ่อก็เข้าไปนอนทับบนตัวแม่ พ่อกระดกก้น ขึ้นลงๆ...แม่นอนตาปรืออยู่เหมือนจะชอบมาก...อยู่ๆ เหมือนแม่จะเหลือบตาขึ้นมามองที่บันได ชั้นใมาก เลยรีบกลับเข้าห้องนอน”เสียงนกหยุดลงแล้วก้มหน้าอย่างเขินอาย
“แค่เนี้ยเหรอ” สามเสียงประสานกัน
“ฮือ ฮือ” พร้อมศีรษะที่ผงกรัวๆ
“ว้า แบบนี้จะได้เห็นอะไร”จุ๊บแจงบ่นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“เห็นสิ เห็นจิมิของแม่ ไม่มีขนเลยอ่ะ”สิ้นเสียงนกแต่ละคนก็มองหน้ากันไปมา
“แล้วของแกล่ะ” หลายเสียงถามคาดคั้น
“เอ่อ เอ่อ”นกหน้าแดงขึ้นทันทีก้มหน้าลงอย่าเขินอาย ไม่ตอบคำถามเพื่อนๆ
“พอๆ ไม่ต้องถามแล้ว พวกแกดูหน้า นางสิแค่นี้ก็รู้แล้ว มาฟังเื่ตื่นเต้นกันต่อเหอะ” อิ๋วเป็คนตัดสินใจ
“แล้วใครต่อดีล่ะ” สามคนที่เหลือมองหน้ากันไป
“ส้มล่ะกัน...เล่ามาเลย”
ส้มหน้าแดงไปถึงหูเพราะผิวที่ขาวซีดทำให้เห็นได้อย่างชัดเจน
“เอ่อ จริงๆ แล้ว ไม่ใช่พ่อกับแม่หรอกเป็ เป็พี่ชายของชั้นกับแฟนเขาน่ะ แล้วให้เล่าตอนไหนล่ะ”
“หา อะไรนะ เห็นบ่อยเลยเหรอ”หลายเสียงถามมาพร้อมกัน ด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
“ฮือ ฮือ” ส้มผงกศีรษะรัวๆ
“เล่าแต่แรกเลยสิ ไม่เอาแบบยายนกนะ”จุ๊บแจงบ่นเบ่าๆ พร้อมหันไปมองนกที่นั่งหน้าแดงอยู่ด้านข้าง
ส้มก้มหน้าลงทำเสียงเอ้อๆในลำคอสองสามครั้ง แล้วเริ่มพูด
“ก็ ก็ วันนั้น ชั้นกลับจากโรงเรียนเร็วน่ะพอมาถึงร้านก็ไม่ได้แวะคุยกับใคร รีบขึ้นไปชั้นสามทันที จะไปเข้าห้องน้ำน่ะ พอเดินผ่านห้องของพี่สอน ประตูแง้มๆอยู่เห็นเงาคนด้านใน พอแอบมองเข้าไป...” ส้มกลืนน้ำลาย ผิวหน้าเริ่มเข้มขึ้นอีก
“ต่อๆ สิ หยุดทำไม” หลายเสียงเร่งเร้า
“เห็น เห็น พี่สอนนั่งคุกเข่าซบหน้าอยู่หว่างขาแฟนเขาที่นอนหงายบนเตียงขาห้อยระพื้นเห็นเขาขยับหัวไปมาอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่าทำอะไร”
“แล้ว แล้วเห็นอะไรอีก พวกเขาไม่ถอดเสื้อผ้าเหรอ”จุ๊บแจงถามอย่างตื่นเต้น
ส้มส่ายหน้าแล้วตอบเบาๆ “ เอ่อกระโปรงผู้หญิงคนนั้นถูกถลกขึ้นไปเหนือสะดือ แค่เห็นขนดกๆ ที่อยู่ต่ำลงมาน่ะ...พอดีเห็นพี่เขาทำท่าจะลุกขึ้น ชั้นก็เลยรีบหลบเข้าห้อง”
“แค่นั้นเหรอ...”เสียงถอนหายใจอย่างผิดหวัง
“แล้วครั้งต่อมาล่ะ”
“เห็นของพี่สอน...เอ่อ ผู้หญิงคนนั้นกำลังอมไอ้นั่นของพี่เขาอยู่ในปาก พอชั้นโผล่หน้าไปเห็นแค่แว๊บเดียวพี่เขารีบเก็บเข้าไปในกางเกง แล้วจูงมือกันหนีไปทันที...ชั้นยืนงงอยู่พักใหญ่กว่าจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ตื่นเต้นดีนะ แต่....”
“หมดแล้วเหรอ” มีเสียงถามต่อ
“ก็ ก็ อีกครั้ง ชั้นได้ยินเสียงเหมือนใครเขย่าอะไรสักอย่างแล้วก็เสียงลมหายใจแรงๆ อยู่แถวๆ ที่เก็บของชั้นสองตอนแรกแค่สงสัยก็เลยเดินเข้าไปดู พอนึกได้ว่าอาจเป็พี่สอนมาแอบทำอะไรแถวนี้หรือเปล่า เลยย่องเขาไปดู....”
“เห็นอะไร เหรอเร็วๆ สิ”
“ก็ ก็ เอ่อ พี่สอนเขา เขากำลังจับไอ้นั่นของเขาเล่นน่ะมันใหญ่มากเลย หัวมันทู่ๆ ยังไงไม่รู้ เหมือนเขาจะขยับมือรูดขึ้นลงเร็วๆ นะ...ก็ ก็ที่ตรงนั้นไม่ค่อยสว่างมาก เห็นไม่ค่อยชัดเท่าไร...ชั้นแอบจ้องนิ่งอยู่สักครู่ ได้ยินเสียงแม่เรียกหา เลยรีบออกไปไม่รู้ว่าเป็ยังไงต่อไป” ส้มเอ่ยอย่างเสียดาย
“มีอีกเปล่า ส้มกำลังได้อารมณ์ลุ้นเลยอ่ะ” อิ๋วถามอย่างสนใจ
ส้มส่ายหน้าไปมา หน้ายังไม่หายแดง
“ต่อไปใครล่ะ” จุ๊บแจงถามทำหน้าเขินอาย
“ไม่ต้องมาถามเลยแกนั่นแหละยายจุ๊บแจง” ส้มกับนกเอ่ยออกมาพร้อมกันแล้วทุกคนก็หันไปจ้องหน้าจุ๊บแจงอย่างคาดหวัง
“เอ่อ ไม่ใช่พ่อกับแม่หรอกนะ ที่ชั้นเห็นน่ะ”
“อ้าว แล้วตกลงมันยังไงกันแน่เนี่ย”หลายเสียงถามมาพร้อมกัน
“จำคนที่ช่วยขนมะพร้าวอ่อนมาให้พวกเราเมื่อตอนเย็นได้ป่ะคนนั้นแหละ พี่ต้น” จุ๊บแจงกล่าวพลางหันมองหน้าแต่ละคน
“หึ จำไม่ได้”
“ไม่ทันสังเกตุ”
“ไม่แน่ใจ”
“ไม่เป็ไรแล้วคนที่ผ่ามะพร้าวอ่อนให้พวกเราล่ะ จำได้ไหม คนนั้นชื่อพี่เปิ้ล”จุ๊บแจงเอ่ยพลางมองหน้าทุกคนอีกครั้ง
ทั้งหมดพยักหน้า
“ฮือ จำได้สิ คนขาวๆ หน้าตาพอดูได้แต่หุ่นดีมากเลย” อิ๋วกล่าวพร้อมยกหน้าขาวอมชมพู ขึ้นลงช้าๆ
“ก็ วันนั้นชั้น ไปเดินเล่นแถวรำธารท้ายสวนตั้งใจว่าจะไปเก็บดอกบัวที่หนองน้ำใกล้ๆนั่นแหละ พอเดินไปถึงน้ำตกเล็กๆ ตรงนั้นจะมีศาลาหลังเล็กๆ สี่ด้านเปิดโล่งพวกเราจะเอาไว้ใช้นั่ง นอน พักผ่อนกัน พอเข้าไปใกล้ ก็เห็นมีคนอยู่ตั้งใจว่าจะเดินลงไปทักทายซะหน่อย”
“ทำไมเหรอ”
“ก็สองคนนั้นไม่ได้ใส่เสื้อผ้านะสิ ชั้นงี้ใจเต้นเป็ตีกลองเลย รีบหลบหลังต้นไม้กลัวพวกเขาจะเห็น”
“แล้วเห็นอะไรมั่ง”ส้มถามมาอย่างตื่นเต้น
“เอ่อ พี่เปิ้ลยืนพิงเสา แล้ว แล้วพี่ต้นฟุบหน้าอยู่ตรงหน้าขา ไม่รู้ทำอะไรบ้างมองไม่ชัด เห็นแต่พี่เปิ้ลส่ายหน้าบิดตัวไปมา แล้วคราง ฮือๆ เบาๆ อยู่สักครู่ พี่ต้นก็ยืนขึ้น ที่นี้เห็นชัดเลยล่ะยังติดตาอยู่เลย...”
“อะไร เหรอ เล่าต่อสิ แหมทำยึกยักอยู่ได้”
“ก็ ก็ไอ้นั่นของพี่เขาสิ ใหญ่มากเกือบเท่าแขนของชั้นมั้ง...ดูน่ากลัวมาก หัวมันบานทู่ๆ ไงไม่รู้ ตอนนั้นชั้นเหวอเลยล่ะตั้งสติได้อีกที ก็เห็นพี่เปิ้ลอมมันเข้าไปครึ่งหนึ่งแล้ว นางกำลังผงกหัวชักเ้าแท่งนั่นเข้าๆ ออกๆ จากปากอยู่”
“เห็นชัดๆ เลยเหรอ”
“ฮื้อ ๆ แล้ว แล้วพี่เปิ้ลก็ดันตัวพี่ต้นนอนลงบนแคร่ แท่งของเขาตั้งโด่เลย...พี่เปิ้ลยืนคล่อมกลางตัวพี่ต้นนางหันด้านหน้ามาทางชั้นพอดี แล้ว แล้วนางก็นั่งลงไป...”
“จับเ้าแท่งเนื้อนั่นสอดใส่เข้าไปตรงหว่างขา มัน มัน จมหายเข้าไปเลย ชั้นใมากมันเข้าไปได้ยังไงกันพี่เปิ้ลตัวนิดเดียว แล้วเ้าท่อนนั้นก็ทั้งใหญ่ ทั้งยาว...คิดแล้วขนลุก”
“แล้วพี่เปิ้ลก็ยกตัวขึ้นแล้วก็นั่งลงไป ทำแบบขี่ม้านั่นแหละ โขยกขึ้นๆ ลงๆ ทั้งเสียงเนื้อกระทบกันทั้งเสียงครางแข่งกันของสองคนนั่น ดังลั่นไปหมด ทำเอาชั้นใจสั่นหวิวๆ เลย...”
“แล้วได้ยินเสียงพี่เปิ้ละโเสียงหอบๆติดๆ กันสองสามครั้ง ฟังได้ไม่ค่อยชัด แต่เหมือนจะบอกว่า...เอาออกข้างนอกนะอะไรประมาณนี้แหละ”
พอได้ฟัง ส้ม กับนก ทำหน้างง แต่อิ๋วยิ้มๆ
“สักครู่พี่เปิ้ลก็ลุกมานั่งข้างๆใช้มือจับแท่งเนื้อพี่ต้นขยับขึ้นๆ ลงๆ พี่ต้นร้องลั่น ตัวเกร็งเลย ไม่รู้เป็อะไร...พอเห็นพวกเขาลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าชั้นก็รีบเผ่นเลย”
“ว้าว แบบนี้สิ ถึงจะน่าฟังหน่อย ตื่นเต้นดีเหมือนกันนะนี่”เสียงส้มทำปากจิ๊จ๊ะ
“ถึงตาแก แล้วนะยายอิ๋วห้ามเบี้ยว”สามสาวหันมามองอิ๋วเป็ตาเดียว
“เออ เออ เดี๋ยวคิดแป๊บ” อิ๋วทำท่าครุ่นคิด
“ก็คืนนั้นฝนตกแล้วเ้าอ้นเกิดปวดฉี่ให้ชั้นลุกไปเป็เพื่อนเข้าห้องน้ำ ตอนที่เดินผ่านห้องนอนเตี่ยกับแม่เห็นไฟในห้องเปิดอยู่แล้วก็ได้ยินเสียงแปลกๆ นายอ้นก็เลย ชวนชั้นไปดูตามรอยแตกของไม้น่ะ” อิ๋วหยุดเล่าเพื่อกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ
“เห็นอะไรเหรอ” เพื่อนๆถามอย่างอยากรู้
...
อ่านแล้วรบกวนทุกท่าน ติชม วิจารณ์ด้วยจ้าเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น
คำแนะนำติชมเป็สิ่งที่ไรต์้าสุดๆอ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า