Chapter 2 – ข้อกล่าวหาที่มิอาจหลีกหนี
รุ่งสางวันถัดมาวังบูรพาอึมครึมราวกับถูกหมอกครอบคลุมบรรยากาศหนักอึ้งไม่ต่างจากหัวใจของผู้คนทั้งวังหลังเหตุเพลิงยามค่ำที่สังหารราชทูตแดนตะวันตก—สัญญาสันติภาพที่จักรวรรดิหมายมั่นพลันกลายเป็เถ้าถ่าน
หยวนเฟยถูกควบคุมตัวไปยังห้องสอบสวนใหญ่เสียงโซ่ตรวนที่พันข้อมือเขาดังก้องยามก้าวเดินถึงแม้เขาจะมิได้ถูกใส่กุญแจอย่างนักโทษแต่สายตาที่ผู้คุมใช้มองเขากลับเต็มไปด้วยความระแวง
ในห้องโถงกลางบัลลังก์ไม้ดำตั้งอยู่สูง ขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายคนมาประชุมฉุกเฉินทุกคนจับจ้องชายหนุ่มร่างสูงผู้มีแววตาดุดันอย่างไม่ไว้ใจ
“หยวนเฟย”เสนาบดีฝ่ายกฎหมายเอ่ยเสียงเข้ม “ท่านเป็หัวหน้ายามหลวง มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแต่เหตุเพลิงร้ายแรงกลับเกิดขึ้นใต้จมูกของท่านราชทูตเสียชีวิต…ท่านจะอธิบายเช่นไร?”
หยวนเฟยยืดอกแม้ร่างกายเต็มไปด้วยคราบควันไฟ “ข้าอยู่ใกล้จักรพรรดิตลอดเวลา ไม่อาจละตำแหน่งได้หากจะกล่าวโทษข้าว่าละเลย ข้ายอมรับ แต่หากกล่าวหาว่าข้าสมรู้ร่วมคิด—ข้าไม่ยอม!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นบางคนกระซิบว่าเขาอาจเป็แพะรับบาป บางคนก็ลอบส่ายหัวเชื่อว่าเขาเป็ฏจริง
หลักฐานประหลาด
องครักษ์นำสิ่งหนึ่งออกมา—เศษยันต์กระดาษสีแดงลวดลายดำไหม้ครึ่งแผ่น วางลงต่อหน้าทุกคน
“นี่พบใกล้ศพราชทูต”เสนาบดีว่าการคลังเอ่ย “ข้าสืบแล้ว ยันต์ลักษณะนี้คล้ายตำราศาสตร์เพลิงต้องห้ามที่ถูกสั่งห้ามั้แ่สมัยจักรพรรดิองค์ก่อน”
ทันใดนั้นห้องทั้งห้องก็ระอุขึ้นด้วยเสียงซุบซิบ“ศาสตร์ต้องห้าม!” “ไม่จริงกระมัง เื่พรรค์นั้นสูญสิ้นไปแล้วมิใช่หรือ?”
หยวนเฟยจ้องยันต์แน่วแน่แววตาแข็งกร้าว “นี่มิใช่สิ่งที่ข้าเคยเห็นมาก่อนแต่พลังที่แผ่ออกมาเมื่อคืน…ใช่แล้ว มันไม่ใช่เพลิงธรรมดา”
เ้าหญิงแทรกขึ้น
ในขณะที่บรรดาขุนนางกำลังจะรุมประณามเสียงใสชัดเจนของหญิงสาวก็ดังขึ้นจากประตูโถง
“ท่านทั้งหลาย!การกล่าวหาด้วยอคติย่อมไม่ก่อให้เกิดความจริง”
ทุกสายตาหันไปมอง—เ้าหญิงหลิงเหว่ยก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ั์ตาคมวาวเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
“ข้าเห็นกับตาเงามืดปีนกำแพงด้านตะวันออกก่อนเพลิงจะปะทุ หยวนเฟยอยู่ข้างจักรพรรดิตลอดเวลาหากไม่ให้เวลาเขาสืบสวน คดีนี้จะไม่คลี่คลายและจักรวรรดิก็จะถูกใส่ร้ายว่าเป็ผู้สังหารราชทูตเสียเอง”
เสียงขุนนางแตกออกเป็สองฝ่ายบ้างเห็นด้วย บ้างไม่เชื่อ แต่จักรพรรดิที่นั่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ
“หยวนเฟย…เราจะให้เวลาเ้าเจ็ดวันหากเ้าไม่หาตัวคนร้ายมาได้ เ้าและกองยามทั้งหมดจะถูกลงโทษสถานหนัก”
เสียงประกาศนั้นดังก้องราวสายฟ้าฟาดหยวนเฟยคุกเข่าลง กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ “ข้าขอน้อมรับพระบัญชา—เจ็ดวันข้าจะนำความจริงมาสู่เบื้องพระพักตร์!”
บทสนทนาสองต่อสอง
เมื่อการประชุมสลายหลิงเหว่ยแอบตามหยวนเฟยออกมา นางกอดอกพิงเสาไม้ยกยิ้มเยาะเล็กน้อย
“เ้ารู้หรือไม่…ถ้าไม่มีข้าค้านเ้าคงถูกลากไปขังแล้ว”
หยวนเฟยปรายตา“ข้าก็คิดเช่นนั้น…เ้ามีเหตุผลใดถึงช่วยข้า ทั้งที่เราแทบไม่เคยสนทนากัน?”
หลิงเหว่ยตอบเสียงเรียบ“เพราะข้าไม่เชื่อในสายตาขุนนางที่เอาแต่ชี้โทษใครง่าย ๆ อีกอย่าง…”ดวงตานางส่องประกายเ้าเล่ห์ “ถ้าเ้าแพ้ ข้าก็เบื่อสิ้นดี จะไม่มีคนให้เถียงด้วย”
หยวนเฟยเผลอหัวเราะหึ“เ้าหญิงนี่ก็ประหลาดนัก”
“ประหลาดหรือไม่ประหลาดอีกไม่นานเ้าก็จะได้รู้ว่า ข้าไม่ใช่ดอกไม้ในกระถางที่จะยอมปล่อยให้ใครกำหนดชะตา”
จุดเริ่มต้นการสืบสวน
หยวนเฟยกลับไปยังที่เกิดเหตุยามค่ำเงียบสงัด ควันไฟเมื่อคืนยังหลงเหลือกลิ่นไหม้กรุ่น เขาย่อตัวลงตรวจสอบเศษเถ้าบางส่วนยังอุ่นอยู่
เขาพบร่องรอยคล้ายรอยเท้าไหม้ลึกลงบนแผ่นศิลา—ร่องรอยที่ไม่ใช่จากมนุษย์ธรรมดาหากแต่เป็ผลจากการใช้พลังภายในมหาศาลผสานกับยันต์เวท
หยวนเฟยกำหมัดแน่นสายตาวาวโรจน์ “คนที่อยู่เื้ั…้าให้ข้าตกเป็แพะสังเวยหากเป็เช่นนี้—ข้าจะลากคอพวกมันออกมาให้ได้!”
ในเงามืดด้านหลังหลิงเหว่ยซ่อนรอยยิ้มบาง ๆ ขณะมองเขาจากไกล ๆ —นางเริ่มรู้สึกว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่มิอาจถอยกลับ…
???? Chapter 2 จบ