หลังจากเหตุการณ์ที่เด็กหนุ่มผู้กล้าลึกลับนามว่า ฉินฟง ได้ท้าประลองกับ หลู่อิงฉาน ผู้เก่งกาจแห่งสำนัก เก้าัปราบธรรมะ จนผลปรากฏออกมาว่า หลู่อิงฉานเป็ฝ่ายพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ และาเ็สาหัสจนภรรยาสาวต้องรีบพาตัวกลับไปรักษา ข่าวของฉินฟงก็แพร่กระจายออกไปทั่วทุกสารทิศ ความหวังของชาวยุทธ์ฝ่ายธัมมะบางกลุ่มที่้าจะโค่นล้มพรรคมารก็พลันฉายแสงออกมาทีล่ะนิด
ลู่เกาอี้ เ้าสำนักาุโ ของสำนักร้อยธรรมะเหนือมาร จึงได้คิดการณ์บางอย่าง ซึ่งก็คือการมาพบกับ ฉินฟง เพื่อเจรจาขอให้มีชาวยุทธ์จากสำนักอื่นร่วมเดินทางไปกับเขาในการสยบพรรคมารสาขาย่อยในครานี้ด้วย…
.
ณ เมืองเล็ก ๆ ทางดินแดนตอนใต้ของอาณาจักรหยก์ บัดนี้ปรากฏร่างของชายสูงอายุไว้เครายาว
สีขาว สวมชุดสีขาวหลวมแขนกว้าง ท่าทางใจดีกำลังเดินเข้ามาในเมือง มันหาใช่ใครอื่น ลู่เกาอี้นั้นเอง มันกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า "เป็เมืองนี้สินะ ที่เขาว่ากันว่า เด็กหนุ่มผู้นั้นมักจะปรากฏตัวออกมาช่วยเหลือชาวบ้านอยู่เสมอ ๆ แถมยังประมือกับหลู่อิงฉานผู้นั้น จนมันพ่ายแพ้าเ็ และต้องล่าถอยไป เช่นนั้นเขาอยู่ที่ใดกัน ข้าอยากจะพบกับเขาเสียเหลือเกิน" ลู่เกาอี้ตัดสินใจลองเดินเข้าไปสอบถามชาวบ้านแถวนั้นดู "แม่นางของขอรบกวนสอบถามบางอย่างหน่อยจะได้หรือไม่" หญิงสาวที่กำลังยืนขายซาลาเปาอยู่หันมาตามเสียงเรียก "ผู้าุโมีอันใดจะสอบถามข้าหรือ" นางส่งยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกล่าวถามลู่เกาอี้กลับด้วยแววตาเป็มิตร "เ้ารู้หรือไม่ว่าเด็กหนุ่มที่มีนามว่า ฉินฟงเขาพักอยู่ที่แห่งใด"
คำถาม และน้ำเสียงของลู่เกาอี้ดูสุภาพ และนอบน้อมเป็อย่างยิ่ง แต่ถึงกระนั้นคำถามนี้ก็หาใช่คำถามที่ควรถามไม่ เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์ ต่อสู้ระหว่าง ฉินฟง กับ หลู่อิงฉาน ก็ได้มีชาวยุทธ์จำนวนไม่น้อยเข้ามาในเมือง แล้วถามคำถามเช่นนี้กับชาวบ้าน บางคนดูแล้วมาด้วยเจตนาดี แต่บางคนก็มาด้วยจิตที่มุ่งร้าย แม้นพวกชาวบ้านจะรู้ดีว่า ฉินฟงนั้นมีฝีมือเก่งกาจคนเ่าั้มิอาจทำอันตรายใด ๆ กับเขาได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้อยาก ทำให้ผู้มีพระคุณต้องเดือดร้อน ทุกคนจึงตกลงกันว่าจะไม่ยอมปริปากบอกเด็ดขาดว่าฉินฟงนั้นพักอยู่ที่ใด แต่เอาเข้าจริงถึงอยากจะบอกก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้อยู่ดี เพราะฉินฟงนั้นไม่มาไร้ร่องรอย ราวกับภูตผี แต่เมื่อพวกชาวบ้านเดือดร้อนทีไร เขาก็มักจะปรากฏกายออกมาเสมอ ประหนึ่งว่า ฉินฟงนั้นมีญาณวิเศษหยั่งรู้ฟ้าดิน รู้ว่าตอนไหนควรที่จะต้องออกมาช่วยผู้คนที่กำลังเดือดร้อน
หญิงสาวที่ขายซาลาเปามีท่าทางลังเลเป็อย่างมาก ชายชราเบื้องหน้าของเธอดูไม่มีพิษมีภัย แถมยังบอกด้วยว่าจะขอเหมาซาลาเปาเธอทั้งหมดเพื่อนำมาแจกเด็กในเมืองหากเธอยอมบอกที่อยู่ของฉินฟงให้มันรู้ "คือข้า….คือข้า….." นางอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ มิกล้าเอ่ยปาก ซาลาเปาก็อยากขาย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะบอกยังไงดี" ลู่เกาอี้เห็นท่าทางประดักประเดิดของนางก็อ่านออกอย่างรวดเร็ว "นางคงจะไม่รู้จริง ๆ หาใช่รู้แล้วมิยอมบอกข้า" ลู่เกาอี้ครุ่นคิดในใจ "เช่นนั้นก็มิเป็ไรดอกแม่นาง ข้าขอบใจมาก เอาล่ะซาลาเปาทั้งหมดนี่ข้าจะขอเหมาทั้งหมด เ้าคิดเงินมาได้เลย จากนั้นเ้าก็เรียกเด็ก ๆ ในเมือง หรือคนยากไร้ มาเอาไปกินกันได้เลย" พอลู่เกาอี้กล่าวเช่นนั้น หญิงสาวก็ใมาก รวมไปถึงแผงขายของใกล้ ๆ กันที่ได้ยินก็เช่นกัน "ผะ ผู้าุโพูดจริงหรือ แต่ข้ายังมิได้บอกท่านเลยสักคำว่า ท่านฉินฟง อยู่แห่งใด"
ลู่เกาอี้แย้มยิ้ม และส่ายหน้าเบา "ไม่เป็ไร ไม่เป็ไรเ้าคงจะไม่รู้จริง ๆ หาใช่แสร้งปกปิดข้าเพราะกลัวว่าผู้มีพระคุณของเมืองเ้าจะเป็อันตราย ในเมื่อเ้ามีจิตใจบริสุทธิ์ไม่คิดจะโป้ปดข้า ข้าเองก็ควรจะตอบแทนเ้ากลับคืนไปบ้าง ซาลาเปาพวกนี้ถือเป็เื่เล็กน้อย เ้าเองก็จะได้ผลบุญไปด้วย" หญิงสาวเผยรอยยิ้มสดใสออกมาก่อนจะคิดเงินกับลู่เกาอี้ จากนั้นนางก็ร้องเรียก เด็ก ๆ ในเมืองกับคนยากไร้ให้มารับซาลาเปาไปกิน แถมทุกคนที่มาต่อแถว พอรับเสร็จของเสร็จก็ยกมือขอบคุณชายชราท่าทางใจดีกันทุกคน และหนึ่งในผู้คนเ่าั้ก็มี ขอทานหนุ่มถือไม้เท้า เนื้อตัวสกปรกมอมแมมเข้ามาต่อแถวรับซาลาเปากับเขาด้วย ไม่มีชาวบ้านคนไหนจะแสดงท่าทางรังเกียจเขาเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากขอทานหนุ่มผู้นี้มิเคยสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใด แถมยังใจดีชอบเล่านิทานให้เด็กฟังอีก บางครั้งก็มีน้ำใจไปช่วยชาวบ้านสูงอายุยกของ เข็นรถ ทุกคนที่ได้พบเห็นก็ยินดีที่จะมอบเศษเงินเล็ก ๆ น้อยตอบแทนขอทานหนุ่ม
"เป็ลาภปากของข้าจริง ๆ วันนี้ได้กินซาลาเปาฟรี พี่สาวคนสวยข้าขอสองลูกเลยจะได้หรือไม่" ขอทานหนุ่มทำหน้าทะเล้นก่อนจะชูนิ้วให้หญิงขายซาลาเปา นางก็ทำหน้ามุ่ยก่อนจะตอบกลับว่า "ซาลาเปาหาใช่ของข้าไม่หากเ้าอยากได้สองลูกจงไปขอาุโท่านนั้นเอาเอง" นางกล่าวพร้อมชี้นิ้วมาที่ลู่เกาอี้ ขอทานหนุ่มพยักหน้าก่อนจะหันไปมอง ลู่เกาอี้ ลูปเคราก่อนจะพยักหน้าส่งยิ้มให้ประหนึ่งเป็การตอบตกลงทางอ้อม เมื่อหญิงสาวจึงได้ให้ซาลาเปาขอทานหนุ่มมาสองลูก มันมีท่าทางดีอกดีใจเป็ที่สุด ก่อนจะรีบไปนั่งกัดกินอย่างเอร็ดอร่อยตรงบันไดหน้าตึก
ท่าทางของขอทานหนุ่มดูช่างมีความสุขยิ่งนักมันรีบกินราวกับว่าจะมีผู้ใดมาแย่ง ลู่เกาอี้เห็นแล้วก็รู้สึกเอ็นดูเป็อย่างยิ่งมันจึงเดินเข้ามาหาก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ อย่างไม่มีท่าทางรังเกียจหรือเหม็นกลิ่นตัวของขอทานหนุ่มเลย "เป็เช่นไรบ้าง รสชาติของมันอร่อยถูกใจเ้าหรือไม่น้องชาย" ลู่เกาอี้แย้มยิ้มก่อนจะเอ่ยปากถาม ขอทานหนุ่มเคี้ยวซาลาเปาเต็มปากก่อนจะพยักหน้า ๆ ขึ้นลง จากนั้นมันก็ยื่นซาลาเปาอีกลูกส่งให้ลู่เกาอี้หน้าตาเฉย "ให้ข้ารึ? ขอบใจเ้ามาก แต่ข้ายังไม่หิว ซาลาเปาลูกนี่เ้าเก็บไปกินเถิดน้องชาย"
ลู่เกาอี้กล่าวออกมา แต่ทว่า..เ้าขอทานหนุ่มก็ยังยืนยันว่าจะให้ซาลาเปาอีกลูกกับลู่เกาอี้อยู่ดี "เ้านี่ช่างประหลาดนัก ข้าก็บอกไปแล้วอย่างไงล่ะว่าข้าไม่หิว แต่ก็เอาเถอะในเมื่อเ้ามีน้ำใจเช่นนั้นข้าจะรับเอาไว้ แล้วถ้าเ้าไม่อิ่ม จะมาขอแบ่งคืนไม่ได้นะ"
จากนั้นลู่เกาอี้ ก็รับซาลาเปาจากขอทานหนุ่มมาแต่มันก็ยังไม่ได้กิน "จะว่าไปถ้าข้าถามเื่ของเด็กหนุ่มผู้นั้นเ้าจะตอบข้าได้หรือไม่นะ เ้าเป็วณิพกในเมืองหูตาน่าจะกว้างไกล แต่ดูแล้วเ้าเองก็ไม่น่าจะรู้ที่อยู่ของเขาเช่นกัน" ลู่เกาอี้บ่นพึมพำกับตัวเองก่อนที่มันจะหันไปเห็น แววตาของขอทานหนุ่มที่มองจ้องซาลาเปาในมือที่มันพึ่งมอบให้ลู่เกาอี้มาหยก ๆ ลู่เกาอี้ อดอมยิ้มไม่ได้มันถึงกับส่ายหัวไปมาในความบ้า ๆ บอ ๆ ของเ้าขอทานหนุ่มผู้นี้ "เ้านี่มันยังไงกันนะเดี๋ยวก็ยัดเหยียดซาลาเปาให้ข้ายามนี้ไม่อิ่มก็จะเอาคืน เช่นนั้นก็เอาไปครึ่งเดียวก็แล้วกันโทษฐานที่เ้าแกล้งข้า" ลู่เกาอี้หันกลับมาที่ซาลาเปาในมือก่อนจะบิมันออกเป็สองส่วน และตอนนั้นเองมันก็ต้องประหลาดใจสุด ๆ เมื่อพบว่าภายในซาลาเปามีกระดาษแผ่นเล็กสอดไส้อยู่ "กระดาษอันใดกัน? "แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้ลู่เกาอี้ประหลาดมากเท่ากับ เื่ที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น เมื่อมันพบว่าขอทานหนุ่มได้หายตัวไปแล้ว
"เป็ไปได้อย่างไรกัน..!! เขาหายตัวไปแล้ว เพียงเสี้ยววินาทีที่ข้าหันมาบิซาลาเปาเท่านั้นเอง คนผู้นี้หาใช่ขอทานธรรมดาไม่ แต่มันจะต้องเป็ผู้มีวิชาตัวเบาขั้นสูงสุด หรือว่า…..เขาคือ ฉินฟง! ผู้ที่ข้าดั้นด้นมาตามหา แต่จากข่าวที่ได้รับรายงานมา ฉินฟงผู้นั้นอายุอานามน่าจะราว ๆ สิบเจ็ดสิบแปดขวบปีมิใช่รึ แต่กับขอทานหนุ่มคนเมื่อสักครู่ ดูแล้วน่าจะมีอายุอยู่ราว ๆ สามสิบกลาง ๆ เสียมากกว่า นี่มันหมายความว่าอะไรกัน" ลู่เกาอี้งุนงง สับสนไปหมด จากนั้นมันจึงหยิบกระดาษแผ่นน้อยกลางซาลาเปาออกมาเปิดอ่าน ในนั้นมีข้อความเขียนว่า
หากท่าน้าพบข้า จงมาที่ป่าท้ายเมือง ยามซวี ข้าจะรอท่านอยู่ที่นั่น
ฉินฟง
ลู่เกาอี้เบิกตากว้างก่อนจะพลันลุกขึ้น
"เป็เขาจริง ๆ ด้วย" ลู่เกาอี้อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ จากนั้นก็กล่าวต่อ
"ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าเ้า เป็เด็กหนุ่ม หรือ ชายหนุ่มกันแน่ แต่ข้าจะไปพบกับเ้าตามที่บอกอย่างแน่นอน ฉินฟง.." ลู่เกาอี้กล่าวกับตัวเอง ที่มันก่อนจะเดินไปยังโรงเตี๊ยมในเมือง เพื่อทานอาหาร และพักผ่อนรอเวลาที่จะไปพบกับฉินฟงตามนัดหมาย…
จบบทที่ 26
บทต่อไป การเจรจายามสนธยา และการมาเยือนของเหล่าชาวยุทธ์หนุ่มสาว..
*ยามซวี (19:00-21:00 น.) *