ตอนที่ 23 น้ำเต้าหู้กับปลาท่องโก๋
สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ่ปลายฝนต้นหนาวทำให้บรรยากาศของหมู่บ้านเงียบสงบกว่าปกติ ลมอุ่นพัดคลอผ่านต้นข้าวเขียวจัดที่กำลังตั้งท้อง เมฆสีเทาเคลื่อนตัวไปช้า ๆ เหมือนเวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน ไม่รีบเร่ง แต่ก็ไม่หยุดพัก เหมือนหัวใจของแก้มที่ยังไม่เคยหายดีเสียที
ที่บ้านแม่ แก้มยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนเดิม เธอตื่นเช้ามาช่วยทำกับข้าว ล้างผักในกะละมังสแตนเลสเย็นเฉียบ น้ำไหลผ่านมือแต่ไม่เย็นเท่าความรู้สึกข้างในเธอ กลิ่นกระเทียมเจียว ละอองข้าวสวยร้อน ๆ ยังคงเป็สิ่งที่ทำให้บ้านหลังนี้อบอุ่น แต่ความอบอุ่นนั้นกลับไม่อาจซึมเข้ามาในใจเธอได้เต็มที่
ระหว่างวัน แก้มจะช่วยแม่กวาดลานบ้าน ตากผ้า ปลูกผักหลังครัว และนั่งเงียบ ๆ กับแก้วน้ำชาสมุนไพรที่แม่ชงให้ เธอทำทุกอย่าง “ไปตามหน้าที่” ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ แต่เพราะไม่อยากให้ใจตัวเองมีพื้นที่ว่างพอจะคิดอะไรที่เ็ป
ในอีกมุมหนึ่ง
โซ่เองก็ไม่เคยหายไปจากชีวิตเธอเลย…แม้เธอจะอยากให้หายไปบ้างก็ตาม เขาส่งข้อความหาทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง จนแทบจะจับจังหวะหัวใจเขาได้ผ่านหน้าจอมือถือ
ตอนเช้าเขาส่งรูปข้าวเหนียวหมูทอดที่กินคู่กับกาแฟเย็นที่โรงสี
สาย ๆ ก็ส่งรูปตัวเองยืนรับข้าวจากชาวนา ใบหน้าเต็มไคลฝุ่นแต่ยิ้มให้กล้องเหมือนจะให้เธอสบายใจ
ตอนเที่ยงเขาถ่ายรูปจานข้าวแกงร้านเดิมที่เคยกินด้วยกัน
่บ่ายก็ส่งภาพใบเสร็จบัญชี และบ่นหยอดใส่เธอว่า “คิดถึงมึงว่ะ”
เย็น ๆ ก่อนกลับบ้านก็ยังส่งภาพพระอาทิตย์ตกหลังโรงสี พร้อมข้อความว่า “อยากให้มึงเห็นด้วยตาตัวเองจัง”
ทุกข้อความขึ้น “อ่านแล้ว” ทุกรูปได้เข้าไปอยู่ในคลังภาพของแก้มโดยที่เธอไม่เคยตอบกลับสักครั้งเดียว
และทุกครั้งที่เห็นคำว่า “อ่านแล้ว” แต่ไร้ข้อความตอบ โซ่ก็ยังคงส่งต่อ ไม่ถอย ไม่โวยวาย ไม่เร่งเร้า แค่ส่ง…เหมือนจะบอกว่าเขายังอยู่ตรงนี้
ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น โซ่ยังคงแวะมาหาแก้มที่บ้านเสมอ ราวกับเป็ส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันที่ห้ามขาด
บางวันเขาหอบถุงผลไม้สด บางวันเป็น้ำเต้าหู้ร้อน ๆ จากร้านเ้าประจำ บางวันเป็ขนมที่เธอชอบกินั้แ่เด็ก
เขาวางถุงบนโต๊ะประจำในบ้าน บอกแม่แก้มว่าวันนี้ซื้อมาให้ แล้วก็นั่งรอแก้มเงียบ ๆ
แม้แก้มจะยังไม่สบตา ไม่พูดด้วย ไม่ยิ้มให้ แต่เธอก็ไม่เดินหนีเข้าห้องเหมือน่แรก ๆ อีกแล้ว
นี่แหละ…ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ทำให้โซ่กลับบ้านไปพร้อมรอยยิ้มที่คนในโรงสีเห็นก็ยังบอกว่า “วันนี้พี่โซ่อารมณ์ดีนะพี่”
ตอนเย็นโต๊ะอาหารยาวในบ้านแม่ยังคงมีที่นั่งสี่ที่ สำหรับพ่อแม่ แก้ม และโซ่
แก้มนั่งข้างแม่เหมือนเดิม เธอตักข้าวเงียบ ๆ ไม่มองหน้าเขา แต่ก็ยอมให้เขานั่งร่วมโต๊ะ
แม้จะไม่พูดสักคำ แต่แค่ไม่ลุกหนีตอนเขามาถึง แค่ไม่ปิดประตูใส่หน้า แค่ไม่ทำเหมือนเขาเป็อากาศ มันก็เพียงพอให้โซ่นั่งกินข้าวไปยิ้มไปทั้งมื้อ เหมือนความหวังในใจเขาเพิ่มขึ้นทีละนิด
เช้าวันนี้ท้องฟ้าหม่นเทาแต่เช้ามืด เมฆฝนลอยต่ำจนเหมือนกดทับบ้านเรือนทั้งหมู่บ้านให้บรรยากาศอึมครึมไปหมด เสียงฝนโปรยเม็ดลงบนหลังคากระเบื้องเป็จังหวะสม่ำเสมอ ติ๋ง…ติ๋ง…ติ๋ง กลิ่นดินเปียกลอยเข้ามาตามลมเย็นที่พัดผ่านทั่วถนนลูกรังหน้าร้านน้ำเต้าหู้เ้าเดิมที่โซ่แวะทุกเช้าใน่สองสัปดาห์นี้
โซ่ตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง เขาคว้าร่มสีดำที่เริ่มชำรุดเล็กน้อยแล้วรีบขับรถมอเตอร์ไซค์ฝ่าสายฝนโปรยปรายไปซื้อของโปรดของแก้ม น้ำเต้าหู้ร้อน ๆ กับปลาท่องโก๋ มือของเขาเย็นเฉียบเพราะละอองฝนกระเซ็นเข้ามาตลอดทาง แต่เขายังคงกำถุงใส่อาหารแน่นราวกับกลัวว่าความร้อนจากถุงจะหายไปก่อนถึงมือแก้ม
ระหว่างทาง เขาขับผ่านทุ่งนากว้างที่ยามเช้าถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบาง ๆ แม้ฝนจะตก แต่โซ่กลับรู้สึกว่าใจตัวเองร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม เขาหวังเพียงให้แก้มยอมรับของที่เขาซื้อไป ไม่เมินเขามากไปกว่านี้
เมื่อถึงหน้าบ้านไม้สองชั้นของแก้ม โซ่ดับเครื่องแล้วรีบวิ่งเขาบ้านไปอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่มไปทั้งตัว น้ำฝนไหลเป็ทางจากปลายผมของเขา เขาวางรองเท้าไว้ตรงชานบ้านก่อนจะยกถุงน้ำเต้าหู้เดินเข้าไปด้านใน
ภายในบ้านเงียบสนิทจนได้ยินเพียงเสียงฝนที่ทุบกระทบหลังคา พ่อกับแม่แก้มไม่อยู่บ้าน ทั้งสองออกไปทุ่งนาั้แ่ฟ้ายังไม่เปิด ความเงียบของบ้านยิ่งทำให้โซ่รู้สึกเกร็งเล็กน้อย
และเพราะเสียงประตูบ้านดังขึ้นทำให้แก้มซึ่งอยู่บนชั้นสองชะงัก เธอคิดว่าพ่อหรือแม่กลับมาเร็วกว่าปกติ จึงรีบลงมาดู แต่ทันทีที่เท้าแตะขั้นสุดท้ายและเห็นร่างสูงที่เปียกชุ่มของโซ่ เธอกลับหยุดนิ่งไปเล็กน้อย
โซ่ยิ้มบาง ๆ ทั้งที่น้ำฝนยังไหลจากปลายคางของเขา
"กูซื้อน้ำเต้าหู้กับปลาท่องโก๋มาให้มึง"
เขาพูดเบา ๆ ราวกับกลัวว่าถ้าพูดดังเกินไป เธอจะหนีอีก
เขาวางถุงลงบนโต๊ะไม้เก่าอย่างระมัดระวัง แก้มยืนนิ่งอยู่สองสามวินาทีก่อนหมุนตัวเดินกลับขึ้นชั้นบนโดยไม่พูดอะไรเลย โซ่มองตามด้วยสายตาเหมือนลูกหมาตกน้ำ ทั้งล้า ทั้งหวัง เขาถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันหลังเตรียมจะกลับไปขึ้นรถเพื่อไปทำงานที่โรงสี
แต่ก่อนที่โซ่จะก้าวออกจากบ้าน เสียงฝีเท้าจากบันไดทำให้เขาชะงักและหันกลับมา แก้มเดินลงมาช้า ๆ คราวนี้ในมือเธอถือผ้าสีขาวผืนหนึ่งไว้ ปลายนิ้วของเธอกำผ้าไว้แน่นเล็กน้อย เหมือนกำลังลังเลบางอย่าง
โซ่นิ่งไปทันที เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความงุนงงและความหวังที่พลุ่งขึ้นมาในอก บรรยากาศในบ้านเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของทั้งคู่ปนกับเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงตกไม่หยุด
แก้มเดินลงมาถึงพื้นล่างช้า ๆ ฝีเท้าของเธอเบาราวกับไม่อยากให้เกิดเสียง แต่ในมือกลับกำผ้าขนหนูสีขาวเอาไว้แน่น เธอหยุดยืนตรงหน้าของโซ่ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ใกล้ประตูบ้าน ร่างของเขาเปียกชุ่ม น้ำฝนไหลหยดจากปลายผมลงมาที่คอเสื้อ
แก้มสูดหายใจเงียบ ๆ ก่อนจะยื่นผ้าขนหนูให้เขา เธอไม่มองตาเขาโดยตรง แต่เสียงของเธอนั้นเบา นุ่ม และเต็มไปด้วยความห่วงใยที่เธอเองก็พยายามปิดซ่อนเอาไว้
"เช็ดตัวให้แห้ง เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"
โซ่มองผ้าในมือเธออย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนมือใหญ่ของเขาจะเอื้อมไปรับอย่างระมัดระวัง ราวกับมันคือสิ่งล้ำค่าที่เขาไม่คิดว่าจะได้รับอีกในชีวิตนี้ รอยยิ้มกว้างค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าเปียกชุ่ม ดวงตาของเขาเหมือนสว่างขึ้นทันที
"แก้ม…"
เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ ขณะใช้ผ้าขนหนูซับน้ำบนเส้นผมที่เปียกโชก
แก้มเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย สายตาของเธอสงบนิ่ง แต่ภายในกลับสั่นไหว โซ่เห็นแววตานั้นแล้วหัวใจยิ่งเต้นแรง เขาอยากพูดอะไรอีกมาก แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่คอ
สุดท้ายเขาก็ทำในสิ่งที่อยากทำมาตลอดสองสัปดาห์
โซ่ก้าวเข้าไปดึงร่างของแก้มเข้ามากอดแน่น อ้อมแขนแข็งแรงของเขาโอบเธอไว้เต็มอก ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง เขาซุกหน้าลงกับเส้นผมนุ่มของเธอที่มีกลิ่นสบู่อ่อน ๆ
สิ่งที่ทำให้เขาใที่สุดคือ… แก้มไม่ผลักเขาออก
เธอแค่ยืนนิ่ง ปล่อยให้เขากอด อยู่อย่างนั้น แม้ใจจะสั่น แต่เธอก็ไม่ได้ขยับหนี
เสียงของโซ่สั่นเล็กน้อยเมื่อเขาพูดใกล้ข้างหูเธอ
"กูคิดถึงมึง แก้ม… กลับไปอยู่ที่บ้านเราด้วยกันได้มั้ย กูจัดการเื่ผู้หญิงหมดแล้ว ไม่มีอีกแล้ว"
แก้มขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอััได้ถึงความอุ่นจากร่างเขา แต่ก็รู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ซึมเข้ามาที่เสื้อของเธอด้วย เธอขยับตัวเล็กน้อยแล้วพูดเสียงเรียบ
"ปล่อยแก้มได้แล้วพี่โซ่… แก้มเปียกหมดแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้โซ่ผละออกแทบจะทันที เขารีบถอยหลังหนึ่งก้าว มองเสื้อของแก้มที่เปียกเพราะเขา แล้วรีบเอ่ยขอโทษ
"กู… ขอโทษนะ แก้ม กูไม่ได้ตั้งใจ กูแค่… กูคิดถึงมึงมากจริง ๆ"
เสียงเขาอ่อนลง และดวงตาเต็มไปด้วยความสำนึกผิด
"ตอนนี้กูจัดการตัวเองแล้ว มึงกลับไปอยู่ด้วยกันได้มั้ย แก้ม ขอร้องนะ…"
เขามองหน้าเธอด้วยสีหน้าเหมือนลูกหมาที่หวังให้เ้าของเมตตา แววตาวอนขอ รอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ แต่ก็กลัวคำตอบนั้นไปพร้อมกัน
แก้มสูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองชายตรงหน้า เสียงฝนที่เพิ่งหยุดตกทิ้งไว้เพียงความชื้นเย็นบนพื้นและกลิ่นดินหอมคลุ้ง เธอหลุบตาเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงสั่น แม้พยายามทำให้มั่นคงแค่ไหนมันก็ยังสั่นอยู่นั่นแหละ
"มันไม่ง่ายสำหรับแก้มหรอกนะพี่โซ่…"
เธอพูดช้า ๆ ชัดทุกคำเหมือน้าให้เขาจำขึ้นใจ
"แก้มไม่รู้ว่าพี่จะกลับไปทำแบบเดิมอีกมั้ย ถ้ามันกลับมาเหมือนเดิม… แก้มกลัวว่าตัวเองจะรับมันไม่ไหว"
เสียงฝนหยดจากชายคายังดังอยู่เป็ระยะ ทำให้บรรยากาศเหมือนถูกกดทับจนหายใจยากกว่าเดิม
โซ่ยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาใกล้เธออีกนิด ใกล้จนแก้มรู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของเขา
"กูรู้ว่ากูทำให้มึงเจ็บ แก้ม…"
เขาเอ่ยเสียงทุ้ม ต่ำ และช้าอย่างยอมรับผิดทุกอย่าง
"แต่กูสาบานว่ากูจะไม่ทำอีกแล้ว กูรักมึงนะแก้ม… รักมากจริง ๆ"
คำพูดนั้นหนักแน่น แต่ก็ยังไม่พอที่จะลบสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
แก้มหลุบตาลงก่อนพูดประโยคที่แทงเข้าไปในใจเขาอย่างจัง
"แต่พี่ก็รักคนอื่นด้วย…"
คำพูดเพียงหนึ่งประโยคทำเอาโซ่นิ่งไปเหมือนคนถูกดึงสติกลับมา เขาไม่แก้ตัว ไม่หลบตา ไม่พูดอะไรนอกจากค่อย ๆ ยื่นมือมาจับมือเธอขึ้นช้า ๆ เหมือนเกรงว่าเธอจะดึงออกหนี
"กูสัญญาแก้ม…"
เขาบีบมือเธอแน่นอย่างจริงใจ
"กูจะทำให้มันดีขึ้น กูจะไม่ทำให้มึงเสียใจอีก กลับมาเหมือนเดิมนะแก้ม… ขอให้กูได้แก้ตัวอีกครั้ง"
แก้มมองหน้าเขานานมาก จนโซ่รู้สึกเหมือนเวลาหยุดเดินไปพักใหญ่ ในใจเธอทั้งอยากกลับไป ทั้งอยากเชื่อเขา แต่ก็ยังมีแผลเจ็บที่ยังชัดเจนเกินไป เธอรักเขามาก… แต่ความกลัวที่จะเจ็บซ้ำมันก็กัดกินหัวใจไม่แพ้กัน
เธอค่อย ๆ ดึงมือออก เรื่อย ๆ ช้า ๆ จนหลุดจากมือเขา เธอหันหน้าออกไปนอกบ้าน มองท้องฟ้าที่เพิ่งเปิดหลังฝน ราวกับ้าหลบสายตาของเขาเพื่อไม่ให้ตัวเองใจอ่อน
"พี่รีบไปเถอะ… เดี๋ยวฝนจะตกมาอีก"
แก้มพูดเสียงเบา แต่ชัดเจนพอให้รู้ว่าเธอกำลังขอเวลาหายใจให้ตัวเอง
โซ่มองเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ แม้มันจะแฝงความผิดหวังอยู่ลึก ๆ แต่เขาก็ยอมถอย
"งั้นกูไปทำงานก่อนนะ… เดี๋ยวเย็นนี้กูจะมาหาใหม่ อยากกินอะไรมั้ย"
แก้มส่ายหัวช้า ๆ ไม่ใช่ปฏิเสธเขา แต่เธอยังไม่พร้อมรับอะไรทั้งนั้น โซ่เข้าใจ เขายิ้มอีกนิดและพยักหน้า
เขาเดินออกจากบ้านผ่านพื้นไม้ที่ยังเปียกชื้น กลิ่นฝนยังลอยในอากาศ เขาขึ้นรถของตัวเองก่อนสตาร์ทเครื่อง เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นพร้อมกับใจของเขาที่หนักอึ้งไม่ต่างกัน
่เย็นของวันนั้น
อากาศหลังฝนหยุดตกยังคงเย็นชื้น กลิ่นดินและใบไม้สดลอยคลุ้งไปทั่วลานหน้าบ้าน แสงสีส้มของดวงอาทิตย์ยามเย็นทอดยาวเฉียงผ่านชายคา ทำให้เงาเปียกชื้นของพื้นดินเป็ประกายเบา ๆ ตามจังหวะลม
แก้มนั่งอยู่บนม้าหินหน้าบ้าน ข้างตัวมีแก้วน้ำเย็นวางอยู่ครึ่งแก้ว หยดน้ำเกาะรอบแก้วจนเป็ฝ้า เธอใช้ปลายนิ้วเขี่ยขอบแก้วไปมาอย่างเหม่อลอย สายตาของเธอมองเหม่อไปยังถนนดินแดงหน้าบ้านโดยไม่โฟกัสสิ่งใดราวกับกำลังจมอยู่กับความคิดลึก ๆ ของตัวเอง
แคทนั่งอยู่ข้าง ๆ พร้อมถุงขนมที่เพิ่งซื้อจากร้านชำท้ายหมู่บ้าน เธอแกะมันออกแล้วเอื้อมไปยื่นให้แก้มเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าแก้มยังไม่หยิบ เธอก็ถอนหายใจเบา ๆ
"วันนี้งานวัดเริ่มแล้วนะแก้ม เดี๋ยวคืนนี้คนคงเยอะเลย ไปเดินเล่นกันไหม เราไม่ได้ออกไปไหนด้วยกันนานแล้วนะ"
แก้มไม่ได้ตอบทันที เธอเพียงกะพริบตาเชื่องช้า ก่อนจะเหลือบมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะหินหัวใจเธอสั่นน้อย ๆ โดยไม่รู้ตัว เพราะในหัวผุดขึ้นมาว่า ถ้าเย็นนี้โซ่มา… แล้วเธอไม่อยู่ล่ะ? ความคิดนี้ทำให้เธอลังเลอยู่เงียบ ๆ โดยไม่พูดออกมา
แคทมองแก้มอยู่ครู่หนึ่งก็พอจะเดาได้ แต่เธอไม่ถามซ้ำ เพียงนั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างเข้าใจ
สายลมเย็นพัดผ่านใบไม้จนเกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งอ่อน ๆ ขณะทั้งคู่กำลังนั่งนิ่ง ๆ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ติ๊ง! ทำให้แก้มหันขวับทันทีราวกับรอเสียงนี้อยู่ลึก ๆ ในใจ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู เป็ข้อความจากโซ่ พร้อมรูปถ่ายตัวเขาในห้องทำงาน เหงื่อผสมกับความชื้นทำให้เสื้อด้านหลังติดตัวเล็กน้อย
“เย็นวันนี้กูคงไม่ได้เข้าไปหานะแก้ม เพราะงานเยอะมาก น่าจะเสร็จตอนดึก ๆ”
แก้มอ่านจบก่อนจะวางโทรศัพท์ลงโดยไม่ตอบกลับเหมือนทุกครั้ง หัวใจเธอรู้สึกแ่ลงเล็กน้อย แต่ก็โล่งขึ้นในแบบที่อธิบายไม่ได้
แคทเอียงคอถามเบา ๆ
"เขาว่ายังไงเหรอ?"
แก้มสูดลมหายใจเข้าแล้วตอบเรียบ ๆ
"เขาบอกว่าวันนี้ไม่มา… งั้นเราไปงานวัดกันก็ได้"
แคทยิ้มทันที ดวงตาเป็ประกาย
"ดีเลย! เดี๋ยวฉันชวนพี่ภีมไปด้วยนะ ไปกันหลายคนสนุกกว่า"
แก้มพยักหน้าช้า ๆ ไม่ได้ขัดอะไร เธอเองก็อยากออกไปเดินสูดอากาศ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง หลังจากจมอยู่กับความคิดและความหนักอึ้งมาหลายวัน
เสียงพูดคุยของทั้งสองคนดังแ่ ๆ เคล้ากับเสียงลมพัดผ่านใบไม้ พระอาทิตย์ค่อย ๆ ลับลงไปทางทิศตะวันตก แสงอ่อนสีส้มถูกแทนที่ด้วยสีม่วงอมชมพูของ่โพล้เพล้
โปรดติดตามตอนต่อไป.
คิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นเลยหรอบักโซ่ สาบานไปก็ตายเปล่า 5555
สนใจ E-book กดได้เลยจ้า
จำนวน 40 ตอน (100,000+ คำ)
ลิงค์ E-book Meb ⬇️ ????✅️
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTQwOTUzODgiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0MTIyNjEiO30
ลิงค์ E-book ธัญวลัย ⬇️ ????????
https://www.tunwalai.com/ebook/detail?ebookId=88157
ลิงค์ E-book ARN book ⬇️ ????????
https://arnbook.com/book-detail/57461
ลิงค์ E-book Pinto ⬇️????????
https://pintobook.com/sl/a6rpx9flxl
sds