"มันเกิดอะไรขึ้น อะไรทำให้นายรังเกียจผู้หญิงได้ขนาดนี้"
"..."
ไม่ว่าจะถามกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ลู่อันก็ยังคงเอาแต่เงียบ
หลังจากเกิดเื่ที่โรงพยาบาล เฉินตงตัดสินใจพาลู่อันกลับบ้าน อยู่ที่นั่นต่อก็มีแต่จะทำให้สภาพจิตใจของเด็กหนุ่มย่ำแย่ลง
เฉินตงเหลือบมองเด็กหนุ่มที่แกล้งหลับเพราะไม่อยากสนทนากับเขา นึกถึงคำพูดของลู่อันในอดีต
...พวกคุณเคยรู้หรือเปล่าว่าผมต้องผ่านอะไรมาบ้าง?...
ต้องเจอสถานการณ์เลวร้ายแบบไหนกัน ถึงทำให้เด็กหนุ่มผู้แสนเ็าจำฝังใจได้ขนาดนี้...ไม่แน่ว่านิสัยที่ไม่ชอบรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นก็อาจเชื่อมโยงกับเื่ในอดีตด้วย
รถหรูขับมาจอดหน้าอะพาร์ตเมนต์ของทั้งสอง
ลู่อันลงจากรถ เดินหอบเอาถุงยาขึ้นบันไดด้วยสภาพซวนเซ
เฉินตงเห็นแล้วถึงกับถอนหายใจ
"ไม่ไหวก็ไม่รู้จักขอให้คนอื่นช่วย ให้ตายสิ"
เขาปรี่เข้าไปหาเด็กหนุ่ม เดินนำขึ้นไปบนบันได ก่อนจะหันกลับมา ย่อตัวลงเล็กน้อยรวบขาทั้งสองข้างของลู่อัน ยกร่างบางขึ้นมากอดไว้เหมือนกับโคอาลา
"ปล่อย! ทำบ้าอะไร!" ลู่อันพูดไปพลางไอค่อกแค่กไปพลาง
"กว่านายจะเดินไปถึงห้องก็หมดวันพอดี" เฉินตงโอบลู่อันเอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะหงายไปด้านหลัง "อยู่เฉย ๆ ไปเถอะน่า"
ลู่อันดิ้น แต่เรี่ยวแรงของเขาไม่เพียงพอให้ขัดขืน นอกจากจะต้องต่อสู้กับความร้อนในร่างกาย เขายังต้องต่อสู้กับไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของเฉินตงอีก
ความอบอุ่นจากร่างกายมนุษย์ทำให้เปลือกตาลู่อันหนักอึ้งและปิดลงในที่สุด
"ดื้อจริง ๆ " เฉินตงพึมพำขณะก้าวขึ้นบันไดช้า ๆ อย่างระมัดระวัง
เมื่อถึงห้องของลู่อัน เฉินตงหยิบกุญแจจากกระเป๋ากางเกงของเด็กหนุ่ม เปิดประตู นำร่างคนป่วยไปวางลงบนเตียงนอน
วันนั้นเฉินตงไม่ได้ไปไหน เขาหอบเอาแล็ปท็อปมาทำงานที่ห้องของลู่อัน เพื่อที่เขาจะได้ดูอาการของเด็กหนุ่มคนนั้นไปด้วย
เขาไม่ได้รายงานเื่ที่ลู่อันป่วยแก่ลู่ซูลี่ เพราะกลัวว่ามันจะทำให้เธอกังวลจนไม่เป็อันทำงานทำการ
หากยัยนั่นรู้เข้าต้องบึ่งรถมาที่นี่ทันทีแน่...เฉินตงคิด
เวลาล่วงเลยผ่านไป เฉินตงยังคงดูแลอยู่ข้างกายลู่อัน ทั้งเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ คอยหาน้ำหาอาหารมาให้ทาน
่บ่ายอาการของลู่อันแย่ลงเล็กน้อย ดีที่ได้ยาจากโรงพยาบาลมาด้วย หลังจากพักผ่อนทั้งวัน บวกกับกินยาตามเวลา ไม่นานไข้สูงก็ค่อย ๆ ทุเลาลง
ตกเย็นอาการของลู่อันคงที่ เริ่มได้สติและลุกขึ้นนั่งบนเตียงได้
เด็กหนุ่มหันไปเห็นเฉินตงนั่งอยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่นข้างเตียง เขาสวมชุดลำลองและแว่นสายตา ทำงานในแล็ปท็อปไปด้วยเงยหน้าขึ้นมาดูอาการลู่อันไปด้วย
"ตื่นแล้วเหรอ เป็ไงบ้าง?" ชายหนุ่มละจากงาน ลุกขึ้นมาแตะหน้าผากลู่อัน "โอ้! ตัวเย็นลงแล้วนี่"
"ผมไม่เป็ไรครับ" ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เสียงของลู่อันแหบอย่างกับเสียงเป็ดยางโดนรถทับ ทำเอาเฉินตงะเิเสียงหัวเราะ
"ปากเก่งแบบนี้แปลว่าดีขึ้นแล้วจริง ๆ"
"..."
"ไหน ๆ ก็ลุกแล้ว กินอะไรหน่อยเถอะ จะได้กินยาด้วย" เฉินตงเดินไปที่ห้องครัว ในนั้นมีถุงอาหารวางอยู่ "ฉันสั่งของกินมาสักพักแล้ว เดี๋ยวเอาไปอุ่นให้"
ลู่อันทำท่าจะลุกจากเตียง "ดะ เดี๋ยวผมทำเอง"
เฉินตงรู้อยู่แล้วว่าเ้าดื้อคนนี้ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่น ดังนั้นเขาจึงจำเป็ต้องใช้ไม้ตายข่มขู่
"ถ้านายลุกจากเตียงแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะโทรตามพี่สาวของนายแน่"
ลู่อันกัดริมฝีปาก ก่นด่าตัวเองที่สะเพร่าจนอีกฝ่ายรู้จุดอ่อนของเขาจนได้
เฉินตงนำอาหารที่อุ่นเรียบร้อยใส่ชาม พร้อมทั้งหยิบแก้วน้ำวางบนถาดเดียวกัน
"เอามาทีละอย่างสิครับ เดี๋ยวก็หกหมดหรอก"
เฉินตงไม่ได้ฟังคำเตือนของเด็กหนุ่ม ยังคงดันทุรังอวดเก่ง จนสุดท้ายก็ทำพลาดจนได้
เท้าของเฉินตงดันไปเหยียบถุงพลาสติกที่เขามักง่ายโยนลงพื้น ทำให้เขาล้มคะมำมาข้างหน้า ดีที่เขารับโจ๊กเอาไว้ได้ทัน แต่โชคร้ายที่เขารับได้ไม่หมด น้ำในแก้วหกรดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ของลู่อัน
เด็กหนุ่มมองเฉินตงด้วยสายตาเหมือนจะชี้หน้าไล่ด่าเขาและเครือญาติทุกคนบนโลกของเขาอย่างไรอย่างนั้น
"ขอโทษ! ฉันขอโทษได้ไหมล่ะ!"
หลังจากทำความสะอาดสิ่งที่ตนกระทำลงไปแล้ว เฉินตงก็มานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าคนป่วยที่กำลังวางท่าเหมือนเ้านาย
"ผมสังเกตั้แ่ครั้งก่อนที่เข้าไปในห้องของคุณแล้ว คุณเป็คนไม่มีระเบียบเลย"
"พูดอ้อม ๆ หน่อยก็ได้..."
"ทำห้องตัวเองรกไม่ว่า แต่อย่ามาทำให้ห้องของผมเละไปด้วยได้ไหม"
"แรงชะมัด..." เฉินตงหน้ามุ่ย น้อยใจ "ฉันอุตส่าห์ดูแลนายทั้งวันเลยนะ"
ลู่อันชี้ไปที่ตุ๊กตาหมีซึ่งนั่งหน้าเปียกอยู่ข้างเตียง
"โอเค ฉันผิดเองแหละ" เฉินตงคอตก ท่าทางเหมือนสุนัขหูลู่เพราะถูกเ้านายดุ
ลู่อันพ่นลมหายใจ "ผมไม่ได้จะโทษคุณ แค่อยากบอกว่า ก่อนที่คุณจะมาดูแลคนอื่น คุณควรดูแลตัวเองให้ดีเสียก่อน..."
เฉินตงกะพริบตาปริบ ไม่แน่ใจว่าข้อความเมื่อครู่คือการแสดงความเป็ห่วงเป็ใยในแบบฉบับของลู่อันหรือเปล่า
ในใจคิดว่าหากลู่ซูลี่เป็ห่วงเขาแบบนี้บ้างก็คงจะดีไม่น้อย...
เฉินตงส่ายหน้า ไล่ความคิดไร้สาระออกไป
หลังจากให้ลู่อันทานข้าวทานยาเรียบร้อย เฉินตงก็เดินไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา
"คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่ ให้แน่ใจว่านายหายดีค่อยกลับ"
ลู่อันไม่ได้ตอบ เขาพลิกตัวเข้าหากำแพง พยายามข่มตาหลับ แต่ดูเหมือนทุก ๆ สิบหรือสิบห้านาที ลู่อันจะพลิกตัวอยู่เรื่อย ๆ จนเฉินตงสังเกตเห็น
"นอนไม่หลับหรือไง นายต้องพักผ่อนนะ ไม่งั้นจะไม่หายดี"
คิ้วลู่อันขมวด ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง พูดเสียงอู้อี้ "ผมพยายามอยู่"
"จะนอนให้หลับต้องใช้ความพยายามขนาดนั้นเลย?" เฉินตงนึกถึงการวินิจฉัยของแพทย์ตอนที่อยู่โรงพยาบาล "นี่นาย...คงไม่ได้เป็โรคนอนไม่หลับด้วยใช่ไหม?"
"..."
การไม่ตอบ แปลว่าที่เฉินตงคาดเดานั้นถูกต้อง
เฉินตงลุกจากโซฟา ปรี่เข้าไปหาเด็กหนุ่ม กระชากผ้าห่มผืนหนาออก
"ครั้งนี้ฉันไม่ยอมให้แล้วนะ!" เฉินตงดึงเด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่ง
เขากอดอกทำหน้าเครียดเหมือนครูในห้องปกครอง "บอกมาว่าทำไมเป็แบบนั้น..."
"..." ลู่อันยังคงลำบากใจที่จะพูด
"ได้! งั้นเปลี่ยนคำถามใหม่ วันอื่น ๆ นายทำยังไงถึงได้นอนหลับ"
ลู่อันยังคงเบนสายตาหนี แต่ถูกเฉินตงใช้สองมือประกบใบหน้าเอาไว้ ไม่ให้หันหนีไปไหนได้
"ตอบมา! คำถามนี้ไม่ตอบไม่ได้ ไม่งั้นฉันจะนั่งถามอยู่อย่างนี้จนกว่านายจะเหนื่อยแล้วหลับไปเอง"
หากเป็เช่นนั้นลู่อันคงได้ลาหยุดอีกวันเพราะไข้ขึ้นหนักกว่าเดิมแน่ เขาไม่อยากหยุดงานอีกแล้ว...
เด็กหนุ่มยอมแพ้ และยอมพูดในที่สุด
"ผมจะนอนไม่หลับถ้าไม่ได้กอดอะไรอุ่น ๆ น่ะครับ ปกติก็จะกอดหมอนข้างไม่ก็หมอนใบใหญ่ ๆ แต่มันไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่..."
เพราะงั้นเลยพักผ่อนไม่เพียงพอสินะ...เฉินตงปะติดปะต่อเื่ราว
"ถ้าวันไหนแฟนมานอนด้วยผมจะหลับสนิทครับ แต่หลังจากเลิกกับเหยียนเต๋อผมก็นอนไม่หลับอีก เ้าตุ๊กตาตัวนี้พอจะแก้ขัดได้หน่อย แต่คุณก็ทำเปียกหมดแล้ว"
"เอ่อ...ขอโทษสำหรับเื่นั้นด้วยแล้วกัน" เฉินตงถามต่อ "แล้วนายเริ่มมีอาการแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่?"
เปลือกตาลู่อันกะพริบ "ผม ผมลืมไปแล้ว"
...โกหก...
"ช่างเถอะครับ" ลู่อันบอกปัด "เดี๋ยวร่างกายไม่ไหว ผมก็หลับไปเองแหละ"
"นั่นไม่ใช่การแก้ปัญหาเลย"
"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะครับ" ลู่อันพูดอย่างเหลืออด "จะให้ผมกอดคุณหรือไง..."
"..." เฉินตงคิดว่าไอเดียนี้ก็ไม่เลว "เอาสิ"
"หา?"
"ใช้ฉันแทนตุ๊กตาหมีของนายได้เลย!"
ลู่อันถึงกับเหงื่อตกเมื่อเห็นอีกฝ่ายอ้าแขนออก
"เอ้า! กอดฉันเลยสิ!