ผู้ชายคนนั้นถลันลุกกระชากปืนพกออกมาด้วยท่าทางงุ่มง่ามและยกขึ้นเล็งไปที่เป้าหมาย...
ต้นขาที่ใหญ่โตเหมือนตอไม้ชนเข้ากับขอบโต๊ะแก้วเหล้าที่ตั้งอยู่กระเทือนไปทั่ว แก้วหนึ่งคว่ำลงเหล้าหกเรี่ยราดซิการ์มวนหนึ่งกลิ้งตกจากที่เขี่ยไหม้กำมะหยี่สีเขียวที่ปูทับไว้เป็รู
เจค แลงสตันถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเขาตั้งใจจะเข้ามาเล่นโป๊กเกอร์ฆ่าเวลาสักเกมส์หรือสองเกมส์ กินเหล้าสักสองแก้วและบางทีถ้ามีเวลาพอก็อาจจะหาความสำราญในห้องชั้นบนเสียหน่อยก่อนที่รถไฟจะเคลื่อนขบวนออกเท่านั้น
แต่ขณะนี้เขากลับเข้ามาข้องเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทจากนักโป๊กเกอร์คนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะชื่อเคอร์มิทหรืออะไรทำนองนั้นซึ่งดูจะชำนาญในการใช้คันไถมากกว่าใช้ปืนอีกด้วย
“แกว่าฉันโกงงั้นเรอะ”ชาวไร่ผู้นั้นคาดคั้นเสียงเกรี้ยวอาจจะเป็เพราะเขาไม่ชินกับการกินเหล้านอกจากดื่มเบียร์บ้างตอนค่ำวันเสาร์เขาจึงไม่น่าจะอยู่ในอาการมึนเมา แต่แม้เท้าทั้งสองจะยืนอยู่บนพื้นที่มั่นคงกระนั้นเขาก็ยังมีอาการซวนเซเหมือนยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือที่กำลังต้องพายุใบหน้าแดงก่ำโชกชุ่มด้วยหยาดเหงื่อ มือที่ถือปืนเล็งมายังหน้าอกเจคขณะนี้สั่นระริก
“ผมเพียงแต่บอกว่าอยากจะให้คุณเอาเอซที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมาให้ดูพร้อมๆ กันทั้งหมด ไม่ใช่
ค่อย ๆปล่อยออกมาทีละใบเท่านั้น” เขาเอื้อมไปหยิบแก้วเหล้าที่ตั้งอยู่ทางขวาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น
ชาวไร่ผู้นั้นกวาดสายตามองไปรอบบาร์อย่างใจไม่ดีััความรู้สึกอยู่ว่าตนกำลังตกเป็เป้าสายตาของทุกคนไม่มีผู้ใดขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวนักดนตรีหยุดบรรเลงั้แ่เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้น ขาไพ่ต่างค่อยๆลุกและถอยห่างจากโต๊ะทีละคน...ทีละคนอย่างเงียบกริบ
อย่างไรก็ตามเขาก็ยังพยายามแสดงอำนาจข่มขู่
“ไอ้โกหกฉันไม่เคยโกงใคร แน่จริงยิงกันเลยสิวะ”
“ก็ได้”
ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วจะมีก็แต่ผู้ที่ยืนอยู่ใกล้เท่านั้นที่พอจะบอกได้ในเวลาต่อมาว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เจคถลันลุกขึ้นจากเก้าอี้กระชากปืนออกมาในเวลาเดียวกันส่วนมืออีกข้างหนึ่งนั้นปัดแขนชาวไร่เต็มแรง ปืนตกลงกับพื้นห้อง
ลูกกระเดือกของเคอร์มิทเต้นพล่านประสานสายตาอยู่กับดวงตาคู่แข็งกร้าว เย็นเยือกราวก้อนน้ำแข็งสีหน้าของเขาบอกความตื่นกลัวเมื่อปากกระบอกปืนในมือของเจคจ่ออยู่ปลายจมูกเขากำลังเผชิญหน้ากับบุรุษผู้มีเรือนกายสะโอดสะองแต่ท่าทางที่เคร่งเครียดเอาจริงนั้นบอกให้รู้ว่าเขาเป็บุรุษผู้สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองไว้ได้อย่างเยี่ยมยอด
“เก็บเงินที่แกเล่นชนะไปครึ่งหนึ่งฉันคิดว่าแกสมควรจะได้เพียงแค่นั้น”
มือไม้ของชาวไร่สั่นระริกเมื่อกอบกำทั้งเหรียญและธนบัตรยัดใส่ลงในกระเป๋ากางเกงท่าทางของเขาในยามนี้เหมือนจิ้งจอกที่กำลังหาทางจะหนีให้พ้นกับดัก
“เก็บปืนแล้วออกไปให้พ้นจากที่นี่”
เคอร์มิทปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจจะมีก็แต่ปาฏิหาริย์เท่านั้นที่ช่วยไม่ให้ปืนลั่นขึ้นเมื่อเขาสอดใส่ซองด้วยมือที่สั่นระริก
“และฉันขอแนะนำว่าจงอย่าได้กลับมาที่นี่อีก จนกว่าจะเรียนรู้วิธีการโกงที่ไม่ให้ใครเขาจับได้”
แม้ชาวไร่ผู้นั้นจะอับอายขายหน้าอย่างเหลือจะกล่าวแต่ก็ออกโล่งใจไม่น้อยที่หัวใจยังเต้นได้อยู่ไม่มีเืหลั่งไหลออกจากร่างกายด้วยรอยแผลจากะุปืนขณะเดียวกันเขาก็ยังไม่ต้องกลับบ้านไปหาเมียขี้บ่นในสภาพหมดตัวตอนที่เดินออกจากบาร์แห่งนั้น เขาสาบานกับตัวเองเลยว่าจะไม่เหยียบเข้ามาที่นี่อีก
นักเปียโนกระแทกนิ้วลงกับคีย์นักการพนันทั้งหลายต่างค่อย ๆ ทยอยกันเข้ามานั่งประจำที่ต่างส่ายหน้าด้วยความขบขันบุหรี่มวนใหญ่ถูกจุดขึ้นและควันก็ลอยคลุ้งขึ้นขณะที่บาร์เทนเดอร์เริ่มเติมเหล้าลงในแก้วให้ลูกค้าอีกครั้ง
“ต้องขอโทษด้วยนะที่มีเหตุขัดจังหวะเกิดขึ้น”เจคกล่าวกับนักพนันคนอื่น ๆ “แบ่งเงินส่วนเหลือกันเอาเองก็แล้วกัน”เขาหมายถึงเงินอีกจำนวนหนึ่งที่ชายชาวไร่เหลือทิ้งไว้ให้บนโต๊ะ
“ขอบใจมากเจค”
“แล้วพบกัน”
“ที่จริงแกน่าจะยิงมันให้ดิ้นไปเลยนะที่มาเล็งปืนใส่แกยังงั้น”
“จริงด้วยว่ะพวกเราเป็ฝ่ายแกอยู่แล้ว”
“ไอ้ห่ะ...แม่งชาวไร่คนหนึ่งเท่านั้น”
เจคเพียงแต่ยักไหล่เดินออกจากโต๊ะปล่อยให้พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์กันไปควักเชอรูทมวนหนึ่งออกมากัดปลายพ่นทิ้งลงกับพื้นห้องจ่อไม้ขีดจุดบุหรี่ขณะเดินผ่านโต๊ะการพนันอื่นตรงไปยังบาร์ที่ตั้งอยู่ตามความกว้างของห้อง
เท่าที่เขาได้รับฟังจากข่าวลือบาร์ที่ยาวเหยียดนี้ถูกแยกออกเป็ชิ้นส่วนเมื่อส่งจากเซ็นต์หลุยส์มายังฝอร์ดเวิร์ธแล้วจึงเอามาประกอบใหม่ที่นี่ นอกจากมันจะต่อขึ้นจากไม้โอ๊คแล้วก็ยังเดินขอบด้วยเส้นทองเหลืองสวยงามปูทับไว้ด้วยแผ่นกระจก รายเรียงอยู่ด้วยขวดเหล้าพร้อมแก้วที่ล้างไว้ใสสะอาดทั้งนี้เพราะผู้เป็เ้าของบาร์แห่งนี้ทนเห็นฝุ่นละอองไม่ได้
ใกล้ที่วางเท้าซึ่งเป็ราวทองเหลืองจะมีกระโถนทองเหลืองตั้งรายเรียงอยู่ เพราะ การ์เด้น ออฟ อีเด็นของพริสซิลล่าวัตคิน แห่งนี้ ห้ามมิให้ลูกค้าถ่มยาเส้นหรือน้ำลายลงบนพื้นห้องอย่างเด็ดขาดมีป้ายที่เขียนด้วยลายมือติดประกาศให้เห็นอย่างเด่นชัด
เจคอดยิ้มไม่ได้เมื่อมองดูพื้นห้องที่ขัดไว้ด้วยขี้ผึ้งจนวาววับมีมลทินด้วยเถ้าจากปลายซิการ์ที่เขาเคาะลงและเขาก็ยังเจตนาที่จะฝากรอยสเปอร์ไว้บนแผ่นกระดานที่มาดามผู้เป็เ้าของชื่นชมนักหนาอีกด้วย
รอยยิ้มจุดขึ้นตรงมุมปากเมื่อเหลือบไปเห็นพริสซิลล่ายืนอยู่บนขั้นสุดท้ายของบันไดที่ทอดตัวโค้งขึ้นสู่ชั้นบนของตัวอาคารท่าทางของหล่อนในยามนี้ราวควีน ออฟ ชีบ้าหล่อนอยู่ในชุดต่วนสีม่วงเจิดจ้าขลิบขอบด้วยลูกไม้สีดำ ซึ่งเรียกสายตาผู้ชายได้เสมอ
ตอนที่เจคพบหล่อนครั้งแรกเมื่อยี่สิบปีก่อนนั้นหล่อนรู้จักเพียงเสื้อผ้าฝ้าย แต่ถึงเวลานี้หล่อนเมินมองผ้าชนิดนั้นแล้วเรือนผมสีบลอนด์มุ่นมวยไว้เหนือศีรษะประดับด้วยขนนกสีม่วงที่ทิ้งปลายลงเคลียอยู่กับต่างหูท่าที่ยืนเชิดหน้าสง่างามนัก
สำนักนางโลมแห่งนี้คืออาณาจักรของหล่อนที่ใช้ระบบการปกครองแบบกดขี่ถ้าลูกค้าหรือพนักงานไม่พอใจกับการปกครองของที่นี่ก็จะถูกไล่ออกไปให้พ้นสถานที่แต่ทุกคนต่างรู้กันอยู่ว่า สำนักนางโลมที่มีชื่อว่า “การ์เด้นออฟ อีเด็น” ซึ่งตั้งอยู่ในฝอร์ท เวิร์ธแห่งนี้เป็สำนักที่ดีที่สุด
พริสซิลล่าก้าวลงมาจากบันไดขั้นสุดท้ายที่หยุดยืนอยู่เดินช้า ๆ เข้ามาที่บาร์ ทิ้งกลิ่นน้ำหอมชั้นดีที่สั่งจากปารีสไว้ข้างหลังหล่อนมาถึงหน้าบาร์ตอนที่เจคกำลังจะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบพอดี
“คุณทำให้ฉันเสียลูกค้าอีกรายหนึ่งแล้วนะคุณแลงสตัน”
เจคมิได้หันหน้ามามองเขากลับพยักหน้าให้บาร์เทนเดอร์รินเหล้าเติมให้
“ผมว่าแค่เสียลูกค้าคนสองคนคงจะไม่เป็ไรละมั้งพริส”
ทุกครั้งที่เขาเรียกหล่อนอย่างนี่พริสซิลล่าจะเกิดความเคืองขุ่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ดูเขาจะมีความสุขกับการยั่วล้อพอ ๆ กับสร้างรอยแผลไว้บนพื้นกระดาษทีเดียวจะมีก็แต่เพื่อนเก่าอย่างเจคเท่านั้นที่สามารถทำกับหล่อนเช่นนี้ได้
แต่เขาเป็เพื่อนหรือเป็ศัตรูกันแน่...มันเป็คำถามที่หล่อนไม่แน่ใจในคำตอบเลย...
“ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาไม่เห็นจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเลยแต่พอคุณก้าวเข้ามานาทีเดียวทำไมมันถึงเกิดเื่เดือดร้อนขึ้นได้ล่ะ”
“งั้นเหรอ...”
“ทุกครั้งเลยด้วย”
“ก็ไอ้ชาวไร่คนนั้นมันจะยิงผมแล้วคุณจะให้ผมทำยังไง ยืนให้มันยิงหรือไง”
“คุณไปยั่วโทสะเขาก่อนนี่”
“ก็มันโกง...”
“นี่...ฉันไม่อยากให้มีเื่เดือดร้อนเกิดขึ้นที่นี่นะอาทิตย์นี้นายอำเภอมาเยี่ยมสองครั้งแล้ว”
“มาธุระหรือว่ามาหาความสำราญล่ะ”
“ฉันไม่ได้พูดเล่นนะเจคเวลานี้คนข้างนอกนั่นเรียกร้องจะให้ปิดสำนักกันทั้งนั้นทุกครั้งที่มันมีเื่เดือดร้อนเกิดขึ้น...”
“เอาเถอะ...ผมขอโทษ”
“ฉันไม่อยากรับฟังคำขอโทษของคุณหรอก”พริสซิลล่าเปล่งเสียงหัวเราะออกมาแ่เบา “เพราะถ้าคุณไม่ก่อเื่ขึ้นที่โต๊ะโป๊กเกอร์ ก็ต้องทำให้เด็ก ๆของฉันวุ่นวายได้อยู่ดี”
“อ้าว...ไหงเป็งั้นไปได้ล่ะ”
“อย่ามาตีหน้าซื่อถามฉันยังงี้หน่อยเลยรู้อยู่แก่ใจว่าเด็ก ๆ น่ะมันตีกันเพราะแย่งคุณ” หล่อนพูดห้วนๆ และครั้งนี้เขาหันมามองหน้าหล่อนเต็มตา รอยยิ้มกว้างฉาบอยู่บนใบหน้า
“งั้นหรือ...ผมนี่แย่ชะมัดเลยนะ”
หล่อนกวาดสายตาไปทั่วใบหน้าคมสันที่แฝงอยู่ด้วยความทระนงนั้นเวลานี้เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มอีกต่อไปแล้วบุรุษผู้ยืนอยู่ต่อหน้าหล่อนในขณะนี้มีความเป็ผู้ชายเต็มตัวและเป็ผู้ชายชนิดที่ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายต่างอยากอยู่ใกล้หล่อนเอาพัดที่ถืออยู่ในมือตีแขนเขาเบา ๆ
“คุณน่ะไม่เหมาะสำหรับเื่ธุรกิจหรอก”
เขาเอียงหน้าเข้ามาใกล้ถามด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกความมั่นใจในตัวเองอย่างยิ่งว่า
“แล้วทำไมคุณถึงดีใจทุกครั้งที่เห็นหน้าผมล่ะ”
ริมฝีปากของพริสซิลล่าเครียดขึ้นสีหน้าบอกความรำคาญแต่ก็อดทนกับรอยยิ้มของเขา
“ในห้องทำงานของฉันมีเหล้าดีกว่านี้”หล่อนวางมือลงบนแขนเขา “มาสิ”