ประตูเมืองใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของ หลี่เฟิ่ง มันดูโอ่อ่าและแข็งแกร่งกว่ากำแพงหมู่บ้านที่เขาเคยรู้จักนับร้อยเท่าเสียงผู้คนจอแจจากภายในเมืองบ่งบอกถึงชีวิตชีวาที่แตกต่างจากความเงียบสงบของป่าหลี่เฟิ่งยืนนิ่งอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมสติก่อนจะก้าวผ่านซุ้มประตูเข้าไปในเมืองที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
ทันทีที่เท้าของเขาก้าวข้ามธรณีประตูภาพตรงหน้าก็ราวกับโลกใบใหม่ ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ไปมาพ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงเรียกลูกค้าดังเซ็งแซ่กลิ่นหอมของอาหารนานาชนิดลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นควันและกลิ่นอับของฝุ่นดินอาคารบ้านเรือนก่อสร้างด้วยอิฐและไม้สูงเสียดฟ้า เรียงรายกันเป็ระเบียบตามถนนสายหลัก
หลี่เฟิ่งเดินไปตามถนนสายใหญ่ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่หยุดนิ่งทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กหนุ่มจากหมู่บ้านชายแดนอย่างเขาเขามองเห็นโรงน้ำชาที่ผู้คนจับกลุ่มสนทนา ร้านขายอาวุธที่จัดแสดงกระบี่และมีดดาบวาววับและโรงเตี๊ยมที่นักเดินทางแวะพัก
แม้จะตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆแต่หลี่เฟิ่งก็ยังคงจำคำเตือนของ ไป๋เฟิง ได้ดี"อย่าเพิ่งเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง และอย่าเพิ่งแสดงฝีมือของเ้าให้ใครเห็นจงใช้ดวงตาและหูของเ้าสังเกตการณ์ให้มาก รวบรวมข้อมูลอย่างเงียบๆ และจงระมัดระวังภัยจากทุกทิศทาง"
เขาพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับผู้คนหลีกเลี่ยงการสบตาผู้คนโดยตรง และพยายามเดินสังเกตสิ่งรอบตัวอย่างเงียบๆ
หลี่เฟิ่งเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งรู้สึกหิวโหย เขามองหาร้านอาหารที่ดูเรียบง่าย เพื่อไม่ให้เป็จุดสนใจ และในที่สุดก็พบร้านขายซาลาเปาเล็กๆแห่งหนึ่ง
"ท่านลุงขอซาลาเปาสักลูกขอรับ" หลี่เฟิ่งเอ่ยขึ้นเสียงเบา
เถ้าแก่ร้านซาลาเปาเป็ชายชราใจดีรูปร่างท้วม มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเสมอเมื่อเห็นหลี่เฟิ่งที่ดูผอมซูบและเสื้อผ้าเก่าๆ ก็เอ่ยถามด้วยความเมตตา
"เ้าหนูเดินทางมาไกลหรือ? ดูท่าทางเหนื่อยอ่อนนัก"
"ขอรับ...ข้าเพิ่งมาจากชนบท" หลี่เฟิ่งตอบ
เถ้าแก่ยิ้มให้"เอาเถิด ซาลาเปานี้ข้าให้เ้ากินฟรีๆ ถือว่าช่วยนักเดินทางผู้ยากไร้"
หลี่เฟิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งเขาก้มคำนับเถ้าแก่ "ขอบพระคุณท่านลุง! ข้าไม่มีอะไรจะตอบแทนเลยขอรับ"
"ไม่เป็ไรๆ"เถ้าแก่โบกมือ "ในโลกนี้ยังมีคนดีอยู่มากนัก เ้าจงจำไว้"
หลี่เฟิ่งรับซาลาเปามาหนึ่งลูกกัดกินอย่างช้าๆ รสชาติของมันอร่อยล้ำเลิศ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังอบอวลไปด้วยความเมตตาของผู้ให้ ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้หลี่เฟิ่งรู้ว่าโลกภายนอกไม่ได้มีแต่ความโหดร้าย แต่ยังมีน้ำใจของผู้คนซ่อนอยู่
ตลอดการเดินทางหลังจากนั้นหลี่เฟิ่งได้พบเจอคนดีอีกหลายคน บางคนให้ที่พักพิงเล็กๆ น้อยๆ บางคนแบ่งปันอาหารหรือบางคนก็ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางทำให้เขาเริ่มเข้าใจว่าแม้ในยุทธภพที่เต็มไปด้วยอันตรายก็ยังมีความอบอุ่นและน้ำใจซ่อนอยู่
แต่เส้นทางก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป
ในขณะที่หลี่เฟิ่งเดินทางไปยังเมืองหลัวหยางเขาต้องผ่านพื้นที่ป่าเขาที่ค่อนข้างเปลี่ยว และในบ่ายวันหนึ่งขณะที่เขากำลังเดินผ่านทางแคบๆ ที่ขนาบข้างด้วยป่าทึบ ก็มีเสียงห้าวดังขึ้น
"เฮ้ย! ไอ้หนุ่มน้อย!หยุดเดี๋ยวนี้!"
หลี่เฟิ่งหันไปมองพบว่ามีชายฉกรรจ์สามคนยืนขวางทางอยู่ พวกเขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ ทรุดโทรมใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราและรอยแผลเป็ ดูท่าทางเป็โจรป่าอย่างไม่ต้องสงสัยหนึ่งในนั้นถือดาบขึ้นสนิม ส่วนอีกสองคนถือกระบอง
"ส่งของมีค่าทั้งหมดมาให้ข้า!แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า!" หัวหน้าโจรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยาบกร้าน
หลี่เฟิ่งถอยหลังไปหนึ่งก้าวเขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว โจรทั้งสามคนแม้จะดูน่ากลัวแต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาก็ยังห่างไกลจากวิชาที่เขาได้ร่ำเรียนมา
"ข้าไม่มีอะไรจะให้ท่านหรอกขอรับ"หลี่เฟิ่งตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้สงบนิ่งที่สุด
"ฮ่าๆๆ!ไม่มีอะไรจะให้? ดูเ้าผอมซูบนักแต่ไอ้เด็กหนุ่มที่กล้าเดินเข้ามาในป่าแห่งนี้เพียงลำพังย่อมต้องมีของดีซ่อนอยู่แน่!" หัวหน้าโจรแสยะยิ้มชั่วร้ายแล้วพุ่งเข้าใส่หลี่เฟิ่งพร้อมกับดาบในมือ
หลี่เฟิ่งไม่ได้ตอบโต้ตรงๆเขานึกถึง วิชาตัวเบา ที่ไป๋เฟิงสอนเขาใช้เท้าก้าวหลบคมดาบอย่างรวดเร็วราวกับสายลมทำให้ดาบของหัวหน้าโจรฟันวืดไปในอากาศ
โจรทั้งสามคนแปลกใจเล็กน้อยไม่คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะสามารถหลบคมดาบได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้
"แกเป็ใครกันแน่!?"หัวหน้าโจระโด้วยความโมโห
หลี่เฟิ่งไม่ตอบเขาใช้จังหวะที่โจรทั้งสามคนกำลังมึนงง พุ่งตัวเข้าไปในป่าทึบด้านข้างทันที!ด้วยวิชาตัวเบาที่รวดเร็วและพลิ้วไหวเขาลัดเลาะไปตามต้นไม้และพุ่มไม้รกทึบอย่างคล่องแคล่วโจรทั้งสามคนพยายามวิ่งไล่ตาม แต่ด้วยรูปร่างที่ใหญ่โตและวิชาตัวเบาที่ด้อยกว่าทำให้พวกเขาไม่สามารถตามหลี่เฟิ่งได้ทัน
"หนีไปไหนไม่พ้นหรอกไอ้เด็กน้อย!"เสียงหัวหน้าโจระโตามหลังมา
หลี่เฟิ่งไม่สนใจเขาวิ่งเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็วรู้ดีว่าการต่อสู้โดยตรงกับโจรสามคนในพื้นที่เปิดโล่งไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดเขา้าใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศที่คุ้นเคยกับการหลบหนีและซ่อนตัว
เขาปีนขึ้นไปบนต้นไม้สูงอย่างเงียบเชียบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางใบไม้ที่หนาทึบมองลงมายังโจรทั้งสามคนที่กำลังเดินค้นหาเขาอยู่เบื้องล่างโจรพวกนั้นดูหงุดหงิดและเริ่มทะเลาะกันเอง
"ไอ้โง่!มัวแต่ชักช้า! เด็กนั่นหนีไปแล้ว!" โจรคนหนึ่งะโด่าหัวหน้าโจร
หลี่เฟิ่งรอคอยจังหวะที่เหมาะสมเขาหยิบก้อนหินเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ในมือ แล้วใช้ กระบวนท่ามีดสั้นเจ็ดกระบวน ท่า "เงาพริบตา" ที่ไป๋เฟิงสอนอย่างลับๆในรูปแบบที่ไม่ใช่อาวุธ เพื่อขว้างก้อนหินลงไปกระทบหัวของโจรที่กำลังเดินนำหน้า
"โอ๊ย!"โจรคนนั้นร้องลั่น ล้มลงไปกองกับพื้น หัวหน้าโจรและโจรอีกคนหันขวับไปมองอย่างใ
หลี่เฟิ่งฉวยโอกาสนั้นะโลงจากต้นไม้และหายลับไปในเงามืดของป่าอย่างรวดเร็ว โจรทั้งสามคนพยายามตามหาเขาอีกครั้งแต่ก็ไร้ประโยชน์ หลี่เฟิ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากรอดจากการเผชิญหน้ากับโจรป่าหลี่เฟิ่งก็เดินทางต่อมาอีกหลายวันจนกระทั่งมาถึงเมืองขนาดเล็กแห่งหนึ่งก่อนจะถึงหลัวหยาง
เขาเข้าพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ดูไม่โอ่อ่ามากนักและในตอนเย็นขณะที่เขากำลังกินอาหารอยู่ ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งท่าทางเ้าเล่ห์แต่งกายหรูหราผิดวิสัยเข้ามาตีสนิท
"น้องชาย...ดูท่าทางเ้ามาจากต่างถิ่นใช่หรือไม่? มาเที่ยวเมืองนี้หรือ?" ชายคนนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็มิตรจนเกินไป
หลี่เฟิ่งระมัดระวังตัวเขาจำคำเตือนของไป๋เฟิงได้ "อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ"
"ขอรับข้าเพิ่งเดินทางมาถึง" หลี่เฟิ่งตอบสั้นๆ
ชายคนนั้นเริ่มเล่าเื่ราวต่างๆมากมายเกี่ยวกับเมืองนี้ และเสนอตัวว่าจะพาทัวร์ชมเมืองในวันรุ่งขึ้นพร้อมทั้งชักชวนให้หลี่เฟิ่งลงทุนในธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาอ้างว่าทำกำไรมหาศาล
"เ้าหนูดูท่าทางเ้าก็มีแววดี หากลงทุนกับข้า รับรองว่าไม่ผิดหวัง"ชายคนนั้นกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
หลี่เฟิ่งไม่ได้หลงเชื่อคำพูดเ่าั้เขาสังเกตเห็นแววตาของชายคนนั้นที่ฉายแววโลภและท่าทางที่ดูเ้าเล่ห์เกินกว่าที่จะเป็คนดีเขานึกถึงวิธีการหลอกลวงที่เคยได้ยินมาบ้าง
"ขอบพระคุณท่านพี่ที่หวังดี"หลี่เฟิ่งตอบด้วยรอยยิ้ม "แต่ข้าคงต้องขอตัว วันนี้เดินทางมาเหนื่อยมากแล้วข้าอยากพักผ่อน"
ชายคนนั้นหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากนัก เขาลุกขึ้นจากโต๊ะ แล้วเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
ในคืนนั้นหลี่เฟิ่งนอนไม่หลับ เขาทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้การได้พบเจอทั้งคนดีและคนร้าย ทำให้เขาได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญ
เขาตระหนักได้ว่าโลกภายนอกนั้นซับซ้อนกว่าที่เขาคิดนักไม่ใช่ทุกคนที่ดูดีจะดีจริง และไม่ใช่ทุกคนที่ดูน่าสงสัยจะเป็คนร้ายเสมอไปเขาจะต้องเรียนรู้ที่จะแยกแยะและใช้ไหวพริบของตัวเองในการเอาตัวรอด
ประสบการณ์ข้างทางเหล่านี้ได้หล่อหลอม หลี่เฟิ่ง ให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเขารู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจเขาไม่ได้เป็เพียงเด็กหนุ่มที่แบกรับความแค้นอีกต่อไปแล้วแต่เขาเป็นักเดินทางผู้เจนโลกที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่รออยู่เบื้องหน้า
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เฟิ่งตื่นแต่เช้าเขาจ่ายค่าที่พักและเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังเมืองหลัวหยางโดยไม่เหลียวหลัง
เส้นทางแห่งการผจญภัยยังอีกยาวไกลแต่ หลี่เฟิ่ง ก็พร้อมแล้วที่จะเรียนรู้จากทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้พบเจอไม่ว่ามันจะเป็คนดีที่ให้ความช่วยเหลือ หรือคนร้ายที่หวังจะหลอกลวงเขาทุกประสบการณ์ล้วนเป็ บทเรียนข้างทาง ที่จะช่วยให้เขาเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น เพื่อวันหนึ่งเขาจะได้บรรลุเป้าหมายแห่งแค้นที่ฝังลึกอยู่ในใจ...