เมื่อค่ำคืนของวันมาถึงสิ่งประจำที่องค์ชายห้าเช่อิทำก็ไม่พ้นร่ำสุราเคล้านารี แต่เขาเองก็ไม่ต่างจากองค์ชายเช่อตี๋ผู้เป็พี่ชายที่ไม่สามารถลืมรสชาติและกลิ่นกายของหลีเหยาได้ ขณะที่บนร่างมีหญิงงามขยับขึ้นลงความกระหายต่อตัวนางก็ยิ่งมีมากขึ้นทวีคูณ องค์ชายห้าจับตัวหญิงสาวพลิกกดลงบนเตียงร่างกายกระทำสองมือบีบเคล้นที่คอของนางอยู่่หนึ่ง จนเมื่อเห็นว่านางนั้นใกล้ขาดสติจึงได้ปล่อยมือแต่ความรู้สึกที่ได้กลับต่างไปจากที่เขาเคยมี
ความใคร่ของเขาไม่ได้ลดลงแต่ต่อให้อยากกายของนางเท่าใดเขาเองก็ยังเกรงต่อองค์ชายใหญ่ผู้เป็พี่อยู่มากจะเอ่ยขอก็กลัวว่าเขานั้นจะไม่พอใจ ในใจจึงคิดไปว่าถ้าหากเขาไม่รู้สตรีเช่นหลีเหยาก็คงไม่กล้าเอ่ยหรือต่อให้นางเอ่ยพี่ชายตนก็คงเชื่อในคำของเขามากกว่านางแน่ คิดได้เช่นนั้นก็เดินดัวเอนไปมาด้วยฤทธิ์สุราไปยังกระโจมที่พักของนางแต่เมื่อไปถึงกลับไปพบใครสักคน
“นี่เ้านะมานี่สิ” เขาเอ่ยเรียกสาวรับใช้ที่เดินผ่านมาพอดี
“ชายาเจ็ดของพี่ใหญ่ไปไหน” น้ำเสียงที่เอ่ยของเขาฟังแล้วเกือบไม่ได้ใจความ
“ไม่ทราบเพคะั้แ่ออกไปแจกจ่ายอาหารก็ยังไม่กลับมาเพคะ”
“แจกอาหารเหรอหึคิดว่าตัวเองเป็ใคร ไป! ไปให้พ้นหน้าข้า” องค์ชายห้าะโออกไปอย่างไม่พอใจที่ตนไม่ได้ดั่งหวัง
สาวใช้รีบเดินออกไปอย่างหวั่นเกรงองค์ชายห้าชื่อเสียงร่ำลือเื่ความวิปริตในกามของเขาหญิงสาวส่วนมากต่างก็พากันกลัวเกรง เขานั้นไม่สนใจว่าจะเป็สตรีบ้านใดสาวใช้ของใครหากแต่เมื่อ้าก็จะกระทำอย่างไม่ใส่ใจ สตรีเ่าั้บางคนก็ปางตายบางคนก็ลุกไม่ได้ไปอยู่หลายวันจึงไม่มีใครยินดีจะเข้าใกล้ตัวเขามากนัก
คนขององค์ชายใหญ่ที่ผ่านมาได้พบเห็นพอดีจึงนำเื่กลับไปแจ้งต่อนายของตน
“เ้าว่าเช่อิตามหาองค์หญิงหกงั้นหรือ”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายท่าทางเมามายได้ที่ทีเดียวแต่ไม่พบตัวองค์หญิงหก”
“นางไปไหนถึงป่านนี้ยังไม่กลับที่พักตนอีก”
“เห็นทหารที่ไปกับขบวนแจกอาหารว่าองค์หญิงเท่อน่ามาพาตัวพระชายาไป”
“เท่อน่าอีกแล้วหรือพวกนางสนิทกันดีขนาดนั้นเชียวหรือ”
“หลายเดือนมานี้องค์หญิงเท่อน่าก็มักจะอยู่กับพระชายาตลอด”
องค์ชายเช่อตี๋หลังจากดูสารราชกิจมากมายตามหน้าที่องค์รัชทายาทจนรู้สึกเมื่อยล้าเพียงหลับตาลงอย่างเหน็ดเหนื่อย เอ่อตุนเองก็สังเกตเห็นได้
“ให้ข้าสั่งเหล่าสาวใช้เตรียมน้ำอุ่นมั้ยพ่ะย่ะค่ะจะได้สบายตัวสักหน่อย”
“ก็ดี” องค์ชายเช่อตี๋กล่าวพลางสองมือนวดคลึงขมับตน
“เช่นนั้นให้กระหม่อมเรียกพระชายาคนใดมาดูแลองค์ชายคืนนี้ดีพ่ะย่ะค่ะ”
เขานิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่จิตใจก็้าเรียกหานางแต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้นางนั้นได้ใจที่เขาเรียกหา แต่เมื่อนึกถึงชายาคนอื่นเขาเองก็ไม่ได้อยากพบในเวลาที่เหน็ดเหนื่อยเช่นนี้ เพราะในทุกครั้งที่เรียกหาเหล่าชายานั้นก็มักจะเอ่ยขอสิ่งมากมายจนน่ารำคาญ
“เ้าไปตามองค์หญิงหกมาทันทีที่นางมาถึงก็ให้นางไปหาข้าที่โรงอาบน้ำ ส่วนชายาคนอื่นไม่ต้องตาม”
เอ่อตุนรีบรับคำแล้วออกไปให้คนจัดเตรียมโรงอาบน้ำไว้ให้พร้อมส่วนตัวเขาก็ไปยืนรอเรียกตัวหลีเหยาที่หน้ากระโจม เขายืนรออยู่นานก่อนที่หลีเหยาจะปรากฏตัวพร้อมเซียวอวิ๋นเพียงเห็นเขาก็เข้าใจได้ว่าองค์ชายเช่อตี๋คงเรียกให้นางพบ
“ท่านไม่ต้องกล่าวข้าทราบแล้วขอข้าเก็บข้าวของสักครู่” หลีเหยากล่าวต่อเอ่อตุนที่ยืนรอนางอยู่นาน
เอ่อตุนถอยเท้าหลบให้นางได้เดินเข้ากระโจมเพื่อเก็บของเซียวอวิ๋นเมื่อเห็นว่าผ้าปิดกระโจมปิดลงแล้วอย่างสนิทก็โผกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขนทั้งกล่าวที่ข้างหูนางเบาๆ
“เ้าไม่ไปไม่ได้หรือ”
หลีเหยาค่อยๆ ดึงแขนของเขาออกก่อนหันมามองดวงตาที่ร้องขอของเขา นางนั้นรู้ดีว่าไม่มีบุรุษใดอยากเห็นคนรักของตนไปกับชายอื่นแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็สิ่งที่นางต้องทำเพื่อวันข้างหน้าและความแค้นของนาง
“ข้าขอโทษ”
นางกล่าวออกเพียงสั้นๆ เท่านั้นแล้วเดินออกกระโจมไปจนพ้นกระโจม เซียวอวิ๋นทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างอนาถใจรู้ทั้งรู้ว่านางนั้นต้องไปเพื่อปรนนิบัติชายคนอื่นแต่เขากลับทำอะไรไม่ได้ ต่อให้เตรียมใจยอมรับมาขนาดไหนแต่หากต้องเห็นนางไปอยู่ร่วมกับชายอื่นทุกวันตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะทนได้สักเท่าใด
“อาเหยาเมื่อใดการแก้แค้นของเ้าจะเริ่มและจบลงเสียที”
หลีเหยาเดินตามเอ่อตุนมาถึงยังหน้าโรงอาบน้ำใบหน้าที่ไม่ยินดีต้องเก็บไว้เพียงข้างใน
“พระชายาเชิญ”
หลีเหยาเดินเข้าโรงอาบน้ำไปเห็นองค์ชายใหญ่กับร่างที่เปลือยเปล่านั่งแช่น้ำอุ่นกลุ่มควันไอล่องลอยอยู่เหนือน้ำในอ่างใหญ่
“องค์ชายเรียกหาหม่อมชั้นหรือเพคะ”
องค์ชายใหญ่ยังคงหลับตานิ่งเพียงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันสงบนิ่ง
“เ้ามานี่สินั่งลงแล้วนวดให้ข้าที”
หลีเหยาเดินไปที่ด้านหลังของตัวเขาก่อนนั่งลงช้าๆ สายตาดูข้าวของที่ถูกตระเตรียมไว้ด้านของ ขวดน้ำมันหอมผ้าผืนเล็กหนึ่งผืนแต่ที่ดึงดูดใจของนางก็คือมีดโกนทองเหลืองชิ้นหนึ่งที่ถูกวางไว้เช่นกัน
หลีเหยาในใจอยากหยิบมีดนั้นขึ้นแล้วปาดคอของเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปมือขวาเอื้อมไปอย่างไม่รู้ตัว
“เ้ารออะไรอยู่ ต้องให้ข้าบอกว่าต้องทำอย่างไรหรือ”
เสียงกล่าวขององค์ชายทำให้นางหลุดจากห้วงความคิดของตนก่อนเปลี่ยนทิศทางมือไปยังขวดน้ำมันหอม
“องค์ชายทรงอยากให้นวดตรงไหนหรือเพคะ”
หลีเหยาที่กำลังชโลมน้ำมันบนมือเมื่อหันมาองค์ชายใหญ่ก็คว้ามือนางวางลงที่ไหล่ของเขา หลีเหยาค่อยๆ นวดกดไปตามเส้นที่ยึดเกร็งของร่างกายนี้ กล้ามเนื้อทุกหมัดถูกใช้งานจนแข็งตึงไปเสียทั่วร่างนางค่อยๆ บีบไล้ให้เขาผ่อนคลาย
นางนวดไปท่านกลางความเงียบขณะหนึ่งก็รู้สึกประหลาดใจคิดว่าตนนั้นคงไม่พ้นถูกลงมือเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
“เ้านวดศีรษะเป็หรือไม่”
องค์ชายใหญ่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบของทั้งสอง หลีเหยานั้นไม่ได้เอ่ยตอบเพียงใช้มือซ้ายล็อกจากต้นคอไปที่ใต้คางของเขามือขวาโอบอุ้มท้ายถอยให้ผ่อนคลายแล้ววางลงยังขอบอ่างที่นางนั้นได้นำผ้ามาพับเพื่อรองเอาไว้แล้ว หลีเหยาลุกขึ้นเดินจากที่นั่งตนจนองค์ชายใหญ่นั้นสงสัยว่านางคิดทำอะไร
หลีเหยาถอดอาภรณ์ชั้นนอกออกเหลือเพียงด้านในเท่านั้นก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในอ่างเดียวกับองค์ชาย เมื่อเห็นว่าบุรุษไม่ได้ผลักไสทั้งจ้องมองหลีเหยาเผยยิ้มอ่อนหวานขึ้นบนหน้าก่อนลดตัวลงนั่งที่ตักเขาช้าๆ นางโน้มตัวเข้าใกล้จนใบหน้าของทั้งสองนั้นห่างกันเพียงหนึ่งฝ่ามือกั้นสองมือของนางถูกยกขึ้นก่อนนวดคลึงที่ขมับซ้ายขวาของเขาอย่างเบามือ
องค์ชายเช่อตี๋มองนางอย่างสงสัยท่าทีของนางนั้นเปลี่ยนไปจนน่าใจหายแต่เขานั้นกลับรู้สึกชอบพอกับท่าทางเช่นนี้ของนาง เขาปล่อยกายให้ผ่อนคลายหลับตาลงอย่างเชื่องช้าขณะที่นางนวดให้เขาความเงียบเข้าครองพื้นที่ทั่วโรงอาบน้ำนี้อีกครั้งจนแทบได้ยินเสียงเต้นของหัวใจที่ระรัวของทั้งสอง
“องค์หญิงหกเ้าคิดทำอะไรกันแน่” เขาเอ่ยขึ้นอย่างเคลือบแคลงในใจ
หลีเหยาชะงักมือไปองค์ชายใหญ่ลืมตามองใบหน้าที่ถูกแสร้งให้เดียงสาของนาง
“แล้วองค์ชาย้าให้หม่อมชั้นทำอะไรหรือเพคะ”
“เ้าตีสนิทองค์หญิงเท่อน่าทำไม เ้าแสร้งทำดีทั้งยั่วยวนข้าทำไม”
หลีเหยาเมื่อได้ฟังสองคิ้วก็นิ้วขมวดเล็กน้อยแต่นั้นกลับทำให้นางยิ่งดูงามอย่างพิกล เมื่อนางจะลุกขึ้นด้วยอาการหุนหันเขาก็ฉุดรั้งนางไว้จนนางตกอยู่ใต้อ้อมแขนเขาอีกครั้ง
“ข้าถามทำไมไม่ตอบ”
“เวลาเกือบปีมานี้คงมีวันนี้เท่านั้นที่ท่านพูดดีกับข้าบ้าง ข้าไม่รู้ว่าท่านรังเกียจข้าด้วยเื่อะไรจึงมีเพียงทำตัวให้ดีเผื่อบางทีท่านอาจเห็นใจข้าบ้างก็เท่านั้น เื่องค์หญิงเท่อน่าข้ากับนางอายุไล่เลี่ยกันทั้งมีเพียงนางที่ยอมพูดคุยเป็เพื่อนเล่นกับข้า”
หลีเหยาหยุดกล่าวก่อนหันไปมองเขาด้วยดวงตาที่แดงก่ำสองแก้มงามเปื้อนด้วยรอยน้ำตา
“องค์ชายบอกหม่อมชั้นได้มั้ยเพคะว่าทำไมท่านถึงได้จงเกลียดจงชังข้านัก”
องค์ชายเช่อตี๋เมื่อเห็นนางที่มีท่าทางน่าเวทนาเพียงนี้ใจที่เคยโกรธแค้นกลับค่อยๆ ถูกทำลายลงเหมือนไฟร้อนที่หลอมละลายเหล็กกล้า สายตาของนางไม่เหมือนองค์หญิงหกที่ดูถูกทั้งเหยียดยามเขาในตอนนั้นแม้แต่น้อย หากแต่อ่อนโยนคล้ายเด็กกำนัลที่มอบผ้าเช็ดหน้าให้เขาคนนั้นเสียมากกว่า
เขายกมือขึ้นหลีเหยารีบหลับตาลงด้วยความกลัวว่าจะถูกทำร้ายเหมือนครั้งก่อนตัวนางสั่นเทาไปสิ้น เขานั้นเพียงค่อยๆ ปาดน้ำตาให้นางเท่านั้นหลีเหยาลืมตาดูบุรุษตรงหน้าอย่างสงสัยว่าตอนนี้ในใจเขาคิดอะไรอยู่แล้วนางควรทำอย่างไรต่อ มารยาสตรีนี้ควรแสร้งต่อหรือไม่
“เ้าจำรอยแผลนี้ของข้าไม่ได้จริงหรือ”
หลีเหยาส่ายหน้าเล็กน้อยเท่านั้นองค์ชายเมื่อเห็นว่านางนั้นคงจำไม่ได้จริงๆ จึงได้เล่าให้นางฟังจนหลีเหยากระจ่างใจ ความโกรธแค้นของหลีเหยาที่มีต่อองค์หญิงหกยิ่งมีทวีคูณเื่ราวทั้งหมดนี้นางไม่ควรได้รับแม้แต่น้อยหรือหากกลับกัน เมื่อวัยเด็กองค์หญิงหกไม่ทำเช่นนั้นกับเขาต่อให้นางต้องแต่งมาอย่างไม่เต็มใจก็คงไม่ต้องอัปยศเพียงนี้ แต่ในสุดท้ายเื่นี้ก็เกิดขึ้นแล้วต่อให้เขามีเหตุต้องทำแต่การกระทำของเขานั้นก็ไม่สามารถอภัยได้
หลีเหยาหลับตาลงอย่างเวทนาตนปนเ็ปต่อเื่ราว องค์ชายใหญ่ก็คิดไปว่านางนั้นคงรู้สึกผิดที่กระทำลงไปเช่นนั้น หลีเหยาลืมตาขึ้นช้าๆ อีกครั้งก่อนโน้มตัวจูบลงที่แผลเป็ขององค์ชาย
“หม่อมชั้นผิดไปแล้วอภัยให้หม่อมชั้นได้มั้ยเพคะ ตอนนั้นหม่อมชั้นเป็เพียงเด็กน้อยที่เลอะเลือนผู้หนึ่งเท่านั้น”
ดวงตาที่เดียงสาคำพูดแสนบริสุทธิ์ของนางนั้นถูกกล่าวออกไปด้วยความจริงใจ ไม่ว่าชายหนุ่มใดที่ได้เห็นก็คงยากปฏิเสธต่อนาง
“ต่อนี้ไปหากเ้าปฏิบัติตัวให้ดีข้าจะไม่รุนแรงกับเ้าอีกดีมั้ย”
หลีเหยาเผยยิ้มดีใจต่อความหมายของคำกล่าวนั้นของเขา องค์ชายใหญ่ที่เหมือนปลดล็อกความรู้สึกโกรธแค้นแต่ก็้าต่อนางได้ก็ดึงตัวนางคร่อมตนพลางจูบกอดตัวนางแต่ครั้งนี้ที่ต่างไปคือการที่เขานั้นกระทำต่อนางอย่างนุ่มนวล เขาจูบริมฝีปากนางไม่ยอมปล่อยสองมือแก้ดึงชั้นในนางออกจนเหลือเพียงกายขาวนวลที่เปลือยเปล่าของนาง ในอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำที่อุ่นร้อนแต่ร่างกายของทั้งสองนั้นคล้ายจะร้อนเสียกว่า เนื้อนุ่มของหลีเหยาถูกจับแน่นจนเนื้อแดงเขาดึงผลักตัวนางขยับไปมาช้าๆ เสียงแห่งความพอใจค่อยๆ ดังขึ้นที่ข้างหูเขาขนาดที่นางนั้นใช้สองแขนโอบรัดเขาเอาไว้
ทั้งสองใช้เวลาอยู่ในอ่างน้ำร้อนนั้นสักพักใหญ่ก่อนที่องค์ชายนั้นจะถึงจุดความสุขของตน แต่เหมือนเขานั้นยังคงกระหายต่อลมหายใจและเสียงร้องนั้นของนาง เขาใช้เพียงผ้าขาวผืนหนึ่งห่อหุ้มตัวเขาและหลีเหยาที่อยู่ในอ้อมแขนเดินออกโรงอาบน้ำไปยังกระโจม สายตาของเหล่าทหารและสาวใช้ต่างอดที่จะจับจ้องไม่ได้จนหลีเหยารู้สึกได้ใบหน้าแดงขึ้นด้วยความอายอย่างเห็นได้ชัด องค์ชายใหญ่กลับยิ้มออกมาอย่างพอใจกับท่าทางเขินอายของนาง
เอ่อตุนรีบเดินนำไปเปิดผ้าปิดกระโจมขึ้นให้องค์ชายของตนได้เข้าไปและปิดลงก่อนสั่งให้เหล่าทหารก้าวห่างกระโจมของผู้เป็นายไป เขาวางตัวนางลงช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวซอกไซ้ลำคอไล่ไปยังอกขาวของนางอย่าง้า
“เดี๋ยวเพคะ...องค์ชายดับไฟก่อนได้มั้ยเพคะ” หลีเหยากล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าแสงจากตะเกียงนั้นส่องสว่างจนเงาร่างของทั้งสองนั้นสะท้อนออกไปนอกกระโจม
องค์ชายเช่อตี๋เผยยิ้มมุมปากอย่างเชื่อฟังก่อนลุกขึ้นดับแสงตะเกียงทั่วกระโจม เหล่าทหารที่ยืนสังเกตอยู่ข้างนอกต่างรู้สึกเสียดายเอ่อตุนรีบทำท่าให้เงียบลงแต่ตัวเขาเองนั้นก็แอบชำเลืองอยู่เป็ครั้งคราวเช่นกัน
เมื่อแสงไฟดับลงร่างกายของทั้งสองก็คลอเคล้านัวเนียกันไปมาอยู่ตลอดทั้งคืน เซียวอวิ๋นนั้นยังคงนั่งเตรียมยาเฝ้ารอนางเดินกลับกระโจมมาตลอดคืนแต่ก็ไร้เงาของนาง เขาเข้าใจได้ทันทีว่าคืนนี้คงไม่อาจนั่งมองสตรีที่ตนรักนอนหลับได้อีกเซียวอวิ๋นลุกเดินออกจากกระโจมที่อุดอู้ เขาเดินไปท่ามกลางความมืดของผืนฟ้าที่มีเพียงแสงจันทร์ส่องสว่าง ตัวเขานั้นเดินไกลออกไปเรื่อยไร้จุดหมายหวังเพียงใช้ลมหนาวยามค่ำคืนเป็เพื่อนปลอบใจที่อ้างว้างนี้เท่านั้น
ขณะนั้นเองที่หญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาท่ามกลางความมืดก่อนหยุดลงที่ตรงหน้าเขา หญิงสาวดวงตากลมโตใบหน้าไร้มลทินแสงดาวสกาวคล้ายส่องประกายให้ตัวนางเขามองนางอย่างสงสัย
“เ้าเป็ใคร”
หญิงสาวไม่เอ่ยตอบก่อนจะลดตัวลงนั่งข้างๆ เขาทั้งเผยยิ้มอันอ่อนโยนออกมา นางใช้เพียงมือลูบถูทั่วตัวก่อนชี้ไปทางตัวเขาพลางเอียงศีรษะคล้ายเอ่ยถามบางสิ่ง
“เ้าพูดไม่ได้หรือ” เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่านางยังไม่เอ่ยตอบ
หญิงสาวยกมือโบกไปมาให้เขาได้รู้ว่านางนั้นเป็ใบ้ก่อนจะทำท่าเหมือนเมื่อครู่อีกครั้ง ครั้งนี้เขาจ้องมองอย่างพินิจก่อนจะเข้าใจได้ว่านางนั้นคงถามว่าตัวเขาไม่หนาวหรือ
เซียวอวิ๋นเผยยิ้มจางๆ
“ไม่ข้าไม่หนาว”
หญิงสาวก็ยิ้มพลางพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะทำท่าทางเพื่อเอ่ยถามว่าเขานั้นมาทำอะไรที่นี่ แต่เซียวอวิ๋นนั้นยังไม่ได้เอ่ยตอบก็มีเสียงเรียกหาคนผู้หนึ่งดังมาแต่ไกล
“หลานอู่เ้าอยู่ที่ใด หลานอู่”
หญิงสาวหันตามเสียงเรียกนั้นไปก่อนจะลุกขึ้นคล้ายจะเดินจากไป
“เดี๋ยวเ้าชื่อหลานอู่หรือ”
หญิงสาวพยักหน้าเพื่อตอบรับเขาเซียวอวิ๋นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนใช้นิ้วชี้ที่ตนเอง
“ข้าชื่อเซียวอวิ๋น”
หญิงสาวยิ้มกว้างก่อนวิ่งหายไปในความมืดตามทางของเสียงเรียกนั้น เซียวอวิ๋นมองตามจนเงาร่างของนางจะจมหายไปในความมืดก่อนจะเอนกายลงบนพื้นหญ้ามองไปยังฟ้าไกลที่ไร้จุดหมาย
องค์ชายห้าเองก็ให้คนของตนนั้นมาเฝ้าที่กระโจมของหลีเหยาหากว่านางนั้นกลับมาก็ให้รายงานต่อเขา แต่ทันทีที่มาถึงนางก็ถูกเรียกตัวไปแล้วองค์ชายห้ายังคงดื่มสุราอยู่เรื่อยในใจคิดไปว่าตนจะทำอย่างไรให้ได้ลิ้มรสกายนางอีกครั้ง