ใจกลางเมฆบททดสอบ์ ไป๋ชิงอวิ๋นยืนตัวตรงเด่นเป็สง่าแหงนหน้ามองท้องฟ้ามืดมิดด้วยความห้าวหาญ าแทั่วร่างกายตอนนี้หายสนิทแล้ว เพียงแต่จิติญญายังคงาเ็สาหัสยากจะรักษาใน่เวลาอันสั้นนี้
"โลกหล้าถูกแบ่งแยกด้วยหยินหยาง หยินหยางถูกแบ่งแยกด้วยขาวดำ หากไร้โกลาหลก็ไร้หยินหยาง หากไร้หยินหยางก็ไร้ฟ้าดิน" ไป๋ชิงอวิ๋นโคจรเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลอย่างเต็มกำลัง ขณะเดียวกันก็ท่องเนื้อหาของเคล็ดวิชาออกมา
พลังลมปราณของ์และโลกที่อยู่รอบกายของไป๋ชิงอวิ๋นสั่นะเือย่างรุนแรง ใจกลางของแรงสั่นะเืไป๋ชิงอวิ๋นยืนนิ่งไม่ไหวติงขณะเดียวกันมือทั้งสองข้างก็ทำมุทราไปด้วย
รอบกายถือกำเนิดพลังแห่งความโกลาหลสั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง ไม่นานแผนภาพไท่จี๋ดำขาวก็ปรากฏขึ้นรอบกายของไป๋ชิงอวิ๋น หยินหยางไท่จี๋หมุนวนโคจรไปอย่างรวดเร็วทำให้แรงกระเพื่อมเกิดสมดุล จากนั้นก็ก่อเกิดเป็ห้าธาตุฟ้าดิน หยินหยางฟ้าดินโกลาหลโคจรด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดเป็รูปธรรมจักรวาลอันกว้างใหญ่
ในจักรวาลมีหมู่ดาวเรียงร้อยสวยสดงดงาม มีระบบสุริยะที่มีดวงอาทิตย์เป็ศูนย์กลางและมีดาวเคราะห์น้อยใหญ่เป็บริวาร ห่างกันออกไปไกลหลายปีแสงมีหลุมดำขนาดใหญ่กำลังกลืนกินแสงสว่างและหมู่ดาวทำให้จักรวาลโดยรอบมืดมิด
และถัดออกไปอีกหลายปีแสงเมฆหมอกเนบิวลาปกคลุมไปทั่วทั้งกาแล็กซี่ ในจักรวาลมีระบบหลายระบบ มีทั้งที่ดวงอาทิตย์เป็ศูนย์กลางและมีทั้งดาวน้ำแข็งที่ส่องสว่างเป็ศูนย์กลาง บางระบบก็มีพฤกษาขนาดใหญ่หยั่งรากลึกลงในจักรวาล อีกทั้งยังมีพายุขนาดใหญ่ที่สามารถกวาดล้างทั้งกาแล็กซี่ให้สาบสูญไปได้
รูปธรรมจักรวาลอันยิ่งใหญ่ถูกสร้างขึ้นด้วยเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหล และใจกลางของจักรวาลที่หมุนรอบอยู่มีไป๋ชิงอวิ๋นเป็ศูนย์กลาง จักรวาลหมุนวนอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดภาพจักรวาลถือกำเนิดและจักรวาลล่มสลายอยู่อย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้หากมีใครได้มาพบเห็นพวกเขาต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออกอย่างแน่นอน เคล็ดวิชาที่สามารถสร้างรูปธรรมได้เช่นนี้ถือว่าร้ายกาจเป็ที่สุดในหมู่มวลเคล็ดวิชาทั้งหลาย และเป็เคล็ดวิชาที่พบเห็นได้น้อยในจักรวาล ขนาดโลกหนังสือที่มีเคล็ดวิชาฝึกฝนอยู่มากมายก็ยังมีเคล็ดวิชานี้แค่เคล็ดวิชาเดียวที่สามารถทำได้ขนาดนี้
ส่วนเคล็ดวิชาอื่นล้วนแล้วแต่รองลงมา สองร้อยปีที่ฝึกฝนการใช้พลังจิติญญาและการอ่านตำราที่มีอยู่ในโลกหนังสือ สุดท้ายก็ยังหาเคล็ดวิชาที่สุดยอดขนาดนี้ไม่เจอเป็เล่มที่สอง
ฝึกฝนวิชาวาจาสิทธิ์มาสองร้อยปี แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบแห่ง์ก็ไม่สามารถเอาเคล็ดวิชานี้ออกมาใช้ได้เลย กฎเกณฑ์ทัณฑ์์นั้นสูงส่งเกินไป จนพลังของเขาในตอนนี้ไม่สามารถต่อสู้กับมันได้เลย
วิชาวาจาสิทธิ์สามารถบิดเบือนกฎเกณฑ์รอบกายได้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้จนเกินขอบเขต มิเช่นนั้นจะโดนพลังฟ้าดินแว้งกลับทำลายจิติญญา เป็วิชาที่มีข้อดีและข้อเสียในตัว แต่วิชาใดๆในโลกก็ล้วนแต่มีข้อดีข้อเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าเคล็ดวิชาที่ฝึกจะอ่อนแอหรือสูงส่งมันก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่ฝึกฝนเป็หลัก
เมฆดำทะมึนเบื้องบนขยายตัวกินอาณาเขตออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา คาดการณ์ถึงอาณาเขตที่แผ่กระจายออกไปคงราวๆเก้าหมื่นลี้ ัอัสนีสีน้ำเงินกู่ร้องก้องคำรามอยู่ข้างบนท้องฟ้าเสียงครืนครัน เสียงเปรี๊ยะๆดังแหลมแสบหูเสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ เสียงครืนครันอยู่บนท้องฟ้าเบื้องบนตอนนี้น่ากลัวกว่าสองครั้งที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง
เพียงแค่แรงกดดันก็เทียบกันไม่ได้แล้ว กฎเกณฑ์รอบด้านเหมือนจะแข็งตัว เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายแตกตื่นหนีไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้ไร้ซึ่งสรรพสิ่งสำเนียงใดๆ ใจกลางของเมฆบททดสอบ์ที่เดี๋ยวก็สว่างเดี๋ยวก็มืดลง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็สีเทาก่อนจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็สีดำสนิท จากนั้นเพียงชั่วพริบตาเดียวโลกหล้าก็สาดแสงสีน้ำเงินเป็ประกายพุ่งดิ่งลงมายังพื้นโลก
อัสนีบาตสีน้ำเงินประหนึ่งเสาสายฟ้าค้ำโลก มันยิ่งใหญ่และทรงพลังอย่างถึงที่สุด และเสาสายฟ้าก็พุ่งเข้าใส่ร่างไป๋ชิงอวิ๋นราวกับัพิโรธ เกิดเสียง เปรี้ยง! ดังสนั่นจนูเาที่รายล้อมอยู่รอบด้านสั่นะเืและมีหินถล่มลงมาขนานใหญ่
ไป๋ชิงอวิ๋นผู้ที่ได้รับการชำระล้างจากทัณฑ์์ครั้งนี้ทั่วทั้งร่างขาดวิ่น รูปธรรมจักรวาลอันยิ่งใหญ่แตกสลายไปจนไม่เหลือ พื้นดินรอบข้างถล่มทลายไหม้เกรียมทุกหย่อมหญ้า
"เฮือก! อัค! แค่ก! แค่ก! แค่ก!" ไป๋ชิงอวิ๋นกระอักเื โลหิตไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด ตอนนี้ร่างกายของเขามีาแไฟไหม้ฉกรรจ์น่ากลัวปรากฏขึ้นบนร่างเต็มไปหมด
แสงสีขาวนวลเปล่งประกายออกมาจากร่างของไป๋ชิงอวิ๋น เืของเขาทุกหยดิับนร่างทุกเซลล์ตอนนี้ก็มีแสงสีขาวนวลปรากฏขึ้น รอยแผลไฟไหม้ฉกรรจ์น่ากลัวบนร่างทั้งหมดค่อยๆกลับมาหายดีเป็ปกติ ร่างกายเริ่มกลับมาสมบูรณ์พลังชีวิตมหาศาลเต็มเปี่ยมแผ่กระจายออกไปรอบร่างกายของเขา ทำให้พื้นดินที่ไหม้เกรียมโดยรอบมีต้นหญ้าสีเขียวงอกใหม่ขึ้นมา
ไป๋ชิงอวิ๋นยกหลังมือเช็ดโลหิตที่มุมปาก สีหน้าซีดเผือดไร้สีเืแต่แววตายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งทะนงองอาจ มือซ้ายและมือขวาของเขาเริ่มทำมุทราอีกครั้ง รูปธรรมจักรวาลอันยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นรอบกายอีกครั้ง
"โกลาหลกำเนิดฟ้าดิน โกลาหลกำเนิดหยินหยาง หยินหยางควบคุมสมดุลโกลาหล หยินหยางควบคุมน้ำหนักฟ้าดิน ฟ้าดินให้กำเนิดห้าธาตุ ห้าธาตุก่อกำเนิดชีวิต บัญญัติกฎเกณฑ์วัฏสงสาร กำเนิดเป็สังสารวัฏ"
รูปธรรมจักรวาลอันยิ่งใหญ่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ด้านในรูปธรรมจักรวาลเริ่มให้กำเนิดชีวิต และสิ่งมีชีวิตตัวแรกไม่ใช่มนุษย์ หากจะเป็บางสิ่งบางอย่างที่มีรูปร่างคล้ายหนอน จากนั้นจักรวาลแปรเปลี่ยนหมุนเวียน กาลเวลายาวนานสิ่งมีชีวิตใหม่ๆถือกำเนิดมีทั้งั หงส์เพลิง เต่าดำ พยัคฆ์ขาว หงส์น้ำแข็ง กิเลนเพลิง กิเลนน้ำแข็ง อีกาทองคำ นกฟีนิกซ์ และสิ่งมีชีวิตอีกมากมาย
จนเวลาล่วงผ่านเลยไปมนุษย์คนแรกถึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา และแน่นอนว่าสรรพสิ่งล้วนแล้วแต่มีหยินและหยาง เมื่อกำเนิดเพศหญิงก็ต้องกำเนิดเพศชาย ผ่านกาลเวลาไปหลายปีเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็แพร่ขยายออกไปจนมีมากมายในจักรวาล
และตลอดกาลเวลาอันยาวนานก็ย่อมมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ิญญาทั้งหลายมุ่งหน้าไปสู่วัฏสงสาร จากนั้นเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ รูปธรรมจักรวาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปอย่างมากมาย
ฟ้าดินรอบด้านสั่นะเือย่างรุนแรง คล้ายว่าจะถูกรูปธรรมจักรวาลนี้บดขยี้ให้แหลกสลาย ไป๋ชิงอิ๋นตอนนี้ประหนึ่งเทพเ้าผู้สร้างจักรวาล เมฆบททดสอบ์สั่นะเือย่างรุนแรง เมฆดำม้วนขดประหนึ่งัอัสนีบาตสีน้ำเงินวิ่งแลบไปมาอยู่แปลบปลาบ
"จะอีกกี่ครั้งก็เข้ามา อีกกี่ครั้งก็เข้ามาได้เลย ถ้ามีความสามารถก็สังหารข้าให้ได้เซ้........." ไป๋ชิงอิ๋นแหงนหน้ามองท้องฟ้า เขากู่ร้องก้องคำรามท้าทายเมฆบททดสอบ์เบื้องบน ทัณฑ์์อัสนีสีน้ำเงินสายแรกทำเอาเขาเกือบตาย แต่มันก็แค่เกือบตาย ตัวเขายังไม่ตายเสียหน่อย เพราะสำหรับเขาความตายไม่ได้น่ากลัว ในโลกนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือการไม่สามารถกำหนดชีวิตของตัวเองได้ การที่ชีวิตต้องขึ้นอยู่กับผู้อื่น ให้ผู้อื่นเป็ผู้คุมชะตาชีวิต นี่ต่างหากล่ะคือเื่ที่น่ากลัวที่สุด
เมฆบททดสอบ์เบื้องบนทำท่าเหมือนจะขยายตัวออกไปอีก แต่เหมือนกับว่ามันพยายามอยู่นานแต่ก็ไม่สามารถแผ่ขยายอาณาเขตออกไปได้อีก เมฆบททดสอบจึงขยายอาณาเขตออกไปได้เพียงเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าลี้เท่านั้น อำนาจและกฎเกณฑ์ทัณฑ์์ทั้งหมดถูกรวบรวมเอาไว้ที่กึ่งกลางของเมฆบททดสอบ์
โลกหล้าแปรเปลี่ยนเป็สีดำทะมึน จากนั้นเพียงชั่วพริบตาเดียวัอัสนีบาตสีน้ำเงินขนาดมหึมาก็พุ่งโถมเข้าใส่ร่างของไป๋ชิงอวิ๋นอย่างถนัดถนี่ อัสนีบาตสีน้ำเงินปะทะเข้ากับรูปธรรมจักรวาลอันยิ่งใหญ่รอบร่างกายของไป๋ชิงอวิ๋น
เปรี้ยง!
กำแพงแห่งความโกลาหลรอบนอกแตกสลายไปไม่เหลือชิ้นดี เพียงแต่ว่ารอบนี้หยินหยางห้าธาตุฟ้าดินสามารถหลอมรวมอัสนีบาตที่เหลือให้สลายไปได้
หยินหยางห้าธาตุฟ้าดินหมุนวน กำแพงแห่งความโกลาหลก็ถูกซ่อมแซมกลับขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะเดียวกันเมฆบททดสอบ์ก็สั่นะเือย่างรุนแรง สายฟ้าถูกรวบรวมมาอีกครั้งจากนั้นก็ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างสุดกำลัง แสงสีน้ำเงินวาบผ่านพื้นโลกสว่างไสว
เปรี้ยง!
กำแพงแห่งความโกลาหลรอบนอกแตกสลายหยินหยางห้าธาตุฟ้าดินสั่นะเืไปมาไม่หยุด รูปธรรมจักรวาลอันยิ่งใหญ่ที่ถูกโคจรอยู่รอบกายสั่นไหวไม่มั่นคง ไป๋ชิงอวิ๋นมือยังคงทำมุทราปากก็ท่องเนื้อหาของเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลออกมา
" หลอมรวมสรรพสิ่ง เป็ตาชั่งให้กับสรรพสิ่ง ให้กำเนิดสรรพสิ่ง ควบคุมความเป็ความตายของสรรพสิ่ง ควบคุมโชคชะตาของสรรพสิ่ง อยู่เหนือกาลเวลา อยู่เหนือมิติ มีอยู่ทุกที่ สรรพสิ่งรับรู้ สรรพสิ่งััได้ หยินหยางฟ้าดินโกลาหล"
รูปธรรมจักรวาลอันยิ่งใหญ่ที่คล้ายดูว่าจะพังทลายบัดนี้กลับสงบนิ่งมั่นคง รูปธรรมจักรวาลอันยิ่งใหญ่แปรเปลี่ยนไปอย่างหลากหลายยากคาดเดา
รอบกายของไป๋ชิงอวิ๋นเกิดเป็รูปธรรมจักรวาลหลายหมื่นแบบโคจรอยู่รอบกายของเขา เมฆบททดสอบ์เบื้องบนโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงแค่ทุ่มสุดกำลังเท่านั้น
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
อัสนีบาตสีน้ำเงินฟาดลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รอบข้างที่ดูไม่ได้อยู่แล้วอเนจอนาถหนักขึ้นไปอีก ตอนนี้ไป๋ชิงอวิ๋นสองแขนขาดวิ่นผมเผ้ายุ่งเหยิงไหม้เกรียม ร่างกายเต็มไปด้วยาแฉกรรจ์เหวอะหวะ ร่างกายคล้ายว่าจะถูกเผาไหม้เป็ตอตะโก รูปธรรมจักรวาลอันยิ่งใหญ่ที่แปรเปลี่ยนไปหลายหมื่นรูปแบบก่อนหน้านี้แหลกสลายไปไม่มีเหลือ
ตอนนี้ร่างของไป๋ชิงอวิ๋นกองอยู่กับพื้น ถึงแม้จะเ็ปไปทั่วทั้งองคาพยพ แต่ริมฝีปากของเขาก็ยังแย้มยิ้มอย่างยินดี แสงสีขาวนวลที่เปล่งประกายอยู่รอบร่างกายของเขากำลังช่วยฟื้นฟูอาการาเ็สาหัสไม่ให้ถึงแก่ชีวิต จิติญญาถูกทัณฑ์์โจมตีจนเกือบจะแตกสลาย เขาเกือบตายแล้วจริงๆ ถึงแม้ว่าร่างกายจะสามารถฟื้นฟูได้ง่าย แต่ิญญากลับบอบช้ำอย่างถึงที่สุด
"ฮ่า.........ฮ่า...........ฮ่า...........ข้ายังไม่ตาย................ยังรอดมาได้.........ฮ่า...........ฮ่า.........เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น......มันช่างแฟนตาซีจริงๆ......."
ไป๋ชิงอวิ๋นหัวเราะด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า ร่างกายที่นอนกองอยู่กับพื้นจ้องมองไปที่ท้องฟ้า บัดนี้เมฆบททดสอบ์ได้กระจายตัวสลายไปแล้ว แสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องเข้ามาปกคลุมร่างกายของเขาแทน ความอบอุ่นที่ไหลซ่านเข้ามาในร่างกาย ความรู้สึกนี้ช่างดีจริงๆ