เกิดใหม่มาเป็นแพทย์สาวชาวนาผู้ร่ำรวย (ด้วยตัวเอง) [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 78 สัญญาหมั้นหมาย

            ยายฉีถือตะกร้าใส่ไข่ไก่เดินออกจากเรือนตอนมีคนพบเจอและถามไถ่ระหว่างทางนางก็ตอบไปว่าจะกลับไปเยี่ยมครอบครัวทว่าแท้จริงแล้วนางไปหาแม่สื่อจ้าว

            เมื่อแม่สื่อจ้าวเห็นยายฉีก็ทำเสียงฮึดฮัดไม่ให้ยายฉีเข้าเรือน ทว่าก็ไม่ได้ปิดประตู

            ยายฉีรีบยื่นตะกร้าในมือให้แม่สื่อจ้าวแม่สื่อจ้าวกะน้ำหนักของในตะกร้าด้วยมือ เมื่อรู้สึกว่าตะกร้าไม่เบาทั้งยังได้ยินเสียงเงิน สีหน้าของนางจึงเปื้อนรอยยิ้มขึ้นมา

            "แม่สื่อจ้าวเรื่องที่ข้าไหว้วานเจ้าก่อนหน้านี้ เป็นอย่างไรบ้างแล้ว?" ยายฉีเกรี้ยวกราดกับสะใภ้ของตนเอง ทว่ากับแม่สื่อจ้าวนางกลับไม่กล้าทำได้เพียงส่งยิ้มให้อีกฝ่าย

            แม่สื่อจ้าวเพิ่งได้รับผลประโยชน์เดิมทียิ้มกว้างยิ่งนัก ทว่าเมื่อได้ยินคำถามนี้ก็หุบยิ้มทันที "ยายฉีชื่อเสียงของข้าเจ้าเองก็รู้ดีการแต่งงานของบ่าวสาวในรัศมีสิบลี้ล้วนประสบความสำเร็จเพราะข้าสตรีประเภทใดบ้างที่ข้าไม่เคยพบเจอ? แม้กระทั่งหญิงหม้ายข้าก็เป็นแม่สื่อให้จนได้ออกเรือน ทว่าซ่งอวี้คนนี้กลับไม่เข้าใจความหวังดีของผู้อื่น!”

            ยายฉีเลิกคิ้วขึ้นขมวดลางสังหรณ์ไม่ดีก่อตัวขึ้นในใจ

            เป็นจริงตามคาดแม่สื่อจ้าวทำเสียงฮึดฮัด "เจ้าอย่าหาว่าข้าไม่พยายาม เดือนนี้ข้าไปเรือนของนางห้าครั้งแล้วทว่าอีกฝ่ายปิดประตูไม่ต้อนรับแขก ไม่ให้ข้าเข้าไป"

            ยายฉีได้ยินเช่นนี้สีหน้าย่ำแย่ยิ่งนัก

            เพื่องานแต่งนี้นางลงทุนลงแรงกับแม่สื่อจ้าวไปไม่น้อย ประเดี๋ยวเอานั่นมาให้เอานี่มาให้วันนี้ก็มาพร้อมกับไข่ไก่หนึ่งตะกร้า หากสุดท้ายแม่สื่อจ้าวทำไม่สำเร็จของที่ให้ไปก็สูญเปล่าแล้ว

            แม่สื่อจ้าวเองก็เป็นคนฉลาดแค่เห็นสีหน้ายายฉี ก็อ่านออกทันทีว่าเวลานี้ยายฉีกำลังคิดสิ่งใด นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยือกเย็นในใจ

            ตั้งแต่โบราณตราบจนทุกวันนี้การให้ของขวัญแม่สื่อถือเป็นธรรมเนียม ตระกูลใดบ้างไม่อยากจะหาคนที่ถูกใจทว่าคนที่ถูกใจก็มีเพียงไม่กี่คน ในเมื่อแม่สื่อทาบทามให้แล้วเช่นนั้นก็ต้องให้ของขวัญกับแม่สื่อเล็กน้อยพอเป็นพิธีไม่ใช่หรือ?

            สุดท้ายแล้วการแต่งงานเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายแม้กระทั่งเทพเซียนบนสวรรค์ยังไม่อาจมั่นใจเต็มร้อยว่าอีกฝ่ายจะแต่งงานกับเจ้าแน่นอนเวลานี้เพียงแค่นางบอกว่าไม่มีความคืบหน้าเท่านั้นก็แสดงสีหน้าย่ำแย่ขนาดนี้แล้ว

             แม่สื่อจ้าวดูแคลนยายฉีแววตาของนางไร้ซึ่งรอยยิ้ม

            "ยายฉีข้าว่าในอดีตเจ้าเดินหมากผิดแล้วจริงๆเดิมทียัยหนูซ่งอวี้กับซานหลางของเจ้าหมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในท้องแม้จะไม่ให้สินสอดใดๆ ก็แต่งนางเข้าตระกูลได้ ทว่าสุดท้ายตระกูลฉีกลับดึงดันจะถอนหมั้น"

            "เวลานี้อยากจะกลับมาแต่งงานกันเช่นนั้นย่อมยากกว่าเดิม จะไม่ให้ยัยหนูซ่งอวี้ขุ่นเคืองใจเลยหรือ? ยอมให้พวกเจ้าทำตามอำเภอใจคิดอยากจะถอนหมั้นก็ถอน คิดอยากจะแต่งก็แต่ง?"

            แม่สื่อจ้าวพูดอย่างมีเหตุผลทั้งยังอธิบายเหตุผลที่อีกฝ่ายปิดประตูไม่ต้อนรับตนครั้งแล้วครั้งเล่าให้ฟังสิ่งที่นางพูดล้วนสื่อว่าเป็นความผิดของตระกูลฉี เพราะในอดีตตระกูลฉีเป็นฝ่ายผิดซ่งอวี้จึงแค้นใจชักสีหน้าให้

            เมื่อพูดเช่นนี้สีหน้าของยายฉีก็ไม่ย่ำแย่มากขนาดนั้นแล้ว

            นางครุ่นคิดแล้วยิ้มก่อนจะพูดขึ้น "แม่สื่อจ้าวช่างมองเรื่องทุกอย่างขาดยิ่งนักแต่เวลานี้ครอบครัวของข้าอยากจะแต่งงานกับยัยหนูซ่ง แม่สื่อจ้าวช่วยไปพูดให้อีกหน่อยได้หรือไม่"

            ขณะพูด ยายฉีกัดฟันแน่นหยิบถุงเงินออกมาด้วยความระมัดระวัง จากนั้นหยิบเงินบางส่วนออกมา

            "ครอบครัวของข้าก็ไม่ได้ร่ำรวยทำเป็นพิธีเท่านั้น ให้ค่าเหนื่อยกับเจ้า เจ้าอย่ารังเกียจ"ทั้งที่ความตระหนี่ในแววตาฉายออกมาอย่างชัดเจน แต่กลับพูดสวยหรู

            เวลานี้แม่สื่อจ้าวไม่ได้พูดอะไร นางรีบรับเงินทันที แล้วยิ้มจนตาหยี"พวกเราสนิทสนมกันเพียงใด เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนา"

            คิดไม่ถึงว่ายัยหนูซ่งอวี้จะเนื้อหอมเช่นนี้ทั้งที่เคยมีสามีแล้วแต่ยังมีคนอยากจะแต่งงานกับนาง ไม่ว่าอย่างไรก็ตามขอเพียงตนได้ประโยชน์ แม้จะเคยแต่งงานสามครั้งก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนาง นางแค่เป็นแม่สื่อพูดให้ทั้งสองฝ่ายได้กันก็พอแล้ว

            พอยายฉีออกมาจากเรือนแม่สื่อจ้าวแล้วนางก็ชักสีหน้าอย่างแรง

            เพื่อการแต่งงานครั้งนี้นางทุ่มเงินและลงแรงไปไม่น้อย หากสุดท้ายไม่ได้แต่งงานกัน เช่นนั้นนางก็ขาดทุนย่อยยับ

            เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ยายฉีก็นึกถึงสะใภ้ของตนเองขึ้นมาทันที หากตอนนั้นไม่ใช่เพราะนางยุแยงให้ถอนหมั้นยัยหนูซ่งอวี้เวลานี้จะกลายเป็นเรื่องยากเย็นเช่นนี้ได้อย่างไร

            อิงเหนียงที่กำลังพูดคุยกับมิตรสหายใต้ต้นไทรเกรงว่าคงจะคิดไม่ถึงว่าแม่สามีของตนกำลังคิดถึงการตัดสินใจที่โง่เขลาในอดีตกลับไปนางต้องโดนทุบตีและดุด่าอีกครั้งแน่นอน

            เรื่องที่ยายฉีไปบ้านของแม่สื่อจ้าวนั้นความจริงแล้วถูกเก็บเป็นความลับ ทว่าไม่อาจเล็ดลอดความระมัดระวังของซ่งอวี้ในเวลานี้ได้ชาวบ้านที่สนิทสนมกับนางคอยช่วยสอดส่องอยู่ตลอดเวลา

            ด้วยเหตุนี้ ตอนที่ยายฉีเพิ่งออกจากเรือนแม่สื่อจ้าวซ่งอวี้ก็ทราบเรื่องแล้ว ป้าหวังคว้าเมล็ดทานตะวันขึ้นมาหนึ่งกำไปสืบเรื่องนี้โดยอ้างว่ามาเที่ยวเล่น

            อื้ม สำหรับเรื่องเล็กๆเช่นการไปเที่ยวเตร่ถึงหมู่บ้านข้างๆ อย่าได้ถือสาเลย

            "อาซ้อจ้าวอยู่หรือไม่?" ป้าหวังร้องตะโกนเรียกแม่สื่อจ้าวอยู่หน้าเรือน ไม่นาน แม่สื่อจ้าวก็เดินมาเปิดประตู

            "ป้าหวัง? เจ้าถือเป็นแขกที่มาหาข้าน้อยมาก วันนี้ลมอะไรหอบมาจึงมีเวลามาเที่ยวหาข้าได้?" เมื่อเจอป้าหวังซึ่งไม่ค่อยมาหา แม่สื่อจ้าวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

            เวลานี้ป้าหวังไม่มีลูกที่ยังโสดดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเคารพแม่สื่อจ้าวมากนักแต่เพราะป้าหวังมีหลานชายเป็นซิ่วไฉ ตอนนี้ยังไม่ได้หมั้นหมายแม่สื่อจ้าวจับจ้องหลานชายคนนี้มานานแล้วหากนางทาบทามสตรีให้หลานชายที่เป็นซิ่วไฉคนนี้ได้ไม่แน่ว่าชื่อเสียงของนางอาจจะสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

            พอเห็นแม่สื่อจ้าวกระตือรือร้นเช่นนี้ป้าหวังก็ยิ้มกว้างแล้วพูดขึ้น "เวลานี้ไม่ใช่ช่วงเพาะปลูก ข้าอยู่แต่บ้านรู้สึกเบื่อยิ่งนักจึงมาชวนเจ้าพูดคุย พวกเราไม่ได้เจอกันนานแล้ว ทำไมเจ้าพูดเรื่องที่น่าสนใจให้ข้าฟังเล่าข้าจะได้ฟังแก้เบื่อ"

            คนหนึ่งมีใจอยากจะประจบอีกคนมีใจอยากจะสืบ อีกทั้งพวกนางก็คุยกันถูกคอทั้งยังมักจะคุยเรื่องทาบทามสู่ขอต่างๆ

            "ป้าหวังเจ้าก็รู้ดี คู่ที่ผ่านมือข้าล้วนประสบความสำเร็จ น้อยนักที่จะไม่ได้แต่งงานกันเวลานี้หลานชายของเจ้าก็ได้เวลาแต่งงานแล้วไม่ใช่หรือ หากเจ้ามอบหมายเรื่องนี้ให้ข้าข้าจะช่วยเจ้าหาสตรีดีๆ เอง"

            แม่สื่อจ้าวพยายามนำเสนอตนเองตลอดเวลาแต่ก็กลัวป้าหวังจะจับเจตนาในสิ่งที่ตนพูดได้จึงพูดเรื่องทาบทามสู่ขอที่น่าสนใจให้ฟัง

             ป้าหวังเจ้าเล่ห์กว่าแม่สื่อจ้าวนักขอเพียงพูดถึงหลานชายตนเอง นางก็พูดออกนอกเรื่องไปเรื่องอื่น ตอนหลังถึงขั้นเงียบกลัวเหลือเกินว่าหากพูดอะไรผิดขึ้นมาจะถูกแม่สื่อจ้าวเอาคำพูดของตนเองมาใช้แล้วนำพาความเดือดร้อนให้หลานชาย

            ด้วยความเจ้าเล่ห์ของนางแม่สื่อจ้าวทำได้เพียงคิดสุดฤทธิ์ว่าตนยังมีข้อดีใดที่ยังไม่ได้นำเสนอ? ครุ่นคิดไปมาอยู่ครู่หนึ่งนางก็พูดเรื่องยายฉีออกมา

            "เจ้าจำตระกูลฉีได้หรือไม่? ตระกูลที่หมั้นหมายกับยัยหนูซ่งตั้งแต่นางอยู่ในครรภ์แต่ตอนหลังกลับถอนหมั้น" พูดไปพูดมา แม่สื่อจ้าวก็ตัดสินใจพูดจนหมดเปลือก

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นแพทย์สาวชาวนาผู้ร่ำรวย (ด้วยตัวเอง) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730