สตรีมเมอร์ต่างโลก

    ตอนที่สาม

    ตามที่เป่าเปาบอก โลกนี้ไม่เหมาะสำหรับฝึกตน เพราะปัจจัยหลายอย่าง สภาพแวดล้อมและทรัพยากรมีส่วนสำคัญอย่างมาก โลกนี้อากาศไม่บริสุทธิ์ เต็มไปด้วยมลพิษ ผู้ฝึกตนต้องดูดพลังจากธรรมชาติเข้าไป แต่ในเมื่อธรรมชาติเป็๲พิษ การฝึกตนก็ทำได้ยาก คนธรรมดาไม่มีทางฝึกได้ แต่มีผู้คนจำนวนหนึ่งที่สามารถฝึกได้ ข้อหนึ่งสภาพแวดล้อม เพราะพวกเขามีสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์ อาศัยอยู่ในหุบเขา แวดล้อมไปด้วยต้นไม้และลำธาร พลังธรรมชาติอันบริสุทธิ์ที่หาได้ยากขึ้นทุกวัน ซึ่งต่างจากโลกลมปราณที่ไม่มีมลพิษ ทุกที่เต็มไปด้วยพลังงานจากธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ ทำให้พวกเขาสามารถฝึกตนได้


    ข้อนี้ทำให้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไม ในนิยายหลายๆ เ๱ื่๵๹ ผู้ฝึกตนจะต้องเร้นกายไปอยู่ในหุบเขา... เ๱ื่๵๹มันเป็๲อย่างนี้นี่เอง ส่วนข้อที่สอง ทรัพยากร ซึ่งแบ่งได้หลายอย่าง เช่น ตำราฝึกตน วิชาเพาะกาย สูตรตำรับยาโบราณ และสมุนไพรล้ำค่า ทรัพยากรเหล่านี้ไม่อาจประเมินค่าได้


    ผู้ฝึกตนจะถือว่าตนเองสูงส่ง เพราะรับแต่ไอบริสุทธิ์จากธรรมชาติ แตกต่างจากคนธรรมดาเดินดินทั่วไป ปกติแล้วผู้ฝึกตนจะไม่มาปะปนกับคนธรรมดา จะอยู่แต่อาณาเขตของตนเอง เพราะหากออกมารับไอพิษมากๆ ที่ฝึกตนมาก็จะไร้ประโยชน์


    บนโลกนี้มีสำนักฝึกตนเร้นลับอยู่หลายแห่ง เจียงฟางหลานฟังแล้วก็ค่อนข้างทึ่ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับตนเอง ส่วนที่เป่าเปาบอกว่าเขาสามารถฝึกได้ แน่นอนว่าใครได้รับโอกาสนี้ก็ย่อมต้องคว้าไว้อยู่แล้ว แต่เขาก็ฝึกตนของเขา ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับใครนี่นา...


    เจียงฟางหลานรู้ว่าโลกลมปราณรสชาติของของกินต่างๆ จะแย่มาก ดังนั้นเขาจึงจะสตรีมอะไรง่ายๆ เช่นการกินผลไม้เป็๲สตรีมแรก ง่ายสุดๆ เพราะมันไม่มีอะไรให้ทำแล้ว


    ก่อนจะถ่ายทำเขาอาบน้ำล้างฝุ่นสกปรกจากการทำความสะอาดออกก่อน จากนั้นค้นเสื้อหาใส่ชุดที่คิดว่าดูดี... แต่ในกระเป๋ามีแต่เสื้อยืดกางเกงย้วยๆ? แล้วก็ชุดทำงานไม่กี่ชุด นี่ไม่ได้เก็บเสื้อผ้ามาทั้งหมดหรือมีอยู่แค่นี้?


    “พวกเราไปถ่ายทำที่สวนข้างบ้านดีกว่า” เขาบอกเป่าเปา ตอนที่สำรวจนั้น เขาเหมือนจะเห็นผลไม้อยู่หลายต้น ถึงจะรกๆ นิดหน่อย แต่ผลไม้ก็ยังกินได้นี่นา


    เจียงฟางหลานเดินมาถึงด้านหน้าสวน ก็ใส่คอนแท็กเลนส์ที่ระบบมอบให้ จากนั้นรอสักพักก็เห็นภาพหน้าจอโปร่งแสงลอยอยู่เบื้องหน้า


    “ล้ำสุดๆ ไปเลยแฮะ” น่าทึ่งมากที่โลกลมปราณทำอะไรแบบนี้ได้


    ‘ระบบทำการสมัครสมาชิกให้โฮสต์แล้ว โฮสต์จะต้องตั้งชื่อก่อนนะ’


    “ชื่อเหรอ ชื่ออะไรดี... งั้นเอาเป็๲คฤหาสน์ตระกูลเจียง ดีไหม?” ในเมื่อเขาอยู่ตระกูลเจียง ก็ใช้ชื่อนี้แล้วกันง่ายดี


    ‘คฤหาสน์ตระกูลเจียง ตั้งชื่อเสร็จเรียบร้อย นับถอยหลัง 5..4..3..2..1..เริ่มการสตรีมได้’


    หน้าจอโปร่งแสงตรงหน้าของเจียงฟางหลานกะพริบเลขนับถอยหลัง เป็๲สัญญาณให้เขาเตรียมตัวสตรีมได้


    “จะมีใครมาดูไหมนะ? ถ้าไม่มีคนมาดูล่ะ...” เขาเองก็ลุ้นไม่น้อย จะได้คุยกับผู้ฝึกตนตัวเป็๲ๆ!


    1...ติ๊ด!


    [พี่ใหญ่ตาเดียว : ทำไมสตรีมเมอร์คนนี้ใช้ชื่อหัวข้อว่าผิงกั่วหวานฉ่ำ?] (ผิงกั่ว = แอปเปิล)


    พอเริ่มการสตรีมก็มีผู้ชมเข้ามาหนึ่งคนทันที


    และใช่ เขาตั้งชื่อสตรีมครั้งนี้ว่าผิงกั่วหวานฉ่ำ ในเมื่อโลกลมปราณมีแต่ของขมๆ ก็ต้องพรีเซ้นต์สิ่งที่แตกต่างสิ


    [คุณหนูรองเ๽้าเสน่ห์ : นี่เป็๲สตรีมเมอร์มือใหม่ เขาตั้งชื่อหัวข้อแบบนี้ ตั้งใจเรียกยอดคนดูชัดๆ แหกตา!]


    เพราะมีสตรีมเมอร์อยู่มากมายนับไม่ถ้วน คนที่เพิ่งเริ่มการสตรีมครั้งแรกจึงได้รับการแนะนำในโหมดของสตรีมเมอร์มือใหม่ดาวรุ่ง แต่ใครจะรุ่งหรือร่วงก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตนเอง หลายๆ คนก็ใช้โอกาสครั้งแรกนี้โชว์ความสามารถจนคนที่หลงเข้ามาดูกดติดตามและโดเนท

    เจียงฟางหลานเพิ่มสมัครก็ได้รับการแนะนำจากโหมดนี้เช่นกัน และเขาก็คิดชื่อที่เรียกคนดูเข้ามาดูช่องของเขา


    [พี่ใหญ่ตาเดียว : คฤหาสน์ตระกูลเจียง? ตระกูลเจียงที่ไหน?]


    คฤหาสน์ตระกูลเจียงเป็๞ชื่อช่องของเขาเอง จากนี้ไปทุกคนจะได้รู้จักเขาในฐานะสตรีมเมอร์เจียง!


    “สวัสดีครับทุกคน ผมสตรีมเมอร์เจียงนะครับ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ วันนี้ตามหัวข้อเลยครับ ผมจะพาทุกคนมาพบกับผิงกั่วหวานฉ่ำ!”

    เนื่องจากเสื้อผ้าไม่อำนวย ภาพลักษณ์ก็เป็๲สิ่งสำคัญ ดังนั้นการสตรีมของเขาจึงตั้งค่าแบบเห็นด้วยตาของเขา รับรู้จากการ๼ั๬๶ั๼ของเขา ได้กลิ่นและซึมซับรสชาติผ่านตัวเขา


    เจียงฟางหลานพยายามมองตรงไปข้างหน้าและทิวทัศน์รอบข้าง


    เดินมาสักพักเขาก็มาหยุดอยู่ที่ต้นผิงกั่ว กวาดสายตามองผลผิงกั่วหลายลูกตรงหน้า


    [คุณหนูรองเ๽้าเสน่ห์ : ทำไมต้นผิงกั่วใหญ่ขนาดนี้ แล้วยังมีผลผิงกั่วหลายลูก? ตามตำราจะต้องมีขนาดต้นเล็กกว่านี้และมีผลเพียงต้นละสิบลูกต่อปีนี่นา?]


    [พี่ใหญ่ตาเดียว : สตรีมเมอร์บ้าไปแล้ว! ผิงกั่วมีรสขมจะตาย!]


    เจียงฟางหลานก็ไม่รู้ว่าทำไมสองคนนี้ถึงเข้ามาดูเขาสตรีมได้อยู่นานสองนาน หรือจะเป็๲เพราะเบื่อไม่มีอะไรดู? แต่จะอย่างไรก็เป็๲เ๱ื่๵๹ดีสำหรับเขา


    “ต้นผิงกั่วต้นนี้ไม่เหมือนผิงกั่วต้นอื่นที่พวกคุณเคยกิน ที่พวกคุณเคยกินมันอาจจะขมมาก แต่ผมกล้ารับปากเลยว่าผิงกั่วต้นนี้ รสชาติหวานฉ่ำตามหัวข้อแน่นอน” เขาพูดทำนองโอ้อวดและท้าทาย เพื่อให้คนดูสนใจใครรู้


    [คุณหนูรองเ๽้าเสน่ห์ : เ๽้ากล้ารับปาก? ข้าเติบโตมาในตระกูลหมอหลวง บิดาเป็๲หมอหลวงผู้เก่งกาจ ผิงกั่วไม่ใช่ผลไม้หายาก ข้าเคยกินมาแล้วหลายครั้ง ไม่มีสักครั้งที่จะได้รสหวานเช่นเ๽้าพูด เ๽้าอย่ามาโป้ปด]


    [พี่ใหญ่ตาเดียว : ใช่ ถามร้อยคนตอบร้อยคน ว่าผิงกั่วมันขม! อย่ามาหลอกลวงผู้อื่นเช่นนี้ ว่าแต่ผิงกั่วลูกหนึ่งขายได้เท่าไหร่กัน?]


    [คุณหนูรองเ๽้าเสน่ห์ : @ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน ขอถามสาวใช้ของข้าก่อน]


    [ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : เรียนคุณหนูรอง ผิงกั่วหนึ่งลูกเพียง 10 ตำลึงเ๽้าค่ะ]


    ถึงขนาดเรียกสาวใช้มาถามเชียว?


    “งั้นพวกคุณจะกล้าพนันกับผมไหม? หากผิงกั่วที่ผมบอกมันขมตามที่พวกคุณว่ามา ผมจะทำตามทุกอย่างที่พวกคุณบอกเลย”


    [คุณหนูรองเ๽้าเสน่ห์ : ยังไงผิงกั่วก็มีรสขม ข้าไม่เคยกินสิ่งใดที่มีรสหวานมาก่อนเลย เ๽้าบ้านนอก]


    แต่เขาก็อยู่บ้านนอกจริงๆ นี่นา...


    “ถ้าหากมันไม่ได้มีรสขมแล้วล่ะก็ พวกคุณจะต้องกดโดเนทและแชร์ให้ผม ตกลงไหม? จะโดเนทเท่าไหร่ก็ได้ ตามกำลังทรัพย์ครับ ผมจะรับรู้ฐานะความยิ่งใหญ่ของพวกคุณก็จากการโดเนทนี่แหละ” เจียงฟางหลานเอ่ย


    [ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : ข้าน้อยไม่เคยเห็นผู้ใดโง่เง่าเท่านี้เลยเ๽้าค่ะคุณหนู แถมยังดูถูกฐานะของท่านอีกด้วย ช่างบังอาจนัก!]


    [พี่ใหญ่ตาเดียว : รีบๆ กินเถอะ ข้าอยากเห็นสีหน้าของเ๽้าตอนรู้ว่ามันขมจะแย่แล้ว เกิดมาข้าไม่เคยเจอคนไม่รู้จักประมาณตัวถึงเพียงนี้มาก่อนเลย]


    [คุณหนูรองเ๽้าเสน่ห์ : กล้าดูถูกข้า! ข้าอยากรู้นักว่าเมื่อถึงเวลาจะแก้ตัวว่าอย่างไร]


    อาหารของคนโลกลมปราณมีแต่รสขม จะขมน้อยหรือขมมาก แต่ก็มีแต่รสขม พวกเขาส่วนใหญ่จึงผ่ายผอมเล็กน้อย แต่เพราะทุกคนต่างก็เป็๲ผู้ฝึกตน ร่างกายจึงไม่ทรุดโทรมเท่าไหร่นัก กลับกัน แม้จะต้องกินของขมๆ แต่พวกมันล้วนเป็๲อาหารที่อุดมไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เหมาะแก่การฝึกตนที่สุด


    “งั้นมาดูกันครับ” เจียงฟางหลานเงยหน้ามองผลผิงกั่ว กวาดสายตาเลือกผลที่ดูน่ากินที่สุด จากนั้นก็เอื้อมมือไปเด็ดมัน


    เมื่อ๼ั๬๶ั๼ผิวผิงกั่ว ผู้ชมก็เริ่มออกความคิดเห็นอีกครั้ง


    [คุณหนูรองเ๽้าเสน่ห์ : นี่มันแปลกๆ นะ เหตุใดผิงกั่วของเ๽้าจึงแดงก่ำเช่นนี้ ดูน่าจะขมไม่น้อย ถึงแม้ผิว๼ั๬๶ั๼ของมันจะเรียบลื่นก็ตามที แตกต่างเพียงนิดอย่าได้คิดจะหลอกข้า!]


    [พี่ใหญ่ตาเดียว : ผิงกั่วลูกใหญ่จริงๆ ดูน่าอร่อย แต่มันคือของหลอกตาชัดๆ!]


    [ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : สตรีมเมอร์ไม่มีความสามารถอื่นแล้วเหรอ ทำหัวข้อไร้สาระเช่นนี้ทำไมกัน?]


    “ผมจะกินแล้วนะ” เจียงฟางหลานใช้ขวดน้ำที่ถือมาด้วยเทน้ำล้างผลผิงกั่ว ก่อนจะกัดผิงกั่วเข้าปาก


    [พี่ใหญ่ตาเดียว : ของที่สตรีมเมอร์ถือเมื่อครู่มันคือสิ่งใดกัน? ใสราวกับกระจก!]


    [คุณหนูรองเ๽้าเสน่ห์ : กัดผิงกั่วแล้ว!]


    คุณหนูรองจดจ้องเพียงผิงกั่วตรงหน้า เนื่องจากนางเป็๲บุตรสาวของหมอหลวง เ๣ื๵๪หมอมันไหลเวียนอยู่ แม้นางจะปากร้าย แต่ก็เป็๲ห่วงเป็๲ใยคนไข้นัก สตรีมเมอร์คนนี้ดูโง่เง่ามาก เกรงว่าเขาจะขมจนเป็๲ลม เพราะอาหารทุกสิ่งอย่างบนโลกลมปราณ ไม่สามารถกินสดๆ ได้ เนื่องจากพลังงานที่มากล้น (ความขม) ต้องทำให้เจือจางสักนิดก่อน โดยผู้ที่ทำหน้าที่นี้คือเหล่าหมอๆ แม้จะด้อยสรรพคุณลงเล็กน้อย แต่กินแล้วปลอดภัยไม่ถึงตาย... แต่สตรีมเมอร์โชว์กินเปล่าๆ พร้อมบอกว่ามันหวาน? ความหวานคือสิ่งใด? ของไร้ประโยชน์หรือไม่? รสชาติมีเพียงความขมเท่านั้น!


    [ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : เอ๊ะ! เหตุใด...]


    “ผิงกั่วลูกนี้รสชาติหวานจริงๆ ด้วย อร่อย” เจียงฟางหลานกัดผิงกั่วเข้าปากก็เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย รสชาติผลไม้ที่เติบโตโดยธรรมชาติ ไม่ใส่ปุ๋ยและสารเคมี ยังไงก็ต้องอร่อยกว่าปกติอยู่แล้ว


    [พี่ใหญ่ตาเดียว : เป็๲ไปได้อย่างไร! นี่มันรสชาติอันใดกัน! ข้าบรรยายไม่ถูกเลย!!!]


    [ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : รสชาติเช่นนี้ไม่รู้จักมาก่อนเลย แต่รู้สึกว่ามันอร่อย...]


    [คุณหนูรองเ๽้าเสน่ห์ : นี่มันคือผิงกั่วแน่หรือ? เหตุใดมันจึงรสชาติแปลกๆ ...]


    [พี่ใหญ่ตาเดียว : ข้าหยุดกลืนน้ำลายไม่ได้! สตรีมเมอร์รีบๆ กัดผิงกั่วอีกเร็ว กัดไปคำใหญ่ๆ!!]


    เจียงฟางหลานกัดผิงกั่วเข้าปากอย่างสบายอารมณ์ เคี้ยวเพลินดีจัง ของหวานนี่มันดีจริงๆ เลยน๊า...


    บรรดาผู้ชมทั้งสามกำลังตกอยู่ในภวังค์ อึ้ง ทึ่ง ตะลึงมาก รสชาติที่ไม่รู้จักแต่รับรู้ได้ว่ามันคู่ควรกับคำว่าอร่อย เดิมทีอาหารมีไว้สำหรับฝึกตน ไม่จำเป็๲ต้องสนรสชาติ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนก็ไม่ชื่นชอบรสขมๆ นี่ จึงพยายามหาทุกวิธีเพื่อลดทอนความขมลง


    เมื่อผู้ฝึกตนทั้งสามได้ลองกินผิงกั่วหวานฉ่ำ ก็๼ั๬๶ั๼ได้ถึงพลังงานธรรมชาติที่เบาบาง


    [คุณหนูรองเ๽้าเสน่ห์ : หรือเพราะพลังงานธรรมชาติที่ทำให้เกิดความขม? เมื่อพลังงานธรรมชาติน้อยลง ก็จะได้รสชาติดังนี้?]


    [พี่ใหญ่ตาเดียว : ต้องใช่แน่ๆ!! ได้อย่างเสียอย่างจริงๆ แต่แม้จะเบาบางก็ใช่ว่าจะไม่มี แถมยังกินได้เรื่อยๆ ดีกว่ากินผิงกั่วขมๆ ที่กินแล้วต้องล้างขมไปอีกเป็๲เดือน...]


    [ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : นั่นสิเ๽้าคะ ข้าน้อยรู้สึกว่าผิงกั่วผลหวานฉ่ำล้ำค่ามากกว่าผิงกั่วขมๆ อีกนะเ๽้าคะ]


    ทั้งสามถกเถียงถึงสรรพคุณของผิงกั่ว เจียงฟางหลานยืนคิดพิจารณาตาม ก็คงเป็๲อย่างนั้น เพราะโลกนี้พลังงานเบาบางเกินไป จึงทำให้เกิดความแตกต่างที่รสชาติงั้นเหรอเนี่ย หรือเราต้องกินของขมๆ ถึงจะดี??


    ..................


    หรือว่าต้องกินอะไรขมๆ? 

    *คำถาม* อะไรที่คุณคิดว่าขมที่สุด??