นางกำนัลทั้งสองคนยังคงยืนคุมไม่ไปไหน เพ่งมองด้วยสายตากดดันจนหม่าเยว่ซินรู้สึกอึดอัด ทำราวกับว่าหากพวกนางไม่ยืนเฝ้าอยู่ตรงนี้ เสื้อผ้าพวกนี้จะไม่ถูกซักจนเสร็จอย่างไรอย่างนั้น
“พวกเ้าไม่จำเป็ต้องยืนเฝ้าข้าก็ได้นะ ไปทำอย่างอื่นเถอะ”
เพราะอยากได้พื้นที่ในการหายใจบ้าง หม่าเยว่ซินจึงเลือกที่จะเอ่ยบอกนางกำนัลทั้งสอง ทว่ามันกลับเปล่าประโยชน์
“ไม่ได้ องค์ชายให้พวกข้าเฝ้าท่านไม่ให้คลาดสายตา”
เป็คำสั่งของบุรุษผู้นั้นจริงๆ ด้วย นี่เขากะจะไม่ให้เวลาส่วนตัวกับนางบ้างเลยหรืออย่างไร เล่นเฝ้าตลอดเวลาเช่นนี้ได้อึดอัดตายกันพอดี แล้วเวลาไปทำธุระส่วนตัวกับอาบน้ำเล่า นางกำนัลพวกนี้จะตามไปด้วยหรือไม่ แค่คิดก็รู้สึกได้ถึงความยุ่งยากในการใช้ชีวิตแล้ว
“งั้นก็แล้วแต่พวกเ้าเถอะ ข้าคงไม่มีสิทธิ์ออกคำสั่งอะไรได้”
เมื่อรู้ว่าอย่างไรเสียก็มิอาจกำจัดนางกำนัลสองคนนี้ให้พ้นสายตาได้ หม่าเยว่ซินจึงเลือกที่จะไม่สนใจ ลงมือซักเสื้อผ้าอีกครึ่งกองต่อ
มือบางยกขึ้นปาดเม็ดเหงื่อออกจากกรอบหน้าเมื่อเสื้อผ้าชุดสุดท้ายขึ้นราวตากจนเสร็จ ผ่อนลมหายใจด้วยความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย ก้มลงมองฝ่ามือทั้งสองข้างของตนที่ตอนนี้แดงเถือกเพราะผ่านการใช้งานอย่างหนัก
ั้แ่เกิดมาหม่าเยว่ซินเคยทำงานหนักที่สุดคือปักผ้าเช็ดหน้าให้จ้าวลี่ิ เมื่อวันเกิดปีที่แล้วของเขา นางลงทุนหามรุ่งหามค่ำปักผ้าเช็ดหน้าเป็ของขวัญให้บุรุษที่นางแอบรัก ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะยังเก็บมันไว้อยู่หรือเปล่า บางทีคงโยนทิ้งไปแล้วกระมัง
“กลับไปทำความสะอาดห้องบรรทมให้องค์ชายได้แล้ว ท่านมิได้มีเวลามายืนพักหายใจหรอกนะ ยังมีงานอื่นๆ ที่ต้องทำอีก”
นางกำนัลที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหลังเอ่ยขัดความคิดหม่าเยว่ซิน นางถอนหายใจเพียงนิดก่อนออกเดินกลับทางเก่า เพื่อตรงไปยังห้องที่ตนพำนักอาศัยเมื่อคืน
สภาพห้องดูปกติมิได้มีอะไรที่ดูสกปรก เพียงแต่บนพื้นมีเศษแก้วของเหยือกสุราที่จ้าวลี่ิโยนทิ้งแตกกระจายอยู่ และบนเตียงซึ่งดูคล้ายกับมีาเกิดขึ้น จนอุปกรณ์หลับนอนกระจัดกระจายคนละทิศละทาง ผ้าม่านปิดนอนหลุดลุ่ยตกลงมาข้างล่างก็เท่านั้น
“อุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่ที่ใด?”
หม่าเยว่ซินไม่ได้หันหลังกลับไป เพียงแต่เอี้ยวหน้าถามนางกำนัลทั้งสองคนด้านหลัง
“เดี๋ยวนางไปนำมาให้”
นางกำนัลคนเดิมที่ดูมีบทบาท หันไปส่งสัญญาณให้เพื่อนของตนออกไปนำสิ่งที่หม่าเยว่ซิน้ามาให้
“แล้วพวกผ้าปูเตียงข้าต้องไปเอาจากที่ใด?”
“ตู้ทางฝั่งนั้น”
เมื่อรู้ว่าสิ่งของที่้าอยู่ทางไหนสองขาเล็กจึงสาวเท้าเดินไปหา เปิดประตูตู้ไม้ขนาดพอเหมาะซึ่งตั้งอยู่ริมผนังรื้อหาสิ่งที่้า นำกลับมายังเตียงนอนเพื่อผลัดเปลี่ยนเอาของเก่าออก
คราบเืแห้งกรังกับคราบน้ำกามเป็วงดวงบนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาด กระตุกจังหวะหัวใจดวงเล็กให้เต้นแรงกว่าเดิม พวงแก้มขาวกระจ่างเริ่มแดงปลั่งด้วยความเขินอาย ชำเลืองมองนางกำนัลซึ่งยืนอยู่ห่างๆ ด้านหลัง รีบดึงรั้งผ้าปูผืนนั้นออกม้วนเป็ก้อนเพราะไม่อยากให้ใครเห็น ก่อนผลัดเปลี่ยนผืนใหม่เข้าไปแทนที่
หม่าเยว่ซินยกมือแตะพวงแก้มที่รู้สึกร้อนผะผ่าว เป่าลมออกจากปากไล่อาการประหม่าภายใน ลงมือเปลี่ยนปลอกหมอนกับผ้าห่มผืนใหม่ จัดการผ้าม่านให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม ก่อนหันกายกลับไปเผชิญหน้านางกำนัลที่พึ่งนำไม้กวาดกับที่โกยผงมาให้
ไม่นานนักห้องของจ้าวลี่ิก็กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอีกครั้ง เรียวแขนเล็กโอบอุ้มชุดผ้าปูผืนเก่าที่พึ่งผลัดเปลี่ยน เดินตรงเข้าไปหานางกำนัลทั้งสองก่อนเอ่ยปากถาม
“ให้ข้านำมันไปไว้ที่ใด?”
“ท่านต้องเอาไปซัก… ที่เดิม”
“แต่ข้าพึ่งซักเสื้อผ้ากองใหญ่เท่าูเามานะ ไหนจะทำความสะอาดห้องนี้อีก จะไม่ให้ข้าพักสักหน่อยหรือ? อีกอย่างตอนนี้ข้ารู้สึกหิวแล้วด้วย”
หม่าเยว่ซินเริ่มรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจ มันจะไม่เป็การใช้แรงงานเกินไปหน่อยหรือไร เวลานี้น่าจะยามอู่แล้ว (11.00-12.59 น.) แต่นางยังไม่มีอะไรตกถึงท้องกระทั่งน้ำเปล่าสักหยดยังไม่มีโอกาสได้เข้าปาก
“ท่านจะได้พักก็ต่อเมื่องานทุกอย่างเสร็จแล้ว เป็คำสั่งของ…”
“จ้าวลี่ิ ข้ารู้แล้วๆ จะไปทำเดี๋ยวนี้เลย”
ไม่ต้องเอ่ยจนจบหม่าเยว่ซินก็เดาออกว่านางกำนัลผู้นี้จะพูดสิ่งใดต่อ และมันก็เป็เื่ที่นางขัดไม่ได้ด้วยเพราะมันคือคำสั่งของคนซึ่งจับบิดานางขังคุก
ร่างเล็กหอบกองผ้าในอ้อมอกเดินกลับไปยังบ่อบาดาลข้างจวนอีกครั้ง ลงมือซักและตากมันจนครบทุกชิ้น กินเวลาไปอีกร่วมหนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง)
“ข้าต้องทำสิ่งใดต่อ?”