ตอนที่ 7
ฉับ !! เสียงกรรไกรเล่มหนึ่งตัดไหมหลังจากเย็บแผลเสร็จ
“ฟู่วในที่สุดก็เสร็จสักที” ดนัยถอนหายใจออกมาตอนนี้เหงื่อเต็มหน้าผากเขาไปหมดจู่ๆดนัยก็รู้สึกหมดแรงภาพทุกอย่างก็เริ่มมืดลงก่อนจะลงไปกองกับพื้น
ตุ่บ !! เสียงดนัยล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับหมดสติไปทันที
“หมอดนัย !!!” เสียงเหล่าพยาบาลอุทานออกมาพลางกรูเข้ามาดูอาการของดนัย
“หมอดนัยหมดสติไปแล้วค่ะหมอมิโฮะ” พยาบาลบอก
“คงจะใช้พลังงานไปเยอะน่ะเอาขึ้นเตียงแล้วเอาไปนอนข้างนอก” หมอมิโฮะบอกพลางคิดในใจ
ก็นะนี่คงถือว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่เคสแรกของหมอดนัยจะหมดแรงก็ไม่แปลกก็เล่นผ่าตัดไปตั้ง 5 ชั่วโมง หมอมิโฮะคิดพลางมองไปที่คนไข้เด็กที่กำลังจะถูกพาไปที่ห้องพักฟื้น
“ทำได้ดีมากหมอดนัย” หมอมิโฮะพูดออกมาเบาๆพลางมองไปที่ดนัยที่กำลังถูกพาขึ้นเตียงเข็นและพาออกไปนอนรอให้ฟื้นที่ข้างนอก
หลังจากคนไข้และดนัยได้ถูกพาออกไปแล้วหมอมิโฮะก็เดินออกมาจากห้องผ่าตัดเธอเองก็แทบหมดแรงเหมือนกันเพราะทั้งการผ่าตัดก่อนหน้าและไหนจะการผ่าตัดนี้อีกนี่
“อ้าวหมออิจิโนเสะ หมอยูคิมูระ ยังไม่กลับเหรอคะ” หมอมิโฮะเมื่อเดินออกมาเธอก็เจอเข้ากับหมออิจิโนเสะและหมอยูคิมูระที่เดินออกมาจากห้องข้างๆ
“พวกเราดูการผ่าตัดอยู่น่ะ” หมออิจิโนเสะบอก
“ดูอยู่ตั้งแต่ตอนไหนคะเนี่ย” หมอมิโฮะถามอย่างแปลกใจ
“ก็ตั้งแต่ผ่าตัดเสร็จพวกเราก็รีบมาดูเลยได้เธอช่วยเขาเอาไว้เยอะเลยขอบใจมาก” หมออิจิโนเสะพูด
“แสดงว่ามาไม่ทันสองชั่วโมงแรกสินะ...พวกคุณหมอเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะฉันแทบไม่ได้ช่วยอะไรหมอดนัยเลย” หมอมิโฮะแก้ไขความเข้าใจผิด
“ว่าไงนะ !!x2” หมออิจิโนเสะและหมอยูคิมูระอุทานออกมาพวกเขานึกว่าที่ผ่านตัดสำเร็จราบรื่นด้วยดีนั้นเป็นเพราะหมอมิโฮะเสียอีก
“เอาเป็นว่าอธิบายไปก็ไม่เชื่อไปเอาวีดีโอที่ห้องข้างๆมาดูกันดีกว่าค่ะนั่นสามารถอธิบายได้ดีที่สุดฉันเองก็อยากจะเห็นการผ่าตัดตั้งแต่ต้นเหมือนกัน” หมอมิโฮะบอกก่อนจะเดินเข้าไปที่มอนิเตอร์ซึ่งเป็นห้องที่ใช้สำหรับสังเกตการผ่าตัดนั่นเอง
จากนั้นหมอมิโฮะก็เดินไปที่เครื่องก่อนจะเริ่มเปิดวีดีโอการผ่าตัดขึ้นมาทันทีซึ่งวีดีโอนี้นั้นจะต้องถูกบันทึกอัตโนมัติอยู่แล้วเพื่อเป็นหลักประกันให้คนไข้และหมอผู้ผ่าตัด แถมยังใช้เป็นวีดีโอสำหรับศึกษาการผ่าตัดได้อีกด้วย
“นี่มัน !!” ทันทีที่วีดีโอเริ่มเล่นหมอยูคิมูระก็อุทานออกมาทันทีเขาเป็นหมอเกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจดังนั้นจึงรู้ว่าเส้นเลือดใหญ่ที่ไปเลี้ยงหัวใจนั้นมีความสำคัญขนาดไหนและเมื่อได้เห็นหมอดนัยทำการหยุดเลือดได้ในเสี้ยววินาทีแถมยังไม่เกิดความเสียหายกับเส้นเลือดก็อดอุทานไม่ได้
“ฝีมือแม่นยำมาก หมอดนัยไม่เคยผ่านการผ่าตัดใหญ่มาแน่ๆใช่มั้ยหมออิจิโนเสะ” หมอมิโฮะหันไปถามหมออิจิโนเสะ
“ใช่หมอดนัยไม่เคยผ่านการผ่าตัดใหญ่มาก่อนเลย” หมออิจิโนเสะพยักหน้ายืนยัน
“ถ้าอย่างนั้นหมอดนัยทำได้ยังไง นี่ไม่ใช่การผ่าตัดที่คนไม่มีประสบการณ์จะทำได้นะ ไหนจะการตัดสินใจใช้เครื่องหมุนเวียนโลหิตนั่นอีก” หมอยูคิมูระพูด
“อันนี้ฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกันหมอยูคิมูระ” หมออิจิโนเสะเองก็หาคำอธิบายสำหรับเรื่องนี้ไม่ได้
“ถึงเรื่องการผ่าตัดจะยังช้าอยู่แต่ เรื่องความแม่นยำกับความถูกต้องถือว่าอยู่ในระดับสูงเลย มันดูขัดๆยังไงก็ไม่รู้นะคะ” หมอมิโฮะพูด
“ขัดยังไงเหรอครับหมอมิโฮะ” หมอยูคิมูระสงสัย
“ก็มันเหมือนกับหมอที่ไม่มีพื้นฐานแต่มีประสบการณ์น่ะสิคะ ตอนที่ฉันเข้าไปเป็นผู้ช่วยน่ะมีหลายจังหวะที่ดูเหมือนหมอดนัยจะลังเล และชะงักไปแต่วินาทีต่อมาเขาก็ลงมีดได้อย่างแม่นยำซะงั้น ฉันไม่เข้าใจเลย” หมอมิโฮะอธิบาย
“เอาล่ะนี่ก็ดึกมากแล้วเรื่องนี้เอาไว้คุยกันวันหลังเถอะ ส่วนวีดีโอนี่ผมจะเอากลับไปดูเอง แล้วก็หมอมิโฮะเธออยู่เวรคืนนี้สินะ ถ้าหมอดนัยฟื้นแล้วฝากไปแจ้งเขาด้วยว่าเขาถูกพักงานสองวันข้อหาผ่าตัดคนไข้โดยไม่ได้รับอนุญาต” หมออิจิโนเสะพูดก่อนจะดึงไฟล์วีดีโอใส่มือถือตัวเองและออกไปทันที
“นี่หมอดนัยจะโดนพักงานทั้งๆที่หมอดนัยผ่าตัดคนไข้สำเร็จจริงๆเหรอเนี่ย !!” หมอมิโฮะอุทานเบาๆ
“ช่วยไม่ได้นี่นามันผิดวินัยแพทย์นี่ นี่ดีนะว่าการผ่าตัดสำเร็จถ้าไม่สำเร็จล่ะก็หมอดนัยอาจจะโดนโทษหนักถึงขั้นติดคุกเลยก็ได้และดูจากที่หมออิจิโนเสะดึงไฟล์วีดีโอออกไปคงกะจะทำเป็นว่าการผ่าตัดนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนน่ะสิเพราะถ้ามีหน่วยงานมาสอบสวนย้อนหลังจะเป็นโรงพยาบาลเราที่แย่เพราะปล่อยให้หมอดนัยที่ไม่ได้รับการอนุญาตทำการผ่าตัด” หมอยูคิมูระบอก
“อ๋อแบบนี้นี่เอง” หมอมิโฮะพยักหน้าเข้าใจ
ห้องฉุกเฉิน
“อืม....” ดนัยค่อยลืมตาขึ้นมาก่อนสิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวส่วนจมูกเขาก็ได้กลิ่นของยาฆ่าเชื้อ
“นี่เราอยู่ที่ไหนกันเนี่ย” ดนัยพูดตอนนั้นเองเสียงฮิคาริก็ดังขึ้นข้างๆดนัย
“ก็ห้องฉุกเฉินยังไงเล่านายหมดสติไปพวกพยาบาลเขาเลยเอานายมานอนที่นี่” ฮิคาริบอก
“นี่ผมหมดสติไป ???” ดนัยอุทานออกมาเบาๆ
“ใช่เป็นเพราะนายเครียดและใช้สมาธิมากเกินไปพอผ่าตัดเสร็จความดันก็เลยตกสุดท้ายนายก็หมดสติ” ฮิคาริบอก
“เหรอ...ว่าแต่เด็กคนนั้นเป็นไงบ้าง” ดนัยถามถึงคนไข้เด็กคนนั้น
“อยู่ห้องไอซียูเพื่อต้องดูอาการอีกวันหรือสองวันฉันไปดูมาแล้วล่ะ เธอน่าจะไม่เป็นอะไรตอนนี้ก็แค่ต้องระวังมีโรคแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดเลือดของเธอเองก็ถูกส่งมาแล้วพวกหมอกำลังให้เลือดเธอทดแทนเลือดที่เสียไปตอนแรกอยู่” ฮิคาริตอบ
“งั้นเหรอเธอรอดสินะ” ดนัยพูดพลางมีสีหน้าโล่งอก
“แต่นายน่ะกำลังจะไม่รอดรู้หรือเปล่าก่อนหน้านี้ฉันแอบตามพวกหมออิจิโนยะไปฉันได้ยินเขาพูดว่านายจะถูกไล่ออกข้อหาผ่าตัดโดยไม่ได้รับอนุญาต” ฮิคาริพูดเกินจริงเพื่อแกล้งดนัย
“ว่าไงนะ !!!” ดนัยอุทานเสียงดังพลางดีดตัดขึ้นมานั่งทันที
จริงสิเราทำผิดวินัยแพทย์ทำการผ่าตัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลเรากำลังจะโดนไล่ออกงั้นเหรอบ้าจริงกว่าเราจะหางานได้ก็ลำบากแทบตายนี่เราจะโดนไล่ออกแล้วเหรอ !! ดนัยเริ่มคิดเป็นตุเป็นตะ
ฮิคาริที่มองอยู่ก็อดขำไม่ได้
“นี่ดนัยฉันล.....” ฮิคาริกำลังจะเฉลยว่าเธอล้อเล่นแต่ก็มีเสียงของหมอมิโฮะมาขัดจังหวะเธอเสียก่อน
“อ้าวหมอดนัยฟื้นแล้วเหรอ” หมอมิโฮะเดินเข้ามาดูอาการดนัยก่อนจะเห็นว่าเขาฟื้นแล้ว
“อ๊ะหมอมิโฮะยังไม่กลับอีกเหรอครับ” ดนัยมองไปยังหมอมิโฮะ
“วันนี้ฉันอยู่เวรกลางคืนน่ะ อ๊ะจริงสิหมอดนัยพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานนะ” หมอมิโฮะพูดออกมาทันทีที่ดนัยได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดพลางลุกและลงมาคุกเข่าต่อหน้าหมอมิโฮะท่ามกลางความตกใจของเธอทันที
“หมอมิโฮะครับผมรู้ว่าผมทำผิดแต่ได้โปรดเถอะครับยกโทษให้ผมด้วย” ดนัยพูดแกมขอร้อง
“อืม...รู้ตัวก็ดีแล้วผ่าตัดโดยไม่ได้รับอนุญาตน่ะเป็นการผิดวินัยร้ายแรงนะ นี่ถ้าญาตคนไข้รู้เข้าว่าเธอเป็นหมอที่ยังไม่ได้รับการอนุญาตให้ผ่าตัดล่ะก็เขาสามารถฟ้องร้องเธอและโรงพยาบาลได้เลยนะ” หมอมิโฮะพูด
“ครับผมทราบแต่ตอนนั้นผมเห็นว่าเด็กคนนั้นกำลังจะตายผมเลย.....”
“อืมฉันรู้เธอทำได้ดีมากแต่นี่เป็นคำสั่งของหมออิจิโนเสะ” หมอมิโฮะบอก
“หมออิจิโนเสะยังไม่กลับเหรอครับ !!” ดนัยนึกว่าหมออิจิโนเสะกลับไปแล้วเพราะนี่มันดึกมากแล้ว
“ใช่แต่ก็กำลังจะกลับแล้วล่ะนะเขากำลังเดินไปที่ลานจอดรถ....”
ฟุ่บ !! ทันทีที่หมอมิโฮะพูดจบดนัยก็ลุกขึ้นและวิ่งออกไปทันทีท่ามกลางความงงของหมอมิโฮะว่ามันเกิดอะไรขึ้นส่วนฮิคารินั้นก็ได้แต่นั่งกุมท้องขำอยู่คนเดียวเพราะเธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่าดนัยกำลังเข้าใจผิดไปใหญ่
ที่ลานจอดรถ
ปิ๊ปๆ !! เสียงปลดล็อกประตูก่อนหมออิจิโนเสะจะเปิดประตูออกและตอนที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปนั่งในรถจู่ๆก็มีเสียงดนัยตะโกนเรียก
“หมออิจิโนเสะรอเดี๋ยวครับ !!!” ดนัยตะโกนบอกหมออิจิโนเสะ
“อ้าวหมอดนัยฟื้นแล้ว......” หมออิจิโนเสะยังพูดไม่ทันจบจู่ๆดนัยที่กำลังวิ่งมาก็สไลด์ตัวมาแต่ไกลและหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาก่อนจะก้มหัวลงและตะโกนเสียงดัง
“หมออิจิโนเสะครับได้โปรดยกโทษให้ผมด้วยครับ !!” ดนัยตะโกนขอให้หมออิจิโนเสะยกโทษให้
“หือยกโทษ ???” หมออิจิโนเสะงงว่าเรื่องอะไรเพราะเขาไม่ได้โกรธอะไรหมอดนัยทำไมต้องมาขอให้เขายกโทษให้
“ผมผ่าตัดโดยที่คุณยังไม่ได้อนุญาตนั่นถือเป็นความผิดร้ายแรงและยังผิดวินัยแพทย์ด้วย ได้โปรดยกโทษให้ผมและอย่าไล่ผมออกเลยนะครับ” ดนัยพูด
“ไล่ออกใครจะไล่หมอดนัยออก !!!” หมออิจิโนเสะอุทานออกมา
“อ้าวก็หมอให้หมอมิโฮะมาบอกว่าพรุ่งนี้ผมไม่ต้องมาทำงาน.....” ดนัยเงยหน้าขึ้นมา
“ใช่พรุ่งนี้และวันมะรืนนี้หมอดนัยไม่ต้องมาทำงานผมบอกหมอมิโฮะให้ไปแจ้งคุณเอง คุณถูกพักงาน 2 วัน” หมออิจิโนเสะพูดทำให้ดนัยอ้าปากค้างทันที
นี่เราแค่โดนพักงานไม่ได้โดนไล่ออกงั้นเหรอ นี่เราเข้าใจผิดเหรอเนี่ย....หนอยเป็นเพราะยัยฮิคาริยัยผีบ้านั่นดันมาเป่าหูเราบอกว่าได้ยินว่าจะไล่เราออก ดนัยนึกย้อนไปถึงคำพูดของฮิคาริที่เป่าหูเขาก่อนที่หมอมิโฮะจะเข้ามา
“เอาล่ะลุกขึ้นได้แล้วหมอดนัยนี่ก็ดึกมากแล้วผมเองก็ผ่าตัดมาทั้งวันเพลียจะแย่อยู่แล้วอ่อ...แล้วก็เรื่องการผ่าตัดวันนี้ทำได้ดีมากแต่ไม่ต้องพูดถึงอีกล่ะเข้าใจมั้ย” หมออิจิโนเสะพูดเขากะจะให้เรื่องการผ่าตัดวันนี้เป็นการผ่าตัดไม่เป็นทางการของดนัยไปส่วนเรื่องพยาบาลและหมอที่เข้าร่วมการผ่าตัดกับดนัยนั้นเดี๋ยวเอาไว้พรุ่งนี้เขาจะไปคุยให้ปิดปากไว้เอง
“เอ่อ...ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้น
ปึง !! หมออิจิโนเสะเข้าไปนั่งในรถก่อนจะปิดประตูและสตาร์ทรถออกกลับบ้านเขาทันที
ดนัยมองรถของหมออิจิโนเสะที่ค่อยๆขับออกไปจนลับสายตา
ควับ !! ดนัยหันกลับไปทางโรงพยาบาลก่อนจะกัดฟันพูดออกมาอย่างแค้นๆ
“หนอยยัยฮิคาริแกล้งเราดีนักนะคอยดูเถอะกลับไปจะเข้ากูเกิ้xหาวิธีทำข้าวสารเสก จะเอามาปาให้ร้องไห้เลยคอยดู !!” ดนัยพูดพลางเดินกลับหอพักอย่างกระฟัดกระเฟียด
จบ...