ตอน 3 นรกก็เอาชีวิตข้าไม่ได้
ในเมื่อการเจรจาราบรื่นไปด้วยดี สุ่นหย่งชวนกลายเป็หนอนบ่อนไส้รอวันกวาดล้างชนเผ่าแดนเหนือ ผนึกกับกลุ่มชนคนหุย สร้างกองทัพทมิฬ รอบุกทวงคืนอำนาจจากหลี่วู่ และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง หย่งชวนผู้ชำนาญการศึก วางกลอุบายซะแยบยล ไหนเลยจะรู้ว่าเขยที่พ่อตารัก สามีที่เมียหลงจนโงหัวไม่ขึ้น จะเป็ผู้ร้ายชักศึกเข้าบ้าน ....หย่งชวนบัญชาการ นำนักฆ่าเพียงไม่กี่สิบคน สังหารชาวแดนเหนือจนตายเกลื่อน ....คนสุดท้ายที่เขาจงใจฆ่าด้วยเงื่อมมือของตัวเอง คือภรรยาที่เขาไม่เคยรัก
"ไปลงนรกซะเถอะ นางโสเภณีทุเรศ !! วันๆเอาอกเอาใจข้าประหนึ่งจะตายวันตายพรุ่ง คิดหรือว่าข้าจะตามไม่ทันคนเช่นเ้า" หย่งชวนผู้กระหายการเข่นข้า ยกดาบเสียดคอภรรยาอย่างไร้เยื่อใย
"หากจะตาย... ข้าก็ขอพาท่านไปครองรักที่ปรโลก!!!" จังหวะที่หย่งชวนเล็งดาบเสียบร่างนางซ้ำอีก เป่าเล่อผู้ถวายตัวแด่รัก นางไม่หลบคมดาบเลยสักนิด ทว่านางกลับอธิษฐานขอพร ซ้ำยังปักกริดสวนลงกลางใจหย่งชวนจนเขาสะบั้นดิ้น
"ทวยเทพโปรดเห็นใจ หากมีวาสนาได้พบอีกครา ขอให้สุ่นหย่งชวนรักข้าหัวปักหัวปำ ร้ายกับคนทั้งโลกยกเว้นข้าผู้เดียว!!" คำอธิษฐานอันแรงกล้า ะเืฟ้าะเืดิน ดังถึงหู ผู้คุมประตูปรโลก
โลกที่มืดมิด ขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา หยางชวนปรากฏตัวอีกครั้ง ร่างที่โปร่งแสงมองทะลุ ไม่สามารถจับต้องสิ่งใดได้
"อย่าบอกนะ ว่าข้าตายแล้ว!! "
"โถ่โว้ย บัดซบ!! ไอ้หลี่วู่คนเลวยังลอยนวล ส่วนคนดีเยี่ยงข้าต้องตายอย่างอนาถ "
"ไอ้์เฮงซวย ชะตาอะไรของเอ็งวะ!!" หย่งชวนด่ากราดั้แ่พระอินทร์จนถึงเปรตชั้นล่างสุด คำด่าของเขาที่ตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัด ะเืถึงหูเทพทุกหมู่เหล่า ทำเอาขนลุกขนพองไปตามๆกัน.... หลังจากนั้นไม่นาน เส้นทางอันยาวไกลปรากฏที่เบื้องหน้า ด้านหลังของเขาเป็ชายวัยกลางคนถือง้าวทองเคาะหัวเขา
"เ้าคนปากสุนัข!! ด่าทออะไรของเ้า รู้หรือไม่เง็กเซียน์ถึงขั้นประชวรเชียวนะ!!" เทพผู้คุมประตูปรโลก ตำหนิหย่งชวนเล็กน้อย แต่แววตากลับไม่ได้ดุดัน จะออกเอ็นดูหย่งชวนเสียด้วยซ้ำ (เอ็นดูในความใจกล้า)
"นี่มันตัวอะไรอีกล่ะเนี่ย !! เนื้อหนังสีทอง แสงสว่างจ้าจนข้าแสบตา!!" หย่งชวนบ่นมุบมิบ
"เ้านี่มันใจกล้าเกินคน ั้แ่ข้าเฝ้าประตูปรโลกมาสามพันปี ไม่เคยพบผู้ใดเืร้อนเช่นเ้ามาก่อน "
"ทำไมวะ ทำไมทุกครั้งที่ข้าลืมตาตื่น ต้องเจอกับเื่วิปริตผิดแปลก!!" หย่งชวนแสนงง เกาหัวยุกยิก สีหน้าบูดบึ้งเป็ตูด
"เพื่อเป็รางวัลที่ทำให้ข้าประหลาดใจได้ ข้าให้เ้าขอพรได้หนึ่งข้อ" เทพผู้เฝ้าประตูปรโลก อยู่ที่นี่ลำพังอย่างเงียบเหงามาสามพันปี ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะมีเื่มาให้สำราญใจ ดังนั้นการได้พบคนวิปลาสอย่างหย่งชวน กลับถึงใจเทพแห่งความตายเสียยังงั้น
"ฮะฮะ พูดเองนะ อย่ากลับคำก็แล้วกัน" หย่งชวนตัวแสบคิดคำขอออกแล้ว หลุดขำออกมาคนเดียว
"บังอาจ ข้าเป็ถึงเทพแห่งความตาย ผู้เฝ้าประตูปรโลก เื่เล็กน้อยแค่นี้จะเอามาล้อเล่นได้อย่างไร " เสียงง้าวกระทุ้งพื้นเสียงดังกังวาลหู ััได้ถึงแรงพิโรธ
"หากกลับคำ ข้าขอให้ท่านเป็หมา!!" หย่งชวนมาดใหญ่ ยียวนกวนประสาทแม้กระทั่งกับเทพในปรโลก
"ว่ามาเถอะ " เทพแห่งความตายเริ่มรำคาญหย่งชวนแล้ว
"ข้า้ากลับไปแก้ไขอดีต ความปรารถนายังมี หลี่วู่เสวยสุข มหาบุรุษอยู่แห่งใด ข้ายังตายไม่ได้!!!" เพียงนึกภาพในหัวและเปล่งเสียงออกมา หย่งชวนก็พรึ้บบบกลับเข้าสู่ร่างเดิม หวนคืนห้วงเวลาที่คุ้นเคยดี
ในกระโจมใหญ่ที่ชายแดน ลมหนาวพัดสาด ร่างกายอันเย็นะเืหวนคืน เตียงใหญ่เรียงไปด้วยขนสัตว์
"นี่ข้ากลับมาแล้วสินะ หากจำไม่ผิด วันนี้ข้าต้องไปลงทัณฑ์ชาวแดนเหนือ สายหน่อยหลี่วู่ต้องมาพบข้า" ทันทีที่ลืมตาขึ้น หย่งชวนคิดแต่จะแก้แค้น เขารอเวลานี้มานาน กระทั่งเทพแห่งความตายยังเอาชีวิตเขาไปไม่ได้ และแล้วเหตุการณ์เดิมก็วนมาถึงจนได้
"ท่านอ๋องขอรับ คุณชายรองหลีวู่มารอพบในกระโจม" ทหารรับใช้คุกเข่ารายงานข้างๆ
แต่ครั้งนี้ในใจพี่ใหญ่ มิได้หลงเหลือความปรารถนาดีอยู่เลย
"ข้าอยากจะเห็นนัก ว่าท่าทีที่เ้าหวาดกลัวจะเป็อย่างไร" หย่งชวนพึมพำในใจ มือไม้กำแน่น
ครั้งนี้เขามิได้สั่งให้ทหารหยุดทรมานเชลยชาวแดนเหนืออย่างที่ควรจะเป็ เขากลับเดินเข้าไปหยิบของมีคม กรีดเืเฉือนเนื้อพวกเขาอย่างเชื่องช้าที่ละคน
"ข้าไม่สะดวกเข้าไปพบหลี่วู่ในกระโจม จงแจ้งแก่เขา หากอยากพบข้า จงมาที่นี่" หย่งชวนจงใจให้น้องรองมาเห็นภาพอันแสนสยดสยองนี้ด้วยตาตัวเอง....
...เพราะความกระหายอำนาจ สุ่นหลี่วู่ยอมย่างเท้าออกจากกระโจม พร้อมกาชาร้อนที่เขาตั้งใจต้ม
"ท่านพี่ ชาดีจากจิ่งโจวที่ท่านชอบ ข้านำติดมือมามอบให้ท่านด้วยใจ" หลี่วู่หลับตาปริ่ม ไม่กล้าเบิ่งตามองซากศพพวกนั้น
"โอ่ว... น้องรองของข้าช่างใจกว้างนัก อุส่าแบกสังหารแห้งๆมาถึงนี่ มิใช่ว่ามีเื่้าร้องขอหรอกนะ" หย่งชวนแกล้งพูดจาเสียดสี ราวกับว่ารู้ทันเบื้องลึกในใจ
หลี่วู่เริ่มทำตัวไม่ถูก ทีกล้าทีกลัวที่จะเอ่ย
"มีอะไรก็ว่ามาเถอะ ข้าไม่ได้มีเวลามากเพื่อดูความขลาดเขลาของเ้า" หย่งชวนเห็นท่าทีเงอะงะของเขา มันทำให้เขารำคาญใจที่สุด
"หลี่วู่ไม่ขออ้อมค้อม หากพี่ใหญ่สังเกตให้ดีจะเห็นรอยบวมเขียวบนหน้าข้า ท่านไม่้ารู้เลยหรือไร ว่าข้าได้มันมายังไง" ในเมื่อพี่ใหญ่ไม่ทักท้วงเสียที เขาก็ไม่วายพูดชี้เป้าให้เสียเอง
"ฮะฮ่า หลี่วู่ เ้าโตเป็ผู้ใหญ่ปานนี้ เื่ต่อยตีเป็เื่ธรรมดาของบุรุษ "
"หากเ้าได้เห็นเนื้อตัวข้าล่ะก็จะต้องผวาแน่ ร่างกายชายย่อมต้องมีรอยแผลเป็ หากเทียบกับเ้าที่ผิวเนียนขาวแล้วล่ะก็ ไม่มีอะไรให้น่าห่วง" หย่งชวนแข็งข้อ ไม่ขอดีด้วย แม้กระทั่งคำพูดยังแดกดันทุกคำ
"ท่านพี่ ข้าเป็ถึงน้องของท่าน บัดนี้ถูกอ๋องใหญ่รังแก ท่านกลับไม่ไยดี ข้าผู้น้อยน่าเวทนานัก" หลี่วู่แกล้งร้องไห้ระงมเหมือนครั้งเป็เด็ก
"หลี่วู่ อย่าใช้วิธีนี้กับข้าเลย มันไม่ได้ผลหรอก ไอ้นิสัยขี้ขลาด อะไรไม่ได้ดั่งใจก็ร้องไห้ขี้มูกโป่ง วิ่งฟ้องท่านพ่อให้ข้าถูกเฆี่ยนตี ไม่ควรใช้กับข้าที่นี่" ในเมื่อหย่งชวนรู้ทัน หลี่วู่ปาดน้ำตาปลอมๆออก วางกาชาร้อนกระแทกโต๊ะเสียงดัง
"ข้า้าอำนาจ ขอให้ท่านร่วมสังหารอ๋องใหญ่ ทำให้ข้าได้หรือไม่!!" หลี่วู่อดกลั้นไม่ไหว พุ่งคำพูดที่ไม่สมควรพูดออกไป
"ในที่สุดก็ยอมปริปากแล้วสินะ เ้าน้องเนรคุณ" หย่งชวนกำมือแน่น ครุ่นคิดในใจ
เพื่อขู่ขวัญน้องรองผู้ตาขาว เขายกดาบแกว่งตัดคอเชลยเยี่ยงผักปลา ภาพที่แสนสลดทำให้หลี่วู่ตัวสะบั้น สั่นเหมือนผีเข้า
"หลี่วู่ มาสิ เดินเข้ามาใกล้ข้า... ผู้ครองอำนาจ มิมีผู้ใดมือเท้าสะอาด ทุกคนล้วนเปื้อนเืยืนบนกองศพคนนับพัน สังหารคนได้ในพริบตาเดียว " หย่งชวนโยนดาบใหญ่ให้เขารับไว้ ท้าให้หลี่วู่สังหารคนต่อหน้า เพื่อสอนบทเรียน
"ขะ ขะ ข้า ทำม๊าย!!ด๊าย!! " หลี่วู่หลับตาปี๋ ทำหน้าหยี๋ หัวเด็ดตีนขาดไม่ขอทำ
"หึ หากเื่แค่นี้ไม่กล้ากระทำ อย่าหวังว่าชายโฉดอย่างข้าจะเข้าร่วม "
"หลี่วู่ เ้าก็รู้ว่าข้านิยมความป่าเถื่อน ชายวิปลาส ชื่อนี้ข้าไม่ได้มาง่ายๆ" หย่งชวนนำเืสดๆ ป้ายหน้าหลี่วู่ นอกจากนั้นเขายกอุ้งมือช้อนเกยคางเรียวๆของเขาเอาไว้
....เพื่ออำนาจบาตรใหญ่ หลี่วู่ผู้ไม่เคยสังหารใคร กลับต้องฝืนใจทำ นี่เป็ครั้งแรกที่เขาสังหารคน ทว่าคมดาบหนักสักคอคนจนขาดสะบั้น แววตาที่แสนอาวรณ์ของเชลยชายมองเขาไม่กะพริบ กระทั่งหัวขาดจากบ่ายังจ้องไม่หยุด กลายเป็ภาพหลอนติดตาที่ไม่อาจลบจากความทรงจำเขาได้ หลี่วู่ทิ้งดาบใหญ่ลงฟื้น ตัวสั่นเพราะความกลัว หงายหลังลงกองพื้น น้ำตาเป็หยดไหลจากเบ้าตา
"เป็ยังไง ฝีมือข้าใช้ได้หรือไม่ สมใจท่านหรือยัง" หลี่วู่กระแทกเสียงพูดอย่างสั่นเครือ
"โอ่ว... ร้ายกาจ ร้ายกาจจริงๆ เพื่ออำนาจแล้ว เ้ายอมทำทุกอย่างสินะ เช่นนี้แล้วหากวันข้างหน้า เ้าเกิด้าชีวิตข้าขึ้นมา จะทำอย่างไรดี" หย่งชวนผู้โส-มม ยกชาร้อนในกาดื่ม พร้อมโน้มตัวลงกระซิบข้างหูหลี่วู่ ทำแววตายียวนกวนใจ
"สุ่นหย่งชวน!! ท่านตั้งใจยั่วโมโหข้างั้นเหรอ ตกลงว่ายังไงกัน" หลี่วู่เริ่มหัวเสีย สักยันตัวลุกขึ้นจากความพ่ายแพ้ กระชากชายอาภรณ์ของหย่งชวนขึ้น ตะคอกเสียงอังหน้า
"อืม... ข้ารับปากเ้า อำนาจในมืออ๋องใหญ่ ข้าจะ่ชิงคืนนี้" หย่งชวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นๆ ไม่รู้เดือดรู้ร้อน