ผกายฤกษ์สูดลมหายใจลึกๆ ก่อนที่จะเข้าไปในบ้านของเ้านายหนุ่มคนใหม่นามว่า อำมรินทร์ ขณะกำลังเดินเข้าไป ก็มีบอดี้การ์ดสาวนามว่า พันตา ออกมาต้อนรับและพาเธอไปยังห้องรับประทานอาหาร เธอมองเข้าไปก็เห็นเ้านายรับประทานอาหารเสร็จพอดี เขาเรียกสาวใช้มาเก็บโต๊ะ และเชิญให้ผกายฤกษ์ให้มานั่งข้างๆ โดยเ้านายได้นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอยู่แล้ว
“เชิญนั่งครับ คุณผกายฤกษ์ เราพบกันอีกแล้วนะครับ แต่ตอนนี้คุณไม่ได้เป็ตำรวจอีกแล้ว และต้องเปลี่ยนมาเป็ลูกน้องของผมแทน” อำมรินทร์กล่าวอย่างยิ้มๆ
ผกายฤกษ์เม้มปาก แต่ก็ยอมเดินมานั่งข้างๆ เ้านาย “ค่ะ คุณ้าให้ฉันคอยคุ้มครองคุณสายชลหรอคะ แล้วจะให้ฉันเริ่มงานได้เมื่อไหร่คะ”
“ใช่ ผม้าให้คุณคุ้มครองสายชล แต่ผมต้องทดสอบคุณเสียก่อนว่าคุณเหมาะสมกับงานนี้หรือเปล่า ดังนั้นวันนี้คุณต้องคอยคุ้มกันผม และคอยขับรถให้ผมวันนี้ทั้งวัน ทำได้ใช่มั้ย”
“ทำได้ค่ะ” ผกายฤกษ์รู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะถูกอำมรินทร์กลั่นแกล้ง แต่ก็ยอมอดทนเพื่อจะได้ทำงานเป็บอดี้การ์ด เผื่อจะสืบเกี่ยวกับนักธุรกิจคนนี้ด้วย
“เอาล่ะ คุณไปเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย เดี๋ยวพันตาจะพาคุณไป” อำมรินทร์กล่าวพร้อมกับทำมือเรียกให้พันตาเข้ามาเพื่อพาผกายฤกษ์ไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย
ผกายฤกษ์ยอมเดินตามพันตาเพื่อไปเปลี่ยนชุด พร้อมกับสำรวจบ้านอย่างคร่าวๆ พบว่าเขาอยู่บ้านหลังนี้เพียงคนเดียว ไม่มีญาติสักคน แต่มีสาวใช้และบอดี้การ์ดคอยคุ้มครองจำนวนมาก
หลังจากเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ก็เริ่มงานทันที ผกายฤกษ์มีหน้าที่ขับรถด้วย เธอไปส่งเ้านายที่บริษัทเดินเรือ และคอยติดตามเขาที่ต้องทำงานทั้งวัน ่เช้าเธอต้องคอยคุมอยู่ที่หน้าห้องทำงานจนกระทั่งเที่ยง จากที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ พบว่าเขาต้องคอยติดต่อลูกค้าเกือบตลอดครึ่งวัน จนกระทั่งเขาเดินออกมา
“เอาล่ะคุณออกไปกินข้าวได้ แล้วบ่ายโมงตรงให้คุณมาที่นี่ พวกเราจะต้องเดินทางไปพบลูกค้าที่ท่าเรือ” อำมรินทร์สั่ง
“รับทราบค่ะ” ผกายฤกษ์รับคำ
************************************************
ณ ร้านอาหาร
ผกายฤกษ์ออกมากินข้าวกับพันตา
“งานเขายุ่งแบบนี้ทั้งวันเลยหรอคะ” ผกายฤกษ์ถาม
“ใช่ เขาไม่ค่อยมีเวลาเลยน่ะ เดี๋ยวสักพักเธอก็ชินเอง” พันตากล่าว
“ไม่เห็นเขาโทรคุยกับคุณสายชลเลยนะคะ”
“คุณสายชลก็เข้าใจน่ะ ว่าคุณอำมรินทร์งานยุ่ง เพราะอย่างนี้นี่ไงคุณอำนาจจึงถือโอกาสมาจีบแฟนเขา คุณอำมรินทร์จึงต้องจ้างเธอให้มาคอยกันคุณอำนาจออกไป” พันตาอธิบาย
“เอ่อ แล้วคุณอำมรินทร์เขามีธุรกิจอย่างอื่นอีกมั้ยคะ” ผกายฤกษ์ถามหยั่งเชิง
“เธอก็เห็นนี่แค่ธุรกิจเดินเรือของเขา งานก็ยุ่งมากพออยู่แล้ว คงไม่มีเวลาทำธุรกิจอย่างอื่นหรอก”
ผกายฤกษ์พยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วรีบทานอาหารเพื่อที่จะไปพบคุณอำมรินทร์ตามนัดหมาย
************************************************
่บ่ายอำมรินทร์ได้สั่งให้ผกายฤกษ์ขับรถไปส่งที่ท่าเรือ ทำให้เห็นว่าเขากำลังติดต่อธุรกิจกับพงศ์ศักดิ์ เ้าของเหมืองแร่ พวกเขากำลังตกลงเื่ส่งดีบุกไปประเทศจีน
จากที่เห็นพงศ์ศักดิ์ครั้งแรก เขาดูสุภาพและให้เกียรติผู้หญิงมาก ดูมีเสน่ห์ ผกายฤกษ์คิดในใจว่า “ถึงว่าเขาถึงมีข่าวกับผู้หญิงหลายคน คงไม่ใช่เพราะเขาคบผู้หญิงมากมายหรอก แต่คงเป็เพราะมีผู้หญิงมาหลงเสน่ห์เขามากกว่า”
หลังจากที่ผู้ชายทั้งสองคนคุยงานเสร็จ พวกเขาก็ไปสปอร์ตคลับเพื่อเล่นเทนนิสกัน ผกายฤกษ์ต้องมาคอยดูพวกเขาเล่นเทนนิส เสร็จแล้วพวกเขาก็ไปอบไอน้ำ
ผกายฤกษ์ต้องคอยติดตามด้วยความอดทน ไม่คิดว่าเ้านายตัวเองจะมีกิจกรรมเยอะขนาดนี้ ผกายฤกษ์คอยคุมอยู่หน้าประตู ต้องมาเห็นผู้ชายเปลือยท่อนบนเดินเข้าออกด้วยความอาย หลังจากที่เ้านายอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ผกายฤกษ์ก็พาเขากลับไปที่รีสอร์ทส่วนตัว ในใจคิดว่า “งานคงมีแค่นี้สินะ” แต่แล้ว
“เอ้อ ผมมีนัดดินเนอร์กับสายชล เดี๋ยวคุณไปทานข้าวเย็น หกโมงพวกเรามาเจอกันที่รถ แล้วขับรถพาผมไปร้านอาหารโรงแรมสเตทฟรานนะ”
“ค่ะ” ผกายฤกษ์รับคำอย่างเหนื่อยๆ ด้วยคาดไม่ถึงว่างานของเธอยังไม่จบสิ้น
************************************************
ผกายฤกษ์ขับรถไปรับคุณสายชลที่สตูดิโอ แล้วพาไปร้านอาหารที่โรงแรมสเตทฟรานทันที ผกายฤกษ์ยืนคุ้มกันพวกเขาอยู่ห่างๆ มองเห็นว่าคนทั้งคู่ดูสวีทกันมาก และคุณสายชลก็สวยมากด้วย ถึงว่าผู้ชายหลายคนต่างหมายปองเธอ คุณอำมรินทร์ถึงขั้นต้องจ้างให้ผกายฤกษ์คอยกันชายอื่นไม่ให้มายุ่งเกี่ยว
ผกายฤกษ์ขับรถไปส่งสายชลที่บ้าน ในใจคิดว่าคงหมดเท่านี้ แต่แล้วก็ต้องใ
“เอาล่ะ พวกเราไปผับกันต่อเถอะ” อำมรินทร์กล่าว
“อะไรนะคะ นี่คุณยังจะเที่ยวอีกหรอ” ผกายฤกษ์กล่าว
“คุณมีปัญหางั้นหรอ” อำมรินทร์ถาม
“เปล่าค่ะ” ผกายฤกษ์ขับรถไปผับด้วยความจำใจ วันนี้เธอคอยคุ้มกันและคอยติดตามเ้านายตลอดแทบจะไม่มีเวลาพักเลย ในใจแอบคิดว่าเขาตั้งใจแกล้งหรือเปล่านะ
************************************************
ณ ผับแห่งหนึ่ง
อำมรินทร์เข้าไปในห้อง VIP ข้างในมีผู้หญิงมารอปรนนิบัติอยู่แล้ว แต่ผกายฤกษ์เห็นแค่แว๊บเดียว เพราะอำมรินทร์บอกให้ผกายฤกษ์รอคุ้มกันอยู่นอกห้อง
ผกายฤกษ์รู้สึกผิดหวังมาก เพราะจากที่เห็นเขาทานดินเนอร์กับคุณสายชล คิดว่าเขาน่าจะรักเดียวใจเดียวและซื่อสัตย์ต่อเธอ แต่แล้วเขาก็มาเที่ยวผู้หญิงเสียได้ ผกายฤกษ์ยืนคุ้มกันด้วยความเซ็ง สักพักก็มองไปเห็นสาวเสิร์ฟหน้าตาดีถูกผู้ชายคอยจับกุมและดึงตัวเธอเข้าไปในห้อง VIP อีกห้อง
“ดิฉันมีหน้าที่เสิร์ฟอาหารเท่านั้นนะคะ ปล่อยดิฉันเถอะค่ะ” สาวเสิร์ฟขอร้อง
“น่า ไปกับฉันเถอะ รับรองฉันให้ราคาดีแน่นอน” ภาณุวัฒน์กล่อม
“ปล่อยนะคะ ดิฉันบอกให้ปล่อยไง” สาวเสิร์ฟพยายามดิ้นจนหลุดจากการเกาะกุม
ผกายฤกษ์มองเห็นว่าชายคนนี้คือ ภาณุวัฒน์ นักธุรกิจค้าอาหารทะเลส่งออก และตอนนี้เขากำลังจะรังแกผู้หญิงที่ไม่เต็มใจ
ผู้ชายคนนั้นกำลังจะง้างมือตบหน้าสาวเสิร์ฟคนนั้น ผกายฤกษ์จึงวิ่งเข้าไปเพื่อผลักผู้หญิงคนนั้นออกไป ทำให้ผกายฤกษ์ถูกตบหน้าแทน พอดีกันกับที่อำมรินทร์เดินออกมาจากห้องเห็นลูกน้องของตนถูกภาณุวัฒน์ตบจนหน้าหัน ทำให้อำมรินทร์มองเห็นปานรูปผีเสื้อที่คุ้นตา แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้เอะใจอะไร เพราะคิดว่า คงมีผู้หญิงหลายคนที่มีปานแบบเดียวกัน
“ผู้หญิงเขาไม่ได้เต็มใจ คุณไม่ควรคิดลวนลามเธอนะคะ มันผิดกฎหมายนะคะคุณรู้มั้ย หากคุณไม่อยากให้เกิดเื่ใหญ่ คุณควรยอมปล่อยเธอไปนะคะ” ผกายฤกษ์พยายามพูดอย่างใจเย็น ทั้งๆ ที่โกรธชายคนนี้มาก ที่เขาทำร้ายร่างกายผู้หญิงด้วย
“นี่เธอเป็ใคร ช่างบังอาจนัก” ภาณุวัฒน์พูดด้วยความโมโห
“อะ แฮ่ม” อำมรินทร์กระแอม “เธอเป็ลูกน้องผมเอง คุณมีปัญหารึเปล่าครับ มีอะไรก็คุยกับผมได้นะ”
ภาณุวัฒน์มองเห็นว่าเป็อำมรินทร์ ไม่อยากมีเื่ด้วย เลยยอมรามือ “ไม่มีอะไรหรอกครับ เป็เื่เข้าใจผิด ผมขอโทษด้วย ลาล่ะนะ” ภาณุวัฒน์รีบเดินจากไปทันที
ในขณะที่ผกายฤกษ์โกรธมาก เธอมองจดจำหน้าภาณุวัฒน์และลูกน้องที่ติดตามเขาทุกคนอย่างโกรธแค้น
“เอาล่ะ พวกเขาก็ไปแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ” อำมรินทร์กล่าว
เพราะผกายฤกษ์รู้สึกโมโหมาก เลยพูดะเิอารมณ์ “นี่คุณ้าแกล้งฉันใช่มั้ยคะ ฉันยอมรับว่าคุณแกล้งได้สำเร็จแล้วค่ะ ฉันไม่อยากทำงานให้คุณแล้ว นี่กุญแจรถ ฉันขอตัวนะคะ”
อำมรินทร์จับแขนผกายฤกษ์เพื่อรั้งเอาไว้ “ผมไม่ได้แกล้งคุณจริงๆ เื่บนดาดฟ้านั่น ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรเลย ที่ผมจ้างคุณก็เพราะคุณเป็คนมีฝีมือดีและมีความอดทน ส่วนที่ผมต้องมาผับ ผมต้องมาพบคุณอำนาจที่นี่ เขารู้ว่าคุณเคยเป็ตำรวจมาก่อน เขาไม่สะดวกใจให้คุณเข้าไปฟังพวกเราติดต่อธุรกิจด้วย ผมเลยให้คุณรออยู่นอกห้อง”
ผกายฤกษ์อารมณ์เย็นลงเพราะเห็นอำนาจเดินออกมาจากห้องจริงๆ เลยว่า “ฉันขอโทษค่ะ เพราะฉันโมโหชายคนนั้น ฉันเลยควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จริงๆ แล้วคุณยังจะให้ฉันทำงานด้วยหรือเปล่าคะ”
“ผมรับคุณเข้าทำงานครับ วันพรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปพบกับครอบครัวของผม เดี๋ยวคุณนั่งรถไปกับผมเพื่อไปเอารถคุณที่รีสอร์ทส่วนตัว ให้พันตาขับรถแทน ถึงรีสอร์ทแล้วคุณก็กลับได้ครับ” อำมรินทร์กล่าวอย่างใจเย็น และสั่งให้พันตานำผ้าเช็ดหน้าของเขา ไปห่อน้ำแข็ง แล้วยื่นให้ผกายฤกษ์ประคบแก้มที่โดนตบจนเป็รอยมือ
ตอนนี้ผกายฤกษ์นั่งข้างคนขับพร้อมกับนำห่อน้ำแข็งมาประคบแก้ม ด้วยอารมณ์เย็นลง และนั่งคิดเื่อำมรินทร์ ผกายฤกษ์ยอมรับว่าอำมรินทร์มีวุฒิภาวะทางอารมณ์พอสมควร เขาพูดอย่างผู้ใหญ่คนหนึ่ง และเป็เพราะเขาออกหน้าปกป้องเธอ ไม่งั้นเธออาจต้องมีเื่กับภาณุวัฒน์เสียแล้ว
************************************************
ณ บ้านพักของผกายฤกษ์
“นี่ยายฤกษ์ ทำไมกลับดึกจังเลย งานหนักขนาดนั้นเลยหรอ หรือคุณอำมรินทร์เขา้าแกล้งเธอกันแน่” พรรณพรถามเมื่อเห็นเพื่อนกลับมา
“ไม่หรอกยายพรรณ ตารางชีวิตของเขาแน่นมากเลยน่ะ ไม่คิดว่าคุณอำมรินทร์จะมีงานและกิจกรรมเยอะขนาดนี้” ผกายฤกษ์กล่าวอย่างเข้าใจ
“งั้นก็ดีแล้วล่ะ ตามสบายเลยนะ ฉันขอนอนก่อน ไม่ไหวแล้ว ง่วงมากเลยตอนนี้” พรรณพรกล่าวพร้อมกับใช้มือปิดปากหาว