ตอนที่ 17 กลียุค(5)
ในชั่วเสี้ยววินาทีนั้นกาติรัสก็ได้เปิดใช้ 'ดินแดนอนันตกาล' และพาสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ออกมา....ั! มันเป็สัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์พวกมันดำรงอยู่มาก่อนจะถือกำเนิดโลกต้นกำเนิดเสียอีกราวกับมาจากดินแดนอันห่างไกล ร่างกายพลังกำลังหรือเวทมนตร์หรือกระทั่งพละป้องกันพวกมันล้วนเป็จุดสูงสุด เป็สัตว์ประหลาดจากากระทั่งหนึ่งในเก้าเทพบรรพาลก็มีเผ่าพันธุ์ัดำรงอยู่ในนั้นด้วย แต่อำนาจที่ยิ่งใหญ่กลับมาพร้อมกับข้อเสียภายในดินแดนมนุษย์นั้นพวกมันนั้นมีจำนวนน้อยมากๆ น้อยจนนับนิ้วมือได้เลย...
'นำัผิวทมิฬออกมา' กาติรัสสั่งใช้ก่อนมิติจะถูกเปิดออกพร้อมกับเรือนร่างสุดใหญ่โตมโหฬารที่ย่างก้าวออกมาดุจสัตว์ประหลาดา เกล็ดมันวาวสีดำทมิฬและเขาสามเขาที่งอกยาวบนหัวของมันพร้อมกับรอยหยักของเกล็ดที่ทำให้ดูน่าเกรงขาม ทันทีที่โผล่ออกมาจากมิติมันก็โบยบินขึ้นสู่ฟากฟ้าพลางคำราม
ก๊าซซซซซซ
น้ำเสียงดังกึกก้องสะท้านแผ่นดินเรือนร่างที่สูงใหญ่ราวขุนเขากำลังกู่คำรามพลางสองปีกที่กระพือกลางอากาศด้วยปีกที่กว้างกว่าแปดร้อยเมตร มันบดบังแสงอาทิตย์จนมิดสนิท มันไม่ใช่ัสามัญธรรมดาเพราะนิ้วของมันมีถึง 5นิ้วอันเป็สัญลักษณ์ถึงัระดับจักรพรรดิ! ราวกับเกิดรอยแตกในห้วงอากาศมันเกิดอาการปั่นป่วนพร้อมกับคลื่นพายุอันเกรี้ยวกราด
ถึงกระนั้นมันก็เป็เพียงัผีดิบเพราะถูกสังหารและตื่นขึ้นมาในฐานะ 'ผีดิบ' กาติรัสคิ้วเลิกสูงขึ้นเล็กน้อยเขากำลังประหลาดใจกับสิ่งที่เห็นัตนนี้ไม่มีาแของการต่อสู้เลยทั้งที่ต้องถูกฆ่าก่อนถึงจะสามารถกลายเป็ผีดิบได้แต่ราวกับร่างกายของมันฟื้นสภาพเอง าแที่หายไปและเกล็ดที่งอกกลับมาราวกับปาฏิหาริย์ราวกับมันกลายเป็ัโดยสมบูรณ์ เป็ัผีดิบที่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์ราวกับัปกติ...!
"มะ...มะ..ั!!"
"บะ...บ้าไปแล้ว...ั...ออกมาจาก....ห้วงมิติ!!"
"นะ...นี่มันอะไรกัน!!...นอกจากท่านเฮนโรวแล้ว....เขาก็เป็ผู้ถูกเลือกจากังั้นหรอ!!"
บูลเบลพลันคิ้วเลิกสูงขึ้น เขาก็เป็ผู้ถูกเลือกจากังั้นหรอ...! แต่นี้มันัอะไรกันขนาดัของเฮนโรวดูราวกับัน้อยไปเลย...
ทั้งที่ความจริงแล้วัตนนี้ได้ตายไปแล้ว...มันกลายเป็ผีดิบ! ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้เลยทุกคนต่างคิดกันว่ามันคือัจริงๆ ัตัวเป็ๆ กาติรัสเผยรอยยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปาก อำนาจบารมีเพิ่มสูงขึ้นดุจาา "ผู้ถูกเลือก?...มีเพียงแค่ผู้อ่อนแอก้มหัวให้ผู้แข็งแกร่งเท่านั้น!" น้ำเสียงดังก้องพลางัที่บินโฉบลงมา ด้วยร่างกายอันใหญ่ั์ดั่งขุนเขา ัตนนี้มีขนาดเท่าูเาจริงๆ หากมันเอาร่างของตนกระทบกับพื้นละก็...เวทีราชวงศ์คงพังพินาศเป็แน่
ร่างอันมโหฬารพุ่งลงมาด้วยความเร็วยิ่งก่อนเสียงสายหนึ่งจะดังขึ้น "หยุด" สิ้นเสียงนั้นัก็ชะงักงันเป็ที่แน่ชัดว่าผีดิบทุกตนจะโจมตีสิ่งมีชีวิตทุกชนิดอย่างไม่ลังเลจนกระทั่งัตนนี้ได้พบกับกาติรัส นายเหนือหัวเพียงหนึ่งเดียวของมัน...
ปากอันใหญ่ั์อ้าออกพลางกล่าว "เป็กำลังให้นายสูงสุด" น้ำเสียงน่าเกรงขามแต่แฝงไปด้วยความเคารพ
การปรากฏตัวของัทมิฬต้องทำให้ทุกคนนั้นสั่นเทิ้มเป็ความหวาดกลัวอันไร้ขอบเขตดั่งเหวลึก สัตว์ประหลาดที่มีขนาดใหญ่เทียมขุนเขากำลังทำความเคารพให้แก่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง! เป็เด็กหนุ่มที่มีอายุราวสิบห้าสิบหกปีเสียด้วย
"ไปซะลูซิเฟอร์ ไปซะบูลเบล" กาติรัสกล่าวพลางเดินหันหลังกลับก่อนกล่าวต่อ "ไปแสดงพลังของัให้พวกมันได้เห็นซะ...ข้านั้นไม่ได้อยู่ในสนามรบด้วยแต่จะให้ลูซิเฟอร์เป็หัวหน้าควบคุมพวกเ้าแทน"
"นายท่าน...ก่อนจากกันตรงนี้ข้าขอถามสักคำถามได้หรือไม่?" ลูซิเฟอร์ไถ่ถาม
"ว่ามา"
"เหตุใดท่านถึงไม่ปลดปล่อยพวกผีดิบทั้งหมดออกมาและกวาดล้างให้โลกนี้ได้เกิดใหม่เสียเลย?"
"มันเป็คำตอบที่เ้าจะรับรู้ด้วยตัวเอง" กาติรัสกล่าวพลางเดินออกไปไกลแสนไกล
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...เ้าช่างฉลาดเสียจริงมือขวาของข้าแต่หากข้าบอกว่ามีเทพอสูรเลเวลล้านดำรงอยู่ในดินแดนข้างนอกนั้นละก็มันอาจบั่นทอนความมั่นใจและความมุ่งมั่นของเ้าพังทลายเสียหมด มันยังไม่ถึงเวลาอันสมควรที่ข้าจะต้องประมือกับเ้านั้น
กาติรัสเดินจากไปแล้วเขาต้องเตรียมการและวางแผนสำหรับงานประลองของสหภาพหกแผ่นดินและตอนนี้ลูซิเฟอร์ถูกมอบหมายให้เป็หัวหน้า...
อาาาาว้าาาาาาาา
ลูซิเฟอร์ชกำบูลเบลอย่างเบามือและะโขึ้นแผ่นหลังของัทมิฬไปก่อนกล่าว "มุ่งสู่ราชอาณาจักรเซอร์วอส"
ฟิ้ว~
สองปีกอันใหญ่ั์กระพือเป็จังหวะพลางส่งร่างขนาดใหญ่พุ่งตรงไปในอากาศ ัทมิฬไม่ได้เคลื่อนไหวเร็วนักแต่เนื่องจากร่างที่ใหญ่ดุจูเาทำให้มันดูราวกับเคลื่อนที่ได้อย่างเร็วไว
"ฮ่าฮ่าฮ่า...เ้าชื่อลูซิเฟอร์นี้เองตอนนั้นเ้านำทัพได้ดีมาก....ข้าขอชื่นชมจากใจแต่เป็อย่างไรละพลังของพวกท่าน 'ัโบราณกาล' "
"ข้านึกว่าเ้าจะไม่พูดถึงเื่นี้ซะแล้ว..."
.
.
.
.
.
สี่ราชอาณาจักร....ณ ทุ่งราบกว้างเซอร์วอส
เพลาที่แสงแดดร้อนระอุ
ราชอาณาจักรเซอร์วอสขึ้นชื่อเื่กองกำลังทหารมีประสิทธิภาพและแข็งแกร่งที่สุดในสี่ราชอาณาจักร พวกเขาเป็รองเพียงวินเทอร์เฟียเท่านั้นและขณะนี้กองทัพสุดน่าเกรงขามและทรงพลังกำลังเคลื่อนพลเข้าสู่พรมแดนของราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย อัศวินทุกคนต่างเดินด้วยขาสองข้างของตนไม่มีอาชาหรือพาหนะแม้แต่น้อย พวกเขาเชื่อเื่ความแข็งแกร่งของตนเป็ที่สุดและยามนี้ความรู้สึกของเหล่าอัศวินนั้นเปี่ยมไปด้วยความกระหายเืครานี้อาจจะเป็โอกาสเดียวและครั้งสุดท้ายที่จะได้กวาดล้างวินเทอร์เฟียอย่างจริงจัง
ท่ามกลางกองทัพนับแสนพวกเขาต่างกล่าวเป็เสียงเดียวกัน "หนักแน่น อดทนและทรงพลัง" พวกเขากล่าวอย่างพร้อมเพรียงราวกับการปลุกขวัญกำลังใจ
"วินเทอร์เฟียอยู่ข้างหน้าเราแล้ว..." ชายวัยกลางคนกล่าว เกราะของเขาโดดเด่นที่สุดในหมู่นักรบเนื่องจากร่างกายสุดกำยำและใหญ่โตเขาสูงราวสองเมตรนิดๆและเป็ผู้บัญชาการที่หนึ่ง
"เ้าว่ากำลังพลสองแสนคนของเราจะเอาชัยพวกมันได้จริงงั้นรึ?" ผู้บัญชาการที่หนึ่งกล่าว
"เ้ากล่าวถามอะไรแบบนั้น? กองทัพของวินเทอร์เฟียนั้นกระจอกมากขนาดไหนเ้าก็รับรู้เป็อย่างดีหากไม่นับว่าาาและราชันอัสนีเป็ผู้ปกป้องพวกมันละก็เพลานี้วินเทอร์เฟียคงถูกลบหายไปแล้ว" ผู้บัญชาการที่สองกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขัง เขามีรูปร่างสูงใหญ่เกือบสองเมตรและร่างกายที่บึกบึน
"ท่านทั้งสองใจเย็นลงก่อนเถิด...เรามารบกับศัตรูมิใช่มิตรนะท่าน" ผู้บัญชาการที่สามกล่าวด้วยความใจเย็น เขามีรูปร่างสมส่วนความสูงอยู่ในระดับพอดี
"ฮึ่ม!...เ้าสองเมตรถ้าเ้าลังเลอีกละก็มันก็เหมือนกับร่างของเ้าได้ถูกฟันออกเป็สองซีก"
ผู้บัญชาการทั้งสามของเซอร์วอสกำลังถกเถียงกันอยู่นานโขในขณะที่พูดคุยไปพลางเดินไป แผ่นดินโดยรอบก็เริ่มเกิดการสั่นะเื
ครืนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
"เกิดอะไรขึ้น"
"มีบางอย่างกำลังมา..."
"แผ่นดินมันสั่นไหว?"
ก๊าซซซซซซซซซซซ
ทุ่งราบกำลังสั่นะเืพร้อมกับเสียงดังก้องกังวานทั่วฟ้าดินราวกับเป็เสียงของอะไรบางอย่างที่มีขนาดใหญ่โตมากๆ อัศวินเกือบทั้งหมดล้วนยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปกลายเป็หินพวกเขาต้องหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ น้ำเสียงของมันเป็น้ำเสียงที่หยิ่งยโสเป็อย่างมาก ไม่มีใครสามารถจินตนาการรูปร่างเ้าของเสียงได้เลยกระทั่งในห้วงความฝันอันเลวร้ายที่สุดยังมิอาจเทียบเท่า ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินความมั่นใจของพวกเขาอย่างช้าๆ
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ
ปรากฏเงาร่างสุดใหญ่โตเหนือพื้นดินมันมีขนาดใหญ่มากจนกลบแสงสุริยากลับคืนสู่ความมืดมิด ก่อนทุ่งราบที่เคยอึกทึกครึกโครมเนื่องจากเสียงของเหล่าอัศวินตลอดทาง ทว่า ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบงันดุจยามราตรี ในแววตาเ่าั้ต่างแสดงออกถึงความตกตะลึงพลางรูม่านตาหดรีดเล็กอย่างที่สุดและเหงื่อที่อาบท่วมกายในระยะเวลาอันสั้น
ปรากฏเรือนร่างที่ใหญ่โตเป็ที่สุดและมันเป็สิ่งมีชีวิต! มันเป็เื่ยากมากที่มนุษย์อย่างพวกเขาจะได้พบเจอกับสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดมหึมาเนื่องจากส่วนใหญ่พวกเขามักจะใช้เวลาในการต่อสู้กันเองเสียมากกว่าและเหตุผลที่สี่แดนเทพมนุษย์เป็ผู้ปกป้องพวกเขาจากโลกภายนอกด้วยเช่นกัน ทำให้ยากนักที่จะเห็นต่างเผ่าพันธุ์ได้เข้ามาในดินแดนมนุษย์ ต่างเผ่าพันธุ์ว่ายากแล้วยิ่งสัตว์ขนาดั์ระดับนี้ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง
"มะ..มะ..มัน...มันปะ...มันเป็...มันเป็สิ่งมีชีวิตจริงๆงั้นหรอ!"
"ใบหน้าแบบนั้น...! ปีกและเกล็ดแบบนั้น...! ั!!"
"อะไรกัน!...เื่แบบนี้มันไม่ได้อยู่ในแผนเลยสักนิด"
"จะ..ใจ...เย็น..กะ..ก่อน...บางที...มัน..อะ..อาจ..ใหญ่แต่ตัว" ผู้บัญชาการที่หนึ่งกล่าวอย่างจริงจังถึงร่างกายของเขาจะสั่นเทาแต่เขาเป็ผู้เดียวที่คงสติได้ดีที่สุด
ชื่อ:??? อายุ:??? เผ่าพันธุ์:??? อายุขัยโดยธรรมชาติ:??? เลเวล:??? พลังกาย:??? พลังเวทย์:???
ทันทีที่ค่าสเตตัสพุ่งเข้าหัวผู้บัญชาการที่หนึ่งก็เข้าสู่ความสิ้นหวังในทันที มันไม่อาจตรวจค่าสเตตัสได้ดังคำสอนั้แ่โบราณกาล "หากไม่อาจตรวจดูสเตตัสของศัตรูได้นั้นการันตีีแล้วว่าเขาแข็งแกร่งกว่าเรามากนักเพราะไม่มีสกิลใดในโลกใบนี้ที่ปกปิดค่าสเตตัสได้"
"สัตว์ประหลาด!...ขุดหลุม!!...สร้างหลุมหลบภัย...มันตัวใหญ่มากบางทีอาจมองไม่เห็นพวกเรา"
สิ้นเสียงของผู้บัญชาการที่หนึ่งอัศวินที่ยังคงสติได้ดีก็รีบทำตามในทันควัน พวกเขาเริ่มจะรู้สึกรักชีวิตมากขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าความตายที่ไม่อาจหวนคืน ร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดั์โบยบินผ่านไป มันไม่สนใจหรือกระทั่งอยากจะมองพวกเขาด้วยซ้ำ
ในจังหวะการปรากฏตัวของัทมิฬมันมาพร้อมกับกระแสลมอันโเี้ผู้ใดที่ไม่สามารถยืนทนรับความรุนแรงของลมกรดนั้นได้จะต้องถูกมันกระชากลอยคว้างไปในท้องนภาและตกลงมาตาย! ไม่มีใครโทษใครทั้งนั้นมันเป็สถานการณ์เสี่ยงตายทุกคนต่างโทษในความอ่อนแอของตัวเองทั้งสิ้น กองทัพสองแสนลดลงเหลือเพียงแสนครึ่งในทันตา ก่อนพวกเขาจะค่อยๆโผล่ออกมาจากหลุมหลบภัย
"ดูเหมือนมันจะไปแล้วนะครับ" ผู้บัญชาการที่สามกล่าว
"มันกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน?" ผู้บัญชาการที่สองกล่าว
"นะ..นั่น...นั่นมันทางไปราชอาณาจักรเซอร์วอส!...องค์จักรพรรดิกำลังตกอยู่ในอันตราย!!" ผู้บัญชาการที่สามกล่าวตอบ
"ดูเหมือนจะเป็อย่างนั้นนะ" น้ำเสียงนุ่มนวลและละมุนละไมพลันดังขึ้น
อึก...
ผู้บัญชาการทั้งสามต่างกลืนน้ำลายคำโตทั้งสามพลันหันขวับก่อนจะพบเห็นเทพธิดาตัวน้อย ผิวของเธอนั้นเนียนละเอียดและขาวผ่องดุจหิมะ ดวงเนตรสีแดงฉานและเผ้าผมสีดำสนิทที่กำลังโบกสะบัดตามกระแสลม อัศวินผู้แข็งแกร่งทั้งสามไม่อาจรับรู้ถึงการมาของตัวเธอได้เลยราวกับทะลุมิติ
"ยินดีที่ได้รู้จัก...ฉันชื่อบูลเบลเป็จักรพรรดินีแห่งราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย"
สิ้นเสียงของบูลเบลพวกเขาตั้งสามต่างกล่าวขึ้นอย่างเดือดดาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บัญชาการที่สอง เขามีความเคียดแค้นต่อราชันทรราชเป็ที่สุดเขาต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปในการรบกับราชันทรราช ครอบครัว อำนาจ เงินตรา เขาสูญเสียมันไปทั้งหมดชีวิตนี้เหลือเพียงการล้างแค้นสายเืของมันเท่านั้น!!
"จักรพรรดินี!?...เหลวไหล!..วินเทอร์เฟียมีเด็กน้อยแบบเ้าเป็จักรพรรดินีั้แ่ยามใดกัน!!..หรือเ้าจะกล่าวว่าตนเองคือผู้มีสายเืของราชันทรราช"
"บูลเบล?...ใช่ราชธิดาของราชันทรราชที่มีสเตตัสเทียบเท่าเด็กทารกเช่นนั้นรึ?"
"ไม่!...พวกเ้า!!...พวกเ้าไม่ควรยั่วยุนาง" ในทุกสถานการณ์ผู้บัญชาการที่หนึ่งมักจะเป็ผู้มีสติมากที่สุด ทักษะหยั่งรู้ของเขาก้าวหน้าไปมากถึงระดับที่8 เขาสามารถส่องดูคนที่มีเลเวลมากกว่าเขาได้มากถึง 1500เลเวล
"ข้าไม่ได้มาดีหรอกนะ...พวกเ้าจงยอมเป็ประเทศราชต่อราชอาณาจักรของเราเสีย...มิเช่นนั้นบ้านเมืองของพวกเ้าจะลุกเป็ไฟ" บูลเบลกล่าวอย่างเยือกเย็นและสุขุม เด็กสาวอายุสิบสี่สี่ห้าปีกำลังแสดงพลังอำนาจ เธอเชื่อเสมอว่าพลังคือทุกสิ่ง หากมีพลังย่อมมีอำนาจ!
.
.
.
.
"ปล่อยเด็กน้อยคนนั้นไว้จะดีเช่นนั้นรึ?" ลูซิเฟอร์ไถ่ถาม
"อันเดดกังวลเื่ผู้อื่นเป็ด้วยหรือนี่?...สบายใจซะเถอะนางรอดแน่นอนเรารีบไปราชอาณาจักรเซอร์วอสกันดีกว่า" ัทมิฬกล่าวตอบ
"ข้าเกรงว่านายท่านจะโกรธหากนางตาย"
"ฮ่าฮ่าฮ่า...ธิดาน้อยคนนั้นไม่ตายหรอกเพราะสเตตัสระดับนั้นนะ....มันมากพอจะชนะพวกมันทั้งกองทัพแล้วละ"
ชื่อ:บูลเบล วินเทอร์เฟีย(เพศหญิง) อายุ:14ปี เผ่าพันธุ์:ฮิวเมน(เชื้อกษัตริย์) อายุขัยโดยธรรมชาติ: 200ปี เลเวล:2,678 พลังกาย:40,234 พลังเวทย์:40,213 อาชีพ:ไม่มี (ผู้สืบทอดราชันทรราช)
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:4,849 พลังกาย:47,098 พลังเวทย์:583,042