“ แก๊สเหลือน่าจะครึ่งถัง นั่นพี่กำลังทำอะไร ”
ภายในบ้านที่เงียบสงบมีเพียงแสงไฟจากเทียนเล่มเล็กๆส่องสว่างภายในห้องครัว แอลลี่มองเห็นว่าพี่ชายไม่รู้ตัวว่าเธออยู่ใกล้ๆจึงมองดูสิ่งที่พี่ชายกำลังประดิษฐ์มันขึ้นมาพลางวางอาหารเอาไว้ข้างๆ
มือสองข้างค่อยๆพลิกไปมาพลางสลับกับนำสายไฟมาพันเอาไว้ด้วยกัน จากการเคลื่อนไหวอันเชี่ยวชาญทำให้แอลลี่รู้สึกสนใจมากยิ่งขึ้นว่าพี่กำลังจะทำสิ่งใดถึงได้นำแบตเตอรี่รถยนต์มาพ่วงเข้ากับอุปกรณ์หลายๆอย่าง หนึ่งในนั้นคือวิทยุเครื่องเก่าที่ไม่ค่อยมีคนใช้งาน
หลังจากโยฮันพันสายไฟเส้นสุดท้ายเสร็จแล้ว เขาได้นำม้วนสายไฟขนาดใหญ่คล้องแขนแล้วเดินไปยังชั้น 2 ของบ้านจากนั้นจึงไต่ขึ้นไปบนหลังคาแล้วนำสายไฟที่เหมือนว่าด้านในจะมีสายทองแดงพันเข้ากับเสาสัญญาณอันเก่าที่ไม่เคยคิดจะถอดมันออกจากหลังคาทั้งๆที่บ้านของพวกเขาไม่ได้ใช้โทรทัศน์และวิทยุแล้ว
“ พี่คิดจะทำอะไรอยู่เหรอ ” แอลลี่ยังคงตามมาดูพี่ชายพลางมองไปยังท้องฟ้าที่มืดสนิท ไฟฉุกเฉินของตึกฝั่งตรงข้ามไม่เหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว ทำให้คืนที่ 2 หลังจากซอมบี้ปรากฎตัวไม่มีแสงสว่างอยู่อีกต่อไป
“ เครื่องกระจายสัญญาณวิทยุแบบง่าย เราควรจะมีอุปกรณ์ใช้สำหรับรับสัญญาณที่ทหารหรือรัฐบาลใช้เพื่อให้รู้ว่าพวกเขาวางมาตรการช่วยเหลือเรายังไง ”
“ อ๋อ แล้วแบบนี้เราจะเอายังไงกับโทรศัพท์คะ ” โทรศัพท์มีเพียงเครื่องเดียวเท่านั้น เนื่องจากโทรศัพท์ของแอลลี่หล่นหายที่โรงเรียน จึงเหลือเพียงโทรศัพท์ของโยฮันที่สามารถใช้งานได้ เพียงแต่ว่าแบตเตอรี่เหลืออยู่ 15 % แอลลี่จึงคิดว่ามันไม่น่าจะพอเปิดทิ้งไว้
“ เอาไว้ก่อน สักเที่ยงคืนฉันจะลองไปหาเครื่องสำรองไฟจากห้องใกล้ๆนี้ดู ”
“ แต่หนูมองไม่เห็นอะไรเลยนะ ต่อให้จะมีไฟฉายก็เถอะ มันจะอยู่ได้นานกี่ชั่วโมงกัน ”
แอลลี่มองไปยังไฟฉายกระบอกเดียวภายในมือ ต่อให้มันจะมีความสว่างมากก็ตามที มันกลับเป็ไฟฉายสมัยใหม่ที่ต่อเข้ากับแบตเตอรี่แห้ง ไม่ใช่ถ่านเหมือนเดิมอีกต่อไป หากแบตหมดเธอจะต้องใช้ไฟฟ้าในการชาร์จมันจึงไม่น่าใช้
“ เธอรออยู่ที่นี่ ฉันไปคนเดียวน่าจะเร็วกว่า หากเธอไปด้วยเดี๋ยวกรี๊ดอีกจะแย่เอา ”
“ งั้นช่วยหนูล็อกบ้านด้วย ”
โยฮันปีนลงมาจากหลังคา จากนั้นเขาก็เริ่มเปิดวิทยุสื่อสาร แบตเตอรี่เครื่องยนต์น่าจะอยู่ได้อีก 2 วัน เขาจึงคิดว่าจะเดินทางไปยังห้างใกล้ๆเพื่อหาสิ่งที่สามารถใช้ชาร์จแบตได้
หลังจากวิทยุเปิดเครื่องมันได้ส่งเสียงรบกวนดังขึ้นเบาๆ โยฮันจึงค่อยๆเปลี่ยนช่องเพื่อดูว่ามีช่องสัญญาณใดมีคนยังใช้งานอยู่ เขาเชื่อว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะต้องมีการใช้งานคลื่นวิทยุของกองทัพเพื่อประกาศให้ชาวเมืองอพยพไปที่ไหนสักแห่งอย่างแน่นอน หากไม่มีคำสั่งอพยพควรจะมีคำสั่งจากทหารขอให้ชาวเมืองปฎิบัติบางอย่างเพื่อรอการช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามเขายังไม่เจอช่องที่มีเสียงพูด โยฮันจึงปิดเครื่องแล้วเดินไปยังโรงจอดรถข้างบ้าน
“ พี่มันจะเย็นก่อนนะ ไม่กินก่อนล่ะ ”
โยฮันรับจานจากน้องสาว การใช้ชีวิตตอนนี้ยากลำบากมาก เนื่องจากน้ำไม่ไหล ไฟฟ้าไม่มีให้ใช้ การอาบน้ำจึงเป็สิ่งที่ทำไม่ได้เหมือนปกติอีกต่อไปเพราะน้ำจะเหลือไว้แค่ใช้ราดทำความสะอาดอุจจาระเพียงเท่านั้น
หลังจากซดสปาเก็ตตี้ไปจนหมดจาน โยฮันจึงเดินเข้าไปในโรงจอดรถที่เขาทำลายประตูไปก่อนหน้าจากนั้นก็เริ่มค้นข้าวของเพื่อหาดูว่ามีสิ่งใดใช้ป้องกันตนเองได้ เขาจำได้ว่ามีอุปกรณ์อันตรายที่เคยซื้อมาเก็บเอาไว้อยู่เยอะพอสมควร
สองมือค่อยๆโยนของที่ไม่จำเป็ออกไปนอกโรงจอดรถเพื่อคัดสิ่งของ จนกระทั่งโยฮันหยุดมือเมื่อพบเข้ากับกล่องขนาด 2 เมตรวางอยู่ใต้เครื่องมือมากมาย เมื่อเปิดฝาเข้าไปดูสิ่งที่อยู่ภายใน ดวงตาของเขาก็ปรากฎความดีใจ
“ อะไรเหรอคะ ”
“ ปืนยิงปลา แม้มันจะมีระยะที่สั้นแต่ก็พอจะป้องกันตัวได้ ”
แอลลี่เอียงคอเล็กน้อย เธอรู้ว่าซอมบี้ไม่น่าจะตายจากพลังทำลายของปืนยิงปลาที่ใช้หลักการของยางส่งแรงดีดลูกดอกไปปักเป้าหมาย แต่เมื่อรู้ว่าพี่ชาย้าให้ใช้กับมนุษย์เธอก็เข้าใจจุดประสงค์ที่พี่ต้องค้นโกดังที่จอดรถในทันที สิ่งที่พวกเขาทั้งสองต้องเผชิญไม่ใช่แค่ซอมบี้ ดังนั้นจึงต้องหาอาวุธที่ทำให้มนุษย์หวาดกลัวมาติดตัวเอาไว้ใช้งานด้วยเช่นกัน
ลูกดอกโลหะมีทั้งสิ้น 20 ดอก แม้จะมีฝุ่นเกาะมันยังคงสามารถแทงทะลวงเนื้อหนังมนุษย์ได้ ยางบนปืนยังอยู่ในสภาพใช้งานได้ โยฮันจึงทำความสะอาดเล็กน้อยแล้วส่งมันให้น้องสาวทั้งหมด สิ่งนี้เขาไม่จำเป็เพราะมีพลังแปลกประหลาดจากสัตว์เอาไว้ป้องกันตัว ในระหว่างที่เขาไม่อยู่โยฮัน้าให้น้องสาวปลอดภัยที่สุดจึงต้องจัดหาอาวุธให้
“ มีดยาวเธอเป็ยังไงบ้าง ”
“ ดูเหมือนว่าคมจะหมดแล้วนะพี่ ”
“ เอามาให้ฉัน ดูเหมือนว่าจะต้องไปลับคมไกลๆหน่อยเดี๋ยวซอมบี้จะตื่นเอา ”
โยฮันรับดาบจากน้องสาวที่พันผ้าเหน็บเอาไว้ข้างเอวไม่ให้ห่างไปจากตัว หลังจากนั้นเขาก็เดินไปยังกล่องอีกใบที่วางอยู่ไม่ไกลออกไป ขนาดของกล่องมีความยาวแค่ 30 เิเเท่านั้น เมื่อเปิดออกด้านในมีมีดเดินป่าวางเรียงรายหลายสิบเล่ม พวกมันคือมีดที่เขาซื้อมาใช้ในระหว่างนั่งเล่นกับเหล่าคนที่ชอบตกปลาอยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำ เขากลับผันตัวมาจับกุ้งจึงมีเพียงมีดพับเล่มเล็กๆถูกพกติดตัวไปเพียงเท่านั้น
“ โห นี่พี่แอบซื้อของพวกนี้ตอนไหนเนี่ย พ่อรู้หรือเปล่า ”
เข็มขัดสีดำมีช่องสำหรับใส่มีดนำขึ้นมาสวมใส่ หลังจากนั้นมีดมากมายภายในกล่องก็ถูกนำขึ้นมาเสียบไปตามช่องเพื่อใช้ป้องกันตัว คุณสมบัติของมีดเหล่านี้โยฮันคิดว่าดีกว่ามีดบังตอ หากเจอซอมบี้ระดับ 2 คงไม่ต้องใช้มือเปล่า
“ เข้าไปปิดประตูบ้านเร็ว ”
“ แล้วพี่ล่ะ ”
“ ฉันจะไปลับมีดที่ตึกข้างๆ เดี๋ยวจะกลับมา ”
แอลลี่เดินกลับเข้าไปในบ้าน ด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นทำให้เธอสามารถยกหามของหนักได้ปกติ ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้าถูกนำไปปิดทับหน้าต่างและประตูเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดปีนป่ายเข้ามาจากทางด้านนอก ถึงแม้จะไม่สามารถป้องกันซอมบี้ระดับ 2 ได้ก็ตาม มันกลับป้องกันคนและซอมบี้ระดับ 1 ได้ดีเยี่ยม หลังจากปิดบ้านจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีที่ว่างให้คนและซอมบี้ลอดผ่านเข้ามาได้ แอลลี่จึงเดินขึ้นไปหลบอยู่ชั้นสอง เนื่องจากว่าชั้นแรกอาจจะมีหนูท่อบุกเข้ามาได้จึงต้องอยู่ให้สูงจากพื้นดิน
---------------------------------------------------------------
ดวงตาทั้งสองมองลงมาจากดาดฟ้าตึกสูง 5 ชั้น ตำแหน่งที่โยฮันยืนอยู่นั้นคือดาดฟ้าตึกที่อยู่ถนนฝั่งตรงข้ามกับบ้านของเขามาไม่ไกล สิ่งที่เขากำลังมองจ้องคือบ้านตนเองเพื่อดูว่ามีสิ่งใดคิดจะบุกเข้าไปใน่กลางคืนหรือเปล่า
ตอนนี้แสงเทียนดับลงแล้วหลังจากเขาสั่งให้น้องสาวดับมันหลังจากขึ้นไปบนห้องนอนของตน เธอไม่ต้องทำอะไรอีกนอกจากนอนอยู่ใต้เตียงรอดูว่าจะมีอะไรเข้าไปใกล้เธอหรือเปล่า
เขาไม่รู้ว่า่ที่ตนเองและน้องสาวต่อสู้กับซอมบี้ มีคนอื่นเห็นหรือไม่ แต่เขารู้ดีว่าจะต้องมีคนอื่นเห็นเขาและน้องสาวบนถนนอย่างแน่นอน เสียงร้องของซอมบี้ รวมไปถึงกลิ่นอาหารหอมฉุนจะต้องปลุกผู้คนที่ยังมีชีวิตรอดให้ออกตามหากลิ่นๆนั้น
ยิ่งทุกคนต้องทนอยู่กับความหิวโหยเป็เวลานาน ความกลัวที่มีต่อซอมบี้ก็ยิ่งลดน้อยลงไป การที่เขาและน้องสาวไล่ล่าซอมบี้ระแวกใกล้บ้านออกไปหมด ทำให้พวกเขาไม่มีเครื่องตรวจจับการเคลื่อนไหวมนุษย์ที่ใช้ซอมบี้เป็ตัวตรวจจับ
เมื่อเห็นว่ายังไม่มีแสงไฟส่องไปยังบ้านของตน โยฮันจึงนำหินลับมีดออกมาลับมีดยาวของน้องสาวเฝ้ารอเวลา ่นี้เขาเชื่อว่าผู้คนคงไม่เดินลงมาจากตึก หากเป็เขาก็จะไม่ทำเช่นนั้น เนื่องจากว่าคนที่เขา้าปล้นจะต้องมีสติอยู่อย่างแน่นอน เพื่อมั่นใจว่าเขาจะเข้าถึงบ้านของอีกฝ่ายได้จะต้องรอให้เป้าหมายหลับก่อน ดังนั้นเขาจึงนั่งลับมีดทั้งหมดบนดาดฟ้าปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไปช้าๆ
“ พอไม่มีไฟท้องฟ้าก็สว่างแบบนี้เลยสินะ ”
ท้องฟ้าที่ไม่เคยเห็นค่า ในวันนี้เต็มไปด้วยดาวกลุ่มใหญ่ส่องแสงระยิบระยับดึงดูดสายตาให้หันมองขึ้นไป ขณะให้ความสนใจกับท้องฟ้าโยฮันก็ได้ยินเสียงปืนดังมาจากทิศใต้ แม้จะไม่สามารถคาดคะเนตำแหน่งที่แท้จริงได้ว่าเสียงยิงปืนเกิดขึ้นที่ไหน เขากลับพอจะรู้ว่ามันเป็เสียงปืนที่เกิดขึ้นเพื่อฆ่าซอมบี้เปิดทาง
เขาคิดว่าเป็เสียงของซอมบี้นั่นก็เพราะเขาได้ยินเสียงเห่าหอนของสุนัขและเสียงครางของซอมบี้ฝูงใหญ่ ซึ่งมันไม่น่าจะเป็ตำแหน่งที่เขาเคยผ่านมา
เสียงปืนดังปังยังคงก้องกังวาลต่อไป โยฮันจึงค่อยๆแยกแยะเสียงทำให้เขารู้ว่ามีการใช้ปืนลูกโม่ ปืนลูกซอง และขวดแก้วที่เหมือนจะบรรจุแอลกอฮอล์เอาไว้ด้านในเพื่อทำะเิ จากแสงไฟที่ส่องมาจากทางทิศใต้ดูเหมือนว่าจะมีการต่อสู้กับซอมบี้เกิดขึ้น เพียงแต่เขาไม่คิดเดินทางไปดูเพราะรู้ว่าตนเองอาจจะตกเป็เป้าได้
“ สักตีสี่ค่อยเดินทางก็แล้วกัน ”
นาฬิกาข้อมือตั้งเวลา เขาจะอยู่บนดาดฟ้าชั้น 5 อีก 2 ชั่วโมง หากเขาเดินทางในเช้ามืด ผู้คนอาจจะตื่นนอนแล้วเพราะพวกเขาถูกบังคับให้นอนั้แ่หัวค่ำ เขาจึงคิดว่าเดินทางใน่ตี 4 ของวันน่าจะเป็เวลาที่เหมาะที่สุด นอกจากจะยืนยันได้แล้วว่าจะไม่มีคนบุกบ้านเพื่อเล่นงานน้องสาวแล้ว ผู้คนในสถานที่ที่เขาจะเดินทางไปมีโอกาสจะหลับลึกด้วยเช่นกัน
เสียงปืนจากทางทิศใต้ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ สุดท้ายเสียงก็หายไปพร้อมกับแสงไฟ โยฮันที่นั่งนิ่งๆไม่เคลื่อนไหวเขาจึงเดินทางลงจากตึกชั้น 5 ไปแบบเงียบเชียบให้ได้มากที่สุดก่อนจะกลับเข้าไปในบ้านแล้วปลุกน้องสาวให้รู้ว่าเขาจะออกไปแล้ว
“ แอลลี่ ฉันจะไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆนี้นะ ส่วนนี่มีดยาว ถ้ามีคนเข้ามาฟันเลยอย่าได้กลัวไม่งั้นเธอจะถูกเล่นงาน ”
“ พี่เข้ามาทางไหน ”
“ หน้าบ้าน หลังจากออกไปแล้วจะล็อกให้ เธอควรจะใช้หน้าต่างในการเข้าออกนะเพราะฉันล็อกประตูหลังและประตูหน้าแบบปิดตาย ”
“ ระวังตัวด้วยนะพี่ ”
แอลลี่ตื่นจากนอนหลับ เธอไม่รู้เลยว่าตนเองหลับไป่ไหน ดูเหมือนว่าความเมื่อยจะทำให้เธอหลับไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตามเธอไม่กล้าหลับอีก เนื่องจากพี่ของเธอกำลังจะเดินทางออกไปสำรวจหาสิ่งของที่เป็ประโยชน์จากห้างใกล้เคียง
“ ฉันไปแล้วนะ อย่าได้จุดไฟหรือทำอาหารอีกล่ะ ถ้าจะกินขนมให้ห่อผ้าก่อนเปิดไม่งั้นจะทำให้เกิดเสียงส่งออกไปข้างนอกได้ ”
แอลลี่ไม่ได้ส่งเสียงรับปากแต่อย่างใดเพราะกลัวจะทำให้คนอื่นได้ยินเสียง เธอรู้ดีว่าคำพูดของพี่ชายเมื่อครู่ไม่้าให้ตอบกลับ หลังจากได้ยินเสียงดังปังเหมือนกับมีท่อนเหล็กทุบประตูบ้าน เธอจึงพยายามหมอบใต้เตียงนอนพลางถือปืนยิงปลาภายในมือเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นจากการถูกปล้น พี่ชายของเธอออกไปแล้วจึงต้องดูแลตัวเอง.