เว่ยจื้อโหยวพาน้องชายน้องสาวเดินไปดูหลุมดักปลาที่นางขุดเอาไว้เมื่อหลายวันก่อน เมื่อเดินมาถึงอวิ๋นซวนที่วิ่งนำหน้าไปก่อนนั้นก็ร้องออกมาด้วยความใ เขาเอากิ่งไม้ที่วางทับข้างบนปากหลุมออกในหลุมที่ขุดเอาไว้มีปลาอยู่แน่นไปหมดแถมปลายังมีขนาดใหญ่อีกด้วย
“อู๊วว ปละ..ปลา ปลาเต็มไปหมดเลยขอรับพี่สะใภ้อีกทั้งมีแต่ตัวใหญ่ๆพี่สะใภ้เก่งที่สุดเลยขอรับ”
“จริงหรืออาซวน ในนั้นมีปลาจริงหรือเ้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่”
“ข้าพุดเื่จริงพี่รองข้าจะไปโกหกท่านทำไมหรือท่านไม่เชื่อในตัวพี่สะใภ้กันแน่”
“ข้าเปล่าสักหน่อย เ้าอย่าพูดจาเหลวไหล อย่ามากล่าวหาข้า ข้าหาได้คิดดังเช่นที่เ้าว่ามา”
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว อาเฟยไปเอาถังน้ำมา เราจะจับปลาไปขังเอาไว้ในโอ่งก่อนพรุ่งนี้เราค่อยนำไปขายในเมือง จะได้ซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่มด้วย”
“เ้าค่ะพี่สะใภ้”
“อาซวนหากเรา้าเข้าไปในตัวเมืองเราจะต้องทำเช่นไร เดินไปหรือแล้วตัวเมืองอยู่ไกลหรือไม่”
“นั่งเกวียนรับจ้างไปขอรับ หากเดินเท้าก็ร่วม 2ชั่วยาม หากเรานำปลาเข้าไปขายข้าเกรงว่าเดินไปคงไม่สะดวก”
“เอาเช่นนี้ อาซวนเ้าวิ่งไปบ้านเดิมข้าสักประเดี๋ยว บอกกับท่านลุงใหญ่และท่านพ่อของข้าว่าข้า้าความช่วยเหลือและมีเื่ปรึกษา เ้าพาทั้งสองคนมาที่นี่ เื่หลุมดักปลาเราต้องเก็บเป้นความลับเข้าใจหรือไม่ นี่คือหนทางทำมาหากินของบ้านเรา”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะขอรับ”
“ระวังตัวด้วย หากเ้าเจอป้าสะใภ้ของเ้า อย่าได้หยุดหากนางเรียกให้เ้าหยุด เ้ารีบวิ่งไปให้ไกลจากนางเข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจขอรับ”
เพราะความนางได้รับรู้ถึงความร้ายกาจของป้าสะใภ้ของสามีจึงทำให้นางไม่วางใจ ไม่รู้ว่าคนบ้านใหญ่คิดจะทำอะไรอีก แต่คงไม่ใช่เื่ดีเป็แน่
อีกอย่างนางไม่รู้ว่าป้าสะใภ้วางแผนชั่วร้ายอะไรเอาไว้บ้าง ยิ่งตอนนี้อวิ๋นเซียวไม่อยู่ นางคงต้องหาทางรับมือเอาไว้ก่อนถึงแม้ว่าจะทำรั้วล้อมรอบที่ดินทั้ง 3หมู่เอาไว้แล้วแต่ก็เป็เพียงรั้วที่ทำจากไม้ไผ่นับว่าไม่แข็งแรงเท่าไหร่นัก
อวิ๋นซวนที่วิ่งไปที่บ้านเหลียนเพื่อส่งข่าวตามที่พี่สะใภ้สั่งความมา ตอนนี้เป็เวลาที่ชาวบ้านต่างพักผ่อนอยู่ในบ้านแทบทั้งนั้นส่วนหนึ่งสาเหตุมาจากยังมีความเสียใจที่สมาชิกในบ้านต้องไปร่วมรบในาระหว่างแคว้น
“ท่านลุงอี้ปิง ท่านลุงเจี้ยนป๋อ อยู่บ้านหรือไม่ขอรับ”
“ใครมาล่ะนั่น อ้าวอาซวนมีอันใดรึเหตุใดถึงวิ่งมาถึงที่นี่หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเ้ารึ” อี้ปิง
“พี่สะใภ้ให้ข้ามาขอรับ นางบอกว่ามีเื่จะปรึกษาหารือท่านลุงทั้งสองขอรับ”
“เช่นนั้นรึ เ้ารอสักครู่ข้าจะไปตามน้องเขยแล้วเราค่อยไปพร้อมกัน”
“ขอรับ รับรองว่าเป็เื่น่ายินดีแน่นอนขอรับไม่มีเื่เลวร้ายขอรับ”
ใช้เวลาไม่นานทั้งสามคนก็เดินมาจนถึงบ้านเชิงเขาของอวิ๋นเซียว อวิ๋นซวนเดินนำทั้งสองคนไปที่ลำธารที่มีอวิ๋นเฟยและเว่ยจื้อโหยวรออยู่ก่อนแล้ว
“อาโหยวมีเื่อันใดรึถึงได้ให้อาซวนไปตามพ่อกับลุงเ้ามา”
“ไม่มีอันใดเ้าค่ะท่านพ่อ เพียงแต่ข้าลองทำกับดักจับปลาแล้วทำสำเร็จข้าอยากจะให้ท่านพ่อกับท่านลุง ช่วยกันจับปลาแล้วนำไปขายเ้าค่ะ ส่วนเงินที่ได้จากการขายปลานั้นเราจะแบ่งเงินกันออกเป็ 3ส่วน ท่านพ่อ 1ส่วน ท่านลุง 1ส่วน และข้าอีกหนึ่งส่วนเ้าค่ะ”
“มันจะดีหรือลูกกับดักของเ้าก็เป็เ้าที่คิดค้นขึ้นมาได้ หากแบ่งกันเช่นนี้ไม่เท่ากับพ่อเอาเปรียบเ้ารึ”
“ดีแล้วเ้าค่ะ พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกันถึงแม้ว่าข้าจะแต่งงานออกเรือนแล้วแต่ยังไงข้าก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็ลูกสาวของท่านพ่อนะเ้าคะ ท่านพ่อก็เห็นตอนนี้สามีข้าไม่อยู่ การที่ข้าจะนำปลาไปขายนั้นลำบากยิ่งนักเ้าค่ะ อีกอย่างข้าตั้งใจจะปลูกพืชผักในที่ดินที่ว่างอยู่ จึงไม่สะดวกเข้าเมืองเ้าค่ะ”
“แล้วกับดักปลาของหลานอยู่ที่ใดหรืออาโหยว”
“ท่านพ่อ ท่านลุงเชิญทางนี้เ้าค่ะ อาซวนเอากิ่งไม้ออกได้เลย”
“ขอรับพี่สะใภ้”
“ทางนี้เ้าค่ะท่านพ่อ”
“นะ.. นี่มัน ทำแบบนี้ก็ได้หรือ ช่างเปิดหูเปิดตาข้ายิ่งนัก ปลามากมายถึงเพียงนี้ แถมเรายังสามารถจับปลาได้แบบเป็ๆอีกด้วย ไม่ใช่ปลาที่ตายแล้วแบบนี้จะต้องได้ราคาดีแน่นอนน้องเขย หลานสาวช่างมีความสามารถยิ่งนัก”
“ท่านลุงเพราะเหตุนี้หากข้าจะออกหน้าก็คงไม่ดี ข้าเป็เพียงสตรีแถมในบ้านยังมีแค่เด็กอีก 2คนเท่านั้น หากมีคนคิดอิจฉาหรือ้าบีบครั้นให้ข้าบอกวิธีจับปลาคงจะแย่แน่ๆ อย่างน้อยถ้าเป็ท่านลุงกับท่านพ่อคงไม่มีใครกล้าเ้าค่ะ”
“พ่อเข้าใจแล้ว เช่นนั้นปล่อยให้เป็หน้าที่ของพ่อกับลุงใหญ่เ้าเถอะ”
“เช่นนั้นก็รีบจับปลากันเถอะเ้าค่ะท่านพ่อ ”
หลังจากช่วยกันจับปลาของวันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นางนำปลาที่จับมาได้ทั้งหมดไปขังเอาไว้ในโอ่งน้ำหลังบ้านก่อน พรุ่งนี้ท่านพ่อกับท่านลุงจะเช่าเกวียนของหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อนำปลาไปขายในเมือง
เมื่อท่านพ่อเห็นว่าวิธีจับปลาแบบนี้ได้ผลดี ท่านพ่อและท่านลุงก็ไปชุดหลุมดักปลาเอาไว้อีกหลายแห่ง รวมถึงลำธารในป่าด้วย เว่ยจื้อโหยวเองนางคิดที่จะเข้าป่าไปวางกับดักหรือล่าสัตว์เอาไปขายเพื่อหาเงินเข้าบ้าน ด้วยความสามารถที่นางมีและความรู้ที่ติดตัวมาจากชาติที่แล้วนางเชื่อว่านางสามารถทำได้แน่นอน
ลำพังจะอาศัยพืชผักที่ปลูกในที่ดินอันนี้อยนิดนี่ก็เห็นจะไม่ได้ กว่าผักที่ปลูกจะโตจนสามารถนำมาทำอาหารได้คงต้องใช้เวลานาน นางจึงจำเป็ต้องหาลู่ทางเพื่อหาเงินเพื่อความอยู่รอด
เช้าวันต่อมาเว่ยเจี้ยนป๋พร้อมด้วยพี่ชาของภรรยาบังคับเกวียนวัวมาที่บ้านเชิงเขาเพื่อนำปลาไปขายในเมือง ทั้งสองคนมารับปลาก็เป็เวลาปลายยามอิ๋นแล้ว
“ท่านพ่อเ้าคะ เกวียนวัวแพงหรือไม่เ้าคะ ”
“วัว 1ตัว ก็หลายสิบตำลึงเงินอยู่ ทำไมหรืออาโหยว”
“หาเรามีเงินพอซื้อข้าอยากให้ท่านพ่อซื้อเกวียนเป็ของบ้านเราเ้าค่ะ จะเช่าเกวียนผู้อื่นเข้าเมืองไปขายของทุกวันเห็นจะไม่ดีกระมังเ้าคะ ”
“มันก็จริงอย่างที่หลานสาวว่ามานะน้องเขย ข้าพอมีเงินอยู่เดิมทีเงินนี้จะนำไปจ่ายเพื่อทดแทนการไม่ต้องไปเป็ทหาร แต่ว่าตอนนี้เงินนั่นไม่ได้ใช้แล้ว เอามาซื้อเกวียนวัวหรือเกวียนลาสักเล่มย่อมจะดี ข้าคิดว่าหลานสาวคงทำการค้าระยะยาวใช่หรือไม่”
“ใช่แล้วเ้าค่ะท่านลุง เช่นนั้นเรามีเกวียนของเราจะสะดวกกว่า ”
“เอาตามที่ลูกสาวว่าก็แล้วกัน พี่ใหญ่เรารีบไปกันเถอะเวลาไม่เช้าแล้ว ข้าไม่อยากให้ชาวบ้านเห็นปลาพวกนี้”
“ได้ อาโหยวเ้าก็เข้าบ้านไปนอนต่อเถอะ อย่าลืมลงกลอนประตูด้วยล่ะ”
“เ้าค่ะท่านลุง”
หลังจากเกวียนเคลื่อนตัวออกจากบ้านไปเว่ยจื้อโหยวปิดประตูลงกลอน จากนั้นนางเตรียมของเข้าป่าเพื่อไปวางกับดักทันที ส่วนหน้าที่การทำมื้อเช้าตกเป็ของอวิ๋นเฟยส่วนมื้อกลางวันและมื้อเย็นนางจะเป็คนทำเอง
เว่ยจื้อโหยววางกับดักเรียบร้อยแล้ว นางเดินออกจากป่าเพื่อกลับมากินมื้อเช้าที่บ้านและจะกลับเข้าป่าไปตรวจดุกับดักก็เป็เวลายามโหย่ว
นางกลับมาถึงบ้านอวิ๋นเฟยทำอาหารเสร็จแล้วส่วนอวิ๋นซวนรดน้ำผักที่นางปลูกเอาไว้เมื่อวาน หลังจากที่กินมื้อเช้าเสร็จแล้ว เว่ยจื้อโหยวก็ปลูกพักเพิ่มอีก 4 แปลง ตอนนี้เล้าไก่ของนางยังไม่มีไก่สักตัวหากนางดักได้ไก่ป่าก็คงจะดีไม่น้อย
ทางด้านเจี้ยนป๋อกับอี้ปิงที่เดินทางเข้าเมืองเพื่อนำปลามาขายที่เหลาอาหารในเมืองพวกเขามาถึงก็เป็เวลาที่ประตูเมืองเปิดพอดี หลังจากตรวจป้ายประจำตัวและเสียเงินค่าเข้าเมืองคนละ 5อิแปะเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองรับบังคับวัวมุ่งหน้าไปยังเหลาอาหารไท่เหยียนทันที
ด้วยเพราะทั้งสองคนออกจากบ้านมาั้แ่ฟ้ายังไม่สาง เมื่อมาถึงเหลาอาหารไท่เหยียนเสี่ยวเอ้อร์ที่ทำหน้าที่รับซื้อเพิ่งจะเปิดประตูเท่านั้น
“เสี่ยวเอ้อร์ พวกข้านำปลาสดๆมาขาย รับรองว่าปลาของพวกข้าสดใหม่และยังมีชีวิตอยู่ทุกตัว ไม่ทราบว่าทางเหลาอาหาร้าหรือไม่” อี้ปิง
“ท่านว่าอันใดนะขอรับ ปลาหรือขอรับแถมยังสดๆและยังมีชีวิตอยู่ หากเป็เื่จริงอย่างที่ท่านกล่าวมาข้าก็ยินดีรับซื้อทั้งหมดแถมให้ราคาสูงด้วย ข้าขอดูปลาของพวกท่านหน่อยจะได้หรือไม่”
“ได้สิ เช่นนั้นเชิญที่เกวียนเลย”
เมื่อเสี่ยวเอ้อร์เห็นถังใส่ปลาที่วางเรียงรายอยู่บนเกวียนอีกทั้งปลาสดๆยังมีชีวิตอยู่แถมมีขนาดใหญ่ เขาก็ตกตลึงเป็อย่างมาก ปลานี่เขาไม่สามารถตัดสินใจได้คงต้องให้หลงจู๊มาประเมินราคาด้วยเพราะไม่เคยมีชาวบ้านนำปลาที่มีชีวิตอยู่มาขายนี่เป็ครั้งแรกที่มีคนนำปลาที่ทั้งมีขนาดใหญ่และมีชีวิตอยู่
“ท่านทั้งสองรอสักครู่นะขอรับ ข้าไม่สามารถประเมินราคาได้ ขอข้าไปตามหลงจู๊ก่อน”
“ตกลง”
ใช้เวลาไม่ถึง ครึ่งเค่อเสี่ยวเอ้อร์เดินออกมาพร้อมกับหลงจู๊วัยกลางคน เมื่อหลงจู๊เห็นว่าปลาสดๆตัวใหญ่ๆแวกว่ายอยู่ในถังน้ำ เขาก็ใอ้าปากค้างทันที
“หลงจู๊ตกลงจะรับซื้อปลาสดของพวกเราหรือไม่ขอรับ” เจี้ยนป๋อ
“รับ รับสิ ข้าให้ชั่งละ30 อิแปะพวกท่านพอใจหรือไม่”
“พอใจขอรับ เช่นนั้นหลงจู๊นำปลาไปชั่งเถอะขอรับ ” อี้ปิง
หลงจู๊ให้เสี่ยวเอ้อร์นำปลาไปชั่งทั้งหมด 200ชั่ง คิดเป็เงิน 6ตำลึงเงิน หลังจากรับเงินค่าปลามาแล้วทั้งสองบอกลาหลงจู๊ทันทีและพรุ่งนี้จะนำปลามาส่งเช่นเคย
“เช่นนั้นเราไปดูวัวเทียมเกวียนกันเถอะ น้องเขย”
“ขอรับพี่ใหญ่ ”