ไม่นานจิ้งจอกสาวก็ได้พาเมอบิอุสวิ่งผ่านป่าสนที่ใบไม้เปลี่ยนเป็สีแดงหมดแล้วระหว่างทางเขาก็เห็นสัตว์ป่ารอบๆข้างของเขาบ้างแต่ส่วนมากเมื่อพวกมันเห็นจิ้งจอกสาวพวกมันจะรีบหนีไปกันหมดไม่นานนักพวกเขาก็ออกมาจากป่าสนสีแดงทิวทัศน์ถัดมาที่เขาเห็นคือทุ่งหญ้าสีเขียวขจีประดับด้วยก้อนหินก้อนเล็กๆและพุ่มไม้เตี้ยๆมากมายก่อนที่ความเร็วจะลดลงเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติตรงหน้า
เบื้องหน้ามีกลุ่มคน11 คนแต่งตัวด้วยผ้าฝ้ายดูมีระดับกว่าชุดที่เมอบิอุสสวมใส่อยู่มากนักพวกเขาส่วนมากพกดาบเป็อาวุธ มีอยู่2คนที่พกธนูและชายคนที่ตัวใหญ่ที่สุดกำลังแบกกรงที่มีหมาจิ้งจอกตัวเล็กๆกำลังดิ้นอยู่ในกรงนั้น เมอบิอุสสังเกตว่าทุกคนในกลุ่มนั้นมีสัญลักษณ์ โล่วงกลมที่มีดาบเสียบขนาดใหญ่ติดอยู่ที่กลางหลังด้วย
(เสี่ยวฉวนทำไมถึงเข้าไปอยู่ในนั้นได้ล่ะแล้วคนพวกนี้มันอะไรกัน..)
“ผมคิดว่าน้องสาวของคุณคงไม่ได้หลงทางแล้วล่ะแต่เธอคงโดนคนพวกนี้จับตัวมามากกว่า”
ชายหนุ่มที่ปากของเขาเป็อิสระแล้วพูดตอบจิ้งจอกสาวที่ตื่นใเบาๆดวงตาของเขาหรี่ลงมองกลุ่มคนตรงหน้า ที่ไม่ว่ามองยังไงก็รู้ว่าไม่ธรรมดาแน่ๆนอนคนที่สถานะห่วยแบบเขาไม่ใช่คนที่น่าจะไปต่อกรได้เลยแม้แต่น้อยทันใดนั้นเองหางสีทองที่พันตัวของเขาอยู่ก็ค่อยๆคลายออกก่อนจะส่งให้เขาลงบนพื้นอย่างเงียบเชียบ
(นายรออยู่ตรงนี้นะอย่าไปไหนนะ)
ดวงตาที่เคยซุกซนของนางจิ้งจอกเปลี่ยนไปจนเหมือนกับสัตว์ที่กำลังมองศัตรูของมันอยู่ความน่ากลัวนั้นทำให้ชายหนุ่มเข้าไปหลบในพุ่มไม้สีเขียวขนาดกำลังดีอย่างว่าง่าย การหนีไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลยเพราะกูมิโฮสามารถตามกลิ่นของน้องสาวที่อยู่ห่างขนาดนี้ได้ก็คงตามตัวเขาไปได้ทุกที่เช่นเดียวกัน
“...เดี๋ยวครับอย่าเพิ่งไป...”
เมอบิอุสพยายามเรียกจิ้งจอกสาวเอาไว้ก่อนแต่ก็ไร้ประโยชน์ เธอหมอบตัวลงกับพื้นแล้วคลานไปอย่างเงียบๆ ไปทางที่กลุ่มผู้เล่นนั้นอยู่แล้วชายหนุ่มมีความรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะดูจากความเร็วในการเดินของพวกเขาแล้วราวกับว่ากำลังรออะไรบางอย่างอยู่ไม่มีผิด แต่สายไปแล้ว กูมิโฮคลานลัดพุ่มไม้ไปอยู่ด้านหลังของคนกลุ่มนั้นแล้ว
ตอนนั้นนั่นเองหางทั้งเก้าของเธอก็เรืองแสงขึ้นมาเมื่อจิ้งจอกสาวอ้าปากออกก็ปรากฏลูกไฟขึ้นที่ด้านหน้าปากของเธอมันขยายขึ้นจนมีขนาดประมาณผลแตงโมขนาดกลางก่อนจะพุ่งเข้าใส่นักธนูที่เดินตามหลังอยู่เต็มๆ
1200(คริติคอลจากการโจมตีโดยเป้าหมายไม่รู้ตัว)
ไฟจากการะเิสว่างจ้านักธนูผู้โชคร้ายคนนั้นถูกลูกไฟของนางจิ้งจอกโจมตีจนเสียชีวิตในครั้งเดียวที่ส่งผลให้เขากลายเป็แสงสีขาวพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า การโจมตีครั้งนี้เป็สัญญาณบอกกลุ่มผู้เล่นทุกคนในกลุ่มว่าจิ้งจอกน้อยที่ถูกขังอยู่ในกรงตอนนี้มีคนเสี่ยงมาช่วยมันแล้ว
“นั่นไงว่าแล้วแม่มันต้องมาช่วยมันแน่ ทีนี้ละรวยเละ ได้ทั้งแม่ทั้งลูกเอ้าพวกเราทำตามแผนได้เลยค่ายกล 8 ทิศ”
ชายที่แบกกรงะโขึ้นพร้อมกับสั่งให้ลูกน้องกระจายกันล้อมรอบกูมิโฮเอาไว้เพื่อเตรียมจับตัวซึ่งคนเหล่านี้ได้เหมือนถูกฝึกมาให้ล่ามอนสเตอร์ขนาดเล็กอย่างกูมิโฮโดยเฉพาะ ทั้ง8คนที่ถือดาบเข้าล้อมจิ้งจอกสาวทั้ง 8ทิศทั้ง8ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างมีระเบียบ
“แย่แล้วแบบนี้ไม่ดีแน่”
เมอบิอุสทำหน้าเสียในทันทีเขาเข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงของคนกลุ่มนี้แล้วนั่นก็คือการล่อให้จิ้งจอกสาวเข้าไปติดกับนั่นเอง แม้ว่าเขาจะกลัวมากก็ตามแต่ราวกับในตัวของเขามีแรงผลักดันบางอย่าง ที่ทำให้เขาทนไม่ได้กับเหตุการณ์ตรงหน้าขาของเขาขยับเข้าใกล้จุดการปะทะอย่างรวดเร็วโดยอาศัยโอกาสที่อีกฝ่ายกำลังสนใจอยู่กับกูมิโฮ
200*3 (เหลือ2400/3000)
(โอ้ย...!!! มันเจ็บนะ)
เสียงร้องของกูมิโฮดังขึ้นในหัวของเขาที่สีข้างของเธอมีาแจากรอยโดยดาบฟันถึงสามแห่งแม้ว่าเธอจะมีระดับมากกว่าคนเหล่านี้มากก็ตาม แต่การก้าวเดินที่ล้อมเธอเอาไว้นั้นทำให้เธอไม่รู้ว่าจะโจมตีตรงไหนดี แม้จะพ่นลูกไฟที่มีพลังทำลายมากออกไปแล้วศัตรูก็สามารถหลบได้สบายๆ แล้วยังฉวยโอกาสเข้ามาโจมตีเธอได้อีกด้วย
“ฮ่าฮ่าฮ่า...ค่ายกลนี้แหละที่พวกข้าใช้ล่ามอนสเตอร์แบบเ้ามานักต่อนักแล้วไม่มีทางทำลายมันได้หรอก”
ชายศีรษะล้านที่ตัวใหญ่ที่สุดกล่าวเห็นได้ชัดว่าเขาเป็หัวหน้าของคนกลุ่มนี้ ซึ่งตอนนี้เขายืนอยู่นอกวงกับนักธนูอีกคนที่หาโอกาสลอบโจมตีจิ้งจอกสาวอยู่โดยในมือถือกรงที่มีจิ้งจอกสีทองตัวเล็กเท่ากับสุนัขพันธุ์เล็กกำลังอาละวาดอยู่ข้างในนั้นอย่างร้อนรน เนื่องจากเห็นพี่สาวของตัวเองกำลังลำบากแน่นอนว่าเมอบิอุสก็เช่นกัน
เขาได้แต่กัดฟันแน่นมองดูกูมิโฮโดนรุมโจมตีไม่หยุดจนเผลอหยิบก้อนหินรูปร่างแปลกตาขึ้นมาถือเอาไว้ด้วยมือซ้ายและกำมันอย่างแรงราวกับกำลังระบายความคับแค้นใจลงไปในนั้น โดยที่แม้แต่เ้าตัวก็ยังไม่เห็น ลูกศรสีดำที่ฝ่ามือของเขาเรืองแสงก่อนจะกลืนก้อนหินในมือเขาเข้าไป ที่ทำให้เสียงของระบบดังขึ้น
‘ท่านได้รับหินธรรมดา1 ก้อน’
(เอ๋...นี่มันอะไรกันหินนี่มันอะไร)
เมอบิอุสที่รู้ดีว่าตอนนี้ไม่อาจส่งเสียงได้จึงเปล่งเสียงในใจเสียงออกมาแทน ก่อนจะมองหาหินก้อนเมื่อครู่นี้แต่ก็มีเสียงนึงดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
(บอกให้รออยู่ตรงนั้นยังไงล่ะแล้วเมื่อนี้มีหินอะไรเหรอ)
จิ้งจอกสาวที่แม้แต่ในเวลาคับขับก็ตามก็ยังคงอยากรู้อยากเห็นไม่หาย ถามคำถามหลังจากที่ได้ยินเสียงในใจของอีกฝ่าย ที่ทำให้เมอบิอุสเงยหน้าขึ้นมาสบตากับกูมิโฮและตอนนั้นเองนักดาบคนหนึ่งก็กำลังเข้ามาโจมตีที่ด้านหลังของเธอทำให้เขาเตือนด้วยเสียงในใจอีกครั้ง
(ระวังข้างหลัง !!! หมอบลงเร็วเข้า)
ทันทีที่เขาคิดจิ้งจอกสาวก็หมอบลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ดาบที่ฟันกวาดมาในอากาศพลาดเป้าไปนี่ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่ากูมิโฮได้คิดเสียงที่เขาคิดซึ่งคงเป็เหตุมาจากความสามารถอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับการเป็คู่หูถ้าเป็แบบนี้เขาน่าจะทำอะไรได้บ้าง
“เอ้ย...มันหันหลังอยู่แบบนั้นพลาดได้ยังไง”
หัวหน้าศีรษะโล้นะโด่านักดาบที่โจมตีพลาดเสียงดังถ้าการโจมตีเมื่อกี้สำเร็จล่ะก็ จะเป็การโจมตีในขณะที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวที่จะทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้นถึงเท่าครึ่ง ทำให้เขาวางกรงขังเสี่ยวฉวนลงกับพื้นเพื่อเตรียมเข้ามาร่วมค่ายกลด้วย นับว่าเป็โอกาสที่ปล่อยผ่านไปไม่ได้ ชายหนุ่มจึงรีบส่งกระแสจิตหากูมิโฮทันที
(ปล่อยลูกบอลไฟแบบเมื่อกี้ลงไปที่ด้านหน้าแล้วโจมตีนักดาบที่ล้มลงซะ)
(อะ...อือเอาแบบนั้นก็ได้)
แม้ว่ากูมิโฮจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้ยินเสียงของอีกฝ่ายโดยไม่เอะใจแม้แต่น้อยว่าทำไมอีกฝ่ายได้ยินเสียงของตนั้แ่แรกก็ตาม ถึงอย่างนั้นเธอก็ยอมทำตามแต่โดยดีจิ้งจอกสาวพ่นลูกไฟออกมาอีกครั้งแน่นอนว่านักดาบที่อยู่บริเวณทางหัวของเธอแหวกทางเป็ช่องเพื่อหลบลูกไฟนั้นแต่ครั้งนี้ไม่มีเหมือนครั้งที่แล้วแล้ว
ลูกไฟลูกนี้โจมตีใส่พื้นดินบริเวณที่ทั้งสองคนเว้นช่องเอาไว้แม้ว่าจะโจมตีพลาดเป้าก็ตาม แต่แรงะเิก็ส่งให้นักดาบทั้งสองคนนั้นล้มลงในทันที ซึ่งเธอไม่ปล่อยให้โอกาสพลาดไปแน่จึงเข้าไปกัดนักดาบคนหนึ่งด้วยเขี้ยวอันแหลมคมของเธออย่างรวดเร็ว
“อั่ก...นี่มันอะไรกันทำไมอยู่ๆมันถึง...”
ยังไม่ทันพูดจบนักดาบคนนั้นก็เสียชีวิตและกลายเป็แสงพุ่งขึ้นฟ้าไปก่อนที่นางจิ้งจอกจะใช้เวทมนตร์ที่ทำให้หางสีทองของเธอแข็งเหมือนกับเหล็กกล้าที่แทงเข้าใส่นักดาบอีกคนที่ล้มลงอยู่เช่นกัน ด้วยจำนวนหางของเธอส่งผลให้อีกฝ่ายก็กลายเป็แสงสีขาวตามเพื่อนไปติดๆ
(โอ๊ะได้ผลจริงๆด้วย นี่ๆแล้วต่อไปทำยังไงต่อเหรอ)
กูมิโฮที่เห็นว่าวิธีที่ชายหนุ่มบอกได้ผลก็หันมาถามเขาต่อด้วยความกระตือรือร้น และก็พบว่าตอนนี้เมอบิอุสไม่อยู่ที่เดิมแล้วแต่ยังไม่ทันมองหาก็มีสายลมนึงพัดเข้ามาก่อน ที่ทำให้เธอะโหลบตามสัญชาตญาณซึ่งนั้นคือลมจากการโจมตีด้วยดาบของหัวหน้าศีรษะล้านที่เห็นว่าค่ายกลถูกทำลายแล้วนั้นเอง จากนั้นเขาก็ะโเสียงดัง
“เอ้ย !!! อย่าขยับอีกนะ ทางนี้มีตัวประกันอยู่ถ้าไม่อยากให้ลูกจิ้งจอกตรงนั้นตายก็ยอมแพ้ซะ ฟังออกใช่ไหมภาษาคนน่ะ”
เขาพูดพร้อมกับชี้ไปทางกรงโลหะที่ขังเสี่ยวฉวนเอาไว้ที่เมื่อสักครู่นี้เขาวางมันเอาไว้บนพื้น แต่ทว่าบนพื้นนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีอะไรวางอยู่เลยจนทุกคนอดงงเป็ไก่ตาแตกไม่ได้ แม้แต่กูมิโฮเองก็ยังเอียงคอไปมาด้วยความสงสัยเช่นเดียวกัน
“นั้น !!! มันอยู่ที่นั้นจับตัวมันเอาไว้เร็วเข้า”
นักธนูที่ตาดีกว่าคนอื่นมองเห็นชายคนหนึ่งที่อุ้มกรงขังเสี่ยวฉวนเอาไว้ กำลังแอบอยู่ในพุ่งไม้อย่างเงียบๆเนื่องจากเวลามีน้อยไปหน่อย เมอบิอุสจึงไม่อาจหาพุ่มไม้ที่บังตัวเขามิดได้เท้าของเขาจึงโผล่ออกมาเล็กน้อย นั้นทำให้ชายหนุ่มรีบออกวิ่งทันทีพร้อมกับบอกสิ่งที่เขาคิดกับจิ้งจอกสาวคู่หูของเขา
(ตอนที่มันกำลังสนผมอยู่นี่แหละจัดการพวกมันเลย)
(จ้า~~~เข้าใจแล้ว นอกจากจะอร่อยแล้วยังเก่งไม่เบาด้วยนะเนี่ย)
จิ้งจอกสาวชมชายหนุ่มจากใจจริงก่อนจะหันมาจัดการกับนักดาบคนอื่นๆที่เคยล้อมเธออยู่ ซึ่งด้วยจำนวนแค่ 6คนนั้นทำให้สมดุลของค่ายกลเสียไป เธอถึงจัดการพวกเขาได้อย่างไม่ลำบากแน่นอนว่าคนที่ลำบากนั้นคือเมอบิอุสที่ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน จากการวิ่งไล่ตามของชายศีรษะล้านกับนักธนูที่้ากรงขังเสี่ยวฉวนคืนไปนั่นเอง
“หยุดนะ...เ้าหนุ่มเอาทรัพย์สินของสหพันธ์คืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
ชายศีรษะล้านะโเสียงดังขณะที่วิ่งตีคู่มากับนักธนูไปด้วยแน่นอนว่าเมอบิอุสไม่หยุดแน่นอน เขาเลือกวิ่งเข้าไปในพุ่มไม้สลับไปมาเนื่องจากร่างกายของเขาค่อนข้างผอมแห้ง จึงวิ่งฝ่าพุ่มไม้ได้ดีกว่าหัวหน้าร่างใหญ่หรือนักธนูที่ถือคันธนูอันแสนเกะกะมาด้วย
“แฮ่ก...แฮ่ก...หยุดให้โง่สิแล้วกรงนี้มันเปิดยังไงเนี่ย”
เมอบิอุสวิ่งหอบไปพยายามเปิดกรงที่ขังเสี่ยวฉวนไปด้วยแต่แม่กุญแจขนาดใหญ่ที่คล้องประตูกรงอยู่นั้น ด้วยพละกำลังเท่าแมวอย่างเขาคงไม่อาจทำลายมันได้แน่นอนจึงได้แต่พยายามหาวิธีอื่นไปด้วยทว่าด้วยระดับที่แตกต่างกันมากนั้นทำให้ระยะห่างลดลงอย่างรวดเร็วจนไม่นานเขาก็แทบรู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่พ่นรดหลังของเขา
(ทางนี้จัดการเรียบร้อยแล้วเป็ยังไงเราเก่งใช่ไหมล่ะ)
ตอนนั้นเองที่กระแสจิตของจิ้งจอกสาวดังขึ้นในหัวของชายหนุ่มกูมิโฮที่ส่งนักดาบคนอื่นๆให้กลายเป็แสงไปหมดแล้วนั้น ตามกลิ่นอันหอมหวานของเมอบิอุสมาด้วยความรวดเร็ว เสียงหวานของเธอนั้นทำให้ชายหนุ่มดีใจแทบคลั่งเนื่องจากเขาหมดแรงวิ่งเต็มทีแล้ว
(กูมิโฮโจมตีด้วยลูกไฟใส่พื้นใต้เท้าของเรา แล้วอาศัยควันจากการะเิเข้าไปโจมตีสองคนที่วิ่งตามมา จัดการเ้าคนหัวโล้นก่อนให้ได้นะ)
(คนหัวโล้นนะได้ๆ เดี๋ยวจัดให้)
กูมิโฮพยักหน้าถี่ๆก่อนจะปล่อยลูกไฟใส่เท้าของเมอบิอุสตามที่ขอทันที แม้ว่าการโจมตีของพวกเดียวกันจะไม่สร้างความเสียหายแต่แรงะเิก็ยังพัดให้ชายหนุ่มพุ่งไปข้างหน้าอยู่ดีส่วนนักธนูกับชายหัวล้านนั้นโดนผลักไปข้างหลังอย่างช่วยไม่ได้
“บ้าเอ้ยพวกนั้นเสร็จไปหมดแล้วเหรอเนี่ย”
นักธนูที่ะโถอยหลังหลบลูกไฟของกูมิโฮสบถด้วยความหัวเสียที่สถานะเพื่อนของเขาบอกว่าเสียชีวิตหมดแล้วตอนนี้ด้านหน้าของเขามีควันจากลูกไฟที่เผาใบไม้สดเต็มไปหมดจนแทบมองไม่เห็นข้างหน้าเลย
ท่ามกลางควันนั้นเองร่างขนาดใหญ่สีทองก็พุ่งผ่านควันออกมาหางสีทองที่ปลายหางแหลมคมดุลปลายหอกชี้มาข้างหน้าเพื่อเตรียมปลิดชีพของหัวหน้าของเขาที่ะโถอยหลังออกมาเช่นเดียวกัน
700*7
“หัวหน้านี่ท่าน...อั่ก”
นักธนูกล่าวอย่างตกตะลึงด้วยน้ำแรงอ่อนแรงเนื่องจากคนที่มีเลขความเสียหายเด้งขึ้นบนหัวนั้นคือเขาเอง เืจำนวนมากไหลออกมาจากปากของเขาที่คอเสื้อด้านหลังของเขานั้น มีมือขนาดใหญ่จับเอาไว้อยู่ ซึ่งเ้าของมือใหญ่นั้นก็คือหัวหน้าของเขาที่ใช้เขาต่างโล่นั่นเอง
ร่างของนักธนูผู้โชคร้ายกลายเป็แสงหายไปแต่ยังไม่ทันที่แสงจะหายไปหมดก็มีดาบยาวพุ่งออกมาจากแสงนั้นหัวหน้ากลุ่มได้ใช้นักธนูเป็แค่อุปกรณ์ในการบังสายตาของจิ้งจอกสาวไม่ว่ากูมิโฮเตรียมตัวมาดีแค่ไหน ก็คงคาดไม่ถึงว่าจะกล้าใช้ลูกน้องของตนเป็แค่อุปกรณ์ในการบังตาอย่างนี้กว่าที่เธอจะรู้ตัวดาบยาวก็พุ่งออกมาจากแสงสีขาวที่ยังหายไปไม่หมดตรงมายังเธอที่ไม่มีโอกาสหลบได้เลย
1250 (เหลือ 1150/3000)
กูมิโฮโดนแทงที่หน้าอกด้านขวาอย่างจังก่อนที่จะทรุดลงไปต่อหน้าเมอบิอุสและเสี่ยวฉวนเืสีแดงของจิ้งจอกสาวค่อยๆ ไหลออกมาเต็มพื้นไปหมด