บทที่ 31 นอนที่นี่ก็ได้นะ (รีไรท์)
ดวงตาคู่คมลดระดับสายตาลงมองเสียงหน้าสวยของหลิวไป๋ฮวา บนใบหน้าคมคายยังคงมีรอยยิ้มประดับเอาไว้อย่างน่ามอง ครั้นที่เห็นถึงความตั้งใจเล็ก ๆ ของหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังแกะอุปกรณ์ทำแผลออกมาด้วยความคล่องแคล่ว
มือเรียวเล็กหยิบผ้าขาวบางไปชุบน้ำบิดหมาด ๆ ก่อนที่เธอจะช้อนหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคาย เห็นว่าต้าเหวินโหร่วกำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาบางอย่าง
“อะ แฮ่ม” เธอกระแอมไอออกออกมาอย่างเก้อเขิน เอ่ยพูดกับต้าเหวินโหร่วเสียงเบา ทว่าดวงตาคู่กลมโตกลับไม่กล้าที่จะสบตากับอีกฝ่ายเลยแม้แต่อย่างใด
“ฉันขอเช็ดตัวคุณหน่อยได้ไหม” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม ทั้งยังเลื่อนมือขึ้นมาเกาแก้มแก้เก้อไปด้วยเช่นกัน
“...เอาสิ” ต้าเหวินโหร่วตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงทุุ้มต่ำ ครั้นที่เห็นว่าชายหนุ่มอนุญาตแล้วหลิวไป๋ฮวาถึงได้ค่อย ๆ ลากผ้าขาวบางเช็ดไปตามใบหน้าคมคายของอีกฝ่ายด้วยความแผ่วเบา
ขณะที่ต้าเหวินโหร่วปิดตารับสัมผัสเย็นเยียบของผ้าขาวบางที่กำลังเช็ดใบหน้าของตนไปมา
หลิวไป๋ฮวาพยายามเช็ดคราบสกปรกตามร่างกายของต้าเหวินโหร่วอย่างแผ่วเบาที่สุด เพื่อไม่ให้รอยฟกช้ำตามใบหน้าและร่างกายของเขากระทบกระเทือน
ยิ่งเห็นใบหน้าคมคายในระยะประชิดเช่นนี้ หัวใจของเธอก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นจนเกรงว่าเขาจะได้ยิน ถ้าเป็นเช่นนั้นเธอคงอับอายจนไม่กล้าสู้หน้าต้าเหวินโหร่วเป็นแน่
ครั้นที่สัมผัสเย็นเยียบของผ้าขาวบางเปียกน้ำผละออกจากใบหน้าของตนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เปลือกตาที่เคยปิดสนิทก็ค่อย ๆ เปิดออกในทันที ก่อนที่จะเห็นว่าหลิวไป๋ฮวากำลังหยิบกล่องยาพวกนั้นด้วยท่าทีที่ดูลุกลี้ลุกลน
“ฉันทำแผลให้เลยนะ” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาไม่เบานัก ก่อนที่เธอจะหันไปทางเขาแล้วบีบยาลงบนรอยฟกช้ำสีเข้มบนใบหน้าคมคายด้วยความรวดเร็ว ทั้งยังใช้ปลายนิ้วในการนวดคลึงเพื่อให้เนื้อยาซึมลงสู่ผิว
แต่อาจเป็นเพราะหลิวไป๋ฮวาที่ใช้แรงในการนวดคลึงหนักเกินไป ต้าเหวินโหร่วถึงได้แสดงสีหน้าที่เจ็บปวดออกมาพร้อมกับเสียงร้องดังในลำคอ
“เจ็บเหรอ” ต้าเหวินโหร่วพยักหน้ารับเพื่อเป็นการตอบคำถามของหลิวไป๋ฮวา ทำให้หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นชะงักงัน พร้อมทั้งเอ่ยขอโทษขอโพยออกมา
ที่จริงปล่อยให้ต้าเหวินโหร่วไปรักษากับคุณหมอซ่งก็ดีอยู่แล้ว คุณหมอซ่งน่าจะให้การรักษาที่ถูกวิธีกว่า อีกอย่างคุณหมอซ่งก็น่าจะมือเบากว่าเธอด้วยเช่นกัน เธอไม่น่ารั้นจะทำแผลให้ต้าเหวินโหร่วเลยจริง ๆ
เหมือนเขาต้องมาเจ็บตัวซ้ำอย่างไรก็ไม่รู้
“ขอโทษ” เธอเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย นึกด่าทอตนเองในใจที่ดื้อรั้นจะทำแผลให้อีกฝ่ายทั้งที่ประสบการณ์ด้านนี้ของเธอแทบไม่มีเลย ลำพังทำแผลมีดบาดเล็ก ๆ ให้ตนเองก็ยังทำไม่ได้ นี่ยังกล้าจะทำแผลให้ต้าเหวินโหร่ว
“ผมไม่ได้เจ็บมากมายขนาดนั้นหรอก คุณทำต่อเถอะ”
“นะ แน่ใจเหรอ” เธอเอ่ยถามออกไปอย่างไม่มั่นใจมากนัก ทำให้ต้าเหวินดหร่วที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มออกมาในทันที
“แน่ใจสิ ผมไม่ได้เจ็บมากมายขนาดนั้นหรอก” ต้าเหวินโหร่วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงใจดี ทำให้หลิวไป๋ฮวาที่หน้าเสียไปแล้วนั้นกลับมามีกำลังใจอีกครั้งหนึ่ง
เธอคอยบรรจงทายาลงบนรอยฟกช้ำของต้าเหวินโหร่วด้วยความแผ่วเบา ทั้งยังมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำมากยิ่งขึ้น จนไม่รู้เลยว่าระยะห่างระหว่างคนทั้งสองในตอนนี้นั้น ค่อย ๆ ลดลง
นัยน์ตาคู่คมสะท้อนเงาใบหน้างดงามของหลิวไป๋ฮวาที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม หากแต่เขากลับไม่กล้าที่จะยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่ายให้แปดเปื้อน เพียงแค่คิดว่าเขาในตอนนี้นั้นยังไม่มีสิ่งใดที่คู่ควรกับหลิวไป๋ฮวาเลยแม้แต่น้อย
“เสร็จแล้วล่ะ”
น้ำเสียงเล็กดังขึ้น พร้อมทั้งช้อนตาขึ้นมองใบหน้าคมคายครั้นที่เธอเพิ่งทำแผลให้กับต้าเหวินโหร่วเสร็จเรียบร้อย เพียงเท่านั้นคนทั้งสองก็ประสานสายตากันด้วยความไม่ได้ตั้งใจ เห็นสายตาที่ต้าเหวินโหร่วมองมามันนุ่มลึก แต่เธอก็ไม่อาจคิดเข้าข้างตัวเอง
“เสร็จแล้วเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเสียงเบา หากหลิวไป๋ฮวาไม่ได้คิดไปเองในน้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเหมือนจะเปี่ยมไปด้วยความเสียดาย หลิวไป๋ฮวากระแอมไอออกมา ก่อนที่เธอจะยืดตัวขึ้น ทั้งทำทีเฉไฉเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตน
“ขอบคุณที่ทำแผลให้ผมนะไป๋ฮวา”
ต้าเหวินโหร่วเอ่ยเสียงทุ้มออกมา ก่อนที่เขาจะหยัดกายยืนขึ้นพร้อมทั้งเก็บข้าวของของตน ในขณะที่หลิวไป๋ฮวามองภาพนั้นด้วยสายตาที่ตื่นตกใจ
“นั่นคุณจะไปไหนน่ะเหวินโหร่ว!”
“ผมก็จะกลับบ้านน่ะสิ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากต้าเหวินโหร่วนั้นเต็มไปด้วยความแปลกใจ เพราะท่าทีของหลิวไป๋ฮวาในตอนนี้นั้นดูแปลกไปเป็นอย่างมาก ไม่เหมือนหลิวไป๋ฮวาที่เขาเคยรู้จักเลยแม้แต่น้อย
“ตะ แต่นี่มันมืดแล้วนะ อีกอย่างด้านนอกพวกสัตว์อันตรายก็คงออกมาหากินกันแล้วล่ะ” หลิวไป๋ฮวาเอ่ยออกมาด้วยท่าทีที่คล้ายกับร้อนรน
“คุณกำลังชวนผมนอนที่นี่งั้นเหรอ” ดวงตาคู่กลมโตเบิกกว้างในทันที ครั้นที่ต้าเหวินโหร่วพูดประโยคนั้นออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้
“มะ ไม่ใช่นะ ฉันยังไม่ได้พูดออกไปเลยสักคำ!” ยิ่งเห็นท่าทีกระวนกระวายใจของหลิวไป๋ฮวาในตอนนี้ก็ยิ่งทำให้ต้าเหวินโหร่วมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูอย่างที่เขาไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
“ผมรบกวนคุณมามากเกินไปแล้วล่ะไป๋ฮวา นี่ก็ดึกมากแล้วเหมือนกันถึงเวลาที่ผมควรกลับบ้านเสียที”
“คุณช่วยชีวิตฉันนะเหวินโหร่ว การที่ฉันต้องมานั่งทำแผลให้คุณจากการที่คุณช่วยชีวิตฉันไว้แบบนี้ ไม่ได้เป็นการรบกวนเวลาฉันเลยสักนิด อีกอย่างถ้าไม่ได้คุณมาช่วยไว้ วันนี้ฉันคงตายอยู่ที่นั่นแล้ว”
แม้ความจริงแล้วเลขาธิการพรรคหมู่บ้านคนนั้นยังไม่ได้แตะต้องตัวเธอให้แปดเปื้อนเลยแม้แต่น้อย ซ้ำเธอยังจัดการล้างแค้นให้กับตนเองจนหนำใจแล้วด้วย แต่เมื่อมาเห็นว่าต้าเหวินโหร่วได้รับบาดเจ็บจากเคราะห์กรรมครั้งนี้ของเธอก็อดที่จะรู้สึกผิดเสียไม่ได้
“ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมก็คงทำใจไม่ได้เหมือนกัน” น้ำเสียงทุ้มต่ำพ่นประโยคนั้นออกมาด้วยความแผ่วเบาเป็นอย่างยิ่ง ในวินาทีที่เห็นว่าหลิวไป๋ฮวาตกอยู่ในอันตรายเช่นนั้น เขาก็รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
ถ้าหากวันนี้เขามาช้ากว่านี้อีกหน่อย หลิวไป๋ฮวาจะต้องพบเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นไร
“ถะ ถ้าคุณไม่รังเกียจก็นอนที่นี่ก่อนก็ได้นะเหวินโหร่ว แล้วค่อยกลับไปตอนเช้าเถอะ” หลิวไป๋ฮวาพูดเสียงอ่อน ดวงตาคู่กลมโตเองก็อ่อนแสงลงด้วยเช่นกัน เพราะประโยคเมื่อครู่ที่เขาเอ่ยออกมานั้น เธอได้ยินมันอย่างชัดเจน
ชัดเจนถึงขั้นที่ว่าเธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่มากับประโยคนั้นด้วย