“องค์ชายเฟยหรง!!! เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
“ท่านอาเจียอี มีคนลอบโจมตีรถม้าของข้าขอรับ ข้าพลัดตกจากรถม้า มีคนไล่ตามจะทำร้ายข้า แต่ข้าวิ่งหนีมาไกลจนมาหลบที่ซอกหินนี้ขอรับ” ฉู่เฟยหรงพูดพลางชี้ไปที่ซอกหินที่ตนเคยหลบ
“แล้วที่จวนไม่มีใครออกตามหาเ้าหรือ”
“ตลอดเวลาที่ข้าหลบอยู่ ข้าได้ยินเสียงคนออกค้นหาเป็ระยะขอรับ เพียงแต่ข้าไม่มั่นใจว่าเป็คนของผู้ใด ข้าจึงไม่ได้ออกมาแสดงตัว จนเมื่อฟ้ามืดแล้วข้าจึงออกมา จนมาพบกับท่านอาขอรับ”
“องค์ชายเฟยหรง เ้าเป็เด็กฉลาดและมีความกล้าหาญมาก เ้าอดทนต่ออีกสักนิด ข้าจะมัดเ้าแบกใส่หลังของข้าเพื่อแสร้งเป็คนหลังค่อม เราจะผ่านเข้าประตูเมืองได้อย่างไม่มีใครสงสัย”
ซ่งเจียอีรีบนำผ้ามามัดฉู่เฟยหรงให้แนบไปกับแผ่นหลังของตน ก่อนที่จะนำเสื้อเก่าหลายๆ ตัวสวมทับลงไป และพยายามทำท่าเดินให้เหมือนคนหลังค่อม หลังจากนั้นเขาก็รีบเดินมุ่งหน้าไปที่ประตูเมืองเพื่อให้ทันเวลาก่อนที่ประตูเมืองจะปิดลง
“นายท่านขอรับ ยังตามหาองค์ชายเฟยหรงไม่พบเลยขอรับ” ชายชุดดำคุกเข่ารอรับโทษ
“พวกเ้าทำงานพลาดอย่างนั้นหรือ” อัครมหาเสนาบดีตะคอกถามเสียงดัง
“พวกข้าใช้ธนูยิงโจมตีรถม้า แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีองครักษ์เงาของวังหลวงคอยซุ่มอารักษาอยู่ขอรับ คนของเราถูกจับตัวไปด้วยจำนวนหนึ่งขอรับ”
“พวกเ้าหลบออกไปจากเมืองหลวงสักพัก ระยะนี้ยังไม่ต้องลงมือทำการใด ให้รอฟังคำสั่งจากข้า”
“ขอรับนายท่าน” ชายชุดดำรับคำแล้วจากไป
‘องค์รัชทายาท องค์ชายห้า ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะจัดการกับเ้าไม่ได้’ อัครมหาเสนาบดีคิดในใจก่อนที่จะรีบเดินทางเข้าวังหลวงเพื่อเข้าเฝ้าพระสนมเอก
ั้แ่เกิดเื่ลอบโจมตีรถม้า ที่หน้าจวนองค์ชายห้าก็ได้มีองครักษ์อารักขาอยู่มากมายตามรับสั่งขององค์รัชทายาท
“เ้าคนค่อม เ้ามายืนเกะกะที่หน้าจวนด้วยเหตุใด” ทหารองครักษ์หน้าจวนองค์ชายห้าร้องถาม
“ท่านนำของสิ่งนี้ไปมอบให้องค์ชายห้าด้วยขอรับ” ซ่งเจียอียื่นป้ายหยกประจำตัวฉู่เฟยหรงมอบให้กับองครักษ์ และตัวเขาก็ยืนรออยู่ที่หน้าจวน
“เ้าค่อม เ้าได้ป้ายหยกนี้มาได้อย่างไร” องค์ชายห้าฉู่อันถามชายหลังค่อม หลังจากที่ให้องครักษ์พาเขาเข้ามาในจวน
“ฝีมือการปลอมตัวของข้ายังถือว่าใช้ได้ แม้แต่องค์ชายสี่ องค์ชายห้า และองค์ชายหก ยังมองไม่ออก” ซ่งเจียอีค่อยๆ ปลดสายรัดแล้วถอดเสื้อที่เขาสวมทับมาหลายชั้นออกจนหมด จนเห็นร่างของเด็กน้อยถูกมัดอยู่บนหลังของเขา
“เจียอี!!! เป็เ้าเองหรอกหรือ” องค์ชายสี่ร้องถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ขอรับองค์ชายสี่ ท่านรีบมาดูอาการขององค์ชายน้อยเถิดขอรับ”
ซ่งเจียอีพูดยังไม่ทันจบ องค์ชายห้าฉู่อันก็รีบเดินไปหาเขาพร้อมกับอุ้มเด็กน้อยออกมา หลังจากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องพักด้านข้าง
องค์ชายสี่ฉู่ฉือทำการตรวจร่างกายฉู่เฟยหรงอย่างละเอียดก็ไม่พบความผิดปกติใด
“เฟยหรงไม่ได้รับาเ็ร้ายแรงที่บริเวณใด จะมีก็แต่รอยขีดข่วนของกิ่งไม้เท่านั้น ส่วนที่เวลานี้เขายังไม่ฟื้น คงเป็เพราะอ่อนเพลียจากการหลบหนีและจากการอดอาหาร” องค์ชายสี่ฉู่ฉือบอก
“เฟยหรง เ้าตื่นมาคุยกับแม่สิ แม่ทำอาหารไว้ให้เ้าหลายอย่างเลยนะ” หลิวจางิ่พูดกับเด็กน้อยอยู่ข้างเตียงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เฟยหรง เ้าตื่นขึ้นมาพูดกับข้าสิ ข้าสัญญาว่าจะไม่พาเ้าไปเล่นซนที่ไหนอีก” ฉู่หลงเฉินก็เดินมาพูดกับน้องชายที่ข้างเตียงเช่นกัน
ไม่นานฉู่เฟยหรงก็ตื่นขึ้นมา “ท่านแม่ ท่านแม่ร้องไห้ทำไมหรือขอรับ ข้าสัญญาว่าต่อไปข้าจะไม่ดื้อกับท่านแม่นะขอรับ”
“เฟยหรง! เ้าตื่นแล้วหรือ เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหน หิวไหม ประเดี๋ยวแม่จะไปทำของอร่อยมาให้เ้ากิน” หลิวจางิ่กล่าวอย่างดีใจเมื่อเห็นลูกชายฟื้นขึ้นมา
“ข้าอยากกินโจ๊กฝีมือท่านแม่ขอรับ” ฉู่เฟยหรงบอกกับมารดา
“ได้ๆ แม่จะไปทำโจ๊กให้เ้าเดี๋ยวนี้” หลิวจางิ่รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“เฟยหรง เ้าไม่ได้รับาเ็ที่ส่วนใดใช่หรือไม่” องค์รัชทายาทถามเขา
“ไม่มีขอรับเสด็จลุง ตอนที่กระเด็นตกจากรถม้า ข้าตกลงไปบนพุ่มไม้พอดี จึงไม่ได้รับาเ็และไม่มีใครสังเกตเห็น หลังจากนั้นข้าก็วิ่งหนีเข้าป่าลึกไปขอรับ”
“เฟยหรง ข้าขอโทษ หากไม่เป็เพราะข้าดื้อรั้นจะแอบหลบออกมาจากวัง เ้าคงไม่ต้องประสบกับเหตุร้ายนี้” ฉู่หลงเฉินขอโทษน้องชาย
“เสด็จพี่ ท่านอย่าพูดเช่นนั้นเลย ข้าไม่ได้รับอันตรายใดเลยขอรับ” ฉู่เฟยหรงบอกกับพี่ชายอย่างปลอบใจ
“เฟยหรง เ้าเป็เด็กที่กล้าหาญมาก พ่อภูมิใจในตัวเ้ามาก” องค์ชายห้าฉู่อันบอกกับลูกชาย
“ท่านพ่อขอรับ ตอนที่ข้าหลบอยู่ในซอกหิน ข้าได้ยินคนชุดดำพูดกันว่าหากจับตัวข้าหรือเสด็จพี่ได้ เสด็จลุงกับท่านพ่อจะต้องทำตามคำสั่งของเขาอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ได้ขอรับ เขายังพูดกันอีกว่าเส้นทางอันสดใสจะเป็ของท่านลุงใหญ่ขอรับ” ฉู่เฟยหรงพูดให้บิดาของเขาฟังจากสิ่งที่เขาได้ยินมา
ทุกคนในห้องได้แต่นิ่งฟังและไม่มีใครพูดสิ่งใดออกมา จนกระทั่งหลิวจางิ่นำโจ๊กเข้ามาป้อนบุตรชาย พวกเขาจึงเดินออกจากห้องไป โดยทิ้งให้ฉู่หลงเฉินอยู่ในห้องกับหลิวจางิ่และฉู่เฟยหรง