ขี่ไวเวิร์นอยู่เเบบนั้นฉันก็จัดการลำบากนะ
ตั้งเเต่ที่ฉันใช้บุปผาน้ำเเข็งโจมตีเ้านั่นก็หันไปขี่ไวเวิร์นเพื่อออกห่างจากพื้นดิน
ต่างจากมอนเตอร์ที่ฉันเคยเจอ เ้านี่ดูมีความคิดเเละสัญชาตญาณที่ดีจนน่าใ
'อัศวินต้องสาปอาเรสต้า'
/เป็มนุษย์ใกล้ตายที่ได้ทำสัญญากับปีศาจจนตัวเองกลายเป็ปีศาจเสียเอง เขายังคงมีทักษะการใช้ดาบจากตอนที่เป็มนุษย์บวกกับพลังเเห่งความเเค้นที่เรียกว่าคำสาปมรณะจากโลกเเห่งิญญา จุดเด่นคือใช้คำสาปเเละสามารถเปลี่ยนมันให้เป็พลังทำลายล้างสูงได้ด้วยเวทยมนตร์ของเผ่าอสูรค่ะ/
เฮเลนที่วิเคราะห์ข้อมูลของอีกฝ่ายอยู่บอกกับฉัน สมกับเป็AIของพระเ้าเื่ข้อมูลนี่ขอเเค่อยู่ในระยะสเเกนก็ได้มาโดยไม่ต้องลงเเรงอะไรนัก เเม้บางเื่จะไม่บอกกันเเต่ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็จริงๆเธอก็จะยอมบอกฉัน
"ถ้าอย่างงั้นอาวุธของเ้านั่นหลักๆเเล้วก็คงเป็ไอสาปเหมือนก่อนหน้านี้"
/ในไอสาปนั้นปะปนได้ด้วยพลังเวทย์เเละกลิ่นไอของปีศาจอยู่มาก ถึงจะดูไม่อันตรายสำหรับนายท่านเเต่อยากให้ระวังไว้ค่ะ/
"เื่นั้นมันเเน่นอนอยู่เเล้ว"
ถึงจะมีเฮดโฟนหูเเมวหรือชุดนักปราชญ์อยู่เเต่ฉันก็ไม่คิดจะประมาทให้ใครทั้งนั้นอยู่เเล้ว
ฉันเเหงนหน้าขึ้นไปมองอัศวินดำที่ขี่ไวเวิร์นอยู่ ร่างกายของมันเริ่มมีรอยความเสียหายจากการโจมตีด้วยบุปผาน้ำเเข็งที่ยืดยาวออกไปถึงบนน้ำตก มันจ้องมาที่ฉันเเละสั่งให้ไวเวิร์นบินโฉบลงมาด้านล่าง ฉันร่ายศรน้ำเเข็งออกมาพร้อมกันเจ็ดเเท่งเเละสั่งให้ศรทั้งหมดพุ่งโจมตีใส่อีกฝ่าย เเต่ไวเวิร์นนั้นก็บินต่ำเพื่อหลบให้ศรทั้งหมดนั้นพุ่งผ่านไป
ฉันตั้งใจจะสั่งให้ศรเลี้ยวกลับมาโจมตีเเต่ความเร็วในการบินของไวเวิร์นสีดำนั้นมีมากไป เ้านั่นกำลังจะมาถึงฉัน ฉันเลยไม่มีทางเลือกนอกจากถอยออกห่าง
ในตอนที่ฉันตัดสินใจวิ่งไปด้านข้างเ้านั่นก็บินไล่ตามมาติดๆ ฉันคิดว่าถ้าไม่ให้มันเข้าใกล้ได้ก็น่าจะไม่เป็ไร เเต่เมื่อฉันได้ยินเสียงแปรปรวนของสายลมดังออกมาจากจุดที่เ้านั่นอยู่ฉันก็ต้องเปลี่ยนความคิด
ฟู้ม~!
เสียงนั้นดังขึ้นมาจากข้างหลัง พอฉันหันไปมองก็เห็นพลังงานสีดำม่วงไปรวมกันอยู่ที่ปลายดาบของอัศวินดำ ฉันรีบร่ายปราการน้ำเเข็งออกมาเเต่เพราะระยะป้องกันเเละความเร็วของการปรากฏออกมาที่ช้าทำให้ฉันสร้างมันขึ้นมาป้องกันได้ไม่ทัน
สายลมนั้นพัดเข้าใส่ด้านหน้าเเละร่างกายส่วนบนของฉันเข้าเต็มๆมันพัดฮู้ดที่อยู่ด้านหลังของฉันให้ปลิวไปด้านหลัง ในตอนนั้นฉันตั้งใจจะใช้สองมือจับเฮดโฟนหูเเมวไม่ให้ปลิวไปตามลม เเต่เพราะความผิดปกติบางอย่างที่ฉันััได้ทำให้ฉันเปลี่ยนใจยกเเขนซ้ายขึ้นมาบังตาเอาไว้ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นมาปิดจมูกไม่ให้ฉันสูดดมกลิ่นของสายลมนี้
มันเหม็นมาก!
กลิ่นอย่างกับขยะเน่าที่กำลังเปียกชื้น มันคือกลุ่มก้อนของความเหม็นชนิดที่ได้กลิ่นเเล้วก็รู้สึกเเสบขึ้นจมูกจนฉันไม่กล้าที่จะลืมตามองเพราะกลัวเเสบเลยล่ะ
ฉันตั้งใจจะฝืนกลิ่นเหม็นนี้โดยการตั้งปราการน้ำเเข็งขึ้นมาเป็ที่บังลมเเต่เมื่อตั้งขึ้นมาเพื่อกันด้านหน้าสำเร็จจู่ๆสายลมก็เปลี่ยนทิศเเละหันมาหมุนวนอยู่รอบข้างฉันเเทน
ไม่มีประโยชน์ที่จะสร้างปราการน้ำเเข็งขึ้นมากันรอบด้านเพราะตอนนี้รอบตัวของฉันมันเต็มไปด้วยสายลมเหม็นเน่าที่จงใจปิดโอกาสหนีของฉันรอบทิศทาง ถ้าฉันสร้างปราการน้ำเเข็งออกมาเป็ห้องปิดกั้นรอบด้านเอาตอนนี้มันก็คงสายเกินไป เเบบนั้นมันจะกลายเป็การขังตัวเองเอาไว้ในกลิ่นเหม็นเสียมากกว่า
เหมือนว่าเ้าสายลมนี้จะเป็คำสาปร้ายเเรงอย่างนึง ไม่เเปลกใจเลยที่มันมีกลิ่นเหม็นเน่าขนาดนี้
"เป็อดีตอัศวินเเท้ๆเเต่ชอบเล่นสกปรกงั้นหรอ"
ด้วยความที่รับไม่ได้กับภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามเเต่ดันใช้วิธีทรมานอีกฝ่ายด้วยกลิ่นิ่ทำให้ฉันเอ่ยคำพูดออกไปอย่างไม่พอใจ
ฉันะโขึ้น้าเพื่อออกมาจากสายลมสีดำม่วง เเล้วร่ายศรน้ำเเข็งเจ็ดเเท่งออกมาโจมตีอัศวินดำที่กำลังขี่ไวเวิร์นอยู่ พออัศวินดำเห็นฉันโผล่ออกมามันก็ออกอาการชะงักทำให้ศรทั้งเจ็ดเเท่งโจมตีโดนทั้งไวเวิร์นเเละอัศวินดำ
"กรรร!!"
ทางด้านของอัศวินดำนั้นโดนศรน้ำเเข็งไปเพียงสี่เเท่งเเต่ยังคงไม่มีร่องรอยการาเ็ ส่วนไวเวิร์นสีดำนั้นโดนศรน้ำเเข็งรูปเเบบทิ่มทะลวงเข้าไปสามนัดที่ปีกจนเป็รูเเหว่ง...มันาเ็จนร่างกายสูญเสียการทรงตัวเเละทำให้ร่างของทั้งสองตกลงมาจากความสูงเกือบห้าเมตร
ตึ้ง!
ร่างของไวเวิร์นสีดำหงายลงทับใส่อัศวินดำเกราะหนักจนอัศวินดำไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ในตอนที่ฉันเห็นว่าการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายหยุดลงเเล้วนั้นฉันก็เรียกให้ศรน้ำเเข็งที่เคยใช้ไปทั้งหมดรวมเเล้ว20เเท่งให้พุ่งเข้ามาโจมตีใส่อัศวินดำเเละไวเวิร์นไปพร้อมๆกัน
ฟู้ม!!
เเต่เเล้วร่างกายของอัศวินดำก็ปล่อยพลังสีดำม่วงออกมาจากชุดเกราะเเละขยายวงออกไปรอบด้าน พลังงานที่เข้มข้นกว่าครั้งไหนๆกระจายออกมาจากร่างนั้นปัดทำลายศรทั้งหมด20เเท่งให้หายไปในคราวเดียว เมื่อฉันเห็นว่ามันเริ่มอันตรายฉันก็ะโถอยออกห่างเเละตั้งปราการน้ำเเข็งขนาดพอดีตัวออกมาป้องกันพลังงานสีดำม่วงนั้น
ตึง!
เสียงนั้นดังขึ้นเมื่อเกิดการปะทะกันระหว่างปราการน้ำเเข็งกับพลังงานสีดำม่วงนั่น ฉันลองตรวจสอบดูเเล้วดูเหมือนว่าปราการน้ำเเข็งจะป้องกันพลังงานนั้นเอาไว้ได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ
สมกับเป็เวทยมนตร์ที่มีอิมเมจเลเวลเยอะที่สุด การที่สามารถป้องกันพลังที่ดูน่ากลัวขนาดนั้นได้คือหลักฐานว่ามันคือปราการที่ทรงพลังจริงๆ
....
ถึงจะป้องกันได้ก็เถอะเเต่เหมือนจะมีเื่ยุ่งยากเกิดซะเเล้วเเหะ...
ฉันคิดเเบบนั้นเมื่อหันไปมองรอบข้าง พื้นที่ทั้งหมดที่ถูกพลังชั่ววูบนั่นโจมตีเเปรเปลี่ยนเป็สภาพเเวดล้อมที่โหดร้ายอย่างรวดเร็ว พื้นดินกลายเป็พื้นเเห้งๆที่ไร้ใบหญ้า ดอกไม้เเละต้นไม้รอบข้างถูกทำให้เเห้ง จนกลายเป็พื้นที่ทุรกันดาลในพริบตา
ภาพนั้นทำฉันรู้สึกหวั่นไหวก็จริง เเต่ฉันจะถูกความน่ากลัวรอบข้างกลืนกินความเยือกเย็นของฉันไม่ได้
การที่เ้านั่นมีพลังนั้นอยู่เเต่ไม่ใช้ตั้งเเต่เเรกเเสดงว่ามันเปรียบเสมือนไพ่ตายที่ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น ถ้าถึงขนาดทำให้ศรน้ำเเข็งถูกทำลายได้เเบบนั้นมันก็คงเป็พลังที่อันตรายน่าดู
*จิ้มๆ*
ในระหว่างที่ฉันเฝ้าสังเกตอัศวินดำที่อยู่ในกลุ่มก้อนของพลังงานสีดำม่วงอยู่ เ้าส่ายที่อยู่ข้างหลังฉันก็เอาปลายหางมันเเตะที่เเขนฉัน
"มีอะไรหรอ?"
ฉันถามเ้าส่าย เเต่คราวนี้มันขยับทำท่าได้ประหลาดกว่าครั้งไหนๆทำให้ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่มันจะสื่อ เอาจริงๆจะมาโทษฉันไม่ได้หรอกนะ การที่อ่านภาษาหางเนี้ยมันใช่เื่ง่ายที่ไหน เ้านี่ไม่ใช่หางเเมวทั่วไปเเต่มันเป็หางจากชุดนักปราชญ์นะ ท่าทางของมันเเตกต่างจากภาษาของหางเเมวทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดอยู่เเล้ว
ด้วยความที่ยอมเเพ้ฉันจึงเอ่ยถามตัวช่วย
"เฮเลน เธอเเปลได้ไหม?"
/เหมือนเขาอยากจะบอกว่า "จังหวะเมื่อกี้น่าเสียดายจังเลยนะ" ค่ะ/
ทำท่าทางตั้งเยอะเเต่เเปลได้เเค่เนี้ย?
ไม่สิ บางทีเฮเลนอาจจะสรุปให้เข้าใจง่ายก็ได้ ก็มันเป็ภาษาหางนี่เนาะ
"ก็จริงนะ จังหวะเมื่อกี้มันก็น่าเสียดายจริงๆนั่นเเหละ"
ในตอนที่เ้านั่นกับไวเวิร์นตกลงมาที่พื้นฉันน่าจะใช้บุปผาน้ำเเข็งจัดการซะ ดูจากสภาพนั้นเเล้วฉันมั่นใจว่าพวกนั้นหลบมันไม่พ้นเเน่ เเต่เพราะความรนรานทำให้ฉันเลือกใช้ศรน้ำเเข็งที่ตัวเองเหลือบไปเห็นมันเข้าพอดี การต่อสู้จริงนั้นมันยากกว่าที่คิด ที่ผ่านมาฉันจัดการกับมอนเตอร์ได้ง่ายๆโดยไม่ต้องคิดอะไรมากตลอด พอต้องมาเจอกับศัตรูที่มีทักษะมากกว่ามอนเตอร์ทั่วไปทำให้ฉันปรับความคิดของตัวเองได้ไม่ทัน
จะต้องหลบการโจมตียังไง เคลื่อนไหวยังไง โจมตีเเบบไหน ทุกอย่างต้องคิดให้รอบคอบเเละตัดสินใจทำให้เร็วที่สุด ฝ่ายที่มีทั้งสามอย่างนี้พร้อมเเละทำมันได้ดีสุดจะเป็ผู้ชนะ ในเกมที่ฉันเล่นเองก็เป็เเบบนั้น มันอาจจะต่างกันสักหน่อยตรงที่ฉันต้องเคลื่อนไหวร่างกายตัวเองเสมือนตัวละครในเกม เเต่กฏการต่อสู้ก็ยังคงเดิมอยู่
ชุดเกราะของเ้านั่นมันเเข็ง จัดการด้วยศรน้ำเเข็งเเท่งเดียวไม่ได้ ฉันต้องใช้ศรน้ำเเข็งมากกว่าเดิม ซึ่งก็ดูเหมือนจะไม่ง่ายเพราะเ้านั่นต้องไม่ยอมอยู่เฉยๆให้ฉันโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวเเน่นอน ไหนจะท่าเมื่อกี้อีกต่อให้เพิ่มศรน้ำเเข็งไปมากเท่าไหร่ก็คงถูกเป่าหายหมดในทีเดียว
ตอนนี้ที่น่าจะใช้ได้ดีสุดก็ดูเหมือนจะเป็บุปผาน้ำเเข็ง...เ้านั่นเสียพาหนะที่ใช้บินไปเเล้วดังนั้นมันน่าจะหลบยากอยู่
"กรรร"
"อืม...ไม่น่าจะได้สินะ"
ฉันบอกกับตัวเองเเบบนั้นเมื่อเห็นไวเวิร์นสีดำบินสูงขึ้นอีกครั้ง บนหลังของมันยังคงมีอัศวินดำนั่งอยู่ บ่งบอกว่าฉันทำอะไรช้าอีกตามเคย
ทั้งๆที่เ้าไวเวิร์นนั่นไม่น่าจะบินต่อไหวเเต่บาดเเผลที่ปีกของมันก็ถูกฟื้นฟูจนหายขาดเเละกลับมาบินอย่างเดิมได้อีกครั้ง ทั้งๆที่ตั้งใจจะดูราดราวเเต่เหมือนฉันจะเสียโอกาสจัดการอีกครั้ง
ทำไมเ้าไวเวิร์นนั่นถึงกลับมาบินได้? ฟื้นฟูตัวเองได้งั้นหรอ? ถ้าฉันรู้ว่ามันมีอะไรเเบบนั้นฉันคงไม่เฝ้าสังเกตรอจังหวะเเบบนี้หรอก
"เป็ครั้งเเรกเลยนะ ที่ข้าได้เจอกับคนที่สามารถทนทานคำสาปเเห่งการสูญสลายของข้าได้!"
อัศวินดำที่อยู่บนฟ้าะโบอกฉัน ภายในน้ำเสียงนั้นฉันรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าได้นิดหน่อย ถ้าเดาไม่ผิดมันน่าจะเกิดจากที่เ้านั่นใช้พลังไปเมื่อกี้
"ทั้งๆที่มนุษย์ทั่วไปเมื่อโดนคำสาปของข้าเข้า จะต้องเน่าเปื่อยจนสิ้นใจไปเเล้วเเท้ๆ เเต่เ้ากลับสภาพดีเช่นเดิมได้เเบบนี้...เเสดงว่าเ้าไม่ใช่มนุษย์สัตว์ธรรมดาล่ะสินะ"
ฉันที่หลบอยู่หลังปราการน้ำเเข็งขนาดเท่าตัวเองฟังเสียงอีกฝ่าย ดูเหมือนเ้านั่นจะพูดถึงตอนที่ฉันโดนสายลมสีดำม่วงนั่นเข้าไปเต็มๆสินะ...อันตรายอยู่เหมือนกันนะเนี้ย นี่ถ้าไม่มีชุดนักปราชญ์ฉันคงกลายเป็ศพสภาพเน่าเปื่อยอย่างที่เ้านั่นบอกมาสินะ
ถึงงั้นก็เถอะ มันใช่เื่ที่ต้องมาพูดกับศัตรูด้วยงั้นหรอ อยากใก็ใไปเงียบๆสิ
ฉันอยากจะะโออกไปเเบบนั้นเเต่ตอนนี้ฉันต้องตั้งใจสู้ก่อน
*
การปะทะกันระหว่างฉันกับอัศวินดำยังคงดำเนินต่อไป
ถึงจะพูดเหมือนผ่านไปนานเเล้วเเต่จริงๆมันผ่านไปเเค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นเเหละ
หลังจากเ้านั่นบินขึ้นสูงอัศวินดำเเละไวเวิร์นสีเดียวกันก็เอาเเต่โจมตีใส่ฉันด้วยคำสาปกลิ่นเหม็น ฉันตั้งรับอยู่หลังปราการน้ำเเข็งอยู่สักพักโดยดูพวกนั้นโจมตีด้วยคลื่นคำสาปอย่างต่อเนื่อง เเต่ไม่ว่าจะโจมตีมากี่ครั้งปราการน้ำเเข็งขนาดเท่าฉันก็ยังไม่ถูกทำลายหายไป มันยังคงต้องเป็ที่กำบังให้ฉัน ที่ฉันต้องทำมีเพียงย่อตัวลงรอจังหวะที่การโจมตีอย่างโหมกระหน่ำนั่นหยุดลงเท่านั้น
หรืออาจจะไม่ต้องรอให้ถึงเวลานั้น?
"[บุปผาน้ำเเข็ง]"
ฟู้ม!
ฉันเรียกเสาน้ำเเข็งเเหลมคล้ายหนามให้ออกมาจากที่พื้นข้างใต้ของไวเวิร์นสีดำ มันพุ่งสูงขึ้นไปเเต่เ้าอัศวินดำก็สังเกตเห็นเเละสั่งให้ไวเวิร์นขยับถอย
เป็ไปตามที่คาด เ้าอัศวินดำนั่นมีการตอบสนองที่ดีพอจะหลบเสาเเหลมที่พุ่งไปด้วยความเร็วนั้นได้ทัน เพราะเเบบนั้นมันจึงสั่งให้ไวเวิร์นของตัวเองบินสูงมาอยู่ในระดับนั้น...เเต่เื่นั้นจะยังไงก็ได้เพราะในตอนที่เ้านั่นสั่งให้ไวเวิร์นที่ตัวเองขี่อยู่หลบฉันก็ใช้จังหวะนั้นออกมาจากที่กำบังเเละรีบวิ่งไปทางทิศที่มีเเต่ป่า
เ้านั่นไม่ไล่ตามฉัน มันมองฉันวิ่งเข้าไปเเล้วสั่งให้ไวเวิร์นบินสูงขึ้นกลับไปที่บ่อน้ำของภูติ
ดูเหมือนจะไม่อยากมาเสียเวลากับศัตรูที่ไม่คิดสู้ล่ะสินะ ไหนจะเป้าหมายเดิมของตัวเองอีกเ้านั่นดูมีเหตุผลหลายอย่างที่จะไม่ไล่ตามฉันอยู่เยอะ
"เเต่ใช่ว่ากลับไปที่นั่นเเล้วจะทำอะไรได้นะ [รังสรรค์หิมะ]!"
เท่านี้ปราการน้ำเเข็งก็กลับมาปิดตายเเบบเดิม
ฉันจะยังไม่อธิบายเกี่ยวกับเวทยมนตร์นี้เเต่อยากให้รู้ไว้ว่ามันสามารถดัดเเปลงรูปร่างของน้ำเเข็งที่เกิดจากเวทยมนตร์ฉันได้ เเละฉันใช้มันในการสร้างรูให้ภูติออกเเละกลับไปปิดมันเเบบเดิมเพื่อที่จะไม่ให้เ้าอัศวินดำนั่นทำอะไรภูติที่นั่นได้ ระหว่างนี้ก็มาคิดวิธีจัดการเเบบจริงจังสักหน่อย
ฉันนั่งลงบนกิ่งไม้ขนาดเท่าตัวฉันเเละเริ่มคิด
จริงๆก็มีเเผนอยู่เเล้วล่ะ เเต่ติดปัญหาตรงไวเวิร์นสีดำนั่นกับท่าที่อัศวินดำใช้ปล่อยพลังใส่รอบข้าง
โจมตีจากระยะไกลก็หลบได้ ถ้าเข้าใกล้ก็จะถูกไอพลังมหาศาลนั่นเข้าเล่นงาน ดังนั้นฉันต้องคิดวิธีจัดการให้ดีกว่านี้
"จะจัดการยังไงดีล่ะ..."
ขณะที่ฉันกำลังคิดอยู่มันก็มีเสียงดังมาจากทางบ่อน้ำอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนเ้าอัศวินดำนั่นจะเริ่มโจมตีใส่ปราการน้ำเเข็งอีกครั้ง เเละคราวนี้ก็ดูจะโจมตีใส่เรื่อยๆซะด้วย...เป็คุณอัศวินที่มีพลังงานล้นเหลือจริงๆ
ปราการน้ำเเข็งจะทนได้อีกนานเเค่ไหนก็ไม่รู้ ดังนั้นฉันต้องรีบหาวิธีจัดการให้เร็วที่สุด
เเละในระหว่างที่ฉันกำลังตรวจสอบความสามารถของตัวเองว่าพอจะทำอะไรได้ไหมอยู่ฉันก็ได้ยินเสียงเหมือนกับเสียงของเเมลงปอกำลังบินมาหาฉัน ตอนเเรกฉันทำเป็ไม่สนใจเเต่พอเห็นสิ่งที่โผล่มาฉันก็หันไปมองมองสิ่งนั้น
"เธอเองหรอ..."
ฉันหันไปมองภูติที่ฉันเคยช่วยเหลือไว้ก่อนหน้านี้ การที่เธอมาอยู่ที่นี่ก็เเสดงว่าการช่วยเหลือภูติรอบยังไม่เสร็จ-อ้าวไม่รู้สึกถึงภูติรอบๆน้ำตกเเล้วเเหะ งั้นก็ช่วยเหลือหมดเเล้วสินะ
"มาทำอะไรที่นี่ล่ะ?"
"เอ่อ...ฉันจะมาช่วยคุณสู้กับปีศาจตนนั้นค่ะ"
เธอตอบด้วยท่าทางที่ไม่มั่นใจนัก
"ฉันทนเห็นคุณสู้เพื่อพวกเราเหล่าภูติคนเดียวไม่ได้ก็เลยอยากจะมาเป็กำลังให้ ถึงจะไม่รู้ว่าช่วยได้เเค่ไหนเเต่ฉันก็อยากจะลองพยายามดูค่ะ!!"
"คืองี้นะคุณภูติ-"
"ได้โปรด เรียกฉันว่าฟีต้าเถอะค่ะ"
"งั้นฟีต้าฉันชื่อฟรานนะ...ตอนนี้ฉันมีปัญหาเื่ที่จัดการกับไวเวิร์นนั่นไม่ได้อยู่น่ะ มันเหมือนจะสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ด้วยเธอพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับมันบ้างไหม?"
"ไวเวิร์นสีดำนั่น...บางทีมันอาจจะเป็ซอมบี้ัก็ได้นะคะ"
"ซอมบี้ั?"
"ค่ะ มันน่าจะฟื้นฟูตัวเองได้ด้วยไอเวทย์ของอัศวินปีศาจ เเต่นั่นน่าจะไม่ใช่เื่ที่ต้องกังวลนักเพราะถึงไม่ต้องฟื้นฟูซอมบี้ัก็น่าจะเคลื่อนไหวได้อยู่ดีค่ะ"
เเต่ที่ฟื้นฟูบริเวณปีกก็เพื่อให้มันบินได้เฉยๆ ถ้าจะจัดการกับเ้าไวเวิร์นนั่นให้เด็ดขาดฉันก็ต้องใช้เวทยมนตร์ที่สามารถจัดการศัตรูได้ในทีเดียว
ก็พอจะมีวิธีอยู่...เเต่เื่เ้าอัศวินดำนั่นจะทำยังไงดี
....
"...ยังไงก็ต้องมีเสี่ยงบ้างสินะ"
"...คะ?"
"เธอช่วยเข้ามาหลบอยู่ในนี้ทีสิ"
ฉันชี้ไปที่กระเป๋าเสื้อด้านข้าง ฟีต้าเลยมองอย่างไม่เข้าใจนัก
"ไม่ต้องห่วงข้างในนี้ปลอดภัย-อ่ะ...ดูเหมือนจะมาเเล้วนะ"
"อ่ะ-เอ๊ะ!? เดี๋ยว-!?"
ตู้ม~!!
คลื่นสีดำม่วงถูกปล่อยยาวออกมาเป็เส้นตรงเเละโจมตีมายังทิศที่ฉันอยู่ เเต่ฉันที่รู้ตัวทันรีบหลบเเละหยิบเอาฟีต้าเข้ามาในกระเป๋าเสื้อเรียบร้อยเเล้ว
"คลื่นไอคำสาป!? ทำไมอัศวินปีศาจตนนั้นถึงได้-"
"อื้ม-ฉันจงใจล่อเ้านั่นมาหาเองเเหละ"
ฉันว่าเเบบนั้นเเล้วะโไปที่ต้นไม้อีกต้น เเละเมื่อขาของฉันถึงกิ่งไม้ของต้นไม้ใหญ่ฉันก็เริ่มะโไปอีกต้นทันที
"ดูเหมือนจะเป็กรณีนั้นจริงๆด้วยสินะ"
เเม้สิ่งที่เ้านั่นปล่อยโจมตีออกมาพวกภูติจะเรียกมันว่าไอคำสาปเเต่สำหรับฉันมันก็เป็เเค่เวทยมนตร์โจมตีธรรมดาทั่วไปที่เป็รูปเเบบของการผสมกันระหว่างคำสาปเเละพลังเวทย์เท่านั้น...เเละเมื่อพูดถึงเวทยมนตร์เเล้วก็ต้องนึกถึงมานาที่เป็สิ่งจำเป็สำหรับการร่ายเวทย์
ในโลกนี้เวทยมนตร์มีจำกัดเเละมานาของเเต่ล่ะคนเองก็มีจำกัด ต่อให้เ้านั่นเป็ปีศาจมันก็ต้องมีเวลาที่จะหมดเหมือนกัน
เเละเพราะเเบบนั้นเ้านั่นถึงได้เปลี่ยนมาไล่ฉัน เพราะรู้ว่าโจมตีใส่ปราการน้ำเเข็งที่อยู่ข้างบนนั่นไปกี่ครั้งก็ไร้ความหมายมีเเต่จะทำให้เสียมานาไปเรื่อยๆ ถ้าจะเสียมานาเเละเสียเวลาไปขนาดนั้นสู้เก็บพลังไว้กำจัดฉันตัวต้นเหตุที่ใช้ปราการน้ำเเข็งเลยจะดีกว่า...ฉันเคยได้ยินว่าถ้าผู้ใช้เวทย์ตายเวทย์ที่เ้าตัวเคยร่ายไปก่อนหน้านี้จะเบาบางลงเเละอาจจะหายไปได้
ฉันไม่มีวิธีพิสูจน์เื่นั้นเเต่ดูจากการกระทำของเ้าอัศวินนั่นฉันคิดว่าเื่ที่ได้ยินมาน่าจะถูกเเล้ว
"จากนี้จะมีะเืสักหน่อย...หาที่จับไว้เเน่นๆล่ะ"
"อ่ะ-เอ๊ะ!?"
ฉันเตือนฟีต้าเเบบนั้นเเล้วะโโหนไปตามต้นไม้เรื่อยๆ พอฉันเริ่มได้ยินเสียงว่าไวเวิร์นสีดำนั่นกำลังบินเข้ามาใกล้ ฉันก็รีบะโลงไปวิ่งบนพื้นเเล้วลบััตัวเอง
*
หายไปเเล้ว...
อาเรสต้าที่กำลังขี่ไวเวิร์นพาหนะของตัวเองอยู่พยายามมองหาฟรานอย่างสุดความสามารถ มันพยายามเพ่งสมาธิเเล้วเเต่ก็ยังไม่พบตัว
"เหมือนกับก่อนหน้านี้เลย ที่จู่ๆข้าก็ััถึงมนุษย์สัตว์ตัวนั้นไม่ได้"
ทั้งการลบร่องรอยทั้งการป้องกันทุกอย่างที่มนุษย์สัตว์ตัวนั้นทำมันสมบูรณ์เเบบไปหมด เเล้วก็เื่ที่น่าเเปลกใจที่สุดคือการที่มนุษย์สัตว์ตัวนั้นโดนพลังคำสาปที่รวมเข้ากับเวทยมนร์ไปเต็มๆก็ยังไม่เป็อะไร ไม่เเน่บางที มนุษย์สัตว์ตัวนั้นอาจจะเป็ศัตรูที่น่าหวาดหวั่นพอๆกับผู้กล้าก็ได้
"ข้าต้องจัดการก่อนที่เ้าสิ่งนั้นจะพัฒนาไปมากกว่านี้ ไอล่า บินลงต่ำพยายามอย่าต่ำเกินไปเเค่อยู่ในระยะที่ข้าเห็นข้างในป่าก็พอ"
"กรรรร!!"
ไวเวิร์นสีดำรับคำสั่งมันบินไปในระดับความสูงของกิ่งไม้สูงประมาณเจ็ดเมตรจากพื้นดิน โดยพยายามบินไม่ให้ปีกค้างคาวอันใหญ่ของมันไปชนกิ่งไม้ของต้นไม้ใหญ่ อาเรสต้ากวาดสายตามองรอบๆ ล่าสุดที่มันััได้คือรู้ว่าฟรานกำลังวิ่งไปบนพื้นดินเเละตอนนี้มันกำลังบินไปไล่หาอีกฝ่ายตามพื้นดินไป
....
"มีบางอย่างเเปลกๆ..."
อาเรสต้ารีบหันไปมองรอบข้างสิ่งที่มันััได้เเม้จะเล็กน้อยเเต่มันคือภูติไม่ผิดเเน่ เเละในตอนนี้ต่ำเเหน่งของภูตินั้นก็กำลังเปลี่ยนเรื่อยๆ มันเคลื่อนที่ไปรอบๆตัวเขาด้วยความเร็วที่ผิดธรรมชาติเดิมของภูติ ต่อให้เป็ภูติที่ใช้เวทย์เสริมพลังได้ดีขนาดไหนก็ไม่น่าจะมีภูติที่เคลื่อนที่โดยเว้นระยะห่างได้ไกลขนาดนี้อยู่
"ไอล่า ััมันได้ไหม"
"กร..."
เ้าไวเวิร์นสีดำส่ายหัว ในตอนที่คิดว่าเป้าหมายของมันหนีไปไกลเเล้วจู่ๆก็มีเงาดำขึ้นมาบังเเสงเเดดให้กับอาเรสต้า
"!!?"
เเละเมื่อมันเเหงนหน้ามองขึ้นไปสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาเหนือหัวของอาเรสต้าก็คือต้นไม้ใหญ่จำนวนกว่าสิบต้นกำลังล่วงลงมาใส่หัวของมัน ในตอนนั้นอาเรสต้ายิ้มขึ้นอย่างพอใจ เเล้วดึงดาบออกมาไว้ที่มือพร้อมจะสะบัดพลังใส่เพื่อทำลายต้นไม้ใหญ่ที่กำลังตกลงมาใส่มัน
"ที่เเท้ก็ยังอยู่เเถวนี้..."
เเต่ก่อนที่มันจะสะบัดพลังนั้นใส่ ตรงส่วนลำต้นของต้นไม้เเละส่วนกิ่งรอบข้าง ทั้งจากต้นไม้ที่กำลังตกลงมาเเละต้นไม้ที่อยู่รอบๆ มันมีบางอย่างสีฟ้าใสปรากฏขึ้นเเละพุ่งออกมาพร้อมๆกัน
ฟู้ม~!
ปึกปึกปึก!
เเท่งเสาเเหลมคล้ายหนามนับไม่ถ้วนปรากฏออกมาจากส่วนต่างๆของต้นไม้เเละทิ่มเเทงร่างของศัตรูทั้งสอง ด้วยความที่มันมาจากทุกทิศทางเเละยังรวดเร็วจนอาเรสต้าประหลาดใจทำให้ไม่สามารถหลบเสาเเหลมได้หมด
หรืออาจจะเรียกได้ว่าเเทบไม่มีมุมให้หนีเพราะปลายเเหลมของเเท่งเสาที่พุ่งมานั้นไม่มีช่องโหว่ให้อีกฝ่ายหนีไปไหนได้เลย ในจังหวะนั้นอาเรสต้าต้องยอมใช้ไวเวิร์นสีดำของตัวเองเป็ที่กำบังเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกโจมตี
"กรร!!!"
ไวเวิร์นสีดำะโร้องอย่างเ็ปร่างของมันถูกเสาน้ำเเข็งทิ่มอยู่รอบทิศเเละตึงเอาไว้ในอากาศเเบบนั้นทำให้ไวเวิร์นสีดำไม่สามารถล่วงลงหรือบินไปไหนได้ อาเรสต้าที่ตกลงมายังพื้นดัง*ตู้ม*สะบัดผ้าคลุมให้ปลิวไปตามลม ก่อนมันจะชำเลืองมองดูร่างของตัวเองเเละพบว่าไม่มีส่วนไหนาเ็จากการโจมตีเมื่อครู่
ไม่คิดเลยว่าข้าจะถูกล่อมาเเบบนี้...
"รอก่อนเถอะไอล่า ข้าจะปลดปล่อยเ้าให้เอง"
เเต่ในตอนที่อาเรสต้าจะทำเเบบนั้นจู่ๆร่างกายของไวเวิร์นสีดำก็เริ่มเปลี่ยนสี
*
"[ราตรีน้ำเเข็ง]"
ทันทีที่เ้าอัศวินดำนั่นออกห่างจากไวเวิร์นฉันก็รีบเข้ามาใกล้ตัวมันเเละร่ายเวทย์เพื่อเเช่เเข็งมันในทันที ร่างกายของไวเวิร์นสีดำถูกย้อมสีหรืออาจจะเรียกว่ากลายเป็น้ำเเข็งอย่างรวดเร็ว เเละเมื่อมันกลายเป็น้ำเเข็งทั้งตัวเเล้วเฮเลนก็มีบางอย่างจะบอกฉันเเต่ฉันบอกว่า"เอาไว้ก่อน" พร้อมกับเก็บร่างที่กลายเป็น้ำเเข็งเเล้วของไวเวิร์นสีดำเข้าไปในไอเท็มบ๊อกซ์ของตัวเอง
"ร่างของไวเวิร์นมันเข้าไปในหูสัตว์!!?"
ฟีต้าที่ยื่นหน้าออกมาดูใกับภาพที่เห็นเอาจริงๆถ้าฉันเป็เธอฉันก็ใเหมือนกัน
เเต่การต่อสู้ยังไม่จบ มันยังเหลืออีกหนึ่งตัวปัญหาที่กำลังจ้องฉันด้วยโทสะอยู่
"ฟีต้า ฉันขอเเนะนำให้เธออยู่ในนั้นดีๆล่ะ"
"เอ่อ...เเต่ว่าฉัน"
"อยากจะช่วยหรือเปล่า จะช่วยยังไงก็ได้เเต่อย่าหลุดออกมาจากกระเป๋าเด็ดขาด"
"เข้าใจเเล้วค่ะ"
เมื่อเธอพยัคหน้าเข้าใจฉันก็ะโเข้าไปหาอัศวินดำที่อยู่ข้างล่างทันที
"เอ๊ะ-!! ลงไปทั้งๆอย่างงี้เลยหรอคะ!!?"
ฟีต้าะโใเเต่ตอนนี้ฉันต้องมีสมาธิกับศัตรูตรงหน้าเลยพูดอะไรกับเธอไม่ได้ อัศวินดำเเหงนหน้าขึ้นมามองฉันสายตาสีฟ้าเรืองเเสงเข้มขึ้นในมือของมันจับดาบเเน่นเเละะโตรงมาทางฉัน เเละในจังหวะที่เราเข้าปะทะกันเ้านั่นก็เหวี่ยงดาบโค้งฟันเข้ามาเเต่ฉันก็ใช้สองมือรับเอาไว้โดยร่ายราตรีน้ำเเข็งไว้ที่สองมือจากนั้นก็เเช่เเข็งดาบของอัศวินดำเอาไว้ทันที
พอเ้านั่นสังเกตเห็นว่าน้ำเเข็งเริ่มเกาะขึ้นไปที่ตัวดาบจนจะถึงมือของตัวเองเ้านั่นก็สะบัดมือใส่มือฉันเเละเตะเข้าที่ลำตัวจนฉันลอยไปชนกับต้นไม้ด้านหลัง
พอไม่ได้ใส่อุ้งเท้าเเมวเเล้วมันก็ไม่มีเเรงที่เเขนจริงๆด้วยเเหะ...
ฉันรีบลุกขึ้นมาจากต้นไม้ที่ตัวเองกระเด็นมาชนดูเหมือนว่าฉันจะกระเด็นมาค่อนข้างเเรง จนรู้สึกะเืนิดหน่อยเเต่ก็ไม่รู้สึกเจ็บอะไรมาก
พอเ้าอัศวินดำนั่นเห็นฉันยังสภาพดีอยู่มันก็รีบพุ่งเข้ามาหาฉัน ไม่มีความลังเลเเม้เเต่น้อย ในดวงตานั่นคือจ้องจะทำลายฉันใหได้อย่างเดียว
ฉันร่ายบุปผาน้ำเเข็งอีกครั้งโดยเรียกเสาน้ำเเข็งให้พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน เเต่เ้าอัศวินดำนั่นก็วิ่งหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็วเห็นได้ชัดว่าการเคลื่อนไหวของมันนั้นทั้งเร็วเเละคล่องตัวกว่าก่อนหน้านี้มาก
ฉันรอให้เ้านั่นเข้ามาใกล้กว่านี้เเล้วจึงร่ายบุปผาน้ำเเข็งไปที่ต้นไม้รอบข้างให้มันพุ่งเสาเเหลมที่คล้ายหนามออกมา ฉันร่ายไปที่บริเวณรอบๆเพื่อดักทางหลบหนีของอีกฝ่าย จากทั้งพื้นเเละรอบข้างทุกอย่างปล่อยหนามน้ำเเข็งออกมาเเละโจมตีไปที่ศัตรูพร้อมๆกัน
ปึกปึกปึก!
"....."
หลังจากเสียงของหนามน้ำเเข็งดังขึ้นบริเวณรอบๆในป่าก็เงียบสนิท
.....
"...เป็ไงบ้างคะ?"
"อย่าพึ่งออกมานะ"
"...นี่มัน-"
เมื่อฟีต้ารู้สึกถึงบางอย่างเธอก็เริ่มตัวสั่น เเม้จะไม่ต้องมองลงไปก็รู้ได้เลยว่าเธอรู้สึกถึงมันได้เเล้ว
ละอองสีดำทมิฬลอยคละคลุ้งไปในอากาศรอบข้าง มันปล่อยความรู้สึกที่ไม่ดีออกมาจนเเม้เเต่ฉันก็ยังรู้สึกหวั่นๆอยู่ในหัวใจ
ตึ้ง!
ร่างของอัศวินสีดำนั้นโผล่ออกมา บริเวณรอบตัวของมันนั้นเสียหายยับเยิน ที่หน้าอกของมันมีเกราะที่เเตกละเอียดจนเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน ด้านในนั้นไม่มีใครอยู่มันมีเเต่ร่างของเกราะเปล่าๆ...เเต่ที่ใจกลางของพลังนั้นมีก้อนหินสีม่วงทรงกลมสว่างอยู่ มันมีเส้นเชื่อมสีม่วงคล้ายกับสายไฟยาวไปตามรอบๆตัวมัน เกราะหมวกมีเขานั่นก็เสียหาย ส่วนบริเวณด้านซ้ายนั้นเเตกออกจนเห็นก้อนพลังงานทรงกลมสีฟ้าที่เป็ต้นตอของสายตานั่นมาตลอด
ช่างเป็สภาพที่เหมาะกับปีศาจเสียจริง การที่มันยังขยับได้ทั้งๆที่สภาพยับเยินเเล้วเเบบนั้นเเสดงว่าจัดการด้วยกำลังอย่างเดียวไม่ได้
"...."
ไม่สิ...ตั้งเเต่เเรกเเล้วนี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่
ต่อสู้โดยพยายามคิดอย่างใจเย็นมันก็ใช่ เเต่มันเป็ไปได้ด้วยหรอที่จะอยู่บนโลกนี้ได้โดยไม่คิดเสี่ยงอะไรเลย?
ถึงเวลาที่ต้องปล่อยให้มันเป็ไปตามสัญชาตญาณเเล้วล่ะมั้ง?
ระหว่างที่ฉันจะทำเเบบนั้นฟีต้าก็บอกบางอย่างกับฉัน
"ความเเค้นของอัศวินปีศาจจะไม่มีทางหายไป ทางเดียวที่จะจัดการกับอัศวินปีศาจนั่นได้คือใช้เวทย์ที่มีผลชำระล้างิญญาร้ายค่ะ"
"อย่างเช่นเพลิง์ของผู้กล้าสินะ?"
"ใช่ค่ะ ที่น่าจะจัดการได้ก็คือเวทย์ไฟ ถ้าคุณฟรานใช้มันได้..."
"ไม่ได้หรอกฉันใช้ได้เเค่เวทย์น้ำเเข็ง...เเต่ถึงอย่างงั้นฉันก็มีวิธีจัดการอยู่นะ"
เมื่ออัศวินดำตรงหน้าหันมาเห็นเรามันก็ร้องะโอย่างบ้าคลั่ง ดังขึ้นเป็เสียงคำรามของสัตว์ร้ายมันปล่อยพลังเวทย์ที่ผสมกับคำสาปใส่รอบข้างเหมือนครั้งก่อนทำลายหนามน้ำเเข็งรอบๆให้หายไป เเละเมื่อเส้นทางถูกกวาดออกจนเห็นฉันอย่างชัดเจนมันก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างดุดันขาทั้งสองข้างก้าวย่ำลงไปอย่างหนักเเน่น มันสะบัดคมดาบเสี้ยวในมือตัดทุกสิ่งรอบข้างให้ขาดเป็ท่อนๆ เเละเมื่อเข้ามาประชิดตัวฉันมันก็สะบัดดาบมาฟันฉันอย่างบ้าคลั่ง สายตานั้นหันมาจ้องเเต่ฉันเเม้ฉันจะหลบหลีกเเละถอยออกมาหรือพยายามลบััตัวเองเ้านั่นก็ยังคงจับจ้องมาที่ฉันอย่างไม่ละสายตา
ถ้าเป็ก่อนหน้านี้ฉันก็อาจจะทนเเรงกดดันไม่ไหว เเต่ตอนนี้ฉันปล่อตัวไปตามสัญชาตญาณเเล้ว เป็การเคลื่อนไหวที่ไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้าเเต่เเค่ไหลไปตามที่มันควรจะเป็
ในตอนที่ฉันก้มหลบเเล้วกลิ้งตัวออกห่างมาได้ฉันก็ร่ายศรน้ำเเข็งออกมาอยู่รอบตัวฉัน50ว่าเเท่งในพริบตา
ฉันตวัดนิ้วสั่งให้มันโจมตีใส่อัศวินที่บ้าคลั่งอยู่พร้อมๆกัน พลังทำลายเเละความเร็วที่พุ่งไปสูงมากจนทำให้อัศวินดำที่หันมาเห็นปล่อยเสียงคำรามด้วยความโกรธขึ้นอีกครั้งเเละอัดพลังคำสาปใส่รอบข้างจนป่าไม้เเละพื้นดินถูกทำลายจนสิ้น เเท่งน้ำเเข็งจำนวนมากเองก็ถูกเป่าทำลายด้วยละอองคลื่นสีดำไปจนหมด ในตอนนั้นไม่มีสิ่งใดเข้าไปใกล้มันได้เลย
.....
ยกเว้นฉัน...ที่วิ่งเข้าไปในละอองสีดำนั่นอย่างไร้ความคิด ฉันวิ่งต้านเเรงลมสีดำเข้าไปยังใจกลางนั้นโดยไม่สนใจกลิ่นที่ตัวเองรู้สึกได้ มือทั้งสองข้างยื่นออกไปเเตะที่ลูกเเก้วสีม่วงซึ่งอยู่ใจกลางของชุดเกราะเเละร่ายเวทยมนตร์ออกมาโดยที่ไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้า
"[ราตรีน้ำเเข็ง]!"
เเละเมื่อเวทย์นั้นทำงาน ร่างที่เหลือเเต่ชุดเกราะของอัศวินดำก็ถูกย้อมด้วยสีฟ้าเเละถูกเกล็ดน้ำเเข็งหนาห่อหุ้มไปทั่วรอบตัว ร่างกายของมันหยุดการเคลื่อนไหวดวงไฟที่เคยสว่างวาบในตาเองก็หายไป พร้อมกับเสียงของเฮเลนที่ดังขึ้น ซึ่งเป็สัญญาณบ่งบอกว่าการต่อสู้กับอัศวินดำนั้นจบลงเเล้วจริงๆ
"...เฮ้อ-"
ดูเหมือนจะจัดการได้เเล้วนะ...ถึงจะรู้สึกเหนื่อยมากเลยก็เถอะ
***