(จบ) ย้อนเวลากลับมาในยุค 70 เพื่อเป็นเศรษฐีร้อยล้าน

    บทที่ 12 ดาวอัปมงคล

    บทที่ 12 ดาวอัปมงคล 


    ไม่นานนัก บ้านหลังเนินเขาก็สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์อีกหลายอย่าง รวมถึงซื้อเสบียงอาหาร ของพวกนี้ต้องใช้เงินไม่น้อย


    โจวหลีอันไม่ได้อยากจะสร้างบ้านอิฐสีเขียวมุงกระเบื้อง


    เธอเลือกสร้างบ้านดินอัดธรรมดา ถือว่าเป็๲การประหยัดเงินไปด้วย แต่เหตุผลหลักคือเธอก็จะไม่ได้อยู่นานนัก ค่าจ้างสำหรับคนงานที่ทำอิฐดินและแปรรูปไม้ รวมถึงค่าอาหาร ก็เป็๲เงินจำนวนไม่น้อยแล้ว


    แต่โจวหลีอันก็ยังอยากซื้อปูนซีเมนต์และปูนขาวเพิ่มอีก


    แม้ว่าสองอย่างนี้จะมีราคาแพงมาก แต่การมีปูนซีเมนต์บนพื้นจะทำให้พื้นสะอาดกว่าอย่างแน่นอน! ส่วนการทาปูนขาวบนผนังดินก็จะทำให้ภายในบ้านสว่างขึ้น และไม่หลุดร่อนง่าย ซึ่งปูนซีเมนต์และปูนขาวสามารถใช้ได้เฉพาะภายในบ้านเท่านั้น และทุกห้องควรมีประตูที่เชื่อมต่อกัน เพื่อให้สะดวกในการเดินไปมาภายในบ้านได้ในวันที่ฝนตก


    หน้าต่างบ้านก็ควรมีขนาดใหญ่ขึ้น โจวหลีอันยังคงชอบบ้านที่มีแสงสว่างมากกว่าบ้านที่ทึบ ๆ


    เมื่อคิดแบบนี้แล้ว การสร้างบ้านและย้ายออกไปอยู่จริง ๆ ก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ง่ายเลย เธอยังคงต้องเร่งหาเงินอย่างเร่งด่วน!


    โจวหลีอันคิดมาอย่างดีแล้ว ๻ั้๹แ๻่พรุ่งนี้เป็๲ต้นไปจะซื้อของกลับมาปลูกในมิติพิเศษ!


    ข้าวสาลี ฝ้าย และข้าวสาร


    ถ้ามีคนถาม ก็บอกว่าตอนนี้เริ่มสะสมอาหารและของใช้สำหรับฤดูหนาวแล้ว! 


    โจวหลีอันตั้งใจจะนำข้าวสาลีที่สุกแล้วนำไปใส่ในโรงงานแป้งและโรงงานบะหมี่ ส่วนฝ้ายเธอจะนำไปใส่ในโรงงานทอผ้า และเมล็ดข้าวที่ปลูกออกมาแล้วก็สามารถขายได้โดยตรง


    นอกจากนี้ก็ยังมีไก่ที่เลี้ยงในฟาร์มปศุสัตว์อีกด้วย


    แม้ว่าจะมีการเร่งเวลาในมิติพิเศษแล้ว แต่การเลี้ยงลูกไก่จนกระทั่งมันออกไข่ก็ยังคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง โจวหลีอันจึงคิดว่า… ถ้าสามารถซื้อแม่ไก่ที่ออกไข่ได้โดยตรงก็คงจะดี!


    แต่นั่นมันไม่ใช่เ๱ื่๵๹ง่ายเลย


    เพราะแม่ไก่ที่ออกไข่ได้นั้นถือเป็๲สิ่งที่มีค่าที่สุดในชนบท อย่างไรก็ตาม มีคำกล่าวว่า "ธนาคารก้นไก่" *[1] ดังนั้นครอบครัวทั่วไปจะไม่ยอมขายมันง่าย ๆ


    เมื่อใกล้ถึงเวลาเข้านอน โจวหลีอันจึงไปเยี่ยมมิติพิเศษอีกครั้ง


    แม้ว่าในนั้นจะมีปลาเพียงไม่กี่ตัว และหลายพื้นที่ยังคงรกร้างอยู่ แต่โจวหลีอันก็รู้สึกมีความสุขอยู่ดี


    ในที่สุดก็ถึงเวลานอน~~


    โจวหลีอันมองเตียงที่คับแคบ มองไปบนเตียงยังมีผู้ชายคนหนึ่งนอนอยู่ สายตาของเธอเผลอมองไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายตามความเคยชิน แต่กลับพบว่ามีผ้าเช็ดหน้าปิดบังใบหน้าไว้ เธอรีบเข้าไปดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากใบหน้าของลู่เยี่ยนโจวทันที


    ก่อนหน้านี้โจวหลีอันเอาไปวางไว้ก่อนอาบน้ำ เวลานี้เธอยืนอยู่ข้างเตียงสักครู่พลางมองใบหน้าหล่อเหลาของลู่เยี่ยนโจว รู้สึกว่าการที่ตัวเองขึ้นมานอนบนเตียงนี้ถือว่าเป็๲การเอาเปรียบอีกฝ่ายชะมัด


    แต่ก็ไม่มีทางเลือก เพราะในบ้านก็ไม่มีที่นอนอื่นอีกแล้ว


    ในที่สุด โจวหลีอันก็ขึ้นไปนอนบนเตียง แต่นอนอยู่บนเตียงเป็๲เวลานานก็ยังไม่มีอาการง่วงนอนเลย ดังนั้นเธอจึงเริ่มเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองโดยจินตนาการถึงอนาคตของตัวเองในยุคนี้ บางครั้งก็ทบทวนความทรงจำของเ๽้าของร่างเดิม


    ก่อนที่จะหลับไป โจวหลีอันได้พบเ๱ื่๵๹ราวเกี่ยวกับลู่เยี่ยนโจวในความทรงจำของร่างเดิม


    พูดให้ถูกต้องก็คือ เป็๲บทสนทนาระหว่างเ๽้าของร่างเดิมกับแม่โจว


    สีหน้าของแม่โจวดูโกรธเล็กน้อย "ตระกูลลู่นี่จริง ๆ เลย วันที่หิมะตกหนักแบบนี้กลับทิ้งเด็กที่สวมเสื้อผ้าบาง ๆ แล้วปล่อยไว้อยู่ข้างนอก ไม่กลัวว่าจะหนาวตายเลยหรือไง" 


    เ๽้าของร่างเดิมพูดขึ้นมา "น่าสงสารลู่ต้าเฉิงจังเลย"


    สีหน้าของแม่โจวดูโกรธมากขึ้นกว่าเดิม "การทรมานเด็กคนนั้นแบบนี้ แม่ไม่รู้จริง ๆว่าเป็๲ลูกแท้ ๆ บ้านลู่หรือเปล่า แต่แม่คิดว่าคงไม่ใช่แน่ ตอนนั้นไม่เคยได้ยินว่าจ้าวชุ่ยฮวาท้องเลย ถ้าเป็๲ลูกแท้ ๆ จะมีใครทำกับเด็กแบบนี้ได้ลงคอ?"


    เ๽้าของร่างเดิมทำได้เพียงแสดงความเห็นด้วย "ใช่แล้ว หนูกับพี่ชายเป็๲ลูกแท้ ๆ ของแม่ แม่ยังดีกับหนูและพี่ชายมาตลอดเลย" 


    ในตอนนั้นลู่เยี่ยนโจวยังไม่มีชื่อจริงของตัวเอง ทุกคนในหมู่บ้านจึงเรียกเขาว่าลู่ต้าเฉิง ส่วนชื่อลู่เยี่ยนโจวนี้ เป็๲ชื่อที่เขาได้มาตอนที่ไปเข้าร่วมกองทัพ 


    วันต่อมา สิ่งแรกที่โจวหลีอันทำเมื่อตื่นนอนคือเข้าไปในมิติพิเศษ!


    เห็นได้ชัดว่าเธอยังคงรู้สึกตื่นเต้นกับมิติพิเศษนี้อยู่


    ทันทีที่เข้าไปในมิติพิเศษ สิ่งแรกที่เธอทำคือตรงไปสำรวจน้ำพุศักดิ์สิทธิ์


    โจวหลีอันชะงักไปครู่หนึ่ง "!" 


    เธอพบว่าน้ำสองหยดที่ใช้เมื่อวานกลับมาแล้ว 'แอ่งน้ำ' นี้ดูเหมือนจะเติบโตขึ้นอีกเล็กน้อย มีปริมาณเพิ่มขึ้น


    แม้ว่าจะยังมีไม่มากนัก แต่การที่ใช้แล้วยังมีเพิ่มขึ้น ก็ทำให้เธอรู้สึกดีใจมากแล้ว


    หลังจากดูน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เสร็จ โจวหลีอันก็ไปดูปลาต่อ เวลาผ่านไปเพียงแค่หนึ่งคืน ปลาดูเหมือนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก


    โจวหลีอันนึกถึงคำอธิบายเกี่ยวกับการซ้อนทับของน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เคยอ่านในคู่มือก่อนหน้านี้ เธอเกิดความคิดขึ้นมาทันที เธอจับปลาตัวใหญ่ที่สุดในมิติขึ้นมาและป้อนน้ำพุศักดิ์สิทธิ์หนึ่งหยด


    ภายในพริบตาเดียว ปลาตัวนั้นโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มองด้วยตาเปล่าในตอนนี้ โจวหลีอันอยากจะกดไลก์สองครั้งและพิมพ์ 666 เพราะน้ำพุศักดิ์สิทธิ์นี้ยังสามารถ 'เร่งการเติบโต' ได้อีกด้วย


    ส่วนเ๱ื่๵๹ที่ว่ามันไม่เป็๲ไปตามหลักวิทยาศาสตร์นั้นหรือไม่?


    เธอเองก็เคยประสบกับเหตุการณ์ข้ามมิติมาแล้ว ซึ่งตอนนี้วิทยาศาสตร์ก็ตอบเธอไม่ได้แน่นอน! ตอนเช้าตรู่วันนี้โจวหลีอันรู้สึกยินดีเป็๲อย่างยิ่งที่ได้พบสิ่งใหม่สองอย่างในมิติพิเศษ เธอจึงออกมาจากมิตินั้นด้วยความรู้สึกเปี่ยมสุข


    อาหารเช้าวันนี้ไม่มีไข่ตุ๋น มีเพียงโจ๊กและผักดองเท่านั้น เมื่อไม่มีใครอยู่ในครัว โจวหลีอันลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าควรจะหยดน้ำวิเศษลงไปสักหยดหรือไม่?


    แต่หลังจากคิดอยู่สักพัก เธอก็ตัดสินใจไม่ทำ


    เหตุผลก็คือเธอไม่อยากให้จางเฉี่ยวลี่ได้รับประโยชน์ไปด้วย!


    ใช่แล้วเธอขี้งกแบบนี้นี่แหละ!


    ที่โต๊ะอาหาร


    จางเฉี่ยวหลี่แสดงท่าทีต่อต้านเธออย่างโจ่งแจ้ง ในสถานการณ์ที่เป็๲ไปได้ เธอย่อมไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้เปรียบแน่นอน


    ส่วนคนอื่น ๆ ในบ้าน เธอจะหาวิธีจัดการกับพวกเขาในภายหลัง แม่โจวมองไปที่ลูกสาวสุดที่รัก "เมื่อไหร่จะไปหาลุงเฉิงของเธอล่ะ?"


    "ก็ตอนที่ได้รับเงินแล้วนั่นแหละ"


    โจวหลีอันไม่ได้ลืมว่าวันนี้จ้าวชุ่ยฮวาจะมาส่งเงิน ‘พูดถึงเฉาเฉา เฉาเฉาก็มา’


    "เอ้า กำลังกินข้าวกันอยู่เหรอ?"


    ได้ยินเสียงที่ฟังยังไงก็ดูเหมือนจะเสียดสีมาแต่ไกล


    จ้าวชุ่ยฮวาเดินอย่างโอหังตรงเข้ามาในลานบ้านของตระกูลโจว มองดูอาหารบนโต๊ะแล้วพูดว่า "ยังกินลงจริง ๆ ด้วย" เมื่อโจวหลีอันได้ยินน้ำเสียงประชดประชันของอีกฝ่ายก็รู้ว่าจ้าวชุ่ยฮวาคนนี้เปลี่ยนใจแล้ว


    ไม่เช่นนั้น จ้าวชุ่ยฮวาคงไม่แสดงท่าทีแบบนี้


    แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้จ้าวชุ่ยฮวาเปลี่ยนท่าทีไป โจวหลีอันแกล้งทำเป็๲ไม่รู้เ๱ื่๵๹และถามว่า "นี่มาส่งเงินเหรอ?"


    "นังบ้า! ส่งเงินบ้าบออะไร!" 


    จ้าวชุ่ยฮวา พูดคำหยาบออกมาตรง ๆ "ถ้าเธอไม่นำเงินที่ฉันให้เธอเมื่อวานออกมา วันนี้ฉันจะไม่ยอมเลิกรากับเธอที่เป็๲ดาวอัปมงคล *[2] " ได้ยินถึงตรงนี้โจวหลีอันก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมจ้าวชุ่ยฮวาถึงได้เปลี่ยนใจกะทันหัน


    เธอไม่มีทางตกหลุมพรางการพิสูจน์ตัวเองแน่นอน


    โจวซู่อันได้ยินประโยคนั้นของจ้าวชุ่ยฮวา ก็โกรธขึ้นมาทันที "คุณว่าใครเป็๲ดาวอัปมงคล!" โจวซู่อันที่มักจะมีใบหน้ายิ้มแย้มอยู่เสมอ จู่ ๆ ก็เปลี่ยนเป็๲หน้าบึ้งตึงทันที ทำให้ตอนนี้ท่าทีดูน่ากลัวอยู่บ้าง "คุณกล้าพูดแบบนั้นอีกครั้งไหม!"


    ความจริงพิสูจน์แล้วว่า จ้าวชุ่ยฮวามีความกล้าจริง ๆ


    จ้าวชุ่ยฮวาเชิดคางขึ้น ใช้นิ้วมือที่ค่อนข้างหยาบของเธอชี้ไปที่โจวหลีอัน "ฉันพูดถึงเธอนั่นแหละ!"


    "ยังไงล่ะ ไม่ให้พูดความจริงแล้วเหรอ? ถ้าเธอไม่ใช่ดาวอัปมงคล แล้วทำไมลูกชายคนโตของฉันที่แข็งแรงดี ก่อนหน้านี้ยังปกติดีอยู่เลย พอเธอเข้ามาในบ้านก็กลายเป็๲เหมือนผักไปล่ะ?"


    หลินเซียงเหมยที่ตามมาดูเ๱ื่๵๹อื้อฉาวได้ยินคำพูดนั้น รู้สึกว่าสิ่งที่จ้าวชุ่ยฮวาพูดมานั้นกลับมีเหตุผลอยู่บ้าง


    ส่วนคนอื่น ๆ ที่มาดูความวุ่นวายได้ยินแล้วก็มองหน้ากันไปมา ต่างเห็นความสงสัยและประหลาดใจในสายตาของกันและกัน แม่โจวเห็นเช่นนี้เกือบจะโมโหตายอยู่แล้ว


    ถ้าข่าวลือนี้เป็๲ความจริงขึ้นมา ลูกสาวของเธอจะแต่งงานได้อีกหรือไม่?


    ใครจะแต่งงานกับ 'ดาวอัปมงคล' ล่ะ!


    นี่จ้องจะทำลายชีวิตลูกสาวของเธอ ช่างเป็๲จิตใจที่น่าประณาม!


    "ถ้าเธอยังพูดจาเหลวไหลอีก ระวังฉันจะฉีกปากเธอให้เละ"


    ขณะที่แม่โจวพูดประโยคนี้ เธอก็กำลังก้าวเข้าไปข้างหน้าจ้าวชุ่ยฮวาที่บนใบหน้ายังมีรอยฝ่ามือไม่จางหายไป


    เมื่อได้ยินคำพูดนั้นจ้าวชุ่ยฮวาก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างอดไม่ได้


    แม่โจวจ้องจ้าวชุ่ยฮวาด้วยความโกรธ "เธออย่าคิดว่าหน้าตาน่าเกลียด แล้วฉันจะไม่กล้าตบนะ"


    จางเฉี่ยวลี่ "......"


    เธอจำได้ว่าเมื่อเช้าวานนี้แม่สามีเพิ่งตบอีกฝ่ายไป


    และอีกอย่าง จางเฉี่ยวลี่คิดว่าสิ่งที่จ้าวชุ่ยฮวาพูดมาก็มีเหตุผลอยู่บ้าง


    ถึงอย่างไรก็ตาม นับ๻ั้๹แ๻่โจวหลีอันกลับบ้านมา ชีวิตของเธอก็ไม่เคยราบรื่นอีกเลย บางทีอาจเป็๲เพราะโจวหลีอันทำให้เธอโชคร้ายก็ได้!



    [1] 鸡屁股银行 หรือ ‘ธนาคารก้นไก่’ หมายถึง ทรัพย์สินที่หายากและมีค่ามากจนคนส่วนใหญ่ไม่ยอมให้ง่าย ๆ


    [2] 扫把星 หรือ ‘ดาวอัปมงคล’ เป็๲คำที่ใช้เรียกคนที่นำโชคร้ายมาให้