ตอนที่ 16 หมัดเดียว!
แววตาไร้อารมณ์ของหลินเยี่ยพลันวูบไหวด้วยความตื่นเต้นหลังจากจับจ้องอ่างบนยอดเขาอยู่นาน
เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าที่นี่จะมีชีพจริญญากระจัดกระจายอยู่ ซึ่งดูเหมือนว่าูเาลูกนี้พยายามกักเก็บพลังิญญาไว้อย่างสุดความสามารถ
หลินเยี่ยรู้ดีว่าการบำเพ็ญเพียรสำคัญเสียยิ่งกว่าเงินทอง… ยิ่งหากเป็การฝึกตนในสถานที่เช่นนี้แล้ว ยิ่งทำให้เพิ่มระดับได้รวดเร็วขึ้น นับว่ามันคือสถานที่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับฝึกตนของเมืองหยุนเฉิง
เมื่อตระหนักได้อย่างนี้แล้วเขาจึงเข้าสู่สมาธิเริ่มฝึกฝนวิชาเก้า์กลืนเมฆา ขณะสูดลมหายใจเข้าออก แก่นแท้แห่ง์และโลกโคจรรอบกายอย่างต่อเนื่อง
เห็นได้ชัดว่าการฝึกฝนที่นี่ยอดเยี่ยมกว่าการฝึกที่บ้านมากโข
ใน่เวลาสั้น ๆ เขาสามารถดูดซับพลังิญญาจากูเาจนทำให้สามารถเรียกใช้วิชาเก้า์กลืนเมฆาได้อีกครั้ง
แต่น่าเสียดายที่แกนชีพจริญญาถูกทําลายจึงทำให้พลังิญญาเบาบางลงมาก ไม่เช่นนั้นการบำเพ็ญเพียรของเขาคงจะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้
เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดลง หลินเยี่ยลุกขึ้นและเตรียมลงจากูเา
ทันทีที่เขาเดินลงมา เขารับรู้ได้ว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในป่า
พันปีแห่งการบําเพ็ญเพียร ประสาทััของเขาย่อมดีกว่าคนธรรมดาร้อยเท่า ไม่ว่าจะเป็การเคลื่อนไหวเพียงลมพัดต้นหญ้าก็ไม่มีทางหลบหนีเขาไปได้
"ฟิ่ว!"
เสียงแหลมบาดหูดังกึกก้องราวกับกระบี่ที่แหลมคมตัดผ่านอากาศ
ปรากฏเงาทมิฬแหวกผ่านอากาศพุ่งตรงเข้าหาหน้าอกของหลินเยี่ย
ยอดฝีมือ!
ความรู้สึกแรกที่หลินเยี่ยได้รับ คือบุคคลปริศนาผู้นี้เป็ยอดฝีมือที่เก่งกาจ ความเร็วและความแข็งแกร่งนั้นรวดเร็วราวกับสายฟ้า
เมื่อเทียบกับคนธรรมดาแล้ว อีกฝ่ายต้องเป็ยอดฝีมืออย่างแน่นอน
ทว่าในสายตาของจักรพรรดิเซียนพันปีอย่างหลินเยี่ย อีกฝ่ายเป็เพียงมดตัวเล็กที่ไม่สามารถสร้างความระคายเคืองผิว!
สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยน เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ เพียงขยับปลายเท้าเบาๆ ร่างของเขาก็หายหวิบราวกับภาพลวงตา และหลบการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้ในทันที
ตอนนี้เขาเห็นรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายแล้ว... ชายปริศนาในชุดดำ แววตาดุร้ายราวสัตว์ป่า!
หลังจากการโจมตีเมื่อครู่ล้มเหลว แววตาตื่นตระหนกถึงกับเผยออกจากใบหน้าชายชุดดำ
เขาไม่คิดมาก่อนว่าชายตรงหน้านี้จะสามารถหลบการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของตนได้ และวิธีในการหลบหลีกยังแปลกประหลาด เขาเป็นักฆ่ามาเนิ่นนานแต่ก็ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อ แม้ยังไม่ได้ปะทะ แต่ก็พอรับรู้ได้ว่าชายตรงหน้าไม่ธรรมดา!
“ส่งมันมา… แล้วข้าจะไว้ชีวิต!” ชายชุดดำกล่าวคำก่อนจะเริ่มโคจรพลัง เขาตระหนักได้ดีว่าหากต้องต่อสู้ มันคงเป็การต่อสู้ที่ดุเดือดแน่นอน
“พวกนั้นคงส่งแกมาสินะ…” หลินเยี่ยไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ก็พอเดาออกว่าอีกฝ่าย้าอะไร
ชายปริศนาตรงหน้าอยู่กลุ่มเดียวกับชายชุดดำก่อนหน้าที่เขาเคยเจอ ทั้งหมดมาหาเขาเพราะ้าวงแหวนหยก์!
แต่ชายชุดดำกลุ่มก่อนหน้าอ่อนแอเกินกว่าจะถูกเรียกขานว่านักฆ่า… ทว่าชายชุดดำที่อยู่ตรงนี้กลับดูไม่ธรรมดา
“เลิกพล่าม… รีบส่งมันมาเดี๋ยวนี้!” ชายชุดดำสะบัดแขนพร้อมกล่าวอย่างเ็า “ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องทำทุกอย่างเพื่อฆ่าแก!”
"ฮ่าฮ่าฮ่า..." หลินเยี่ยเงยหน้าพร้อมะเิเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
เสียงหัวเราะดังกึกก้องราวกับเสียงปีศาจกำลังเย้ยหยัน จิตสังหารแผ่กระจายออกกดดันแม้แต่ต้นไม้ใบหญ้า
มันนานเหลือเกินที่เขาไม่ได้ยินคำพูดเช่นนี้ หลายพันปีที่ผ่านน้อยคนนักที่จะบอกกล่าวว่า้าสังหารเขาตรง ๆ อย่างไร้ความหวาดกลัว!
แม้แต่อัสนีเทพปะาเซียนก็ยังไม่สามารถทําลายจิติญญาของเขาได้ ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาที่อยู่ตรงหน้าเลย
"แกหัวเราะอะไร?" หัวใจของชายชุดดําสั่นสะท้าน เขาต้องยอมรับว่ากำลังหวาดกลัวเสียงหัวเราะทรงพลังนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“หัวเราะคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงน่ะ…” หลินเยี่ยเผยสีหน้าเ็าขณะตอบกลับ
ความกดอากาศโดยรอบพลันเปลี่ยนเป็เย็นเยือกราวกับยืนอยู่บนูเาเหมันต์พันปี
“กล้าหาญยิ่ง! วันนี้ข้าจะทำให้เ้ารู้ซึ้งถึงความหวาดกลัว!” แม้ชายชุดดำจะลอบหวาดกลัวจิตสังหารที่แผ่ออกจากชายตรงหน้า แต่เขาก็ไม่คิดยอมรับความพ่ายแพ้
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ถึงเป็ยอดฝีมือระดับโบราณ แล้วจะเกรงกลัวอะไรกับแค่ชายหนุ่มคนเดียว?
ชายชุดดำโคจรพลังไว้บนมือทั้งสองก่อนจะย่อขาลงและเขย่งปลายเท้า… เขาพุ่งทะยานเข้าใส่หลินเยี่ยอย่างรวดเร็วราวกับลูกศรเด้งออกจากคันธนู!
เขาทุ่มเทพลังทั้งหมดออกและหวังว่าจะสังหารชายตรงหน้าให้ได้
เขารู้ดีว่า ถ้าพ่อหนุ่มคนนี้ไม่ตาย ก็ยากที่จะแย่งแผ่นหยกมาได้
ชายชุดดำตระหนักดีว่าหากอีกฝ่ายไม่ตายตก ก็คงยากเย็นที่จะยื้อแย่งวงแหวนหยก์มาได้
เช่นนี้เขาจึงคิดลงมือสังหารให้จบเื่ แต่เมื่อเข้าใกล้หลินเยี่ย… เขารู้สึกว่าร่างกายของอีกฝ่ายหายไปแล้วอย่างไร้ร่องรอย!
ชายชุดดำหยุดฝีเท้าพร้อมกับตื่นตระหนก
"ไปไหนแล้ว?" เขาหันกลับไปมองไปรอบ ๆ เพื่อค้นหา
ผ่านไปสักระยะ ยังไม่มีแม้ร่องรอยของหลินเยี่ยปรากฏ
‘แปลกมาก… เขาหายไปแล้ว? หายไปในพริบตางั้นเหรอ?’
ขณะที่กำลังตื่นตระหนก มีลมแ่เบาพัดผ่านหลังใบหูอย่างฉับพลัน ใบไม้ใบหญ้าโดยรอบพลิ้วไหวไปตามสายลมโชยที่แปลกประหลาด
ผู้ที่บำเพ็ญตนมักจะตื่นตัวอยู่เสมอ ชายชุดดำหันหลังกลับอย่างรวดเร็วและเห็นว่าหลินเยี่ยยืนอยู่ตรงนั้น… จิตสังหารแกร่งกล้าแผ่ออกมาจากร่างของชายคนนั้นจนทำให้ขาของเขาเริ่มสั่นสะท้าน
ชายชุดดำตื่นตระหนกจนถอยหลังไปสองสามก้าว เขาถามออกด้วยน้ำเสียงติดขัด “เ้า… เ้าเป็ใคร!?”
“มดปลวกเช่นเ้า… ไม่คู่ควรที่จะฟังชื่อของข้า!” หลินเยี่ยตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยทว่าน้ำเสียงกับเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งอย่างบอกไม่ถูก
มันคือออร่าของผู้สูงศักดิ์และความมั่นใจในตนเองที่มีโดยธรรมชาติ แม้แต่กระดูกก็เป็กษัตริย์!
พันปีแห่งการฝึกเซียน กระดูกแห่งเซียนหลอมรวมกับร่างกายมานานแล้ว ไม่จําเป็ต้องจงใจแสดงออก ทุกการเคลื่อนไหวจึงเป็รูปแบบของราชันอยู่แล้ว!
เขาไม่พูดมากพร้อมกับออกหมัดใส่ชายชุดดำทันที
"อ๊า!”
ชายชุดดำล้มลงกับพื้นพร้อมส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออก ใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด โลหิตสีเข้มะเิออกมาจากรูทวารทั้งเจ็ด!
"เ้า..." เขาจ้องมองหลินเยี่ยราวกับพบเจอสัตว์ประหลาด ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากเชื่อถือ
แม้จะบำเพ็ญตนมาหลายสิบปี… แต่เขาก็ยังไม่เคยพบเจอยอดฝีมือเช่นนี้!
เดิมทีเขาเย่อหยิ่งคิดว่าตนนั้นมีฝีมือ เขาถูกเรียกขานว่าเป็ยอดฝีมือระดับโบราณ แต่เมื่อเทียบกับชายหนุ่มตรงหน้า… กลับไม่ได้ััแม้ชายเสื้อของอีกฝ่าย!
หลังจากตกตะลึงอยู่นาน เขาพยายามเค้นคำพูดออกมาจนได้ “หรือว่า… เ้าจะเป็ปรมาจารย์ยุทธ์?”
แต่หลังจากกล่าวคำ เขากลับไม่รอเอาคำตอบ… แม้จะตายไปแล้ว ดวงตาก็ยังเบิกกว้างราวกับก่อนตายได้พบเจอความสะพรึงกลัวที่ไม่อาจต่อต้าน
"ปรมาจารย์ยุทธ์?"
หลินเยี่ยพึมพำก่อนจะคิดว่าคำ ๆ นี้คงเป็ระดับสูงสุดของการบำเพ็ญตนในโลกมนุษย์…
เขาค่อยไม่รู้เกี่ยวกับระบบการบำเพ็ญตนของโลกมนุษย์ และเขาก็ไม่อยากรู้ด้วย หลังจากฆ่าชายชุดดําเสร็จสิ้น เขาก็รีบออกจากูเาเทียนหูทันที
สําหรับหลินเยี่ยแล้ว การฆ่ามนุษย์ธรรมดานั้นง่ายกว่าการเหยียบย่ำมดให้ตายเสียอีก และไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไร
ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะมีความกระตือรือร้นที่จะขโมยวงแหวนหยก์จากเขามาก แต่เพื่อช่วยภรรยาและปกป้องลูกสาว เขาจึงไม่รังเกียจที่จะฆ่ามดปลวกเหล่านี้เลย!
ในชีวิตนี้ เขาจะไม่เสียใจอีกครั้ง หากว่าทำสิ่งใดแล้วภรรยากับลูกสาวของเขามีชีวิตที่ปลอดภัยที่สุดและมีความสุขที่สุด
หลังจากกลับมาถึงบ้าน ท้องฟ้าก็มืดแล้ว
ทันทีที่เปิดประตู ยี่ยี่กระโจนเข้าไปในอ้อมแขนของเขาอย่างฉับพลัน "ป่าป๊า ตอนบ่ายไปไหนมาหรอ… หนูกับแม่ทูนหัวรอกินข้าวนะ!"
"ป่าป๊าออกไปทําธุระมาจ้า" หลินเยี่ยอุ้มยี่ยี่ขึ้นมาด้วยความอ่อนโยน
ปกติแล้วหลินเยี่ยจะหยิ่งยโสและเ็า มีเพียงต่อหน้าลูกสาวของเขาเท่านั้นจึงจะเผยรอยยิ้มและแสดงด้านที่อ่อนโยนออก
"แล้วป่าป๊ากินข้าวเย็นหรือยังคะ?" ยี่ยี่เผยท่าทีห่วงใย
"กินแล้วจ้ะ" หลินเยี่ยตอบกลับพร้อมลูบแก้มกลม ๆ ของลูกสาวก่อนจะถามว่า "ยี่ยี่ หนูกับแม่ทูนหัวกินข้าวกันหรือยัง?”