ไลฟ์สดทำฟาร์ม : องค์หญิงเก้าผู้นี้ขอไปใช้ชีวิตสุขสงบในชนบทกับบัณฑิตหนุ่ม

    บทที่ 28 ศักดิ์ศรีแห่งตระกูลบัณฑิต

    บทที่ 28 ศักดิ์ศรีแห่งตระกูลบัณฑิต

     

            “ท่านพ่อจะต้องเห็นด้วยแน่นอน”

     

            จี้หานซวน รู้ดีว่าน้องสาวของเขากำลังคิดอะไรอยู่

     

            มีบางถ้อยคำที่เขาอยากจะอธิบาย

     

            แต่...พูดต่อหน้าเซี่ยงเฉิงหลีคงไม่สะดวกนัก

     

            “เซี่ยงเฉิงหลี รบกวนเจ้าไปที่ที่ว่าการอำเภอสักหน่อยเถิด ไปหารือเรื่องการจัดการกับพวกโจรภูเขา”

     

            ดวงตาสีนิลของเซี่ยงเฉิงหลีไหววูบเล็กน้อย

     

            เขารู้ทันทีว่านี่เป็นข้ออ้างเพื่อกันเขาออกไป

     

            สองพี่น้องคงมีเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากพูดต่อหน้าเขา

     

            “อาจเป็นเพราะคำดูถูกเหยียดหยามของซื่อจื่อเหลียงในวันนั้น ที่ช่วยเตือนสติท่านพ่อ” ในดวงตาเย็นชาของจี้หานซวนฉายแววเย้ยหยันตัวเองวูบหนึ่ง

     

            “ตอนนี้ท่านพ่อเปลี่ยนไปมาก”

     

            “ข้ากับพี่ใหญ่ต่างก็รู้ซึ้งแล้วว่าการส่งลูกอนุในบ้านออกไปแต่งงาน เพื่อเกาะแข้งเกาะขาผู้มีอำนาจ ไม่ได้ช่วยให้ตำแหน่งกั๋วกงสืบทอดต่อไปได้อย่างมั่นคงเลย”

     

            “รังแต่จะทำลายศักดิ์ศรีและความภูมิใจของตระกูลบัณฑิตเราเสียมากกว่า”

     

            จี้หานลั่วอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

     

            นางเคยคิดว่าคนจวนจี้กั๋วกง คงจะดันทุรังเดินบนเส้นทางสายมืดนี้จนสุดทาง

     

            ไม่เคยคิดเลยว่า

     

            บิดาและพี่ชายของนาง จะตาสว่างได้เพราะคำดูถูกของเหลียงห้าวเหยียน

     

            นางอยากจะส่งธงเกียรติยศ ไปขอบคุณเหลียงห้าวเหยียนจริง ๆ

            “พี่รอง ข้าดีใจมากที่ท่านพ่อกับท่านเปลี่ยนความคิดได้ขนาดนี้” ดวงตาภายใต้หมวกคลุมหน้าของจี้หานลั่วโค้งลงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว “ไม่ปิดบังพี่รอง ข้ารังเกียจการเป็นอนุที่สุดเจ้าค่ะ”

     

            จี้หานซวนเข้าใจแจ่มแจ้งในทันที “ดังนั้น เจ้าจึงเป็นฝ่ายขอแต่งงานกับเซี่ยงเฉิงหลีเองสินะ?”

     

            จี้หานลั่วยิ้มบาง ๆ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

     

            นางรู้สึกโชคดีเหลือเกินกับการตัดสินใจในวันนั้น

     

            “เขาเป็นลูกผู้ชายที่หาได้ยากยิ่ง” แววตาเย็นชาของจี้หานซวน เต็มไปด้วยความชื่นชมในตัวเซี่ยงเฉิงหลี “เพียงแต่...เรื่องยุ่งยากรอบตัวเขาเยอะไปสักหน่อย”

     

            จี้หานลั่วหลุบตาลง “พี่รอง หากท่านตั้งใจจะไปเป็นทหารจริง ๆ ข้าอยากเชิญชวนท่านพักอยู่ที่เขาหมอบเสือสักระยะหนึ่งก่อนเจ้าค่ะ”

     

            “ข้าก็ตั้งใจไว้อย่างนั้น” จี้หานซวนยกยิ้มมุมปาก

     

            ...

     

            เขาหมอบเสือ

     

            เป็นปราการทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญที่สุด ในการแบ่งเขตเหนือใต้ของแคว้นเสวียน

     

            ในฤดูหนาว มันช่วยสกัดกั้นคลื่นความหนาวเย็นไม่ให้ลงสู่แดนใต้ ในฤดูร้อน มันช่วยกั้นลมทะเลที่ชุ่มชื้นไม่ให้พัดเข้าสู่แดนเหนือ

     

            ที่นี่เต็มไปด้วยหุบเขา ภูมิประเทศสูงชัน และมีโตรกผามากมาย

     

            มันเปรียบเสมือนแดนสุขาวดีที่ทิวทัศน์งดงามตระการตา

     

            แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นหมู่บ้านที่ล้าหลังและมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก

            ที่นี่จี้หานลั่วได้สัมผัสกับความเรียบง่ายและใสซื่อของชาวบ้านป่าชาวเขา และได้เห็นความลำบากยากแค้นของพวกเขาเช่นกัน

     

            แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจคือ ความเป็นอยู่ของตระกูลเซี่ยงไม่ได้แร้นแค้นอย่างที่นางจินตนาการไว้ แม้จะไม่ร่ำรวย แต่ก็มีกินมีใช้ไม่ขาดแคลน

     

            เพียงแต่การที่คนตระกูลเซี่ยงอาศัยอยู่ในถ้ำ ทำให้นางได้เปิดหูเปิดตาเป็นครั้งแรกและสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกโล่งใจที่สุดคือ

     

            ในหมู่บ้านป่าเขาเช่นนี้ กฎเกณฑ์ข้อบังคับที่มีต่อสตรีนั้นผ่อนปรนกว่ามาก หญิงสาวในหมู่บ้านสามารถลงไปทำงานในไร่นาได้ โดยไม่ต้องสวมหมวกคลุมหน้าปิดบังโฉม

     

            “หานลั่ว งานแต่งงานของเจ้ากับเซี่ยงเฉิงหลี กำหนดไว้เป็นวันที่ 29 เดือน 3” จี้หานซวนมองดูถ้ำโล่ง ๆ ที่ไร้เครื่องเรือนหรูหรา ในใจรู้สึกปวดร้าว

     

            น้องสาวคนที่เก้าของเขาผู้นี้ แม้จะเป็นเพียงลูกอนุของจวนจี้กั๋วกง

     

            แต่ก็เติบโตมาอย่างคาบช้อนเงินช้อนทอง นางจะทนรับสภาพความเป็นอยู่ที่หยาบกระด้างเช่นนี้ได้อย่างไร?

     

            “หานลั่ว เจ้าพาเซี่ยงเฉิงหลีกลับไปอยู่เมืองหลวงเถอะ มีจวนจี้กั๋วกงอยู่ จะไม่ยอมให้พวกเจ้าสองคนต้องลำบากแน่นอน”

     

            “พี่รอง ความหวังดีของท่านข้าเข้าใจ” หัวใจของจี้หานลั่วอุ่นวาบ รู้สึกตื้นตันจนพูดไม่ออก นางเข้าใจความปรารถนาดีของพี่ชายที่อยากจะดูแลนาง

     

            นางซาบซึ้งใจจริง ๆ

     

            “อันที่จริงเขาหมอบเสือก็ดีมากนะเจ้าคะ ข้าชอบที่นี่มาก”

     

            “ท่านไม่ต้องกังวลว่าข้าจะอยู่ถ้ำไม่ได้”

             

            “เผลอ ๆ หากท่านมาครั้งหน้า ข้าอาจจะได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่สุขสบายยิ่งกว่าจวนจี้กั๋วกงเสียอีก”

     

            มุมปากของจี้หานซวนกระตุกยิก

     

            น้องเก้าของเขานี่...ช่างกล้าคุยโวเสียจริง

     

            สถานที่ทุรกันดารห่างไกลความเจริญเช่นนี้ แม้แต่การเดินทางเข้าภูเขายังยากลำบาก จะไปพูดถึงเรื่อง สร้างบ้าน ได้อย่างไร?

     

            ทว่าเซี่ยงเฉิงหลีที่ยืนอยู่หน้าถ้ำ กลับยิ้มจนมุมปากยกสูง

     

            เดิมทีเขากังวลว่าฮูหยินตัวน้อยที่เคยชินกับการใช้ชีวิตกินดีอยู่ดี จะทนสภาพถ้ำโล่ง ๆ แบบนี้ไม่ได้ จึงตั้งใจจะมาดูนางเสียหน่อย

     

            แต่บังเอิญได้ยินสองพี่น้องคุยเรื่องงานแต่งงาน

     

            เขาเผลอยืนแอบฟังอยู่ที่หน้าประตู และได้ยินความในใจของฮูหยินตัวน้อยเข้าพอดี

     

            หากจะบอกว่าไม่ซาบซึ้งใจ ก็คงจะเป็นการโกหก

     

            เขาล้วงหยิบแบบแปลนที่ตนเองวาดไว้ตอนอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอออกมา รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้นกว่าเดิม

     

            เขาจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เคาะประตูเบา ๆ แล้วผลักบานประตูเข้าไป “พี่รอง คุณหนูเก้า นี่คือแบบแปลนที่ข้าวาดไว้ตอนอยู่อำเภอ”

     

            “ตั้งใจว่าพอแต่งงานแล้ว จะให้คนเร่งลงมือสร้างทันที พวกท่านลองดูสิว่ามีตรงไหนต้องแก้ไขหรือไม่?”

     

            จี้หานลั่ว: “...”

     

            ที่แท้วันนั้นที่เขาขีด ๆ เขียน ๆ คือสิ่งนี้เองหรือ?

     

            “คุณชายเซี่ยง ตระกูลเซี่ยงย้ายมาอยู่เขาหมอบเสือตั้งหลายปี เหตุใดเพิ่งจะมาคิดสร้างบ้านเอาตอนนี้เจ้าคะ?”

     

            เซี่ยงเฉิงหลีตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้าไม่อยากให้คุณหนูเก้าแต่งงานกับข้าแล้ว ต้องรู้สึกว่าชีวิตตกต่ำลงมากเกินไป” และที่สำคัญ เขาทำใจเห็นฮูหยินตัวน้อยของเขาตกระกำลำบากไม่ได้

     

            จี้หานซวนคิ้วคลายปมลงหลายส่วน

     

            แม้ตระกูลเซี่ยงจะตกอับ

     

            แต่น้องเขยคนนี้ ใส่ใจน้องสาวของเขามากจริง ๆ

     

            บางทีอาจมีเพียงตำแหน่งภรรยาเอกเท่านั้น

     

            ที่จะได้รับความให้เกียรติและใส่ใจจากสามีถึงเพียงนี้

     

            “หานลั่ว แบบแปลนนี้ไม่เลวเลย หากสร้างตามแบบนี้ สภาพความเป็นอยู่ก็ไม่ด้อยไปกว่าตอนอยู่จวนจี้กั๋วกงเท่าไหร่นัก”

     

            ดวงตาใสกระจ่างของจี้หานลั่วเจือรอยยิ้ม นางรับแบบแปลนมาพิจารณาอย่างละเอียด “คุณชายเซี่ยง ข้าขอเก็บแบบแปลนนี้ไว้ก่อนได้ไหมเจ้าคะ ไว้ข้าจะคืนให้ภายหลัง”

     

            นางอยากจะเติม ระบบทำความร้อน ลงไปในแบบแปลน

     

            นางทนธรรมเนียมของยุคนี้ที่พอถึงหน้าหนาวก็จุดเตาถ่านในห้องไม่ไหวแล้ว มันแก้ปัญหาได้แค่ผิวเผิน ไม่ช่วยให้หายหนาวได้จริง

     

            ถ่านไม้หรือจะสู้เตียงเตาอุ่นที่แสนสบายได้?

     

            ดวงตาสีนิลของเซี่ยงเฉิงหลีเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

     

            เขาอยากจะดึงฮูหยินตัวน้อยมาหอมแก้มสักฟอด แต่กลับถูกจี้หานซวนไล่ตะเพิดออกจากห้องเสียก่อน “เซี่ยงเฉิงหลี ฟ้ามืดแล้ว หานลั่วต้องพักผ่อน”

     

            “หงโต้ว หน่ายฉา ปรนนิบัติคุณหนูของพวกเจ้าเข้านอนเร็วเข้า” หลายวันมานี้จี้หานซวนเห็นเซี่ยงเฉิงหลี หาโอกาสมุดเข้ามารถม้าน้องสาวเขาตลอดเวลา

     

            เขาจึงระแวดระวังตัวเซี่ยงเฉิงหลีเป็นพิเศษ

     

            ตอนเดินออกไป ยังไม่วายลากตัวเซี่ยงเฉิงหลีออกไปพร้อมกันด้วย

     

            [หลงรักใบหน้าของเจ้า: ฮ่า ๆ ๆ เห็นหน้าคุณชายเซี่ยงตอนโดนพี่รองลากออกไปไหม? หน้าดำเหมือนก้นหม้อเลย ตลกชะมัด มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]

     

            [นินี่ผู้น่ารัก: คุณชายเซี่ยงอดทนอีกนิด พรุ่งนี้สตรีมเมอร์ก็จะเป็นฮูหยินที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ถึงตอนนั้นก็ไม่มีใครมาแยกพวกท่านได้ มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]

     

            [ไม่ดำก็แดง: สตรีมเมอร์ย้ายจากจวนหรูหรา มาอยู่ถ้ำยุคหินโดยไม่บ่นสักคำ หายากจริง ๆ มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]

     

            [ฤดูร้อนไม่หนาว: เห็นแก่ที่ข้าตามสตรีมเมอร์แล้วหาเงินได้เพียบ พรุ่งนี้ข้าจะส่ง ‘สูตรการเผาอิฐ’ ให้สตรีมเมอร์ หวังว่าจะได้อยู่บ้านหลังใหญ่เร็ว ๆ นะ มอบรางวัล 9,999 เหรียญดวงดาว]

     

            [ลมพัดตึง: งั้นข้าจะส่ง ‘สูตรทำเตียงเตาอุ่น แบบตะวันออกเฉียงเหนือ’ ให้สตรีมเมอร์เอง มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]

     

            [น้องสาวรีบมาซบอกพี่: งั้นข้าส่งสูตรทำ ‘ปูนซีเมนต์’ ให้]

     

            ในห้องถ่ายทอดสด ผู้ชมที่ออนไลน์ต่างพากันแย่งเสนอตัวมอบ สูตรเทคโนโลยี ต่าง ๆ ให้จี้หานลั่ว เพื่อให้นางปรับปรุงคุณภาพชีวิตในถ้ำอันอัตคัดนี้

     

            ทำเอาเจ้าตัวยิ้มแก้มปริจนหุบไม่ลง

     

            "คุณหนู ท่านเขยยากจนถึงขนาดต้องนอนในถ้ำ มีเรื่องอะไรน่าดีใจนักหนาหรือเจ้าคะ?" สาวใช้หน่ายฉาเบะปากบ่นอุบ

     

            พวกนางอุตส่าห์รอดชีวิตจากมือโจรภูเขามาได้อย่างยากลำบาก

     

            รอนแรมมาตลอดทางจนถึงเขาหมอบเสือ กลับต้องมานอนในถ้ำที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็ไม่รู้ว่าตอนกลางคืนถ้ำจะถล่มลงมาไหม?

     

            จะมีงูเลื้อยออกมาหรือเปล่า?

     

            ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าสภาพแวดล้อมเลวร้ายขนาดนี้

             

            มีอะไรให้คุณหนูต้องดีใจด้วย?

     


    คล้ายกับเรื่องไลฟ์สดทำฟาร์ม : องค์หญิงเก้าผู้นี้ขอไปใช้ชีวิตสุขสงบในชนบทกับบัณฑิตหนุ่ม ที่คุณอ่าน