คะแนนที่ 1
หน้าตาน่ารักราวตุ๊กตา
“เดี๋ยวก่อนสิย่า ลูกเต้าเหล่าใครยังไม่รู้เลยจะให้แต่งกันได้ไง”
คณาธิปเบรกย่าแทบไม่ทัน เขายังไม่ได้ตั้งตัวก็ถูกลากออกมาจากสวนทุเรียน แล้วพาขึ้นรถกลับบ้านเพื่อไปแต่งงานแล้ว
“อะไรล่ะ! อย่ามาเฉไฉนะ ฉันทำตามเงื่อนไขของแกหมดแล้ว ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด” คุณย่าพรรณนาราแย้งเสียงดุ นางจัดการเื่สถานที่ไว้หมดแล้ว ช่างทำผม ช่างแต่งหน้าก็มีพร้อม ยังไงวันนี้หลานต้องได้แต่งเมีย
“ก็รู้ ธิปไม่ได้จะปฏิเสธ แค่ถามว่าเขาเป็ใคร มาจากไหน ชื่ออะไร” พ่อเลี้ยงหนุ่มพยักเพยิดไปทางว่าที่เมียที่เอาแต่นั่งเงียบอยู่เบาะหลัง ถ้าเขาไม่เห็นว่าเดินได้คงคิดว่าเป็ตุ๊กตาไปเสียแล้ว คนอะไรจับให้ไปทางไหนก็ไป จับให้แต่งก็แต่ง ปากไม่มีหรือแม่คุณ!!
เพี๊ยะ!
“โอ๊ยย่า!” หลานชายลูบแขนตัวเองปอย ๆ หลังจากถูกฝ่ามือพิฆาตจากคนข้าง ๆ
“มองแบบนั้นฉันรู้นะว่าแกแอบนินทาน้องในใจ ย่าไม่เคยสอนให้ไม่เป็สุภาพบุรุษแบบนี้” คุณนายพรรณนาราชี้หน้า ดุเ้าหลานชาย
“ถ้าไม่อยากให้นินทาก็บอกมาสิว่าเป็ใคร” คนตัวโตเอี้ยวตัวไปถามคนด้านหลัง ประจันหน้ากับแม่ตุ๊กตาเดินได้ ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเมื่อแอบเห็นแวบหนึ่งว่าเธอสะดุ้งใ
หึ ๆ ตาโตเชียว กลัวล่ะสิ!
“นี่เธอ รู้ตัวเปล่าว่าถูกหลอกพามาขาย” พอเห็นอีกฝ่ายกลัวก็นึกสนุก แกล้งแหย่เล่น อยากรู้ว่าจะยอมพูดอะไรออกมามั้ย “ฉันเป็เอเย่นค้ามนุษย์นะ พอคืนนี้แต่งแล้วพรุ่งนี้ก็จะพาขึ้นเรือไปขายเลย ของสด ๆ ใหม่เขาให้ราคาดี”
เพี๊ยะ!
“เ้าธิป!” ย่าฟาดไปอีกทีเพื่อปรามหลาน มันเอาอีกแล้ว ไม่ว่าจะพาสาว ๆ ลูกท่านหลานเธอมาให้ดูตัวกี่ทีก็ชอบทำตัวห่าม หาเื่หลอกให้เขากลัวจนหนีกระเจิงไปเสียทุกราย ขืนไม่ปราม แม่หนูยาหยีเป็ต้องร้องไห้ขอกลับบ้านแน่
“ธิปพูดความจริงนะย่า เขาแต่งเข้าบ้านเราก็ต้องรู้ธุรกิจหลักของเรานะ” ว่าจบก็รีบหนีฝ่ามืออรหันต์จากย่า ะโพาตัวเองปีนข้ามเบาะไปนั่งข้าง ๆ ว่าที่เมีย แกล้งเบียดตัวให้โดนแขนนุ่มนิ่มของคุณเธอ
ตัวอุ่นอยู่ แสดงว่าเป็คน
“ดูมัน ปีนไปนั่งข้างน้องทำไม ตัวก็เหม็นเหงื่อไปหมด สงสารน้อง!” เหงื่อเม็ดโตไหลหยดออกมาจากศีรษะอย่างที่หญิงชราว่า ชายหนุ่มเสยผมลวกๆ แกล้งสะบัดเข้าใส่คนข้างตัว เสื้อยืดสีขาวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อส่งกลิ่นชายหนุ่มอบอวลไปทั่วรถ คุณนายพรรณนารามองสภาพหลานอย่างรังเกียจไม่ปิดบัง
“ย่าเงียบก่อน ธิปจะทำความรู้จักกับว่าที่เมีย” คณาธิปยกมือห้ามหญิงชราที่เบาะด้านหน้า ไม่สนใจอาการแยกเขี้ยวยิงฟันที่ส่งมาให้ วินาทีนี้พ่อเลี้ยงหนุ่มสนใจแต่แม่ตุ๊กตาตัวน้อยที่นั่งเงียบและเมินเขาเหมือนเป็อากาศธาตุ
“...”
ยาหยีทำทีนิ่งสงบและสนใจเพียงวิวนอกหน้าต่าง แม้จะแอบเมื่อยคอที่ไม่สามารถหันไปอีกทางได้ แต่เพราะไม่อยากสบตากับคนข้าง ๆ เลยยอมทนเอา
“...”
นานเกือบสิบนาทีที่ยาหยีทนให้พ่อเลี้ยงคณาธิปมองสำรวจอย่างจาบจ้วง เขาตั้งใจทำตัวหยาบคายเพื่อดูปฏิกิริยาจากอีกฝ่าย ชายหนุ่มกระเถิบเข้าไปใกล้มากขึ้นแล้วกระซิบข้างหู ” ฉันจะขายเธอให้ฝรั่งแก่ ๆ โรคจิต ถ้าเธอไม่ยกเลิกงานแต่งงาน”
ขวับ!
ดวงตาวาวโรจน์เป็สิ่งแรกที่พ่อเลี้ยงได้รับจากแม่ตุ๊กตาน้อย
“ไม่เชื่อก็แล้วแต่” ยักไหล่ไหวตัวแล้วนั่งกระดิกเท้า ผิวปากอย่างอารมณ์ดี ตลอดทางก็คอยชำเรืองมองสำรวจคนข้างตัวเป็พักๆ สร้างความรู้สึกคุกคามอีกฝ่ายทุกชั่วขณะจิต
กิริยายนั้นเองส่งผลให้หญิงสาวเริ่มลังเล หน้าตาโเี้บวกกับความเถื่อนช่วยส่งเสริมคำพูดของเขา
ยาหยีเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง...
หรือเธอกำลังถูกหลอกมาขายจริงๆ ?
ณ บ้านพนาพฤกษ์
การเดินทางจากสวนสรวงพฤกษาไปบ้านพนาพฤกษ์เป็ระยะทางสั้นๆ ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็มองเห็นรั่วไม้สูงราวสองเมตรครึ่งอยู่รำไร ด้วยเหตุนี้เองคุณย่าพรรณนาราถึงโกรธเ้าหลานตัวดีนัก บ้านกับสวนไม่ได้ไกลจากกันเลยเหตุใดมันถึงไม่โผล่หน้ามาให้เห็นบ้างตลอดหนึ่งเดือนเต็ม!
บ้านไม้เรือนไทย 2 ชั้น ปรากฎสู่สายตายาหยีเมื่อรถตู้เลี้ยวเข้าสูู่รั้วบ้านพนาพฤกษ์ รอบบ้านร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่หายากหลากหลายสายพันธุ์ คุณนายพรรณนาราชื่นชอบสะสมพันธุ์ไม้ั้แ่ยังสาว ภายในเนื้อที่ทุกตารางนิ้วของบ้านแห่งนี้จึงมีไม้ดอก ไม้ประดับที่หญิงสาวไม่เคยเห็นอยู่มากมาย
“มองอย่างกับไม่เคยเห็น” คนขี้แขวะกล่าว
“...” ยาหยีสูดหายใจเข้าปอดข่มอารมณ์กรุ่นที่คนตัวโตขยันสร้าง ขนาดเธอทำเป็ไม่สนใจเขาก็ยังหาเื่เธอไม่หยุดหย่อน
ประสาท!
“ย่า ถามจริงเถอะ เมียธิปเป็ใบ้ใช่มั้ย” พ่อเลี้ยงหนุ่มถามขึ้น ขณะช่วยพยุงคนชราเข้าไปนั่งใต้ถุนบ้าน บริเวณนี้เป็ที่นั่งพักชมพรรณไม้ของคุณนายพรรณนารา หญิงชรานั่งลงยังเก้าอี้โยกตัวโปรด สั่งการหัวหน้าแม่บ้านคนสนิทเื่เตรียมงานเย็นนี้ไม่กี่คำก็หันมาตอบเ้าหลานที่โตแต่ตัว วุฒิภาวะไม่เคยโตตาม
“หยุดหาเื่น้องได้แล้ว ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว ฉันให้แม่แววเตรียมชุดไว้ให้หมดแล้ว” คุณย่าบอกอย่างรำคาญ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็อ่อนหวานพูดกับหลานสะใภ้ที่หามาได้อย่างภาคภูมิใจ “ส่วนหนูยาหยีตามแม่น้อยไปนะลูก ย่าเตรียมช่างแต่งหน้า ทำผมไว้ให้หมดแล้ว”
ยาหยียกมือไหว้ย่าสามี เตรียมตัวจะเดินตามป้าน้อยขึ้นบนเรือน การกระทำนี้ยิ่งทำให้คนถูกมองข้ามหัวฉุนมากขึ้น ชายหนุ่มเอาตัวไปดักร่างบางไม่ให้ขึ้นไปแล้วหันมาพูดกับย่าต่อ
“ธิปไม่ได้หาเื่ เขาเรียกตั้งคำถาม นั่งรถมาด้วยกันตั้งนานไม่เห็นพูดสักคำ ย่าโดนยัยตุ๊กตาใบ้นี่หลอกแล้ว” เขา้าเคลียร์ให้รู้เื่ว่าทำไมเธอไม่ยอมพูดกับเขา
“เ้าธิป! อย่าให้ฉันโมโหนะ เรียกน้องดี ๆ หน่อยได้มั้ย”
“ก็ยัยนี่ไม่ยอมพูด นั่น! ย่าเห็นมั้ยเขามองธิปเหยียด ๆ ด้วย เดี๋ยวเถอะ รังเกียจกันนักจะจับไปขายจริง ๆ ” คณาธิปชี้หน้าคาดโทษหญิงสาว ไอ้ตาโต ๆ อวดดีนั่น อยากรู้ว่าจะทนได้สักกี่วัน เขาจะขู่ จะดุให้ร้องไห้กลับบ้านเลย
“ทำไมไม่ยอมพูด เป็ใบ้หรือไง!” ว่าแล้วก็เพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นอีก ข่มได้ข่ม
“...” ยาหยีไม่ตอบ แต่เงยหน้ามองสู้อย่างไม่ยอมแพ้ เธอไม่พูดซะอย่าง เขาจะทำไม!
“ยังไม่พูดอีก ถ้าไม่พูดฉันจะจับเธอโยนให้ไอ้เข้กิน รู้มั้ยฉันเลี้ยงไว้ตัวหนึ่งนะ”
“ยาหยี...พูดกับพี่เข้าหน่อย” คุณนายพรรณนาราเห็นสถานการณ์เริ่มหนักข้อขึ้น ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอม งานแต่งคราวนี้มีแววล่มไม่ได้เด็ดขาด! หญิงชราเลยออกตัวช่วยเกลี้ยกล่อมให้ นางเขยิบเข้าไปกระซิบหูว่าที่หลานสะใภ้เบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน “...ถือว่าเอาบุญนะลูก”
ใบหน้าจิ้มลิ้มแสดงสีหน้าลำบากใจให้คุณย่า ก่อนจะจำใจอ้าปากพูดทีละคำอย่างชัดเจนให้ชายหนุ่มได้ยินเป็ครั้งแรก
“ฉัน-ไม่-ชอบ-พูด-กับ-คน-หยาบ-คาย”
“...!!”
“อุบ!” คุณนายพรรณนาราถึงกับหลุดขำเมื่อหลานสะใภ้ตอกกลับหลานชายอย่างถูกใจ เห็นได้จากลูกตาของมันที่แทบถลนออกมาตอนถูกด่า
“ยัย!!”
“ถ้าอยากให้ฉันพูดด้วย คุณก็ต้องให้เกียรติฉัน” คำก็ยั่ยนั่น สองคำก็ยัยนี่ ทำไมเธอต้องเสียเวลาพูดกับคนไม่มีมารยาทแบบนี้ด้วยล่ะ ในเมื่อไม่ให้เกียรติเธอ เขาก็ไม่ควรได้รับเกียรตินั้นเหมือนกัน
“ฉันเป็คนที่จะเป็เมียคุณ ไม่ใช่ลูกน้องที่คุณจะมาชี้หน้าใส่กันได้แบบนี้” มือบางปัดนิ้วชี้หยาบหนาของคนตัวโตออกอย่างไม่กลัว
“แล้วก็เลิกขู่ฉันด้วยมุกตื้น ๆ แบบนั้นได้แล้ว มีแต่เด็กอนุบาลเท่านั้นที่กลัว รู้ไว้ซะว่ายังไงคุณก็ต้องแต่งงานกับฉัน”
“...!”
“เป็ผู้ชาย...” ยาหยีจิ้มนิ้วไปที่กล้ามแน่น ๆ ของคนตรงหน้า แล้วมองสบตาเขาอย่างท้าทาย “พูดอะไรไว้รักษาคำพูดหน่อย”
“...!!” คณาธิปอึ้งจนนึกคำพูดไม่ออก
เกิดมาไม่เคยพบตุ๊กตาปากดีแบบนี้!
“ยาหยีขอไปเตรียมตัวก่อนนะคะคุณย่า เดี๋ยวจะเสียเวลา” ประโยคแรกเธอหันไปพูดและส่งยิ้มหวานให้ย่าสามี ส่วนประโยคหลังตั้งใจมองคนบ้าที่ยืนทำหน้าโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้ สะบัดหน้าใส่อีกฝ่ายเบา ๆ แล้วเดินตามป้าแม่บ้านไปยังชั้นบน
ส่วนพ่อเลี้ยงคณาธิปผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองระยองทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินกระทืบเท้าตามป้าแววไปอาบน้ำแต่งตัวอีกด้านหนึ่ง ฝากไว้ก่อนเถอะ แม่ตุ๊กตาผี!
2 ชั่วโมงต่อมา
ณ บ้านเรือนไทยหลังเดิมถูกจัดเป็งานเลี้ยงเล็ก ๆ สำหรับแขกประมาณสิบกว่าคน ด้วยบารมีของคุณนายพรรณนาราจึงสามารถเสกงานแต่งงานมาได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง หญิงชรายิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุข ขณะออกตัวยืนต้อนรับแขกในงานกับเ้าบ่าวแทนว่าที่เ้าสาวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ
“เห็นว่าเ้าสาวสวยมากเลยใช่มั้ย ยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกหรือ อยากเห็นจะแย่แล้ว” คุณยายดวงใจ รับไหว้หลานชายข้างบ้านแล้วทักทายคุณนายพรรณนาราที่เป็เพื่อนสนิท นางอดดีใจไปกับเพื่อนไม่ได้ ในที่สุดก็สามารถหาเ้าสาวมาให้หลานชายได้เสียที อยากเห็นเหลือเกินว่าแม่หนูน้อยคนนั้นเป็ใคร จะเพียบพร้อมสมกับที่เพื่อนรักขอร้องให้นางช่วยเหลือหรือไม่
“อีกประเดี๋ยวก็คงเสร็จแล้ว รับรองว่าสวยสมคำร่ำลือแน่ หลานสะใภ้ของฉันน่ะทั้งเรียบร้อยอ่อนหวาน น่าเอ็นดูเชียว”
แขกในงานล้วนตื่นเต้นที่จะได้เห็นเ้าสาวของงาน ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็ลูกเต้าเหล่าใคร รู้เพียงจากคนใช้ในบ้านที่มากระซิบบอกว่าสวยมาก นอกนั้นก็รู้เพียงแค่ชื่อจริงที่ติดอยู่หน้างานเท่านั้น
ขวัญสุดา & คณาธิป
“หึ!” เ้าบ่าวแค่นยิ้ม เขาเองก็เพิ่งรู้ว่าแม่ยาหยีตัวดี มีชื่อจริงว่าขวัญสุดา
“ทุกคนคะ เ้าสาวมาแล้วค่า” เสียงป้าน้อยแม่บ้านที่ประจำอยู่หน้าห้องะโบอกแขกเขื่อด้านล่าง คุณย่าจึงสะกิดให้เ้าบ่าวเดินไปรับเ้าสาว
พ่อเลี้ยงคณาธิปถอนหายใจจำยอม ไม่อยากแต่งก็คงต้องแต่งแล้ว ไว้ค่อยหาวิธีจับแม่ตุ๊กตาตัวดีไปเซ็นใบหย่าแทน เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงยอมทำตามคำสั่งของผู้เป็ย่า เดินเข้าไปรอรับคน้าที่บันไดบ้าน เสียงร้องตื่นเต้นของคนรอบข้างทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่กำลังลงมาจากบันไดทีละขั้น ดั่งภาพสโลโมชั่น
“...”
ตุ๊กตาตัวน้อยถูกจับแต่งตัวในชุดไทยสีขาวเสียงดงามไม่มีที่ติ รอยยิ้มของเธออ่อนหวาน ละมุนละไมจนไม่สามารถละสายตาไปได้ ในทุกย่างก้าวที่เดินลงมา ตรอกตราตรึงใจพ่อเลี้ยงไปทุกอณู ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอเดินลงมาประจันหน้ากับเขาแล้ว
“มองอย่างกับไม่เคยเห็น”
เ้าสาวว่าและหยักคิ้วให้ เธอเดินผ่านหน้าเ้าบ่าวไปเสียเฉยๆ ปฏิเสธความหวังดีของว่าที่สามีที่มารอรับจับจูงพาเดินเข้าพิธี