ตอนที่6 : เสียงจากวังหลวง
สายหมอกแห่งฤดูใบไม้ผลิค่อย ๆคลี่ตัวเหนือหลังคาวังหลวง
เสียงฆ้องยามเช้าดังกังวานก้องไปทั่วนครหาน
แต่ในวันนั้น—บรรยากาศกลับไม่เหมือนวันใด
เพราะข่าวหนึ่งได้แพร่สะพัดออกจาก“จวนหย่งหราน”
ข่าวที่ทำให้ทุกหัวใจในวังสั่นะเื...
“องค์ชายใหญ่หานอวี้จิน—ผู้เคยสิ้นใจเมื่อเดือนก่อน—ฟื้นคืนชีพแล้ว!”
“ไม่เพียงเท่านั้น เขายังได้รับพรจากเทพเซียน!”
“น้ำในสวนแห้งกลับใส ต้นไม้ร่วงกลับผลิบานบ่าวไพร่ต่างศรัทธาราวเห็นปาฏิหาริย์!”
ขุนนางในวังหลวงถกเถียงกันในศาลาว่าการั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง
บางคนหัวเราะเยาะ
“คนที่โง่เขลามาทั้งชีวิตจะกลับมาฉลาดได้อย่างไร! พวกชาวจวนมันแต่งเื่ยกย่องเ้านายตนเองต่างหาก!”
แต่บางคนกลับพูดเสียงแ่ราวหวั่นกลัวสิ่งลี้ลับ
“ข้าได้ยินจากญาติที่เป็คนสวนในจวนหย่งหรานว่าตอนนี้ต้นบ๊วยออกดอกพร้อมกันทั้งสวน ทั้งที่ยังไม่ถึงฤดูกาล…”
“และน้ำในบ่อที่เคยเน่ากลับใสจนมองเห็นปลาว่าย...”
“หรือจริง ๆ แล้ว...ฟ้าส่งองค์ชายใหญ่กลับมาเพื่อชะล้างกรรมแห่งแคว้น?”
เสียงลือเสียงเล่าต่างสะท้อนทั่วราชสำนัก
เหมือนคลื่นลมที่เริ่มพัดจากมุมเล็ก ๆ แต่แผ่กระจายไปทั่วทั้งวัง
บนบัลลังก์ทองคำ
“หานเหยียนอ๋อง” ฮ่องเต้แห่งแคว้นหานประทับนิ่งท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้า
พระเนตรของพระองค์ฉายแววคมลึกราวกับกำลังวัดความจริงจากทุกลมหายใจของผู้ที่อยู่ตรงหน้า
ขันทีเฒ่า “อี้ซิ่น”คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง รายงานด้วยเสียงสั่น
“ฝ่าา... ข่าวการฟื้นขององค์ชายใหญ่ขณะนี้แพร่ไปทั่วทั้งเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ
ขุนนางบางส่วนเชื่อว่าเป็ปาฏิหาริย์แต่บางส่วนกล่าวว่าเป็เพียงกลอุบายของผู้ใต้บังคับบัญชาในจวนหย่งหราน”
ฮ่องเต้พยักหน้าน้อย ๆ
“แล้วเ้าคิดอย่างไร อี้ซิ่น?”
ขันทีเฒ่าก้มหน้าตอบ
“หม่อมฉัน... รับใช้พระองค์มาหลายสิบปีข้าพระพุทธเ้ามิเคยเห็นสิ่งใดเหนือธรรมชาติ
แต่หากเป็พระโลหิตเช่นพระองค์...อาจมิใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาเข้าใจได้พ่ะย่ะค่ะ”
คำตอบนั้นเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความหมายลึก
เพราะทุกคนรู้ดี — พระโอรสองค์โตนี้ คือผู้ที่ฮองเฮาทรงรักและฝากความหวังไว้ที่สุด
ในตำหนักเย็นด้านตะวันตก“เมี่ยวอินฮองเฮา” ผู้มีรูปโฉมงดงามเหนือกาลเวลา
ประทับอยู่ในชุดสีงาช้างดวงหน้าอ่อนเยาว์แต่แววตาลึกล้ำดั่งบาดน้ำแข็ง
นางกำลังถือพัดผ้าไหมที่วาดภาพดอกบ๊วย—
ภาพเดียวกับที่องค์ชายใหญ่เคยวาดมอบให้เมื่อยังเยาว์วัย
ขันทีสาวน้อยเข้ามาคุกเข่า “ฝ่าา...ข่าวจากจวนหย่งหรานถูกยืนยันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
พัดในมือนางร่วงหล่นลงกับพื้น
“พูดอีกครั้งสิ...”
“องค์ชายใหญ่...ทรงฟื้นจริงพ่ะย่ะค่ะ ไม่เพียงเท่านั้นตอนนี้ทั้งจวนเชื่อว่าท่านได้รับพรจากเทพเซียน
น้ำใส ดอกบ๊วยบาน ผู้คนเชื่อฟังอย่างยิ่ง”
น้ำตาแห่งความปลื้มปีติร่วงลงบนแก้มขาวของนางทันที
“พระ์...ท่านยังไม่ทอดทิ้งลูกของข้า...”
ยามบ่ายฮ่องเต้ทรงเรียกประชุมลับในท้องพระโรง
องค์ชายรองหานอวี้หลง — ผู้สูงส่งและทะเยอทะยาน — ยืนอยู่แถวหน้า
ข้าง ๆ เขาคือกลุ่มขุนนางฝ่ายขวาที่หนุนหลัง
พระาาตรัสเสียงเยือกเย็น
“เ้าทั้งหลาย คิดอย่างไรกับข่าวนี้?”
เสียงตอบแตกเป็สองฝ่าย
“หม่อมฉันคิดว่าเป็กลลวงของจวนหย่งหรานพ่ะย่ะค่ะ!”
“มิใช่พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา... สิ่งที่เกิดขึ้นมีพยานมากเกินกว่าจะปั้นแต่ง!”
หานอวี้หลงยกมือขึ้นคำนับ
“เสด็จพ่อ... ข้าเกรงว่า ‘ข่าวเทพเซียน’นี้จะเป็เพียงการยึดโยงศรัทธาเพื่อหาผลประโยชน์
ข้าขออาสาไปตรวจสอบด้วยตนเอง — หากองค์ชายใหญ่ฟื้นจริงก็จะนำกลับมาคำนับต่อพระพักตร์”
แต่พระาาเพียงส่ายหน้า
“ไม่จำเป็”
“พ่ะย่ะค่ะ?”
“ข้าจะส่งคนของข้าเองไปดู...และถ้าลูกข้า ฟื้นคืนสติจริง ๆ ข้าจะไปพบเขาด้วยตา”
คำตรัสนั้นทำให้วังทั้งวังเงียบงัน
แววตาขององค์ชายรองเข้มข้นขึ้นเล็กน้อย
แต่เขาคำนับอย่างสงบ “พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ”
บ่ายวันเดียวกัน
หานอวี้จินนั่งอยู่ใต้ร่มบ๊วยในสวน
ลมพัดกลีบดอกปลิวลงบนโต๊ะที่เขากำลังเขียนหนังสือ
อาหลิววิ่งมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“องค์ชาย! มีคนจากวังหลวงมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
หานอวี้จินยิ้ม
“มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีก”
เขาวางพู่กันลง ชำเลืองมองท้องฟ้า
“ดูเหมือนคลื่นที่ข้าโยนลงไปในบ่อ... เริ่มสะท้อนกลับมาแล้วสินะ”
ขณะพระอาทิตย์ตก
แสงสีทองอาบทั่วสวนบ๊วย
ตะเกียงที่เหล่าคนรับใช้จุดเรียงไว้รอบทางเริ่มส่องแสงทีละดวง
เงาร่างของราชฑูตในชุดดำเดินเข้ามาช้าๆ พร้อมม้วนราชโองการในมือ
เสียงระบบ M.A.S. ดังแ่ในหัวองค์ชาย
「ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในสถานะราชสำนัก— ระดับอันตรายเพิ่มขึ้น」
「คำแนะนำ:เตรียมวิเคราะห์เชิงจิตวิทยาเบื้องต้นของผู้มีอำนาจหลักในวัง」
หานอวี้จินเพียงยิ้มบาง ๆ
“อย่ากังวล ระบบ...ข้ารอวันนี้มานานแล้ว”
เขาเงยหน้ามองแสงสุดท้ายของวัน
“ในที่สุด... เสียงจากวังหลวงก็มาถึง”