“เดี๋ยวก่อนนะ ก่อนที่ข้าจะเข้าไปหาความรู้ในหอนังสือของตระกูล ข้าขอไปทำสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก่อนได้ไหมท่านนบรรพชนเซียน” ศิรคุยกับบรรพชนเซียนผ่านจิตรสำนึก
หืมมมม
“เจ้าต้องการจะทำอะไร แต่ก็เอาเถอะ ข้าทำอะไรไม่ได้นอกจากเห็นด้วย”
หึ หึ หึ (เสียงหัวเราะในลำคออย่างชั่วร้าย)
“งั้นเราออกไปจากตระกูลกันเถอะ”
หลังจากนั้นศิรก็มุ่งหน้าออกนอกตระกูล พร้อมทั้งปิดบังใบหน้าของตนด้วยชุดคุมสีดำยาวถึงหน้าแข้ง ที่เขาต้องทำแบบนี้เพราะเขารู้ว่าที่ศิรคนก่อนตายเพราะมีคนปองร้ายเขา เนื่องจากศิรคนก่อนได้ไปล่วงเกินบุคคลที่มีอำนาจไว้หลายคน การกระทำทุกอย่างในตอนนี้เขาจึงต้องระวังตัวเป็นพิเศษ นอกจากเข้าจะสวมชุดคุมดำแล้ว ก็สวมผ้าปิดบังใบหน้า
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว เข้าก็เดินมุ่งหน้าออกมานอกประตูตระกูลทันที
สิ่งที่เขาพบเห็นคือ เมืองหนึ่งที่มีผู้คนเดินสวนกันไปมา เขาไม่เป็นที่สังเกตุของใครเลย เนื่องจากเขาแต่งตัวเหมือนนักเดินทางที่เข้ามาภายในเมืองศิลา
ตระกูลศิเป็นตระกูลอันดับหนึ่งที่ครอบครองธุระกิจส่วนใหญ่ภายในเมือง ไม่ว่าจะเป็นการขุดเหมืองแร่ หลอมอาวุธ และหลอมโอสถ ศิรจึงมุ่งหน้าไปโรงหลอมของตระกูลทันที หลังจากเขาตื่นขึ้นมาในร่างนี้ ความทรงจำต่างๆก็เข้าสู่สมอง เส้นทางไปโรงหลอมก็เช่นกัน
เดินมาได้สักพักเขาก็มาถึงหน้าโรงหลอมของตระกูล
“ไอ้หนู เอ็งคิดจะสร้างอาวุธรึ เอ็งสนใจเป็นอาวุธอะไร ดาบ ดาบใหญ่ กระบี่ มีดสั้น หอก ทว….”บรรพชนเซียนถามออกมาอย่างสอดรู้แต่คำถามยังไม่ทันจบศิรกับขัดขึ้นมา
“เดี๋ยวท่านก็รู้เองแหละ”ศิรบอกปัดไป เนื่องจากสิ่งที่เขาจะสั่งทำมันคืออะไรที่บรรพชนเซียนยากจะเดาถูก
หลังจากก้าวเข้าไปในร้าน เขาก็มองไปดูอาวุธที่แขวนอยู่ตามผนังอย่างตื่นเต้น เขาคิดว่ามันเหมือนในมังงะหลายเรื่องที่เขาเคยอ่าน แต่ก็มีชายอายุน้อย รูปร่างผอมคนหนึ่งก็เดินเข้ามาขัดจังหวะความตื่นเต้น “ต้องการอาวุธชิ้นไหนครับคุณลูกค้า”
เขาเปิดผ้าปิดหน้าให้ชายคนนั้นเห็น พร้อมกับความตกใจและความหวาดกลัวของชายคนนั้น สาเหตุที่ช่างหลอมคนนั้นกลัวเขานั้นเนื่องจากศิรจะเข้ามาทำร้ายชายคนนั้นอยู่เป็นประจำ เขาโดนศิรทำร้ายข่มขู่อยู่ตลอด ที่เป็นแบบนี้เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยทำสะเก็ดไฟไปโดนชุดของศิรเป็นรู ทำให้ศิรไม่พอใจเขาและมาทำร้ายเขาอยู่เป็นประจำ
เนื่องจากศิรคนปัจจุบันรู้ความคิดของชายคนนั้น เขาก็ไม่ได้สนใจชายผู้นี้เลยแล้วกล่าวว่า “พาข้าไปห้องรับรองและเรียกลุงฮันมา”
หลังจากได้สติ ชายคนนั้นก็ตอบออกมาแบบตะกุกตะกัก “ค คะ ครับนายน้อย เชิญทางนี้ครับ”
อืมมมม
หลังจากศิรขึ้นมาชั้นสามภายในห้องร้บรอง เข้านั่งรอสักพัก ชายชราร่างกายกำยำก็เดินเข้ามาพร้อมเด็กชายที่เข้ามาต้อนรับศิรในครั้งแรกที่เขาเข้ามาในร้าน
“นายน้อย ท่านต้องการให้ข้าหลอมอาวุธให้ท่านถูกหรือไม่ ท่านต้องการอาวุธชนิดใดหรือขอรับ”ลุงฮันถามศิรอย่างกล้าๆกลัวๆ อารมณ์ของนายน้อยคนนี้แปรปรวน เขาไม่อยากขัดใจกับนายน้อยคนนี้สักเท่าไหร่ เนื่องจากเขาไม่อยากหาความวุ่นวายมาให้ตัวเองสักเท่าไหร่
“นี่ลุงฮัน ข้านั้นต้องการดาบสั้น ขอที่แบบวัสดุดีมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ท่านทำได้ไหม และข้าขอกระดาษกับหมึกเขียนด้วย ข้าต้องการออกแบบสิ่งหนึ่งให้ท่านทำมันให้ข้า
“ได้ครับ เรื่องดาบสั้นไม่มีปัญหา ส่วนกระดาษและหมึกเขียนก็นี่ครับ” ลุงฮันนำกระดาษและหมึกออกมาจากแหวนมิติ
ศิรรับกระดาษมาและลงมือวาดอะไรบางอย่างส่งไปให้ลุงฮัน หลังจากที่ลุงฮันรับมาก็แปลกในแต่เขาก็ไม่ได้ซักถามอะไรออกไป เขาบอกให้ศิรมารับของที่สั่งทำอีกทีหนึ่งอาทิตย์ต่อจากนี้
หลังจากจัดการธุระเสร็จ ศิรก็มุ่งหน้าไปที่หอสมุดทันที ที่เขาต้องการศึกษาไม่ใช่วรยุทธ เนื่องจากที่อยู่ในจิตรสำนึกเขามีบรรพชนเซียนผู้มากด้วยวรยุทธและทักษะต่างๆอยู่แล้ว ที่เขาต้องการรู้คือ แผนที่เมืองต่างๆในจักรวรรดินี้
ในประวัติศาสตร์ของตระกูลศิจักรวรรดินี้คือจักรวรรดิบรรพกาล เป็นจักรวรรดิหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ มีเมืองหลายเมือง แต่เมืองศิลาอยู่ในอันดับที่ 5 ของจักรวรรดิบรรพกาล ศิรศึกษาประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิบรรพกาลภายในสองวัน เข้าก็กลับไปพักที่ห้องของเขาซึ่งตอนนี้ได้ซ่อมรูที่เกินขึ้นจากส้นทีนของมารดาเขาแล้ว
‘ระหว่างรอของสำคัญของข้า ข้าควรเริ่มฝึกทักษะอะไรบางอย่างซะแล้วสิ เนื่องจากโลกนี้คือโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก หากข้าไม่อยากตายอีกรอบข้าควรหาทักษะไว้เอาตัวรอด หรือข้าควรลองคิดทักษะของตัวเองก่อนดี ???’ ศิรคิดขึ้นมาในใจ ระหว่างเข้าคิดนั้น เข้าก็เดินมาที่สวนหลังห้องของเขาแล้ว (ไม่ใช่สวนที่เขาลอยไปเพราะโดนทีนแม่นะ)
หลังจากนั้นเขาก็ได้ฝึกทักษะต่างๆที่บรรพชนเซียนฝึกให้เขา เริ่มที่ทักษะแรกนั้นเขาฝึกทักษะเคลื่อนไหว เพื่อการเอาตัวรอด เขาต้องเคลื่อนไหวเร็วไว้ก่อน สองคือทักษะต่อสู้ สามคือทักษะป้องกัน
หลังจากที่ศิรฝึกทักษะ เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงวันนัดรับของที่ศิรได้สั่งทำไว้ ของสิ่งนี้สำคัญกับเขาไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่มาก
ศิรกลับมาที่โรงหลอมของตระกูลอีกครั้ง ครั้งนี้เขาก็แต่งตัวเหมือนวันที่มาสั่งทำวัสดุ เด็กรับแขกจดจำเขาได้ก็ไม่พูดอะไรมา รีบพาศิรขึ้นไปห้องรับรองทันที
หลังจากนั้นไม่นานลุงฮันก็เข้ามา “นี้ขอรับนายน้อย สิ่งที่ท่านสั้งทำทั้งหมดอยู่ในแหวนวงนี้แล้ว”
ฺศิรรับแหวนมาแล้วถามกลับลุงฮันไปว่า “ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?”
“เอิ่มมมม สำหรับนายน้อยที่เป็นบุตรของเจ้าของโรงหลอมข้าไม่กล้ารับไว้หรอกครับ”ลุงฮันตอบกลับอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ได้ ท่านไม่ต้องการงั้นท่านก็ไม่ต้องรับ”ศิรตอบรับอย่างไม่แยแส
หลังจากนั้นศิรก็โยนถุงเงินและโยนเศษเงินไปให้เด็กรับแขกตามลำดับ พร้อมกับพูดออกไปว่า “เจ้ารับเงินนี่ไป ถือเป็นค่าวัตถุดิบ ส่วนนี่ข้าให้เจ้าไปซื้อของที่เจ้าชอบ”
เด็กชายที่ศิรมักจะทุบตีตัวแข็งทื่อถือถุงเงินแล้วหันไปมองลุงฮันพร้อมน้ำตาคลอเบ้ากลัวว่าตัวเองกำลังจะโดนทุบตีอีกครั้ง แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่เขาคิด เมื่อศิรโยนเงินไปแล้ว เขาก็เดินออกไปจากโรงหลอมทันที พร้อมทั้งมุ่งตรงไปยังสลัมที่อยู่ชาญเมืองเพื่อทำอะไรบางอย่าง