เด็กฝึกประสบการณ์ งานฝึกประสบใจ

    บทนำ


    คุณคิดว่าการศึกษาและอาชีพสำคัญหรือไม่แน่นอน ว่ามันสำคัญ ไม่จำเป็นว่าจะเรียนจบสูงหรือไม่ก็ตาม แต่ทุกคนก็จะต้องรู้จักทำมาหากิน ทั้งมนุษย์เงินเดือน หรืออาชีพอิสระก็ตาม แต่สำหรับผม ตอบว่าไม่ครับเพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะผมมีพ่อที่โคตรรวยมหาศาลอยู่แล้วน่ะสิ ไม่ว่าจะอยากได้อะไร ผมก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องสักอย่าง ขนาดดาวกับพระจันทร์ผมยังเกือบได้มาแล้ว ไม่ได้โม้เพราะอย่างนี้ ผมก็เลยมีความคิดว่า ผมไม่จำเป็นต้องตรากตรำร่ำเรียนเพียรหางานทำอะไรให้ยุ่งยากเลย ลำพังมรดกของคุณพ่อที่มี ผมลูกคนเดียว ใช้อีกกี่ชาติจะหมดล่ะ ไว้หมดตัวเมื่อไหร่ หาใหม่ก็ไม่สายนี่แต่ตอนนี้ผมเป็นนักศึกษาอยู่ ก็ปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแล้วล่ะ ถ้าถามตามจริงว่าทำไมผมถึงเรียนต่อ อ๋อ บอกเลยว่าเปล่าครับ ผมเรียนให้พ่อมีไว้อวดเพื่อนเฉย ๆ น่ะ ที่เข้ามหาวิทยาลัยได้ก็ยัดเงินทั้งนั้น สอบเสิบอะไรไม่มีหรอก เพราะผมขี้เกียจอ่านหนังสือมากถึงมากที่สุดและวันนี้ก็เป็นวันฝึกงานวันแรกของผม พ่อผมฝากผมไว้กับบริษัทของเพื่อนที่รู้จัก ไม่ได้สัมภาษณ์หรือคัดตัวอะไรหรอก ความจริงแล้ว ผมก็ไม่ได้อยากจะฝึกอะไรมันนักหรอกนะงานน่ะ แค่ทำ ๆ ไปให้มันจบก็พอ หลังจากนั้นผมก็จะได้ค่าจ้างในการเรียนจากคุณพ่อด้วย เป็นล้านแน่ะตอนนี้ผมนอนแหมะแช่อยู่บนที่นอน ไม่ยอมลุกไปไหน แม้นาฬิกาจะดังเตือนครั้งที่สิบกว่าแล้วก็ตาม ฝ่ายบุคคลเขาบอกว่าให้เริ่มงานวันนี้เวลาแปดโมงเช้า นี่ก็สิบโมงกว่าแล้ว สักเที่ยงกว่า ๆ ผมกะว่าจะออกไป ก็นะ ผมมันเด็กเส้นเด็กสายอะ ตามอำเภอใจคือเรื่องปกติว่าแล้วก็ลั้นลา นอนต่อสักสองสามงีบดีกว่า จะไปมัวเครียดกับมันทำไมเรื่องงาน ทำไม่ทำ ผมก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนตรงไหน ลูกคุณซะอย่างกริ๊ง~~“โอ๊ย เตือนไรนักหนาวะ!” ผมเริ่มหงุดหงิดละนะ ไอ้นาฬิกาปลุกนี่มันวอนซะจริง ผมเพิ่งจะงีบต่อไปได้ชั่วโมงกว่าเอง มันดังมาอีกแล้ว แต่นี่ก็เกือบเที่ยงแล้วอะนะ คงต้องยอมลุกไปใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้แล้วจริง ๆพอลุกจากที่นอน ผมก็ตรงดิ่งมาสวมชุดนักศึกษาผืนเก่าที่รีดไว้แล้วเลย ทาแป้ง ฉีดน้ำหอมนิดหน่อยเป็นอันเสร็จ ซักแห้งอะนะ ไม่จำเป็นต้องอาบมันหรอกน้ำ ผมมันไอ้หน้าหล่ออยู่แล้ว ใคร ๆ ก็เหลียวหลังผมมีรถเบนซ์อยู่ คุณพ่อถอยให้ด้วยเงินสด พร้อมคนขับส่วนตัว ผมขี่เองไม่เป็นหรอก และไม่เคยคิดอยากขี่ด้วย มีเงินซะอย่างก็จ้างคนมาขับเอาสบายกว่า ผมสั่งให้เขาไปส่งที่บริษัทพิทยาเฮิร์บ จำกัด จากนั้นผมก็เดินชิลล์ ๆ เข้าไปพบหัวหน้าแผนกบุคคล เขาเป็นผู้หญิงวัยน่าจะสี่สิบกว่า ตอนผมไปถึงนะ เขาดูจะไม่พอใจด้วยแหละ หึ คงนึกอยากบ่นผมล่ะสิ แต่ทำไม่ได้ ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าผมมันเด็กใครตอนนี้นางพาผมมาพบคุณเลขาที่นั่งอยู่หน้าห้องท่านประธานชื่ออะไรสักอย่างนี่แหละ ตอนเขาพูดผมก็ไม่ค่อยสนใจฟังเท่าไหร่ บอกให้ผมนั่งรอ แล้วเลขาหนุ่มคนนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป พูดจาก็เสียงห้วน ๆ หยิ่งชะมัด เป็นแค่เลขา หึ!ผมทนนั่งเฉย ๆ อยู่นิ่ง ๆ ไม่เป็น ก็เลยลุกไปเดินมองหยิบจับนู่นนี่นั่นรอพลาง ๆ เท่านั้นแหละ ไอ้เลขานี่ทำเสียงดุใหญ่เชียว จะปรามผมสินะ ฝันไปเถอะโว้ย“ทำไม? จับแค่นี้ไม่ได้เหรอ หวง?”“เป็นมารยาทน่ะครับ คุณเป็นเด็กฝึกงาน ควรให้เกียรติสถานที่ด้วยการไม่รบกวนคนอื่นด้วยนะครับ กรุณานั่งรอเฉย ๆ จะดีกว่านะครับ”“เป็นใคร? มาสั่ง กะอีแค่ของตกแต่งกระจอก ๆ ราคาไม่กี่บาท ผมให้คุณพ่อซื้อมาประเคนให้บริษัทสักล้านชิ้นก็ได้ รู้นี่ ว่าผมลูกใคร” ผมแสดงท่าทีว่าเหนือกว่า พร้อมยิ้มเหยียด ประสาพนักงานออฟฟิศ มีสิทธิ์ไรมาสั่ง เหอะ! ไม่เจียมกะลาหัว“ครับ ตามใจคุณเถอะครับ” พอสู้ไม่ได้ ก็หุบปากไปแค่นั้น“แน่น๊อน” ผมยังถือวิสาสะจับนั่นจับนี่ไปเรื่อย ของชิ้นไหนวางไม่ถูกใจผม ผมก็เปลี่ยนที่ให้ซะเลย อันไหนไม่สวยผมก็หยิบทิ้ง เก๋ ๆ ชีวิตไม่มีอะไรให้ปวดหัวอยู่แล้ว แต่คนที่ปวดหัวคงเป็นไอ้เลขาหน้าห้องนี่ ฮ่า ๆ มันลุกพรวดขึ้นมา มองผมตาเขม็งแน่ะ อย่างกับจะจับหักคอกิน“อะไร? จะทำไรวะ ถ้ากล้าก็ลองดิ”“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ แค่จะบอกว่าหัดมีความเกรงใจบ้าง จะทิ้งทรัพย์สินของผู้อื่นตามใจตัวเองแบบนี้ไม่ได้ครับ ใครเห็นเข้า เขาจะพาลด่าไปถึงครอบครัวของคุณ ว่าไม่อบรมบ่มนิสัย เป็นห่วงน่ะครับ”“มึง! นี่มึงด่ากู”“เปล่าครับคุณ แค่ชี้แนะครับ”“ชี้แนะเชี่ยไร กูฟ้องคุณพ่อแน่ โทรเดี๋ยวนี้แหละ” ผมไม่ยอมแน่เรื่องนี้ มันต้องถึงหูผู้ใหญ่ ให้เขาจัดการไล่มันออกไปเลย ชักจะไม่ชอบขี้หน้าไอ้หมอนี่ซะแล้วสิ“อย่านะครับ! อย่านะ”“ไม่เว้ย! ปล่อยกู” มันเข้ามาแย่งโทรศัพท์จากมือผม แหมไอ้นี่ เดี๋ยวเสยปลายคางให้ ผมผลักมันออกสุดแรง ล้มก้นจ้ำเบ้าเลยแฮะ สะใจจริง แถมแลบลิ้นให้ด้วย “แบร่ สมน้ำหน้ากะลาหัวเจาะ”“คุณ ไม่ได้นะครับ”ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น กดโทรหาพ่อแล้ว ถ้าพ่อทราบเรื่องที่ผมรายงานไป แกก็คงติดต่อกับเพื่อนแกที่เป็นประธานบริษัทให้เฉดหัวไอ้เลขาหน้าจืดนี่ออกไปแน่ ก็พ่อผมมีเงิน จะทำไรก็ได้รอสายนานชิบ คุณพ่อมัวทำไรอยู่นะ ช่างเหอะ ยังไงวันนี้มันก็ต้องออกจากบริษัทนี้ไปให้ได้ ไม่งั้นผมไม่ยอม คอยดูสิ“ทำอะไรของคุณ ฮะ เตวิชญ์”เสียงใครอีกแล้วเนี่ย มาเรียกผมอยู่ได้ คนยิ่งปวดหัวกับไอ้เลขานี่อยู่ รู้จักชื่อผมด้วยแหะ ได้ยินไอ้เลขามันออกปากว่า ‘ท่านประธาน’ ก็เลยหันไปมองซะหน่อยให้เห็นเป็นบุญตา พอมองไปเท่านั้นแหละผมนี่แบบเกือบกลั้นขำไม่อยู่ ท่านประธานบ้าบอน่ะสิ ใส่ชุดกีฬารองเท้าแตะเข้ามาทำงาน บริษัทใหญ่โตโอ่อ่าขนาดนี้ ไม่รู้ว่ายามปล่อยให้พวกคนบ้าเข้ามาได้ยังไง หน้าตามันก็ดูดีใช้ได้ ไม่น่าจะเป็นคนบ๊องนะ แต่ติดตรงที่น้อยกว่าผมไปเยอะอยู่ ถ้าไปเรื่องความสมาร์ทแมนอะนะ“เสือกไร ละเป็นใคร มาเรียกชื่อ”“กลับไปนั่งที่ของคุณซะ ถ้ถ้าไม่อยากโดนดี”ไอ้บ้านี่ กล้าดียังไงมาสั่งลูกของเพื่อนสนิทเจ้าของบริษัทวะ สงสัยมันก็อยากโดนเหมือนไอ้เลขานี่อีกคนล่ะสิท่า ได้!“โห เก่งซะด้วย รอปอภออยู่ไหนวะ มาเอาคนบ้าออกไปดิ”