ณโลกแห่งนี้เป็โลกที่การใช้เวทย์มนต์เป็สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปมีการนำเวทย์มนต์มาใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้การใช้ชีวิตของผู้คนนั้นมีความเป็อยู่ที่สะดวกสบาย แต่ถึงกระนั้นในโลกที่เต็มไปด้วยเวทย์มนต์ใบนี้เองก็เต็มไปด้วยปริศนาต่าง ๆที่รอวันจะถูกค้นพบและไขปริศนาต่าง ๆ ที่ซ่อนไว้ รวมทั้งสิ่งลี้ลับต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้อีกด้วย
“เร่เข้ามา เร่เข้ามาตอนนี้ทางร้านมีไม้กายสิทธิ์อันล่าสุดวางจำหน่ายแล้ว”
“ตอนนี้ทางร้านได้มีการผลิตน้ำยาฟื้นฟูออกขายแล้วเชิญเข้ามารับชมกันได้”
“เชิญลูกค้าทุกท่านเข้ามารับชมดาบเวทย์มนต์ของทางร้านกันก่อนได้เลยนะครับ”
เสียงะโของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ในย่านการค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่กลางตัวเมืองเทร่าเพื่อดึงดูดเหล่าผู้คนที่สัญจรไปมาให้เข้ามารับชมสินค้าของร้านตนเอง โดยต่างคนต่างก็ะโเรียกลูกค้ากันไม่ขาดสาย
“เฮ้ เ้าหนูไม่สนใจไม้กายสิทธิ์บ้างรึไง” เสียงพ่อค้าคนนึงะโถามเด็กผู้ชายผมสีดำ ผิวขาวหน้ามีกระเล็กน้อยที่เดินผ่านมา
“ตอนนี้ผมอายุครบสิบแปดแล้วนะครับ ไม่ใช่เ้าหนูแล้วนะครับ” เด็กผู้ชายหันไปตอบพ่อค้าทันที
“อ่า ลุงต้องขอโทษด้วยนะเพราะหน้าตาหลานมันยังดูเด็กเกินไป ทำให้ลุงเข้าใจผิด”
“ไม่เป็ไรครับแต่ตอนนี้ผมอายุครบสิบแปดแล้วสามารถเป็ผู้ใช้เวทย์มนต์ฝึกหัดได้แล้ว ลุงมีอะไรจะแนะนำไหมครับ”เด็กชายถามพ่อค้ากลับไป
“อย่างนี้นี่เอง แสดงว่านายน้อยกำลังหาของวิเศษที่เหมาะกับตัวเองอยู่สินะครับถ้ายังไงให้กระผมเป็คนแนะนำให้นายน้อยเองได้ไหมครับ”
“นายน้อย? กระผม?”เด็กน้อยหันไปถามพ่อค้าที่เปลี่ยนสรรพนามในการเรียกตนและเปลี่ยนการแทนตัวเอง
“ถ้าเป็ลูกค้าเราจะบริการเป็อย่างดีนะครับ”พ่อค้าตอบกลับมาพร้อมส่งยิ้มให้
‘อย่างนี้ก็ได้ด้วยเหรอ’ เด็กน้อยคิดในใจ
“ว่าแต่นายน้อยได้ทดสอบพลังเวทย์ของตัวเองยังครับ”พ่อค้าร้องถาม
“ทดสอบพลังเวทย์” เด็กผู้ชายหันมาถามพ่อค้าอย่าง งง ๆ"
“แสดงว่านายน้อยยังไม่ได้ทดสอบความสามารถด้านเวทย์มนต์เลยสินะครับ”
“ถ้าอย่างนั้น รอสักครู่นะครับ” พูดจบพ่อค้าจึงเดินกลับเข้าไปในบ้านก่อนจะกลับมาพร้อมกับหินรูปร่างประหลาดก่อนหนึ่งที่มีลักษณะโปร่งใสมองทะลุไปอีกด้านได้พร้อมกับที่พ่อค้ายื่นหินก้อนนั้นมาให้เด็กผู้ชายรับไปไว้ในมือ
“นายน้อยลองปล่อยพลังเวทย์เข้าไปในหินก้อนนั้นดูสิครับ”พ่อค้าพูดขึ้นเมื่อเห็นเด็กผู้ชายเอาแต่ยืนจ้องหินในมืออยู่เฉยๆ
“แล้วผมจะปล่อยพลังเวทย์ของตัวเองเข้าไปได้ยังไง”เด็กผู้ชายหันมาถาม
“นี่! นายน้อยไม่เคยเรียนรู้การควบคุมพลังเวทย์ขั้นพื้นฐานมาก่อนเหรออาจารย์ด้านเวทย์มนต์น่าจะสอนั้แ่ตอนท่านเริ่มอายุได้สิบขวบแล้วนะครับ” พ่อค้าใเมื่อรู้ว่าเด็กผู้ชายที่คุยด้วยยังไม่แม้แต่จะควบคุมพลังเวทย์ของตนเองได้
แต่เด็กชายกลับนิ่งเงียบไปไม่ได้พูดโต้ตอบแต่อย่างใด
“เอาละ ในเมื่อนายน้อยไม่รู้กระผมจะขออธิบายวิธีควบคุมแบบง่าย ๆให้ฟังนะครับ”
“วิธีง่าย ๆ คือการตั้งสมาธิแล้วเพ่งจิตไปที่จุด ๆ เดียวนั้นคือการควบคุมเวทย์มนต์ให้ไปรวบในจุดต่าง ๆ ที่้า”
“และเมื่อสามารถควบคุมพลังเวทย์มนต์ของตัวเองได้คล่องแล้วขั้นต่อไปก็คือการประยุกต์พลังเวทย์ให้ใช้งานได้ตามความ้าของผู้ใช้เวทย์เองครับ”
“แต่กรณีของนายน้อยกระผมคิดว่าควรฝึกการควบคุมให้เชี่ยวชาญก่อนจะไปขั้นตอนการประยุกต์ใช้นะครับ”
“ลุงนี่อธิบายได้เข้าใจง่ายดีนะ” เด็กผู้ชายที่ยืนฟังเอ่ยขึ้นมา
“แหม่ ก็กระผมเป็คนขายอุปกรณ์เวทย์มนต์ ยังไงก็ต้องได้เรียนเกี่ยวกับเื่เวทย์มนต์มาบ้างนะครับ”พ่อค้าพูดพลางยิ้มพลางอย่างภาคภูมิใจ
“เอาละ ยังไงนายน้อยก็ลองควบคุมพลังเวทย์ดูนะครับ”
จากนั้นเด็กชายผมสีดำขลิบก็ยืนหลับตา ตั้งสมาธิ แล้วกำหินในมือไว้แน่นจากนั้นจึงค่อย ๆ เพ่งสมาธิไปยังที่ก้อนหินที่จับอยู่ทันใดนั้นก็ปรากฏรูปร่างที่ส่องแสงในหินที่โปร่งใสขึ้นเป็ทรายสีน้ำตาลที่ปลิวไหวไปมาภายในก้อนหิน
“เอ่อ นี่มันคืออะไร” เด็กผู้ชายหันไปถามลุงพ่อค้า
“ก็อย่างที่บอกไป ว่ามันเป็การทดสอบพลังเวทย์ครับ”พ่อค้าหันมาตอบ
“แล้วข้างในนี้คืออะไรครับ”
“นั้นก็คือรูปลักษณ์พลังเวทย์ที่เหมาะกับนายน้อยครับของนายน้อยดูจากการทดสอบแล้วเหมาะแก่การใช้เวทย์มนต์ประเภทธาตุดินนะครับ” พ่อค้าหันมาอธิบายหลังจากดูผลการทดสอบพลังเวทย์จากเด็กชายเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะแนะนำคัมภีร์คาถาที่เหมาะสมกับธาตุของเด็กชายตรงหน้าให้
“ผมอยากได้พวกไม้กายสิทธิ์ด้วยครับ” เด็กชายพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าพ่อค้าเลือกแต่คัมภีร์ให้แต่ตนเพียงอย่างเดียว
“กระผมว่าก่อนนายน้อยจะหาพวกไม้กายสิทธิ์หรืออาวุธเวทย์อื่น ๆมาใช้ควรฝึกควบคุมพลังเวทย์ให้ได้ก่อนดีกว่านะครับ ไม่เช่นนั้นการให้อาวุธเวทย์ที่ผู้ใช้ยังควบคุมพลังเวทย์ของตนเองไม่ได้จะทำให้เกิดอันตรายแก่ตัวเองและคนรอบข้างได้นะครับ”
เมื่อได้ฟังดังนั้นเด็กชายพยักหน้ารับก่อนจะซื้อคัมภีร์ดินที่พ่อค้าแนะนำก่อนจะเดินหายไปท่ามกลางฝูงชนที่เดินพลุกพล่าน พร้อมทั้งมีเสียงะโขายสินค้าของพวกพ่อค้าแม่ค้าตลอดย่านการค้าแห่งนี้