เก้าเดือนผ่านไป
“อือ..อ่า..เจ็บ..โอ้ยๆ..คุณย่าช่วยรินด้วยรินปวดท้อง”
รินรดานอนครวญครางเจ็บท้องคลอดในห้องคลอดด้วยความเ็ปแทบขาดใจ
หน้าห้องคลอดธีร์ภพเดินไปมาด้วยความตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าลูกสาวอีกใจก็กระวนกระวายด้วยความเป็ห่วงรินรดา
“หยุดเดินเถอะตาธีร์ฉันเวียนหัวไปหมดแล้ว”
“ขอโทษครับคุณท่านผมเป็ห่วงลูกกับคุณรินมากไปหน่อยครับ”
“ไม่เป็ไรหรอกตาธีร์ฉันเข้าใจดีว่าเป็คุณพ่อมือใหม่มันตื่นเต้นแค่ไหนฉันเองก็ดีใจที่จะได้เจอเหลน
คนแรกเหมือนกัน”
ในห้องคลอด“คุณแม่ให้คุณพ่อเข้ามาให้กำลังใจด้วยไหมค่ะ”
“ไม่ต้องค่ะ”
“ถ้าอย่างงั้นคุณแม่ทำใจให้สบายหายใจเข้าลึกๆค่อยผ่อนลมหายใจออกมาจากนั้นเบ่งนะคะคุณแม่”
รินรดาทำตามคำแนะนำของหมอในห้องคลอดไม่นานเด็กทารกแรกเกิดผิวขาวอมชมพูเพศหญิง
ก็ลืมตาออกมาดูโลก
“อุ๊แว้ อุ๊แว้ อุ๊แว้”
“น้องออกมาแล้วนะคะคุณแม่น้องเป็ผู้หญิงนะคะแข็งแรงสมบูรณ์ครบสามสิบสองดีค่ะคุณแม่”
ทันใดนั้นคุณหมอที่ทำคลอดให้กับรินรดาก็ออกมาแจ้งข่าวดีให้กับครอบครัวของเธอที่ตั้งหน้าตั้งตา
รอคอยสมาชิกคนใหม่ของบ้านพาณิชย์ชกร
“แกร๊ก”
“ยินดีด้วยนะคะคุณพ่อได้ลูกสาวค่ะคุณแม่คุณลูกปลอดภัยดีค่ะ”
“ขอบคุณครับคุณหมอขอบคุณมากๆครับ”
“ยินดีค่ะหมอขอตัวก่อนนะคะ”
สองชั่วโมงผ่านไปพยาบาลก็นำเด็กทารกเพศหญิงมาส่งให้ครอบครัวในห้องพักผู้ป่วยพิเศษ
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
“แกร๊ก”
“เอาน้องมาส่งค่ะ”ธีร์ภพเดินเข้าไปอุ้มลูกสาวที่อยู่ในรถเข็นเด็กที่พยาบาลเข็นเข้ามาในห้อง
“อุ๊แว้ อุ๊แว้ อุ๊แว้”เด็กหญิงวีรดาร้องไห้เสียงดังไปทั่วห้องอยู่ภายในอ้อมกอดของผู้เป็พ่ออย่าธีร์ภพโดยมี
คุณหญิงอำภาพ่อแม่และน้องสาวของเธอมาเยี่ยมเหลนและหลานสาวตัวน้อยอย่างพร้อมเพียงกัน
“มาแล้วเหรอเหลนทวดน่ารักน่าชังจริงๆเลยยัยหนู”
“เหมือนยัยรินตอนเด็กๆเลยค่ะคุณแม่”
“ใช่ครับคุณแม่เหมือนยัยรินตอนเด็กๆมาก”พ่อและแม่ของรินรดาต่างก็คิดเหมือนว่าหลานสาว
ตัวน้อยที่พึ่งเกิดมามีหน้าตาละม้ายคล้ายเคียงกับผู้เป็แม่อย่างรินรดาั้แ่สมัยเป็ทารกน้อย
“ไหนคะคุณพ่อคุณแม่นินขอดูหน้าหลานหน่อยเหมือนยัยรินจริงๆด้วยคะคุณพ่อคุณแม่”
นินนาราพี่สาวของรินรดาที่ได้หน้าตาหลานสาวตัวน้อยก็เห็นด้วยกับผู้เป็พ่อและแม่ว่าหลานสาวตัว
มีหน้าตาเหมือนรินรดาผู้เป็น้องสาวของเธอมาก
“คุณท่านครับช่วยตั้งชื่อยัยหนูให้ผมกับคุณรินหน่อยนะครับคุณท่าน”
“พ่อชื่อธีร์ภพแม่ชื่อรินรดาให้ยัยหนู ชื่อวีรดา พาณิชย์ชกร ชื่อเล่นน้องวี”
“น้องวีลูกพ่อพ่อรักหนูนะครับ”
“ยัยรินอุ้มน้องวีหน่อยไหมลูก”คุณหญิงอำภาเอ่ยถามหลานสาว
“ไม่ค่ะคุณยายรินอยากพักผ่อน”เมื่อรินรดาไม่ยอมอุ้มลูกสาวตัวน้อยทุกคนในห้องก็ต่างมองหน้ากัน
ด้วยความสงสารเด็กน้อยตาดำๆที่ไม่รู้เดียงสาอะไรแต่เกิดมาลืมตาดูโลกแม่แท้ๆก็ไม่รักไม่สนใจ
ไม่แม้แต่จะััตัว
สองปีต่อมา
“วีเดินมาหาพ่อเร็วครับ”เด็กหญิงวีรดาที่กำลังขยันเดินก็หัวเราะเอ๊กอ๊ากชอบใจที่ผู้เป็พ่อเล่นด้วยอย่าง
สนุกสนาน
“โอ้โหลูกพ่อเก่งจังเลยครับแข็งแรงด้วยนะเนี่ย”ภายในบ้านสไตน์ยุโรปสุดหรูมีรินนดายืนมองสองพ่อลูก
ที่เดินเล่นอยู่สนามหญ้าหน้าบ้านอย่างไม่วางตา
“หนูวีหน้ารักมากนะยัยรินเราไม่อยากอุ้มลูกสอนลูกเดินบ้างเหรอยังไงหนูวีก็เป็ลูกแท้ๆเรานะ”
“ไม่ค่ะคุณยายรินไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกับเด็กคนนั้นนับั้แ่รินคลอดเด็กคนนั้นออกมาสถานะ
ทุกอย่างระหว่ารินกับเด็กคนนั้นมันก็สิ้นสุดลงั้แ่วันนั้นแล้วค่ะ”
“เราจะไม่เสียใจทีหลังใช่ไหมที่ตัดใจแบบนั้น”
“ไม่ค่ะคุณยายตอนนี้ชีวิตของรินกำลังไปได้ดีรินกำลังจะได้เข้าวงการอย่างที่รินฝันไว้รินจะไม่มีวัน
เสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้ค่ะคุณยาย”
“ถ้าเราตัดสินใจดีแล้วยายก็เคารพการตัดสินใจของเรานะยัยริน”
สี่ปีผ่านไปหลังจากรินรดาได้เป็ดาราดังแถวหน้าของเมืองไทยอย่างที่เธอใฝ่ฝันไว้ไม่นานทุกคนในบ้านก็ได้พบกับข่าวร้ายเมื่อคุณหญิงอำภาได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรคชราตามความเสื่อมของร่างกายตาม
อายุขัยที่สมควรแก่การเวลาของคุณหญิงอำภาหลังงานศพของคุณหญิงอำภาสุดสิ้นลงในเช้าวันต่อมา ณ วัดแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านพาณิชย์ชกรสองพ่อหิ้วตะกร้าข้าวของต่างๆพร้อมกับพวงมาลัยดอกรักซึ่งหมายถึงความรักที่บริสุทธิ์ของเขาและลูกสาวไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับคุณหญิงอำภาที่จากไป
“วีครับเอาพวกมาลัยไปกราบคุณทวดสิครับ”
“ค่ะคุณพ่อ”เด็กหญิงวีรดาที่มีอายุครบหกขวบแล้วตอบรับผู้เป็พ่ออย่างฉะฉาน
“คุณทวดขาวันนี้วีกับคุณพ่อเอากับข้าวที่คุณทวดชอบมาให้ด้วยคะวีกับคุณพ่อทำเองสุดฝีมือเลยนะคะ
คุณทวดวีรักคุณทวดที่นะคะ”
“ผมเองก็รักคุณท่านนะครับคุณท่านเป็ทุกอย่างให้กับชีวิตผมผมสัญญานะครับว่าจะเป็พ่อที่ดีให้กับวี
และจะดูเขาให้ดีที่สุดให้เขาเติบโตมาเป็คนดีเหมือนที่คุณท่านเคยอบรมสั่งสอนผมและที่สำคัญผมจะ
ดูแลคุณรินตลอดไปถึงแม้เธอจะไม่เคยรักผมกับลูกก็ตามคุณท่านไม่ต้องเป็ห่วงนะครับผมสัญญา