ต้าสวี่ซื่อ แม่ของจ้าวซานหวากับเสี่ยวสวี่ซื่อ แม่ของเฉียนโหย่วเกินเป็นพี่น้องกันแท้ๆทั้งสองถูกคำพูดยุยงของหลินซย่าจื้อทำให้เกลียดหลินหวั่นชิว
สองตำลึงครึ่งเชียวนะ…ไม่ใช่เงินน้อยๆครอบครัวเกษตรกรทำงานหลังขดหลังแข็งทั้งปียังได้เงินไม่เท่าไร
ต้องมาจ่ายทีเดียวมากขนาดนี้จะฆ่าพวกเขาชัดๆ ไม่ใช่หรือ?
พวกเขาไม่กล้าล่วงเกินหัวหน้าหมู่บ้านเช่นนั้นจะมาเอาคืนกับหลินหวั่นชิว
อย่างไรเสีย เงินนั่นก็อยู่ที่นาง
สวีฝูมอบเงินให้หลินหวั่นชิวเสร็จก็ไม่สนใจแล้วเอาแค่พออธิบายกับหลี่ซิ่วไฉได้เป็นพอ ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้น… เหอะเขายังจำเรื่องที่คราวก่อนหลินหวั่นชิวหักหน้าตัวเองได้เป็นอย่างดีไม่ไว้หน้าเขาที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านแม้แต่น้อย
ได้ยินว่าหลินซย่าจื้อพูดยุให้สวี่ซื่อสองพี่น้องไปหาเรื่องหลินหวั่นชิวก็พอใจเป็นอย่างมากด้วยเหตุนี้จึงปล่อยไป แต่เนื่องจากกลัวจะมีคนมาตามไปเกลี้ยกล่อมสวีฝูจึงเข้าตำบลไปตั้งแต่เช้าแล้ว
ตอนนี้สวี่ซื่อสองพี่น้องกับหลินซย่าจื้อพาคนมามุงเต็มหน้าบ้านตระกูลเจียงชี้หน้าด่าหลินหวั่นชิว
คนในหมู่บ้านต่างรู้ว่าทุกครั้งที่นายพรานเจียงขึ้นเขาแล้วจะไม่กลับมาภายในสามวันเป็นแน่เขาต้องอยู่บนภูเขานานเป็นสิบวันถึงครึ่งเดือนสวี่ซื่อสองพี่น้องใช้โอกาสที่นายพรานเจียงไม่อยู่มาเอาเงินคืนจากหลินหวั่นชิว
“นังแพศยาไร้ยางอายสามีไม่อยู่ก็ยุให้เด็กในบ้านออกไปสร้างเรื่องหลอกเอาเงิน จิตใจเน่าเหม็นโสโครกหลอกเอาเงินไปตั้งมากเช่นนั้น ไม่กลัวจะท้องแตกตายเสียบ้างเลย!”
“ท้องแตกตายหรือไม่แน่ว่านางอาจเอาเงินไปเลี้ยงบุรุษอื่นก็เป็นได้”
“นั่นน่ะสิ ดูสภาพเหล่าซานบ้านตระกูลเจียงสิสมองบวมอย่างกับหัวหมู หลินหวั่นชิว เจ้ามันโหดเหี้ยม!”
ทั้งสามเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยบรรดาสตรีปากมากกับบุรุษเกียจคร้านที่มามุงดูต่างพากันหัวเราะ
ความจริงพวกสวี่ซื่อทำได้เพียงมุ่งเป้ามาที่หลินหวั่นชิวไม่กล้ามองสภาพเจียงหงหนิง ทั้งที่ลูกๆ พวกนางต่างก็ปกติสุขดีมีเพียงเจียงหงหนิงคนเดียวที่สภาพอนาถจนทนมองไม่ได้เช่นนี้
หากด่าทอเจียงหงหนิงไปด้วยพวกนางคงดูไร้เหตุผลเกินไป
สวี่ซื่อสองพี่น้องคิดในใจว่าหลินซย่าจื้อฉลาดรู้จักโยนความผิดให้หลินหวั่นชิว ยิ่งรวมเข้ากับบาดแผลบนร่างเจียงหงหนิงมองอย่างไรหลินหวั่นชิวก็เหมือนสตรีใจร้ายที่อยากกำจัดน้องสามีที่อ่อนแอ
มีฟู่เหรินพูดตามเพราะทนอยู่ว่างไม่ไหว “ภรรยาตระกูลเจียงข้าว่าเจ้าก็อำมหิตเกินไป สามีแค่ไม่อยู่เจ้ากลับรังแกน้องสามีให้น้องสามีออกไปสร้างเรื่องหลอกเอาเงิน ไม่กลัวสามีตัวเองกลับมาแล้วคิดบัญชีกับเจ้าหรือ?”
“ไอ๊หยา นางจะกลัวกระไรครั้งก่อนพวกเจ้ามองไม่ออกหรือ? นังจิ้งจอกนี่หว่านเสน่ห์จนนายพรานเจียงหลงหัวปักหัวปำขนาดน้องชายยังไม่สนใจ เอาแต่ปกป้องนาง! พวกเจ้าคิดดูเถิด เหล่าเอ้อร์บ้านตระกูลเจียงป่วยมาตั้งหลายปีเมื่อก่อนไม่เห็นคิดจะอยากตายเลยเหตุใดจึงคิดสั้นหลังจากที่นังจิ้งจอกนี่แต่งเข้าบ้านล่ะ? ข้าว่านังจิ้งจอกนี่เป็นคนลงมือเองนั่นแหละแต่นางแรงไม่เยอะพอจึงปลิดชีพไม่สำเร็จ นายพรานเจียงก็ช่วยหนุนหลังเรื่องนี้จึงกลายเป็นว่าเหล่าเอ้อร์คิดสั้นเสียเอง แต่พวกเจ้าคิดว่า…เรื่องราวเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?”
หลินซย่าจื้อกระพือเรื่องราวให้ยิ่งบานปลายตามมองหลินหวั่นชิวอย่างหาเรื่อง
นังคนไร้ค่าคิดว่าแต่งเข้าบ้านตระกูลเจียงแล้วนางจะทำกระไรไม่ได้เช่นนั้นหรือ?
นังแพศยา ฝันไปเถิด!
“ต้องใช่เป็นแน่”
“ใช่ข้าคิดดูแล้วรู้สึกว่าใช่เช่นกัน”
“ไอ๊หยาข้าว่านังคนนี้จะชั่วร้ายเกินไปเสียแล้ว ฆ่าเหล่าเอ้อร์ไม่ตายเลยเปลี่ยนไปเล่นงานเหล่าซานแทนยุยงให้เขาออกไปก่อเรื่อง หากโดนทุบตีตายย่อมมีภาระน้อยลงหรือหากบาดเจ็บสามารถหลอกเอาเงินได้เป็นสิบตำลึงเช่นกัน”
“เจ้า…พวกเจ้าอย่ามาพูดมั่วๆ!” เจียงหงป๋อพยายามประคองตัวเองออกจากห้องเขาเกาะกำแพงมองพวกคนที่มามุงพูดจาใส่ร้ายหลินหวั่นชิวอยู่หน้าประตูลานบ้านอยากกระโจนเข้าไปฉีกกระชากพวกเขาให้เป็นชิ้นๆ
เจียงหงหนิงโมโหมากเช่นกันตาเขาแดงก่ำ กำหมัดจะพุ่งออกไปหากไม่ใช่เพราะหลินหวั่นชิวดึงไว้คงพุ่งหัวชนหลินซย่าจื้อแล้ว
“เจ้าเข้าไปดูแลเอ้อร์เกอเจ้าเสีย”
“แต่ว่าพี่สะใภ้ พวกนาง…” ดวงตาแดงก่ำของเจียงหงหนิงมีประกายน้ำตาไม่นานก็ร่วงหยดลง
พี่สะใภ้ถูกคนพวกนี้ชี้หน้าด่าก็เพราะเขา
เขาไม่มีประโยชน์เอง
“เชื่อฟัง!” หลินหวั่นชิวพูดเสียงแข็ง “เจ้าเรียกข้าว่าพี่สะใภ้ก็ต้องฟังคำข้า! พาเอ้อร์เกอเจ้ากลับห้อง!” พูดจบก็ผลักเจียงหงหนิงเข้าไปในลานบ้านและปิดประตู
เด็กทั้งสองรู้จักปกป้องนางเสียแล้วดูเหมือนความทุ่มเทช่วงนี้ของนางจะไม่เสียเปล่า หลินหวั่นชิวรู้สึกปลื้มใจ
ปิดประตูลานบ้านเสร็จหลินหวั่นชิวมองหลินซย่าจื้อกับสวี่ซื่อสองพี่น้องอย่างเย็นชา “พูดมาพวกเจ้าคงไม่ได้มาเพื่อด่าข้าเพียงเท่านั้นใช่หรือไม่? คิดจะทำสิ่งใดก็พูดมา”
ความตรงไปตรงมาของนางทำให้ทุกคนสำลักปกติคนที่ถูกรุมด่าหน้าบ้านควรร้องไห้ขอความเมตตาไม่ใช่หรือ?
หลินหวั่นชิวเงยหน้ายืดอกยืนยิ้มเยาะอยู่หน้าบ้านตัวเอง ดวงตาดอกท้อเต็มไปด้วยความเย็นชาแต่กลับงดงาม
ทำเอาพวกบุรุษที่มามุงดูพากันตาค้าง
เมื่อก่อนไม่เห็นรู้สึกเลยว่าแม่นางผู้นี้มีเสน่ห์!
ภาพของหลินหวั่นชิวเมื่อก่อนปรากฏในหัวทุกคนไม่ว่าจะเดินบนถนนหรือทำงานนางจะก้มหน้าให้ต่ำที่สุด ผมปรกหน้าจนมองไม่เห็นดวงตา…ทำให้ไม่มีใครจำรูปลักษณ์ของนางได้มากนัก
ทั้งที่อายุยังน้อยรูปร่างผ่ายผอม แต่หน้าอกและบั้นท้ายกลับกลมนูน
ตั้งแต่ที่แม่นางผู้นี้ถูกเหล่าต้าบ้านตระกูลเจียงรับมาสองครั้งที่เจอนาง ยิ่งมีน้ำมีนวลมากขึ้นทุกครั้งที่เจอ
ท่าทีที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของบุรุษย่อมถูกเหล่าสตรีสาวเห็นในสายตาคนที่มีครอบครัวแล้วจะถูกภรรยาตัวเองบิดเอวเต็มแรงส่วนคนที่ยังไม่แต่งงานก็กวาดสายตามองร่างหลินหวั่นชิวแบบไม่เกรงกลัว
บรรดาฟู่เหรินทนเห็นบุรุษของตัวเองหลงใหลสตรีนางอื่นไม่ได้คราวนี้ สายตาที่สตรีกลุ่มนี้มองที่หลินหวั่นชิวยิ่งไม่ชอบเข้าไปกันใหญ่
หลายคนด่าหลินหวั่นชิวในใจโสเภณีไร้ยางอาย ไปถึงไหนก็ยั่วถึงนั่น
หลินซย่าจื้อกัดฟันด้วยความเกลียดชังเช่นกันนางพูดกับหลินหวั่นชิวด้วยรอยยิ้มแต่นัยน์ตากลับไปเป็นตามนั้น “หวั่นชิวต้าเจี่ยเห็นว่าเราเป็นพี่น้องกันเลยมาเตือน เจ้าทำเช่นนี้ไม่ถูกนะทุกคนต่างรู้ว่านายพรานเจียงรักน้องชายทั้งสองเพียงใดเจ้าเพิ่งมาอยู่กลับรังแกน้องสามีทั้งสองเสียแล้ว…ทั้งยังยุให้เจียงเหล่าซานออกมาหาเรื่องพวกข้าเองไม่มีเรื่องกระไรมากนักแค่อยากให้เจ้าคืนเงินสิบตำลึงเงินพร้อมกับจ่ายค่าทำขวัญให้พวกข้าด้วยพวกข้าจะช่วยเจ้าปิดบังเรื่องนี้จากนายพรานเจียงเป็นแน่ ตัวเจ้าเล็กนิดเดียวทนถูกซ้อมไม่ไหวหรอก เกิดนายพรานเจียงเอาเจ้าไปขายที่ซ่องนางโลมขึ้นมาเจ้าคิดว่าชีวิตตัวเองจะเป็นอย่างไร?”
สวี่ซื่อสองพี่น้องพยักหน้าตาม “ใช่เจ้าคืนเงินให้พวกข้าและจ่ายเงินค่าทำขวัญนิดหน่อยพวกข้าจะไม่ถือสาเอาความกับเจ้าเช่นกัน อีกทั้งจะช่วยปิดบัง”
“ถูกต้อง เหตุใดเด็กๆไม่ทำร้ายคนอื่น แต่เลือกทำร้ายแค่เจียงเหล่าซานล่ะ? หากลองใช้สมองสักนิดย่อมรู้ว่าเรื่องนี้มีเลศนัยนายพรานเจียงไม่ใช่คนเขลา รู้ความจริงแล้วคงได้ซ้อมเจ้าจนตายพวกข้าไม่ได้ต้องการกระไรมาก แค่คืนเงินสิบตำลึงมาและจ่ายเพิ่มให้อีกบ้านละตำลึง…”