ตามที่เป่าเปาบอก โลกนี้ไม่เหมาะสำหรับฝึกตน เพราะปัจจัยหลายอย่าง สภาพแวดล้อมและทรัพยากรมีส่วนสำคัญอย่างมาก โลกนี้อากาศไม่บริสุทธิ์ เต็มไปด้วยมลพิษ ผู้ฝึกตนต้องดูดพลังจากธรรมชาติเข้าไป แต่ในเมื่อธรรมชาติเป็พิษ การฝึกตนก็ทำได้ยาก คนธรรมดาไม่มีทางฝึกได้ แต่มีผู้คนจำนวนหนึ่งที่สามารถฝึกได้ ข้อหนึ่งสภาพแวดล้อม เพราะพวกเขามีสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์ อาศัยอยู่ในหุบเขา แวดล้อมไปด้วยต้นไม้และลำธาร พลังธรรมชาติอันบริสุทธิ์ที่หาได้ยากขึ้นทุกวัน ซึ่งต่างจากโลกลมปราณที่ไม่มีมลพิษ ทุกที่เต็มไปด้วยพลังงานจากธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ ทำให้พวกเขาสามารถฝึกตนได้
ข้อนี้ทำให้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไม ในนิยายหลายๆ เื่ ผู้ฝึกตนจะต้องเร้นกายไปอยู่ในหุบเขา... เื่มันเป็อย่างนี้นี่เอง ส่วนข้อที่สอง ทรัพยากร ซึ่งแบ่งได้หลายอย่าง เช่น ตำราฝึกตน วิชาเพาะกาย สูตรตำรับยาโบราณ และสมุนไพรล้ำค่า ทรัพยากรเหล่านี้ไม่อาจประเมินค่าได้
ผู้ฝึกตนจะถือว่าตนเองสูงส่ง เพราะรับแต่ไอบริสุทธิ์จากธรรมชาติ แตกต่างจากคนธรรมดาเดินดินทั่วไป ปกติแล้วผู้ฝึกตนจะไม่มาปะปนกับคนธรรมดา จะอยู่แต่อาณาเขตของตนเอง เพราะหากออกมารับไอพิษมากๆ ที่ฝึกตนมาก็จะไร้ประโยชน์
บนโลกนี้มีสำนักฝึกตนเร้นลับอยู่หลายแห่ง เจียงฟางหลานฟังแล้วก็ค่อนข้างทึ่ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับตนเอง ส่วนที่เป่าเปาบอกว่าเขาสามารถฝึกได้ แน่นอนว่าใครได้รับโอกาสนี้ก็ย่อมต้องคว้าไว้อยู่แล้ว แต่เขาก็ฝึกตนของเขา ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับใครนี่นา...
เจียงฟางหลานรู้ว่าโลกลมปราณรสชาติของของกินต่างๆ จะแย่มาก ดังนั้นเขาจึงจะสตรีมอะไรง่ายๆ เช่นการกินผลไม้เป็สตรีมแรก ง่ายสุดๆ เพราะมันไม่มีอะไรให้ทำแล้ว
ก่อนจะถ่ายทำเขาอาบน้ำล้างฝุ่นสกปรกจากการทำความสะอาดออกก่อน จากนั้นค้นเสื้อหาใส่ชุดที่คิดว่าดูดี... แต่ในกระเป๋ามีแต่เสื้อยืดกางเกงย้วยๆ? แล้วก็ชุดทำงานไม่กี่ชุด นี่ไม่ได้เก็บเสื้อผ้ามาทั้งหมดหรือมีอยู่แค่นี้?
“พวกเราไปถ่ายทำที่สวนข้างบ้านดีกว่า” เขาบอกเป่าเปา ตอนที่สำรวจนั้น เขาเหมือนจะเห็นผลไม้อยู่หลายต้น ถึงจะรกๆ นิดหน่อย แต่ผลไม้ก็ยังกินได้นี่นา
เจียงฟางหลานเดินมาถึงด้านหน้าสวน ก็ใส่คอนแท็กเลนส์ที่ระบบมอบให้ จากนั้นรอสักพักก็เห็นภาพหน้าจอโปร่งแสงลอยอยู่เบื้องหน้า
“ล้ำสุดๆ ไปเลยแฮะ” น่าทึ่งมากที่โลกลมปราณทำอะไรแบบนี้ได้
‘ระบบทำการสมัครสมาชิกให้โฮสต์แล้ว โฮสต์จะต้องตั้งชื่อก่อนนะ’
“ชื่อเหรอ ชื่ออะไรดี... งั้นเอาเป็คฤหาสน์ตระกูลเจียง ดีไหม?” ในเมื่อเขาอยู่ตระกูลเจียง ก็ใช้ชื่อนี้แล้วกันง่ายดี
‘คฤหาสน์ตระกูลเจียง ตั้งชื่อเสร็จเรียบร้อย นับถอยหลัง 5..4..3..2..1..เริ่มการสตรีมได้’
หน้าจอโปร่งแสงตรงหน้าของเจียงฟางหลานกะพริบเลขนับถอยหลัง เป็สัญญาณให้เขาเตรียมตัวสตรีมได้
“จะมีใครมาดูไหมนะ? ถ้าไม่มีคนมาดูล่ะ...” เขาเองก็ลุ้นไม่น้อย จะได้คุยกับผู้ฝึกตนตัวเป็ๆ!
1...ติ๊ด!
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ทำไมสตรีมเมอร์คนนี้ใช้ชื่อหัวข้อว่าผิงกั่วหวานฉ่ำ?] (ผิงกั่ว = แอปเปิล)
พอเริ่มการสตรีมก็มีผู้ชมเข้ามาหนึ่งคนทันที
และใช่ เขาตั้งชื่อสตรีมครั้งนี้ว่าผิงกั่วหวานฉ่ำ ในเมื่อโลกลมปราณมีแต่ของขมๆ ก็ต้องพรีเซ้นต์สิ่งที่แตกต่างสิ
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : นี่เป็สตรีมเมอร์มือใหม่ เขาตั้งชื่อหัวข้อแบบนี้ ตั้งใจเรียกยอดคนดูชัดๆ แหกตา!]
เพราะมีสตรีมเมอร์อยู่มากมายนับไม่ถ้วน คนที่เพิ่งเริ่มการสตรีมครั้งแรกจึงได้รับการแนะนำในโหมดของสตรีมเมอร์มือใหม่ดาวรุ่ง แต่ใครจะรุ่งหรือร่วงก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตนเอง หลายๆ คนก็ใช้โอกาสครั้งแรกนี้โชว์ความสามารถจนคนที่หลงเข้ามาดูกดติดตามและโดเนท
เจียงฟางหลานเพิ่มสมัครก็ได้รับการแนะนำจากโหมดนี้เช่นกัน และเขาก็คิดชื่อที่เรียกคนดูเข้ามาดูช่องของเขา
[พี่ใหญ่ตาเดียว : คฤหาสน์ตระกูลเจียง? ตระกูลเจียงที่ไหน?]
คฤหาสน์ตระกูลเจียงเป็ชื่อช่องของเขาเอง จากนี้ไปทุกคนจะได้รู้จักเขาในฐานะสตรีมเมอร์เจียง!
“สวัสดีครับทุกคน ผมสตรีมเมอร์เจียงนะครับ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ วันนี้ตามหัวข้อเลยครับ ผมจะพาทุกคนมาพบกับผิงกั่วหวานฉ่ำ!”
เนื่องจากเสื้อผ้าไม่อำนวย ภาพลักษณ์ก็เป็สิ่งสำคัญ ดังนั้นการสตรีมของเขาจึงตั้งค่าแบบเห็นด้วยตาของเขา รับรู้จากการััของเขา ได้กลิ่นและซึมซับรสชาติผ่านตัวเขา
เจียงฟางหลานพยายามมองตรงไปข้างหน้าและทิวทัศน์รอบข้าง
เดินมาสักพักเขาก็มาหยุดอยู่ที่ต้นผิงกั่ว กวาดสายตามองผลผิงกั่วหลายลูกตรงหน้า
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : ทำไมต้นผิงกั่วใหญ่ขนาดนี้ แล้วยังมีผลผิงกั่วหลายลูก? ตามตำราจะต้องมีขนาดต้นเล็กกว่านี้และมีผลเพียงต้นละสิบลูกต่อปีนี่นา?]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : สตรีมเมอร์บ้าไปแล้ว! ผิงกั่วมีรสขมจะตาย!]
เจียงฟางหลานก็ไม่รู้ว่าทำไมสองคนนี้ถึงเข้ามาดูเขาสตรีมได้อยู่นานสองนาน หรือจะเป็เพราะเบื่อไม่มีอะไรดู? แต่จะอย่างไรก็เป็เื่ดีสำหรับเขา
“ต้นผิงกั่วต้นนี้ไม่เหมือนผิงกั่วต้นอื่นที่พวกคุณเคยกิน ที่พวกคุณเคยกินมันอาจจะขมมาก แต่ผมกล้ารับปากเลยว่าผิงกั่วต้นนี้ รสชาติหวานฉ่ำตามหัวข้อแน่นอน” เขาพูดทำนองโอ้อวดและท้าทาย เพื่อให้คนดูสนใจใครรู้
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : เ้ากล้ารับปาก? ข้าเติบโตมาในตระกูลหมอหลวง บิดาเป็หมอหลวงผู้เก่งกาจ ผิงกั่วไม่ใช่ผลไม้หายาก ข้าเคยกินมาแล้วหลายครั้ง ไม่มีสักครั้งที่จะได้รสหวานเช่นเ้าพูด เ้าอย่ามาโป้ปด]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ใช่ ถามร้อยคนตอบร้อยคน ว่าผิงกั่วมันขม! อย่ามาหลอกลวงผู้อื่นเช่นนี้ ว่าแต่ผิงกั่วลูกหนึ่งขายได้เท่าไหร่กัน?]
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : @ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน ขอถามสาวใช้ของข้าก่อน]
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : เรียนคุณหนูรอง ผิงกั่วหนึ่งลูกเพียง 10 ตำลึงเ้าค่ะ]
ถึงขนาดเรียกสาวใช้มาถามเชียว?
“งั้นพวกคุณจะกล้าพนันกับผมไหม? หากผิงกั่วที่ผมบอกมันขมตามที่พวกคุณว่ามา ผมจะทำตามทุกอย่างที่พวกคุณบอกเลย”
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : ยังไงผิงกั่วก็มีรสขม ข้าไม่เคยกินสิ่งใดที่มีรสหวานมาก่อนเลย เ้าบ้านนอก]
แต่เขาก็อยู่บ้านนอกจริงๆ นี่นา...
“ถ้าหากมันไม่ได้มีรสขมแล้วล่ะก็ พวกคุณจะต้องกดโดเนทและแชร์ให้ผม ตกลงไหม? จะโดเนทเท่าไหร่ก็ได้ ตามกำลังทรัพย์ครับ ผมจะรับรู้ฐานะความยิ่งใหญ่ของพวกคุณก็จากการโดเนทนี่แหละ” เจียงฟางหลานเอ่ย
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : ข้าน้อยไม่เคยเห็นผู้ใดโง่เง่าเท่านี้เลยเ้าค่ะคุณหนู แถมยังดูถูกฐานะของท่านอีกด้วย ช่างบังอาจนัก!]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : รีบๆ กินเถอะ ข้าอยากเห็นสีหน้าของเ้าตอนรู้ว่ามันขมจะแย่แล้ว เกิดมาข้าไม่เคยเจอคนไม่รู้จักประมาณตัวถึงเพียงนี้มาก่อนเลย]
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : กล้าดูถูกข้า! ข้าอยากรู้นักว่าเมื่อถึงเวลาจะแก้ตัวว่าอย่างไร]
อาหารของคนโลกลมปราณมีแต่รสขม จะขมน้อยหรือขมมาก แต่ก็มีแต่รสขม พวกเขาส่วนใหญ่จึงผ่ายผอมเล็กน้อย แต่เพราะทุกคนต่างก็เป็ผู้ฝึกตน ร่างกายจึงไม่ทรุดโทรมเท่าไหร่นัก กลับกัน แม้จะต้องกินของขมๆ แต่พวกมันล้วนเป็อาหารที่อุดมไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เหมาะแก่การฝึกตนที่สุด
“งั้นมาดูกันครับ” เจียงฟางหลานเงยหน้ามองผลผิงกั่ว กวาดสายตาเลือกผลที่ดูน่ากินที่สุด จากนั้นก็เอื้อมมือไปเด็ดมัน
เมื่อััผิวผิงกั่ว ผู้ชมก็เริ่มออกความคิดเห็นอีกครั้ง
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : นี่มันแปลกๆ นะ เหตุใดผิงกั่วของเ้าจึงแดงก่ำเช่นนี้ ดูน่าจะขมไม่น้อย ถึงแม้ผิวััของมันจะเรียบลื่นก็ตามที แตกต่างเพียงนิดอย่าได้คิดจะหลอกข้า!]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ผิงกั่วลูกใหญ่จริงๆ ดูน่าอร่อย แต่มันคือของหลอกตาชัดๆ!]
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : สตรีมเมอร์ไม่มีความสามารถอื่นแล้วเหรอ ทำหัวข้อไร้สาระเช่นนี้ทำไมกัน?]
“ผมจะกินแล้วนะ” เจียงฟางหลานใช้ขวดน้ำที่ถือมาด้วยเทน้ำล้างผลผิงกั่ว ก่อนจะกัดผิงกั่วเข้าปาก
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ของที่สตรีมเมอร์ถือเมื่อครู่มันคือสิ่งใดกัน? ใสราวกับกระจก!]
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : กัดผิงกั่วแล้ว!]
คุณหนูรองจดจ้องเพียงผิงกั่วตรงหน้า เนื่องจากนางเป็บุตรสาวของหมอหลวง เืหมอมันไหลเวียนอยู่ แม้นางจะปากร้าย แต่ก็เป็ห่วงเป็ใยคนไข้นัก สตรีมเมอร์คนนี้ดูโง่เง่ามาก เกรงว่าเขาจะขมจนเป็ลม เพราะอาหารทุกสิ่งอย่างบนโลกลมปราณ ไม่สามารถกินสดๆ ได้ เนื่องจากพลังงานที่มากล้น (ความขม) ต้องทำให้เจือจางสักนิดก่อน โดยผู้ที่ทำหน้าที่นี้คือเหล่าหมอๆ แม้จะด้อยสรรพคุณลงเล็กน้อย แต่กินแล้วปลอดภัยไม่ถึงตาย... แต่สตรีมเมอร์โชว์กินเปล่าๆ พร้อมบอกว่ามันหวาน? ความหวานคือสิ่งใด? ของไร้ประโยชน์หรือไม่? รสชาติมีเพียงความขมเท่านั้น!
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : เอ๊ะ! เหตุใด...]
“ผิงกั่วลูกนี้รสชาติหวานจริงๆ ด้วย อร่อย” เจียงฟางหลานกัดผิงกั่วเข้าปากก็เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย รสชาติผลไม้ที่เติบโตโดยธรรมชาติ ไม่ใส่ปุ๋ยและสารเคมี ยังไงก็ต้องอร่อยกว่าปกติอยู่แล้ว
[พี่ใหญ่ตาเดียว : เป็ไปได้อย่างไร! นี่มันรสชาติอันใดกัน! ข้าบรรยายไม่ถูกเลย!!!]
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : รสชาติเช่นนี้ไม่รู้จักมาก่อนเลย แต่รู้สึกว่ามันอร่อย...]
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : นี่มันคือผิงกั่วแน่หรือ? เหตุใดมันจึงรสชาติแปลกๆ ...]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ข้าหยุดกลืนน้ำลายไม่ได้! สตรีมเมอร์รีบๆ กัดผิงกั่วอีกเร็ว กัดไปคำใหญ่ๆ!!]
เจียงฟางหลานกัดผิงกั่วเข้าปากอย่างสบายอารมณ์ เคี้ยวเพลินดีจัง ของหวานนี่มันดีจริงๆ เลยน๊า...
บรรดาผู้ชมทั้งสามกำลังตกอยู่ในภวังค์ อึ้ง ทึ่ง ตะลึงมาก รสชาติที่ไม่รู้จักแต่รับรู้ได้ว่ามันคู่ควรกับคำว่าอร่อย เดิมทีอาหารมีไว้สำหรับฝึกตน ไม่จำเป็ต้องสนรสชาติ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนก็ไม่ชื่นชอบรสขมๆ นี่ จึงพยายามหาทุกวิธีเพื่อลดทอนความขมลง
เมื่อผู้ฝึกตนทั้งสามได้ลองกินผิงกั่วหวานฉ่ำ ก็ััได้ถึงพลังงานธรรมชาติที่เบาบาง
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : หรือเพราะพลังงานธรรมชาติที่ทำให้เกิดความขม? เมื่อพลังงานธรรมชาติน้อยลง ก็จะได้รสชาติดังนี้?]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ต้องใช่แน่ๆ!! ได้อย่างเสียอย่างจริงๆ แต่แม้จะเบาบางก็ใช่ว่าจะไม่มี แถมยังกินได้เรื่อยๆ ดีกว่ากินผิงกั่วขมๆ ที่กินแล้วต้องล้างขมไปอีกเป็เดือน...]
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : นั่นสิเ้าคะ ข้าน้อยรู้สึกว่าผิงกั่วผลหวานฉ่ำล้ำค่ามากกว่าผิงกั่วขมๆ อีกนะเ้าคะ]
ทั้งสามถกเถียงถึงสรรพคุณของผิงกั่ว เจียงฟางหลานยืนคิดพิจารณาตาม ก็คงเป็อย่างนั้น เพราะโลกนี้พลังงานเบาบางเกินไป จึงทำให้เกิดความแตกต่างที่รสชาติงั้นเหรอเนี่ย หรือเราต้องกินของขมๆ ถึงจะดี??
..................
หรือว่าต้องกินอะไรขมๆ?
*คำถาม* อะไรที่คุณคิดว่าขมที่สุด??