บรรยากาศภายในโรงเตี้ยมตอนนี้แทบจะหนักอึ้ง ขวานพิฆาตที่มีพลังผู้ฝึกยุทธจิติญญาขั้นสามถูกฆ่าตายแล้ว ตายในหนึ่งฝ่ามืออีกด้วย แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้ ทุกคนจ้องมองไปยังชายหนุ่มอย่างหวาดกลัวโดยเฉพาะเถ้าแก่โรงเตี้ยมที่สั่นกลัวมากกว่าคนอื่นเข้าไปอีก
"น.น.นายน้อย ข้าขออภัยด้วยที่บอกไปแบบนั่นเพราะว่าถ้าข้าไม่ทำแบบนี้มันจะมาเล่นงานข้าแทนน่ะสิ ส่วนศพของเ้านั่นและค่าเสียหายไม่ต้องขอรับ เดียวทางข้าจะเป็ผู้จัดการทุกอย่างเอง"
ชายวัยกลางคนก้าวออกมาอย่างด้วยท่าทีที่สั่นๆพลางขอโทษชายหนุ่มจากใจจริง
หลินตงเมื่อเห็นว่าเขาไม่มีทางเลือกก็ทำได้เพียงส่ายหัวไปมา นัตน์ตาที่จ้องมองไปยังชายวัยกลางคนนั่นเยียบเย็นอยู่นิดๆจนทำให้ตัวของเขาต้องสะดุ้งเฮือก
"ข้าก็พอจะเข้าใจถึงเื่ราวของเ้าอยู่หรอกน่ะ ชั่งเถอะ"
ชายหนุ่มพูดจบก็หันหลังก้าวเดินขึ้นบันไดไปอย่างไม่สนใจ สายตาของทุกคนทำได้เพียงมองไปยังเขาอย่างน่าเกรงขาม เป็ชายหนุ่มที่ใจกว้างอะไรเช่นนี้ เ้าของโรงเตี้ยมที่ทำเช่นนั่นถ้าเป็คนอื่นๆเขาคงจะโกรธเกรี้ยวจนอยากจะสังหารทิ้งไปแล้วแต่ทว่าเขาคนนี้ดูจะใจกว้างยิ่งกว่านั่น
เวลาผ่านไปชั่วครู่ภายในห้องพักที่ดูหรูหรา มีร่างของชายหนุ่มนอนลงบนเตียงที่นุ่มนิ่มด้วยท่าทางที่เบาสบาย มันให้ความรู้สึกที่ดีกว่าเตียงไม้ของบ้านโคลนเขาหลายพันเท่า บรรยากาศแห่งความตึงเครียดเมื่อกี้นี้หาบวับไปในพริบตา ระหว่างที่นอนอยูนั่นเขาก็ครุ่นคิดถึงเื่ราวเมื่อกี้นี้ไปอีกด้วย เถ้าแก่คนนั่นเป็เพียงแค่คนธรรมดาเท่านั่น เขาจะต้องเอาตัวรอดของตนเองเช่นเดียวกัน ถ้าสมมุติว่าชายวัยกลางคนไม่ยอมบอกก็อาจจะถูกเล่นงานจากเ้าร่างั์นั่นก็ได้
"เฮ้อ คนธรรมดาภายในโลกใบนี้เป็อย่างที่ท่านอาจารย์บอกไว้จริงๆ พวกเขาต้องเอาตัวรอดโดยที่ต้องสละบางสิ่งถ้ามิเช่นนั่นชีวิตที่ไม่มีค่าคงจะได้ตกตายลงอย่างน่าอนาถ"
หลินตงลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิพลางบ่นพึมพำออกมา เขาไม่ถือโทษต่อตัวของเถ้าแก่เลยแม้แต่นิด ถึงเขาจะมีจุดประสงค์ร้ายก็เถอะ เขาก็เข้าใจถึงการเป็คนธรรมดามาก่อน คิดไปคิดมาชายหนุ่มก็ไม่เก็บเอามันมาใส่ใจ หลังจากนี้เขาจะต้องรีบฝึกฝนคลื่นยุทธต่อแล้ว พลังเท่านั่นคือที่สุด
ขณะนั่นภายในฝ่ามือขวาของเขาก็ปรากฏขวดเม็ดยาโปร่งแสงขึ้น เขาค่อยๆเปิดฝ่าขวดออกมาอย่างช้าๆ กลิ่นอายของเม็ดยาระดับหนึ่งทำให้ร่างกายของเขาเริ่มเบาสบายขึ้นนิดๆ ั์ตาสีแดงเพลิงประกายจ้องมองไปยังเม็ดยาสีเขียวอย่างไม่วางตา เขาไม่รอช้าที่จะกลืนเม็ดยาทั้งสิบเม็ดเข้าไป
เสียงขบเคี้ยวภายในปากดึงขึ้นอยู่นิดๆจากนั่นก็หยุดลง เม็ดยาภายในปากที่ถูกบดขยี้โดยฟันของเขาทั้งหมด พวกมันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ของเหลวเมื่อมันััเข้ากับน้ำลายของชายหนุ่ม แค่เพียงชั่วครู่เดียวพวกมันก็ถูกเขากลืนลงไปทั้งหมด ของเหลวสีเขียวไหลลงไปยังลำคอพร้อมกับเปล่งประกายขึ้น
พลังงานจากเม็ดยาทั้งสิบทะลักออกมาจากภายในร่างอย่างรุนแรงพร้อมกับเริ่มกลืนกินพลังงานฟ้าดินรอบๆ
หลินตงไม่รอช้ารีบโคจรศาสตร์จักรพรรดิัครอบภพในทันที เสียงคำรามกู่ร้องของัดังกึกก้องภายในร่างพร้อมกับพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว คลื่นพลังยุทธภายในร่างที่หยุดนิ่งลงหลังจากครั้งนั่นก็เริ่มขยับขึ้นทีละนิด
ต้องบอกก่อนว่าต่อให้เป็เม็ดยาระดับหนึ่งมันก็มีฤทธิ์ที่รุนแรงเป็อย่างมาก สำหรับผู้ฝึกยุทธขั้นปรับแต่งแล้วเพียงแค่เม็ดยาเดียวก็ทำให้พวกเขานั่นต้องซึมซับคลื่นยุทธนับหลายชั่วโมง แต่ทว่ามันไม่ใช่กับชายหนุ่ม ศาสตร์จักรพรรดิัครองภพช่วยให้จุดพลังยุทธนั่นใหญ่กว่าคนทั่วไปมากมายนับไม่ถ้วนแถมมันยัง้าพลังยุทธที่มากมายยิ่งกว่าคนอื่นๆเช่นเดียวกัน
เพียงไม่กี่ชั่วโมงเม็ดยาทั้งสิบเม็ดทั้งหมดก็ถูกเขาซึมซับมันทั้งหมด ชายหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ม่านตาสีแดงเพลิงส่องสว่างวาบอยู่ชั่วครู่นึงจากนั่นก็กลับมาเป็ปกติ หลินตงค่อยๆสำรวจพลังภายในร่างของตนอย่างละเอียดก็ทำให้เขาถึงกับมีใบหน้าที่แปลกประหลาดขึ้น ผิดคาดไปหน่อยแฮะ
"เหอะๆ ใช้ถึงสิบเม็ดยาแต่ขั้นพลังก็เพิ่มมาแค่ขั้นเดียวเท่านั่น ถ้าเป็คนอื่นๆคงจะทะลวงถึงสองระดับเลยทีเดียว"
หลินตงบ่นพึมพำออกมาอย่างอ่อนใจ ถ้าคนอื่นๆมาเห็นการใช้เม็ดยาของเขาละก็จะต้องตกตะลึงจนหัวใจวายตายอย่างแน่นอน การที่กลืนกินเม็ดยาระดับหนึ่งสิบเม็ดในทีเดียวและซัมซับพลังของมันได้รวดเร็วยิ่งกว่าใครแถมพลังยังเพิ่มมาเพียงแค่ขั้นเดียวคงจะทำให้ทุกคนพูดเป็เสียงเดียวกันว่าสัตว์ประหลาดอย่างแน่นอน
"ดูท่าว่าหลังจากนี้เราคงต้องเน้นไปทางลูกแก้วดวงจิตอสูรดีกว่ามั้ง"
ส่วนความคิดที่ว่าของชายหนุ่มเมื่อกี้นั่นก็ดูท่าจะเป็ทางที่ดียิ่งกว่า ลูกแก้วจิตอสูรระดับสองงูเขี้ยวหางดาบที่ชายหนุ่มเคยดูดกลืนพลังยุทธของมันเข้ามาก็ทำให้เลื่อนระดับได้ถึงสองแต่ทว่ากับเม็ดยาระดับหนึ่งสิบเม็ดทำให้เขาเลื่อนเพียงหนึ่งระดับเท่านั้น
"จิตยุทธปรับแต่งระดับแปด ก็ถือว่าพอได้..!!"
ชายหนุ่มกำหมัดพร้อมกับพลังภายในร่างที่อัดแน่น ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นไปอีกนิดนึง กายเทพัะของเขาดูเหมือนว่าจะพัฒนาไปตามขั้นพลังอีกด้วย ยิ่งขั้นพลังสูงขึ้นเท่าไหร่ร่างกายก็จะยิ่งแข็งแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในเื่ราวนี้ก็เป็ปกติสำหรับผู้ฝึกยุทธคนอื่นๆเช่นเดียวกันแต่ชายหนุ่มจะพิเศษกว่าเพราะว่าเขาสืบทอดกายเทพัะมายังไงละ
และแล้วเวลาก็ผ่านไปถึงมืดค่ำ อาหารที่ชายหนุ่มสั่งไว้ให้มาเสริฟตอนดึกๆก็มาปรากฏขึ้นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เถ้าแก่ของโรงเตี้ยมตอนนี้แทบจะดูแลชายหนุ่มอย่างแขกผู้ทรงเกียรติ เขาอาจจะรู้สึกผิดถึงเื่ที่ทำลงไปก็เป็ได้ซึ่งหลินตงก็รับไว้อย่างยินดี เนื้อสัตว์อสูรระดับหนึ่งที่ถูกปรุงขึ้นด้วยฝีมือของพ่อครัวทำให้หลินตงต้องพยักหน้าอย่างพอใจ
เขาค่อยๆเพลิดเพลินไปกับถาดอาหารกองโตตรงหน้าอย่างอิ่มเอม สำหรับชายหนุ่มนั่นเขาไม่เคยััถึงความอร่อยเช่นนี้มาก่อนในชีวิตเลยก็ว่าได้