วันนี้พวกเรานัดรวมพลที่ใต้ตึกคณะบริหารเพราะห้อง Vip กำลังซ่อมแอร์สาเหตุเกิดมาจากเปิดกันฉ่ำ ทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน จนเครื่องน็อค
ทันทีที่ฉันถึงใต้ตึกภวินก็นั่งทำหน้าเซงไม่รับแขกอยู่ เพราะเขาไม่ชอบบรรยากาศร้อน แถมคนพลุกพล่านจับตาจ้องมองพวกเราทุกการกระทำ
“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิ คนอื่นกลัวจนไม่กล้าเข้ามาทักนายแล้ว” ฉันบอก
“เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบมานั่งใต้ตึกคณะ”
“เอาน่าาา แค่รวมกลุ่มแป๊บเดียวเดี๋ยวก็แยกย้ายกันแล้ว….”
“เซ็งชิบ” ภวินทำท่าหัวเสีย ฟุบหน้าลงกับโต๊ะเพื่อหลบสายตาสาวๆ
“เจฟ หวัดดี” ฉันหันไปโบกมือให้เจฟ
“อืม ดี” เขามองฉันเพียงหางตาและก้มหน้าดูพอร์ทจอกราฟต่อ
“เฮลโหล มายเฟลนนนน” เสียงหลินลั่นมาแต่ไกล พร้อมกับชูบัตรสีดำขอบทอง วิบวับในมือ
“แหม เสียงนำตัวมาอีกนะ” เมี่ยงแซว ส่วนคนถูกแซวก็ทำท่าเบะปาก เชิดใบหน้าใส่
“วันนี้ไปช็อปปิ้งกันป่ะพ่อฉันส่งพรีเมี่ยมการ์ดใบใหม่มาให้ ไม่จำกัดวงเงิน ต้องเปิดเจิมสักหน่อย”
“เออดีชานัลลี่ออกกระเป๋าลิมิเตดตัวใหม่ ฉันว่าจะชวนพวกแกไปสอยพอดี ไปป่ะปิ่น” เมี่ยงเสริมด้วยความตื่นเต้น
“ฉันพึ่งสั่งกำไรดิอาร์มาเมื่อวานวันนี้ไปรูดบิลหนักอีกพ่อฉันบ่นยับแน่”
“สรุปไม่ไป…”
“ไปดิคะ” ฉันยิ้มกวนบาทาให้ แล้วแปะมือกับหลินและเมี่ยง
“พวกผู้ชายเลิกคลาสไปช็อปปิ้งป่ะ” เมี่ยงหันไปถามสมาชิกที่เหลือ
“ช็อปปิ้งเดียวที่ฉันชอบคือเว็บขายหุ้น” เจฟตอบ
“ฉันมีนัดแข่งรถ เสร็จแล้วแม่เรียกเข้าบ้านไปฉลองวันเกิดปลาทองตัวโปรด” ภวินตอบ
“ไอ้พวกไม่รู้จักความงามของโลกใบนี้” เมี่ยงบ่น แล้วปาขวดน้ำใส่ตัวภวิน
“ฉันมีนัดกับน้องแบมแล้ว”ภามม์ตอบ
แบม… อีกแล้วหรอ่นี้เขาดูติดเด็กคนนั้นเป็พิเศษเลยนะ อะไรก็ แบม แบม แบม….. น่าหงุดหงิดชะมัด
“ภามม์ คอนายเป็อะไร” เมี่ยงชี้ไปที่รอยถากยาวบนคอเขา
“อย่างไอ้บ้านี่จะมีอะไรผู้หญิงคนไหนคงข่วนคอเข้าล่ะสิ” หลินตอบแทน
“ล่อแรงก็เงี้ยแหละ...”
เขาตอบกลับเมี่ยงและหลินอย่างไม่อายพลางเหลือบตามองฉัน เป็เชิงดุว่าทิ้งรอยไว้ที่คอเขา ซึ่งเป็ความตั้งใจของฉันเองแหละผู้หญิงคนอื่นจะได้รู้ ว่าเขา...มีเ้าของแล้ว
“พี่ปิ่นมุก….ขอโทษครับ”
“คะ?”
ฉันหันไปตามเสียงเรียกหนุ่มหน้าตี๋ ผิวขาว ใส่เสื้อช็อปเทาเข้มของคณะวิศวะ ยืนเกาคอแก้เขินส่งโทรศัพท์ของเขามาทางฉัน
“ขอเบอร์หน่อยได้ไหมครับ”
“อ่าาาา…ขอโทษค่ะพี่มีแฟนแล้ว”
“!!!!”
ทั้งกลุ่มหันพรึบมาทางฉันเป็ตาเดียวยกเว้นเขา ที่ดูจะไม่สนใจอะไรเลยนอกจากเกมส์ออนไลน์ในโทรศัพท์
“งะ งั้นขอโทษนะครับผมคิดว่าพี่ยังโสดอยู่”
“แหะๆ ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”
หนุ่มรุ่นน้องคนนั้นเดินออกไปด้วยอาการผิดหวัง ถึงจะมาแสดงกิริยาเขินอายจนดูหงุดหงิดตาแต่ก็ถือว่าใจสู้ไม่น้อย ที่กล้าเข้ามาขอเบอร์ฉัน หลินกับเมี่ยงรีบปรี่มาล็อคแขนฉันคนละข้างมองด้วยตาเล็กตาน้อย แสดงอาการจับผิด
“ผู้ชายคนไหน ลูกเต้าเหล่าใครคบกันเมื่อไร เล่ามา!” เมี่ยงถาม
“นั่นสิ ฉันอยู่กับแกทุกวันไม่เคยเห็นคุยโทรศัพท์ เอาเวลาไหนไปเจอ ไปคบกันยะ รึคนที่พ่อแกหาให้” หลินจี้ถามอีกคน
“โอ้ยย ใจเย็นๆ ฉันโกหกไปงั้นแหละแค่ไม่อยากให้ใครมายุ่งน่ะ”
“อย่านะ....” หลินจิ้มนิ้วลงที่แก้มนุ่มๆ ของฉัน
“ไม่โกหกหรอกฉันเคยโกหกพวกหล่อนรึไง”....ยกเว้นว่าจะไม่เล่านะ
“ชิ.. เชื่อก็ได้”
เมี่ยงกับหลินปล่อยแขนแล้วทำหน้าเสียดายที่ล้วงความลับฉันไม่ได้มันเป็เหตุผลจริงที่ฉันโกหกคนอื่นว่ามีแฟน เพราะไม่อยากให้หนุ่มๆ มายุ่มย่ามมันน่ารำคาญนี่นา ไม่เข้ามาเพราะหน้าตา ก็เงิน หรืออำนาจพ่อฉัน
ตรงกันข้าม… คนที่ฉันอยากให้ทำท่าทีหึงหรือหวงบ้าง กลับไม่แสดงอาการอะไรเลยสักนิด
“ไปนะ แบมเลิกเรียนแล้ว” เขาพูดพลางหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายบ่า
“เฮ้ย น้องคนนี้เอาจริงหรอวะเห็น่นี้อะไรก็แบม” ภวินเอ่ยแซว
“ครับผม คนนี้จริงจังครับ”
ฉึก!!!
ฉันเหมือนถูกมีดปักเข้าที่กลางอกเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
“ว้ายยยยภามม์ของฉันจะมีเมียเป็ตัวเป็ตนแล้วหรอเนี้ย ตื้นตันใจจริงๆ” หลินพูด พลางทำท่าเช็ดน้ำตาปลอมๆ ของหล่อน
“หลิน ถ้าเธอเป็ผู้ชายนี่ ฉันถีบยอดหน้าไปหลายครั้งแล้วนะ”
“แบร่ ไอ้หมาบ้า” หลินแลบลิ้นใส่ภามม์ แล้ววิ่งไปเกาะแขนเจฟ
“ฉันไม่ว่างไร้สาระกับพวกเธอหุ้นฉันกำลังขึ้น”
“นี่ก็สนใจเพื่อนบ้างเถอะย่ะทุกวันนี้จะลืมชื่อกันอยู่แล้ว”
“เพื่อนฉันแต่ละคน หัวจะปวด…ไปๆ แยกย้าย“ ภวินจับเจฟกับหลินแยกกัน ก่อนที่จะตีกันไปมากกว่านี้
“ชิ..”
หลินยีหัวเจฟเล่นจนผมสีทองนั้นฟูเป็รังนกแล้ววิ่งแจ้นมาหลบหลังฉัน ฉันไม่ได้สนใจเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายตรงหน้าเลยเพราะจุดเดียวที่สายตาจ้องไปคือแผ่นหลังของภามม์ ที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป
ฉันรีบหันหน้าหนีเพราะน้ำอุ่นๆเริ่มเอ่อล้นขอบตา มันจุกที่กลางอกจนหายใจไม่เต็มอิ่มความรู้สึกเหมือนกำลังทำบางสิ่งหายไป
....บางสิ่งที่ควรจะเป็ของฉัน