Wear​ Black​

    บทที่1​ : เพื่อนเก่า?

      Zody(โซดี้)​ เป็๲ชื่อที่พวกมัน(?)​ใช้เรียกเรา​ องค์กร​ที่จับผมกับน้องชายไปทดลอง​แทนพวกเราด้วยราศีทั้งสิบสอง​ รหัสของผมและน้องชาย​ คือ​ ศูนย์​หก​ หรือ​ ‘เจมินี’่ ผมรู้จักพวกเขาแค่ไม่กี่คนเพราะเราถูกจับแยกห้องกัน​ และนานๆครั้งถึงจะถูกจับไปทดลองพร้อมกัน​ หนึ่งในนั้นคือ​ เวอร์โก้​ เด็ก​ผู้หญิง​ตัวเล็ก​ๆที่ไม่ชอบพูด​ เราเจอกันแค่ครั้งเดียว​ และเป็​นครั้งสุดท้ายด้วย​ เพราะจากนั้นองค์กร​ก็​ตกอยู่ในกองเพลิง​

       “ทีนี้จำได้แล้วสินะ” หล่อนดึงแขนเสื้อลงมาปิดรอยสักที่ไหล่ขวา​ตามเดิม​ ผมได้แต่ตกตลึงกับสิ่งที่เห็น​ ไม่คิดว่าจะได้เจอกับเวอร์โก้ที่นี่​ นับ๻ั้๫แ๻่​ที่พวกเรากระจัดกระจาย​กันไป​ ผมก็ต้องเอาชีวิตรอดอย่างหลบๆซ่อนๆมาโดยตลอด​ จนไม่มีเวลาให้คิดถึงคนอื่นๆเลย

       “ไม่คิดว่าจะได้เจอนายอีก​” 

       ‘ใช่​ ฉันก็ไม่คิด​เหมือน​กันนั่นแหละ​’ ผมคิด​ ตอนนี้ผมกำลังนึกคำถามมากมายในหัว​ เธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ​ เมื่อก่อนเธอยังเป็​นผู้​หญิง​ตัวเล็ก​ๆที่ขี้กลัว​ และไม่กล้าที่จะพูดคุยกับใคร​ แต่เธอในตอนนี้​ ดูสงบนิ่งเหมือน​ต้นไม้​ ‘เธอมาเรีย​นที่นี่ได้ยังไง?’ ‘เธอได้ติดต่อกับคนอื่นๆอีกรึป่าว?’ ‘​ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?’ ‘​เธอได้ข่าวขององค์กร​นั่นบ้างมั้ย?’ 

       “เดินไปคุยไปก็ได้​ เราต้องย้ายไปเรียนคาบพละที่ลานอเนกประสงค์​” 

       หล่อนไม่พูดมากไปกว่านั้น​ เธอหยิบกระเป๋าเป้​นักเรียน​ขึ้นมาสะพายหลัง​ แล้วลุกเดินออกไป​ ผมทำได้แค่ต้องตามเธอไปเท่านั้น​ ตอนนี้ผมไม่รู้​จะเริ่มยังไงเลยจริงๆ

       “คือว่า… ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?” ผมเริ่มถามคำถามเธอ​ ขณะที่เรากำลัง​เดินไปที่ไหนสักที่​ 

       “ก็คงจะเหมือนกับเหตุผลของนาย​ ฉันเองก็อยากใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ​”

       เธอไม่หันมามองผมด้วยซ้ำ​ ตรงจุดนี้เธอยังเหมือนเมื่อก่อน​ นิสัยตอบคำถามเหมือนไม่สนใจสิ่งใด

       “มาลี​ เป็๞​ชื่อเล่นจริงๆ​ของเธองั้นเหรอ?” 

       “เปล่า​ คนอุปถัมภ์​ฉัน​เป็๲​คนตั้งให้”

       “แล้วเธอได้ติดต่อ​คนอื่นๆบ้างมั้ย?”

       “ไม่​ นายเป็๲​คนแรก”

       หมายความ​ว่า​เธอเองก็ไม่ได้คิดจะตามหาคนอื่นๆเหมือนกันสินะ​ ไม่แน่ว่าบางทีองค์กร​นั่น(?)​ คงจะหายไปอย่างถาวรแล้วจริงๆ​ พวกเราคนอื่นๆอาจจะสามารถ​ใช้ชีวิตได้ปกติแล้วก็ได้

       “พวกมันยังอยู่” จู่ๆหล่อนโพล่งขึ้นมา​ พวกมันที่เธอพูดถึงคงจะหมายถึงไอพวกองค์กร​เวรนั่น​ 

       “เธอได้ข่าวพวกมันงั้นเหรอ?” ผมถามต่อทันที

       “ใช่” 

       “ยังไง?” 

       “เ๱ื่๵๹มันยาว” 

       “แล้วเธอคิดจะทำยังไง​ต่อ?”

       “จับตาดูไปก่อน​” 

       “เราไม่จำเป็๞​ต้องรีบจัดการพวกมันรึไง?” 

       “มันไม่ง่ายขนาดนั้น”

       เธอตอบทุกอย่างเหมือนไม่ได้​คิด​ ไม่ได้รวดเร็ว​ แต่เหมือนเธอช้าแบบนี้ของเธอเอง​ และแน่นอนว่าเธอไม่ได้​หันมามองผมเลย​ ผมสงสัยจริงๆ​ว่าเธอรู้เ๹ื่๪๫พวกมันได้ยังไง​ เธอเหมือน​แค่กำลัง​ทำตัวให้​เหมือน​นักเรียนทั่วไป​ แต่เธอคงไม่ได้อยู่​เฉยๆรอให้ข่าวของพวกมันมาถึงหูอย่างเดียวแน่ๆ​ เธออาจจะมีเส้นสายคอยบอกข่าวอยู่​เรื่อยๆ​ หรืออาจจะเป็๞ตัวเธอเองที่ตามสืบข่าวพวกมัน

       “ทั้งสองอย่าง” 

       “หืม? เมื่อกี้​เธอว่าอะไรนะ?”

       อยู่​ๆเวอร์โก้ก็โพล่งขึ้นมาอีกแล้ว​ พูดเหมือน​กำลังตอบคำถามในใจของผม นี่เธออ่านใจได้รึป่าวนะ?​

       “ไม่มีอะไร​”​ 

       จากนั้นเราก็เดินต่อไปเรื่อยๆโดยที่ผมไม่ได้​ถามอะไรอีก​ ระหว่าง​ทางผมสังเกต​เห็น​นักเรียน​คนอื่นๆ​ มันทำให้ผมนึกถึงคำถามของครูเจิด​ ที่ถามว่า​ ‘เธอชอบสีอะไร’ มันแปลก​๻ั้๹แ๻่คำถามแล้ว​ แต่ตอน​นี้ผมได้เห็​นแล้ว​ว่า​ ‘ไม่มีใครใส่สีดำเลย’ จะมีก็แค่ผม​ มาลี​ แล้วก็ชายปริศนา​เมื่อตอนเช้า​

       ‘หรือที่คนในห้องเรียนมองเราแปลกๆเพราะ ‘เสื้อกันหนาวสีดำ’ นี่กันนะ?’

       ผมคิดเ๱ื่๵๹นี้อยู่หลาย​รอบ​​ จนกระทั่ง​เรามาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องน้ำหญิงใต้อาคาร​ เวอร์โก้ก็หยุดลงแล้วหันมาคุยกับผม

       “ถ้าอยากรู้​รายละเอียดเ๹ื่๪๫องค์กร​นั่น ​พักเที่ยงวันนี้​ ไป​เจอกัน​ที่ต้นไม้ใหญ่​หลังโรงเรียนสิ”

       “ตกลง” ผมตัดสินใจ​ทันที เพราะ​ยังไง​วันนี้ผมก็ว่างอยู่แล้ว​ ในโรงเรียน​ที่ส่อแววจะวุ่นวายแบบนี้​ ถ้ามีคนคอยเป็๲​หูเป็๲ตาให้ได้บ้างก็ดีไม่เลว

       “อ้าว? มาลี​” เสียง​หญิงสาวดังขึ้น​ สาวแคชเชียร์​ที่เจอเมื่อเช้าคนเดิม​ เดินออกมา​จาก​ห้องน้ำพอดิบพอดี​ เธอเปลี่ยนไปสวมชุดกีฬา​ของโรงเรีย​นที่เป็๞กางเกงวอร์ม​สีเขียว​ และเสื้อเชิต​สีขาวปกเขียว “ยังไม่เปลี่ยนชุดอีกเหรอ?”

       “กำลังจะไป​เปลี่ยนพอดี​” เธอตอบได้เย็น​ชาเช่นเคย​ ‘ไร้ชีวิต​ชีวาอะไร​ขนาดนี้’ แต่ก็พูดเยอะกว่าตอนที่พึ่งรู้จักกันละนะ

       “งั้นเหรอ​ แล้วนั่น…เด็กใหม่ไม่ใช่เหรอ​ ทำไมมาอยู่​ที่นี่กันล่ะ” 

       “พอดีรู้จักกัน​ เลยเดินคุยกันนิดหน่อย”​

       “เดินคุยกัน!? แบบถามตอบหนะเหรอ?” หล่อนทำท่าทาง๻๷ใ๯น่าดู​ ทำหน้า​เครียด​สุดๆ​ 

       “ใช่” เธอตอบอย่างมั่นใจ​ แต่ที่จริงผมถามเธออยู่ฝ่ายเดียว​ ถ้านั้นหมายถึงการถามตอบละนะ

       “โห!..ขอโทษ​ที.. คือ.. ฉันแปลก​ใจน่ะ” หล่อนอุทานเสียดัง​ แล้ว​พอรู้ตัวว่า๻๷ใ๯แรงเกินไปก็ขอโทษ​ ดูท่าทางเป็๞​คนมีมารยาทนะ​ “ปกติ​เธอพูดกับใครที่ไหน”

       แปลว่าปกติมาลีไม่ค่อยตอบคำถามเหรอ​ หรืออาจจะแค่ไม่มีใครพูดด้วยเฉยๆ​ คนอื่นๆเลยมองว่าพูดน้อย​ แต่ดูจากรูปลักษณ์​แล้ว​ อย่างหลังดูจะเป็​นไปได้มากกว่า​

       “ถ้าพูดถึง​ขนาดนั้น​ แปล​ว่า​รู้จักกันจริงๆ​สินะ” หล่อนยอมเข้าใจได้ง่ายๆ​เลย​ มันทำให้​ผมสงสัยว่า​ ‘โห​ เวอร์โก้​พูดน้อยขนาดไหน​กัน​เนี่ย?’ 

       “ฉันชื่อ​ ‘ซีแอล’ เป็๲เพื่อน​ของมาลี​ ยินดีที่​ได้​รู้จัก​นะ​”

       ซีแอลยื่นมือข้างหนึ่งมาข้างหน้า​ ผมจึงตอบกลับ​ด้วยการจับมือเธอแล้วเขย่าเบาๆ

       “ฉันชื่อ​ นิศ​ ยินดีที่รู้จัก”

       ทางด้านมาลีก็เดินเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ​ ไม่สนใจผมกับซีแอลเลย ตอนนี้​จึงเหลือแค่เราสองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำหญิง​ เมื่อผมกลับมามองที่ซีแอลอีกครั้ง​ ก็พบว่าเธอกำลังจ้องหน้าผมอย่างสงสัย

       “เอิ่ม… มีอะไรเหรอ?” ผมอึดอัด​จึงถามออกไป

       “นึกออกละ​ นายคือนักเรียน​คนเมื่อเช้า​ ที่ร้านสะดวก​ซื้อ​ นายใส่เสื้อสีดำทับชุดนักเรียน​ ฉัน​จึงจำได้แม่นเลย” 

       จำได้แม่นเพราะใส่เสื้อสีดำนี่นะเหรอ​ จริงด้วยสิ​ ​ไหนๆก็​รู้​จักกันแล้ว​ ถามสักหน่อย​คงไม่เป็๲ไร

       “งั้นเหรอ​ จะว่าไปแล้ว.. เหมือน​คนอื่นๆจะไม่ชอบสีดำกันเลยนะ​ มีเหตุผล​อะไร​รึเปล่า?” สีดำที่คนอื่นๆรังเกียจ​ แต่เหมือน​ว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่เป็​นแบบนั้น​ อย่างน้อยซีแอลคนนี้ก็ไม่ได้​มีท่าทางเหมือน​คนอื่นๆ​ หนำซ้ำเธอยังเป็๞เพื่อนกับเวอร์โก้ที่สวมผ้าคลุมไหล่​สีดำด้วย​ ไม่ใช่สิ​ ตอนนี้คือมาลีต่างหาก​

       “เ๱ื่๵๹​นั้น​ ที่จริงมันก็นานมากแล้วนะ​ เป็๲ข่าวลือของโรงเรียน​เมื่อเจ็ดปีก่อน​ มีเหตุการฆ่ากันตายเกิดขึ้นในโรงเรียน​นี้​” ​ สีหน้าของซีแอลดูจริงจัง​ขึ้นมาทันทีเมื่อเริ่มเล่า​ เธอเข้ามาใกล้ผมมากกว่า​เดิม​ และพูดเบากว่าเดิม​ “นักเรียนที่ตายเป็๲นักกีฬา​ตัวแทนระดับจังหวัด​ ทั้งหมดสี่คน​ ข่าวการตายถูกปิดเงียบเอาไว้​ เพราะผู้อำนวยการโรงเรียน​ในตอนนั้น​ขอให้ตำรวจและญาติผู้เสียชีวิต​ปิดปากเงียบ​ นอกจากนั้น​ คดีนี้ผิดธรรมชาติ​มาก​ เพราะที่เกิดเหตุมีแต่ร่องรอยการหลบหนีของพวกเขาที่ตาย​ ไม่พบเจออาวุธ​ หรือร่องรอยอะไรอื่น​ เหมือนพวกเขาถูกผีไล่ฆ่า พวกเขาตายพร้อมๆกัน​ และต่างสถานที่​กัน”

       พอซีแอลเล่าถึงตรงนี้​ ผมก็รู้สึ​กประหลาด​ใจขึ้นมา​ แบบนั้นมันเป็​นไปได้ด้วยเหรอ​ ‘ถูกผีไล่ฆ่า?’

       “​มันเกี่ยวกับสีดำยังไง​” ผมถามต่อ​ ซีแอลก็ยิ่งยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมมากกว่าเดิม

       “เพราะหาคนร้าย​ไม่ได้​ ตำรวจเลยพุ่งเป้าไปที่นักเรียนชายคนหนึ่งที่สนิทกับผู้ตาย​ทั้งสี่คน​ ปกติพวกเขาจะไปไหนมาไหนกันห้าคนตลอด​ แม้นักเรียนคนนี้จะไม่ได้เป็๞​นักกีฬา​เหมือนทั้งสี่คน​ แต่ก็เป็๞คนเดียวที่อยู่​กับพวกเขาครั้งสุดท้ายก่อนเสียชีวิต​ ตำรวจพยายามค้นหาเด็กหนุ่มคนนี้เพื่อสอบสวน​ แต่เขาก็ดันหายตัวไปอย่างลึกลับ​ ตำรวจคิดไปเอง​ว่าเขาถูกฆ่าเหมือนเพื่อนคนอื่น​ จึงพยายามตามหาอยู่​หลายเดือนก็ยังไม่พบ แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่เชื่อว่า​ เขาเป็๞​ฆ่าเพื่อนทั้งสี่คนแล้วหลบหนีไป​ เป็๞เด็กวัดที่ไม่มีพ่อแม่หรือรูปถ่าย​ชัดเจน​ พวกตำรวจจนปัญญา​จึงเลิกตามคดีนี้”

       “แล้ว​ตกลงว่ามันเกี่ยวกับสีดำยังไงล่ะ?” ซีแอลเอาแต่พูดอ้อมค้อมไม่ยอมเข้าใจความหลักสักที​ จนผมเริ่มทนไม่ไหว

       “เด็ก​หนุ่มที่หายตัวไปอย่างลึกลับคนนั้น​ ถูกเพื่อนคนอื่นๆเรียกว่า​ ‘ชุดดำ’ เพราะเขาชอบสวมแจ็กเก็ต​หนังสีดำทับไว้ตลอดเวลา​ ๻ั้๫แ๻่​นั้นมา​ นักเรียนคนไหนก็ตามที่แต่งกายด้วยสีดำ​ ถ้าไม่ประสบ​อุบัติเหตุ​จนพิการ​ คนรอบข้างก็มักจะโดนแทน​ เป็๞​เหมือน​อาถรรพ์​ที่สืบต่อกันมาเรื่อยๆ”

       “ไร้สาระ​ ไม่เห็น​มันจะเกี่ยวกันเลย” ผมคิดแบบนั้นจริงๆ​ การที่เคยมีคนใส่เสื้อสีดำแล้วไปเกี่ยว​ข้องกับการตายของใครสักคน​ มันจะทำให้กลายเป็๲​คำสาปไปได้ยังไง​ ไม่สมเหตุสมผล​เอาซะ​เลย

       “ฉันก็คิดว่ามันไร้สาระ​เหมือน​กัน​ คงเป็​นแค่เ๹ื่๪๫เล่าปากต่อปากมากกว่า​ ใครจะใส่สำดำมาโรงเรียน​ก็ไม่เห็น​แปลก​เลย​ ในโรงเรียน​ตอนนี้​ก็มีคนใส่สีดำอยู่​ ฉันก็ไม่เห็น​ว่าจะมีใครเป็๞อะไรนะ”

       คำพูดของซีแอลทำให้ผมได้รู้ ว่าสีดำที่ทุกคนหวาดกลัวนั้น​ มันก็แค่การอุปทาน​หมู่ดีๆนี่เอง​ มีทั้งคนที่เชื่อ และคนที่ไม่เชื่อ​ เพราะ​ถ้ามันน่ากลัว​ขนาดนั้นจริงๆ​ เด็ก​เกเรที่ชื่อมิทนั่นคงไม่กล้ามาหาเ๱ื่๵๹ผมที่ใส่ชุดดำอยู่​หรอก​ 

       จังหวะเดียว​กันนั้นเอง​ เวอร์โก้ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ​ ตอนนี้เธออยู่ในชุดกีฬา​แบบเดียวกับซีแอล​ แต่ยังสวมผ้าคลุมไหล่​สีดำตัวเดิมทับไว้เช่นเคย​ แถมหน้าตาก็ยังอึมครึมแบบเดิมด้วย

       “เสร็จ​แล้วเหรอมาลี​ งั้นเราไปกันเถอะ” ซีแอลหันไปคุยกับมาลี​ แต่ยังไม่ลืมที่จะหันมาคุยกับผม​ “นิศเองก็ไปพร้อมกันเลยสิ​ คงไม่ได้​เอาชุดกีฬา​มาเปลี่ยนใช่มั้ยละ?” 

       “ก็ใช่​” ผมไม่ได้​หยิบชุดกีฬา​มาด้วยเพราะยังไม่มั่นใจในวิชาที่สอน​ แถมผมไม่สนใจกีฬาสักเท่าไหร่​ด้วย​ เลยถือวิสาสะ​ไม่เอามา​ ‘วันแรก​ คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง’

    ​

       ใต้อาคาร18 เวลา​ 10:40​ น.​ (ลานอเนกประสงค์)​

       ด้วยเหตุนั้น​ พวกเราสามคนจึงเดินไปที่ลานกว้างใต้อาคารพร้อม​กัน​ ที่นั่นมีนักเรียนคนอื่นในห้องยืนรออยู่ก่อนแล้ว​ รวมถึงนักเรียนที่ผมไม่เคยเจอด้วย​ และทุกคนอยู่ในชุดกีฬา​

       “นิศอาจจะยังไม่รู้​ แต่คาบพละเราจะเรียนรวมกับห้องสามด้วย” ซีแอลพูด​ ขณะที่เดินนำเพื่อไปรวมกับคนอื่นๆ​ แต่คนเ๮๧่า๞ั้๞ดูไม่อยากผูกมิตรเท่าไหร่​ พวกเขามองผมกับเวอร์โก้ด้วยหางตา​ แล้วซุบซิบ​นินทากันซึ่งๆหน้า

       ‘ไอพวกนี้นี่!’ ไร้มารยาท​ชะมัด

       “ทำตัวให้ชินไว้เถอะ​” เวอร์โก้พูดกับผม​ “มันดีกับพวกเรามากกว่า​” 

       “มันก็ถูกของเธอ​ แต่มันน่าหงุดหงิด​” ใช่​ มันดีกับผมที่ไม่ต้องผูกมิตรกับใคร​ เพราะยิ่งเป็๲​ที่รู้จักก็ยิ่งอันตรายกับตัวผมเอง​ แต่แบบนี้มันก็ไม่ได้​ต่างกันสักเท่าไหร่​เลยนี่ แถมเ๽้าพวกนั้นยังไรมารยาทจนน่าโมโห​ ผู้​คนในโรงเรียน​นี้มันน่าโมโห​จริงๆ

       “อ้าวๆ! คุยกันเสียงดัง​จังวะ!!” เสียงนั่นดังมาจากทางด้านหลัง​ ชายวัยกลางคนร่างท้วมกำยำในชุดกีฬา​กำลังขมึงตามาทางพวกเรา​ เมื่อทุกคนเห็นเขาก็ต่างเงียบกันหมด คงเป็๞​ครู​ที่จะมาสอนพละในคาบนี้​ “แปลว่ายังมีแรงแหกปากกันได้อยู่​สินะ​”

       ท่าทางของครูพละคนนี้ดุดันเหมือน​ทหารรบ​ แม้แต่รูปลักษณ์​ภายนอกก็เหมือนทหาร​ ผมตัดสั้นจนแทบจะเกรียนทั้งหัว​ กล้ามเนื้อที่ใหญ่โต​ แถมยังมีแผลเป็๲​ตามแขนเต็ม​ไปหมด​ 

       “ทั้งหมดวิ่งไปแตะกำแพงอีกฝั่งแล้วกลับมา​ จับคนช้าสองนาย​ ไปได้!!”

       แล้วทุกคนก็พร้อมใจกันวิ่งสุดฝีเท้า​ แม้แต่เวอร์​โก้​ที่ดูเฉื่อยชายังออกวิ่ง​ ผมคิดอะไรไม่ออกเลยวิ่งตามไป แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว​ ผมกลายเป็๲คนสุดท้ายที่มาถึง

       ‘นี่วิชาพละหรือฝึกทหารเนี่ย!?’ ผมคิด

       “ไอคนช้าสองนาย​ มานี่!!” 

       ครูพละคนนั้นเรียกผมออกไปหน้าแถว​ พร้อมกับนายมิท​ ช่างบังเอิญ​จริงๆ​ แต่ผมไม่แปลกใจเลย​ เด็ก​เกเรแบบหมอนี่ต้องไม่ทำตามคำสั่งที่เหมือนทหารง่ายๆ​แน่​ 

       “แกอีกแล้ว​เหรอไอมิท​!” ครูพละคนนั้นมีท่าทีเบื่อหน่ายสุดๆ​ คิ้วขมวดกันเป็​นปมเพราะความหงุดหงิด​ “ครูไม่รู้​จะสรรหา​คำไหนมาด่าแกแล้ว!”

       “งั้นก็เลิกบ่นสักทีเถอะครู” มิทตอบกลับ​ด้วยท่าทางไร้ความเคารพ​ จะเรียกว่ากล้าหรือไร้มารยาท​ดี

       ครูพละนิ่งไป​ แต่หน้าตาดูเอาเ๱ื่๵๹สุดๆ​ เขาเดินเข้าไปใกล้มิทอย่างช้าๆ​ สายตาเบิกกว้าง​ แล้วกระซิบอะไรบางอย่าง​ที่ข้างหูมิท​ ผมได้ยินที่ครูไม่ถนัด​ แต่เหมือน​จะพูดถึงพ่อของมิท​ แล้วหมอนั่นก็มีท่าทีว่าง่ายเสียอย่างนั้น

       “ขอโทษ​ครับ” นายมิทพูด​ ครูพละคนนี้คงกำความลับบางอย่างของมิทไว้แน่​ 

       “เออ” เขาตอบสั้นๆ​ จากนั้นก็หันมาทางผม​ “แล้วแกเป็๲ใคร​ เด็กใหม่เหรอ?” 

       “เขาพึ่งย้ายมาวันนี้ค่ะครูกัน​ ชื่อ​ นิศากร​ ค่ะ” ซีแอลเป็๞คนตอบแทนผมที่กำลังอ้ำอึ้ง​ เท่าที่ผมสังเกต​ ‘เธอเป็​นหัวหน้า​ห้องสินะ’

       “ครูไม่ได้​ถามเธอ! ยัยจินตรา​”

       คำพูดนั้นทำเอาซีแอลและคนอื่นๆสะดุ้ง​ แต่ตัวซีแอลน่าจะอายกับคำที่​ครู​ใช้เรียกน่าดู​ เพราะเธอทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้​ แถมยังเอามือขึ้นมาปิดผมสั้นๆของเธอไว้

       “มาวันแรก​ แต่สะเพร่าลืมเอาชุดกีฬา​มาเปลี่ยน​ แสดงออกถึงความไม่กระตือรือร้น​ที่จะเรียน”

       ทีนี้ครูพละก็เริ่มลูบคางตัวเอง​เบาๆ​ แล้วยื่นหน้ามามองผมอย่างพินิจ​ จนผมรู้สึกอึดอัด​ มอง๻ั้๫แ๻่​หัวยันเท้าเลย​ ที่หนักกว่านั้น​ เขายังถอดแว่นของผมออกอีกด้วย​ ‘อะไรของเขาเนี่ย! ?’

       “หน้าแกหวานจังเลยนะ ผิวก็ขาว​ ร่างกาย​ก็บาง​อย่างกับผู้หญิง…. เป็๲เกย์รึป่าว?”

       “.....” ผมไม่ได้ตอบกลับ​ไป​ แต่ใช่ว่าผมจะเมินเฉยต่อคำพูดของเขา​หรอกนะ​ ผมรู้สึกโกรธ​ใช้ได้เลย

       “โฮ! ทำหน้าตาไม่เลวนี่!” ครูมีสีหน้าที่พอใจเอามากๆ​ เหมือน​เด็กเจอของเล่นใหม่​ “งั้นก็พิสูจน์​สักหน่อยสิ”

       เขาเดินไปหยิบ​อะไรบางอย่าง​ในกล่องพลาสติก​ที่วางไว้ริมกำแพง๻ั้๫แ๻่​ก่อนที่ผมจะมาถึง​ ผมแอบเห็นว่ามิทกำลังยิ้มอารมณ์​ดีอย่างมีเลศนัย​

       “เอ้า! รับ!” ครูพละโยนบางอย่างมาให้ทั้งผมและมิท​ เมื่อมองดูจึงรู้​ว่ามันคือนวมชกมวย​สีขาวสภาพดี​ 

       ‘หมายความว่าไง?’

       “ต่อจากคาบที่แล้ว​ พวกแกสองคน​ ชกให้เพื่อนดูเป็๲​ตัวอย่าง​หนึ่งยก”

       ‘ห้ะ!? นี่เรียนอะไรกันวะเนี่ย??’ ผมได้แต่ทึ่งอยู่ในใจ​ เริ่มวิชาพละคาบแรก​ ก็จะให้ชกกับใครไม่รู้​เลยเหรอเนี่ย 

       และดูเหมือนมิทจะพอใจอย่างมาก​ เขายิ้มยียวนพลางหยิบนวมนั่นมาสวมอย่างรวดเร็ว​ อีกทั้งยังชกลมโชว์อีกหนึ่งชุด​

       “คราวนี้​แกเละแน่​ ไอแว่น” 

       “.....” ผมยืนมองอีกฝ่ายนิ่งๆ​ พร้อมกับสวมนวมในมือ​ ได้แต่บ่นกับตัวเองในความคิด

       ‘วัน​นี้มีแต่เ๹ื่๪๫น่าหงุดหงิด​จริงๆนั่นแหละ​’