ขณะที่อีกด้านนึงในส่วนลึกของเมือง ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ทันย่านั้นมีความหวังในการพัฒนาตนเอง
่จังหวะเวลาที่เหล่ามอนเตอร์ใต้อาณัติของเขาได้ออกลาดตระเวนเพื่อขยายอาณาเขต
อยู่ดีๆเหล่าลูกน้องของพวกมันก็ได้เข้ามาบอกว่าััได้ถึงกลิ่นหอมที่เย้ายวน มีความปรารถนาจนทำให้ยีนส์กลายพันธุ์เดือดพล่าน
พอได้ลอบเข้าไปสังเกตการณ์ พวกมันก็ได้เห็นถึงต้นไม้สีแดงที่กำลังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง
ใจกลางของมันมีผลไม้ชนิดนึงกำลังเปล่งประกายอันเจิดจรัส โดยที่ในบริเวณนั้นก็มีมอนเตอร์ระดับสูงกำลังยืนเหมือนปกป้องอยู่
ร่างกายของมันสูงใหญ่เกือบสิบเมตร ทำให้พวกมอนเตอร์ระดับต่ำไม่กล้าแม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้ ทั้งหมดจึงได้รีบเข้ามารายงานให้กับผู้ปกครองของตน ซึ่งทันย่าเองก็รับทราบเื่ทั้งหมดแล้วเช่นเดียวกัน
“อะไรนะ ทรัพยากรล้ำค่า?”
“พวกแกรีบพาฉันไปเร็วเข้า!”
ไม่รอช้า ทันย่าและหมาป่าจันทราโลหิตก็ได้ติดตามลูกสมุนของตนเข้าไปในส่วนลึก วิ่งผ่านเศษซากของเมืองที่พังทลายด้วยความตื่นเต้น
โดยที่มีดาวาลกำลังนั่งอยู่บริเวณด้านหลังของเขา เธอเองก็กำลังประมวลผลถึงรูปลักษณ์ที่ได้รับรู้มา
[ต้นไม้ที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง?]
เมื่อประเมินถึงรูปลักษณ์ทั้งหมดได้แล้ว เด็กสาวก็รีบอธิบายให้กับลูกศิษย์ของตนทราบ
[นี่เป็สมุนไพรเพลิงกัมปนาทอย่างแน่นอนศิษย์รัก เป็พืชที่วิวัฒนาการและเกิดการกลายพันธุ์ขึ้น]
[ถ้ามอนเตอร์และนักสู้พันธุกรรมได้กินมันเข้าไป ยีนส์พันธุกรรมของพวกเขาจะยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล การันตีการเลื่อนระดับได้หนึ่งขั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการพัฒนาอะนะ เห็นว่านักสู้แห่งดาวเคราะห์ขึ้นไปไม่สามารถใช้ได้ มันเหมาะสำหรับนักสู้พันธุกรรมระดับต่ำ]
[เ้านี่ยังมีคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่ง มันมีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้ยีนส์รับรู้ได้ถึงกฎต้นกำเนิดทั่วไป กฎแห่งเปลวเพลิงยังไงละ ถือเป็การเตรียมรากฐานสำคัญสำหรับผู้ที่จะวิวัฒนาการขึ้นสู่นักสู้แห่งดาวเคราะห์ ถือเป็สมุนไพรที่ไม่ธรรมดา มันไม่เลวเลยสำหรับเ้าในตอนนี้]
คำพูดของผู้เป็อาจารย์ได้ทำให้ทันย่าพลันประหลาดใจ แววตาดูส่องประกายอย่างวาวโรจน์
“กฎแห่งเปลวเพลิงเหรอท่านอาจารย์?”
“หมายความว่าถ้าเรากินสมุนไพรนี้เข้าไป เราก็จะมีกฎต้นกำเนิดทั่วไปได้เลยใช่ไหม?”
ทว่าคำพูดของเขาได้ทำให้ดาวาลพลันส่ายหัวอยู่เล็กน้อย นางเริ่มเบะปากพร้อมอธิบายออกมาในทันที
[ไม่หรอกศิษย์รัก ถึงเ้านี่จะเป็สมุนไพรที่ล้ำค่าก็ตาม ทว่ามันก็ยังมีระดับอยู่ในดาวเคราะห์โลกก็เท่านั้น]
[โอกาสในการปลุกกฎแห่งเปลวเพลิงมีน้อยมากยิ่งกว่า 1% ซะอีก ไม่ต่างไปจากการถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง]
[เ้าเองก็ไม่ได้้ามันมากมายถึงเพียงนั้น เนื่องจากว่ายีนส์ของเบฮีมอทก็เต็มไปด้วยพันธุกรรมสัตว์อวกาศที่ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว]
[เพียงพัฒนาขั้นพลังไปยังระดับดาวเคราะห์ เ้าก็สามารถรับรู้ได้ถึงทุกรากฐานที่เป็กฏเกณฑ์ กฎต้นกำเนิดทั่วไป ดิน น้ำ ลม ไฟ แสง ไม้ ทอง สายฟ้า หรือแม้แต่กฎต้นกำเนิดดั่งเดิมอย่าง เวลาและอวกาศ ทั้งหมดก็สามารถรับรู้ได้ สามารถรู้แจ้งและพัฒนาพวกมันได้อย่างสบายๆ]
[เราว่าสมุนไพรนี้เหมาะสมกับเ้าหมาป่าจันทราโลหิตมากกว่า เผลอๆมันอาจวิวัฒนาการไปเป็มอนเตอร์ระดับ 7 ได้เลยด้วยซ้ำ]
เมื่อได้ยินว่ามันค่อนข้างจะธรรมดา ทันย่าก็เริ่มหายตื่นเต้นลงไปอยู่เล็กน้อย
ยังไงตัวของเขาก็ถือว่าเป็สิ่งมีชีวิตที่พิเศษมากที่สุด ในระดับแรกเริ่ม ผลลัพธ์พลังของเขาจะยังไม่ค่อยเห็นผลมากซักเท่าไหร่นัก
ทว่าเมื่อเบฮีมอทได้ยกระดับไปเป็ขั้นดาวเคราะห์อย่างสมบูรณ์ เขาจะสามารถรู้แจ้งถึงกฎเกณฑ์ของจักรวาลได้ทั้งหมด สามารถเริ่มต้นในเส้นทางที่หลากหลายได้อย่างไร้ขีดจำกัด แตกต่างไปจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่มีกฎแห่งจักรวาลเพียงแค่หนึ่งหรือสองชนิด
“เข้าใจแล้วท่านอาจารย์ มอบให้กับเ้าหมาป่าโง่นี้ก็ดี มันจะได้กลายมาเป็พลังที่แข็งแกร่งให้กับฉัน!”
หลังจากนั้นเวลาก็ได้ผ่านไปหลายสิบนาที ในที่สุดทันย่ากับลูกน้องนับสิบตนก็ได้มาถึงยังส่วนลึกของเมืองที่พังทลาย สถานที่แห่งนี้อยู่ในเศษซากอาคารที่ถล่มลงมาทับซ้อนกัน ก่อให้เกิดเป็เหมือนโพรงขนาดใหญ่หลายร้อยเมตร ท่ามกลางความมืดที่มีแสงแดดส่องลงมาจากช่องว่าง
มีต้นไม้ขนาดหลายเมตรที่กำลังเปล่งแสงสีแดงตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่น โดยที่กิ่งก้านก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนระอุเลยก็ว่าได้
“กรร!”
ในตอนนั้นหมาป่าจันทราโลหิตก็ส่งเสียงครางออกมาอย่างยำเกรง ร่างกายของมันดูตื่นตัว เส้นขนลุกพองประหนึ่งพบเจอบางสิ่ง โดยที่เบื้องหน้าของต้นไม้เปลวเพลิง มันมีร่างขนาดใหญ่ตนนึงกำลังนอนแผ่หลาอย่างสบายใจ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายพันธุกรรมที่แข็งแกร่งออกมา
“มอนเตอร์ระดับ 6 หมีขุนเขาศิลา?!!”
ทันย่าเห็นแบบนั้นก็สามารถมองได้ในทันที สมุนไพรล้ำค่าเช่นนี้ย่อมต้องมีมอนเตอร์ที่แข็งแกร่งคอยปกป้อง เ้านี่คงกำลังรอคอยให้สมุนไพรนี้เติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์ มันรู้ดีว่าถ้าตนเองได้กลืนกินสิ่งนี้เข้าไป ตัวของมันจะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อีกขั้นอย่างแน่นอน
มอนเตอร์มากมายเมื่อรู้ว่าเ้านี่กำลังปกป้องอยู่ พวกมันทั้งหมดก็ไม่กล้าเฉียดเข้าใกล้ กลัวว่าชีวิตของตนจะต้องจบสิ้นลง
[เ้านี่ไม่เลวเลยศิษย์รัก ทำให้มันมาเป็ลูกน้องดีกว่า]
มอนเตอร์ระดับ 6 พวกมันไม่ได้มีจำนวนมากมายนัก ในเมืองแห่งนี้ก็ถือว่ามีอยู่เพียงไม่กี่ตัว นอกจากทันย่าที่สำแดงพลังอย่างอหังการใน่เวลาหลายวันมานี้ ก็มีมอนเตอร์ระดับ 6 อยู่ด้วยกันอีกสามตน หนึ่งในนั้นคือหมีขุนเขาศิลา มอนเตอร์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งอย่างมาก
ร่างกายสูงใหญ่กว่าสิบเมตร ตัวใหญ่และมีพละกำลังที่มากมายมหาศาล มีความเร็วในการเคลื่อนที่เท่าความเร็วเสียง หรือประมาณ 1,236 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งยังมีความเร็วในการโจมตีและพลังโจมตีของกรงเล็บที่สูงมาก ิัภายนอกเหมือนมีก้อนหินปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย ระดับความแข็งแกร่งของมันดุจเพรชที่ทนทานและร้ายกาจ สามารถต้านทานพลังการโจมตีที่อยู่ในระดับสูงได้เลยด้วยซ้ำ
“ไม่ดีกว่าท่านอาจารย์ ฉันว่าฉันจะกลืนกินมันเข้าไป!”
ตอนนั้นทันย่าก็ได้ปฏิเสธอย่างหัวชนฝาและเริ่มอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“ตอนนี้ยีนส์พันธุกรรมในร่างของฉันกำลังกรีดร้อง เหมือนมองเ้านี่เป็อาหารอันโอชะชิ้นใหญ่ที่อร่อยอย่างถึงขีดสุด”
“ฉันััได้เลยว่าถ้าสามารถกินเ้าหมีขุนเขาศิลาได้ ร่างกายที่อยู่ในระดับตัวอ่อนก็อาจวิวัฒนาการไปเป็ระดับขั้นเติบโต!!”
ขณะที่พูด ปากที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวอันแหลมคมก็เริ่มเต็มไปด้วยหยาดน้ำลาย มันไหลออกมาจนเขาก็ไม่อาจควบคุมได้อยู่ หยดลงไปยังเบื้องล่างอย่างต่อเนื่อง แถมสัญชาตญาณในส่วนลึกกำลังร้องเตือนขึ้นอย่างตื่นเต้น ประหนึ่งว่าหลังจากนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ขึ้น
[นี่มันเื่จริงยังงั้นเหรอลูกศิษย์รัก?]
ดาวาลเห็นแบบนั้นก็เริ่มประหลาดใจ นับแต่ที่ทันย่าได้กลายมาเป็เบฮีมอทและกลืนกินมอนเตอร์ระดับต่ำไปมากมายหลายร้อยตัว เขาก็ยังไม่เคยมีลักษณะท่าทางอะไรเช่นนี้มาก่อนเลยซักนิด เรียกได้ว่านี่อาจเป็ครั้งแรกที่ทันย่าเกิดความอยากอาหารจนถึงขีดสุดเลยก็ว่าได้
“จริงท่านอาจารย์ ฉันรอคอยไม่ไหวแล้ว!”
ในตอนนั้น การเปลี่ยนแปลงของทันย่าก็ได้ทำให้ร่างที่กำลังหลับไหลอยู่ต้องตื่นตัวขึ้น เสียงเหมือนหินกระทบกันได้เคลื่อนดังสนั่นกึกก้อง ร่างเงาที่สูงกว่าเกือบสิบเมตรลุกพรวดพราดขึ้นมาอย่างฉับพลัน และเมื่อลืมตาขึ้นมา มันก็ได้เห็นถึงมอนเตอร์ตัวเล็กที่กำลังก้าวเดินเข้ามา
“ฮู่มมมมมมมมมมมมม!”
หมีขุนเขาศิลาอ้าปากและส่งเสียงคำรามเหมือนเป็การข่มขู่ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายพลังที่แข็งแกร่ง เหมือนบอกเป็นัยๆว่าให้ถอยไปซะ
เพราะต้นไม้เพลิงนี้มันเป็ของข้า แต่ถ้ายังกล้าเข้ามาหาเื่ มันก็จะลงมืออย่างไร้ซึ่งความปราณี สังหารผู้รุกรานเข้ามาให้สิ้น แต่มีหรือที่ทันย่าจะถอยหลังหนี ปากของเขาเต็มไปด้วยหยาดน้ำลาย เขาไม่ได้มองสมุนไพรเป็สิ่งล้ำค่า ทว่ามองเ้าหมีโง่นี่เป็ทรัพย์สมบัติล้ำค่าตังหาก
[ไอ้นี่วอนโดนซะแล้ว คิดว่ามันมีพลังแข็งแกร่งสุดในเมืองแห่งนี้จริงดิ?]
..
ใจเยนเจ๊ 555+