"ท่านแน่ใจใช่มั้ยว่าเป็ข้า" เย่ซวนถามย้ำกับนาง เพราะถ้ามีอะไรผิดพลาดมันคงไม่ใช่เื่ดีแน่นอน แต่ถ้าเป็เื่จริงอย่างน้อยเขาจะได้กตัญญูต่อบิดามารดาแทนเย่ซวนคนเก่าได้
นางพยักหน้าตอบเย่ซวน "ไม่มีทางผิดพลาดไปได้" นางยังเล่าต่ออีกว่าพัดจันทราถ้าไม่มีสายเืเดียวกันกับท่านประมุขไม่สามารถที่จะกางมันออกได้เด็ดขาด
พัดจันทราเป็พัดที่ตกทอดมาจากท่านประมุขรุ่นก่อนหรือก็คือปู่ของเย่ซวนนั้นเอง เขาบังเอิญได้มาระหว่างที่เขา เข้ามาสำรวจหาสถานที่ตั้งพรรคจันทราซึ่งก็คือหุบเขาจันทราในปัจจุบัน ตอนที่เขาเจอพัดเล่มนี้ มันถูกวางเอาไว้ใต้ต้นหลิวที่อยู่ด้านหลังของหุบเขาจันทรา กว่าเขาจะหาวิธีกางพัดจันทราได้ ต้องใช้เวลาอยู่นานหลายปี
ความพิเศษของมันเพียงอย่างเดียวที่เขารู้คือ ถ้าไม่ใช่คนที่มีสายเืเดียวกันกับเขาแล้ว จะไม่สามารถกางมันออกได้
"แล้วชื่อของท่านคือ ?" เย่ซวนถามขึ้น ถ้าจะให้เรียกว่าทูตซ้ายคงจะไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะมันฟังดูเหมือนพวกฝ่ายมารยังไงก็ไม่รู้
"ท่านประมุขน้อยสามารถเรียกข้าว่าหนิงเฉิงได้" ตอบพร้อมกับยิ้มให้เย่ซวน
"ได้" เย่ซวนพยักหน้า
"แต่ก่อนอื่นท่านหยุดเรียกข้าว่าประมุขน้อยก่อนเถอะ"
"เรียกข้าว่าเย่ซวนก็พอ"
"อะไรนะ !" อยู่ดีๆหนิงเฉิงก็ะโ นางเดินมาจับมือเย่ซวน
"ชื่อของท่านคือ ?" นางมองเย่ซวนด้วยสายตาเหลือเชื่อ
"เย่ซวน"
"ชื่อของข้าคือเย่ซวน"
"ดี ดี ดีเหลือเกิน" นางตบมือเย่ซวนเบาๆ ก่อนที่จะยกมือขึ้นเช็ดหางตาที่เปียกชื้นของตน
"อะไรที่ว่าดีรึ ?" เย่ซวนสงสัย
"ชื่อของท่านเหมือนกับที่ประมุขตั้งให้ท่านเลย"
"ช่างเป็ลิขิต์โดยแท้"
'คงงั้น' เย่ซวนคิดใน
"ท่านจะกลับไปที่หุบเขาจันทราพร้อมกับข้าเลยมั้ย" หนิงเฉิงถาม เพราะว่านางเองต้องรีบกลับไปรายงานเื่นี้เพราะนางจากหุบเขาจันทรามานานหลายสิบปีแล้ว ถ้าพวกท่านประมุขรู้ พวกเขาต้องดีใจมากแน่ๆ
"ยังก่อนๆ" เย่ซวนส่ายหัวเพราะว่าเขาอยากที่จะอยู่ดูการประลองเลือกคู่ก่อน
"ข้าอยากจะรอให้การประลองเลือกคู่จบลงไปก่อน"
"ท่านจะประลองเลือกคู่ ?" หนิงเฉิงตาโต
"ไม่ใช่ๆ"
"ท่านเข้าใจผิดแล้ว"
"ข้าแค่จะอยู่ดูเฉยๆ" เย่ซวนรีบปฏิเสธ
นางมองเย่ซวนอย่างไม่เชื่อ เพราะั้แ่นางเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้ได้ยินคำเล่าลือต่างๆมากมายเกี่ยวกับบุตรสาวเ้าเมืองเทียนจิน
"งั้นเดี๋ยวข้ารอกลับไปพร้อมกับท่าน" นางตัดสินใจ จะได้ไม่เกิด เหตุการที่ไม่คาดฝัน
"ได้" เย่ซวนพยักหน้า
...
"ท่านประมุขน้อยพวกเรากำลังจะไปที่ไหนกัน" หนิงเฉิงเดินตามเย่ซวนไม่ห่าง
"ข้าว่ากำลังจะไปหาอะไรกินสักหน่อย" เพราะตอนนี้เขาหิวมาก
สุดท้ายพวกเขาก็มานั่งอยู่ในเหลาอาหารเล็กๆแห่งหนึ่ง เย่ซวนสั่งอาหารมาแค่อย่างเดียวอย่างเท่านั้น นั้นก็คือ ผัดผัก ตอนแรกเขาคิดว่าอาหารภายในร้านจะแพงขนาดนี้ แค่ผัดผักราคาก็ตั้ง 1 ตำลึงเงินแล้ว ถ้าหักที่ต้องคืนโม่หยวนไปด้วย ตอนนี้เขาเหลือเงินอยู่ แค่ 3 ตำลึงเงินเท่านั้น
"อาหารมาแล้วนายท่าน" เสี่ยวเอ้อยกอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะ
"เอาละลงมือกินกันเถอะ" เย่ซวนพูดพร้อมกับยื่นตะเกียบให้กับหนิงเฉิง
ทั้งสองคนนั่งกินข้าวกันเงียบๆ หนิงเฉิงมองจานผัดผักตรงหน้า ในหัวของนางคิดว่าเย่ซวนคงผ่านเื่ลำบากมามากมายแน่ๆ นางอยากรู้เื่ราวต่างๆของเย่ซวน แต่นางก็ตัดสินใจรอให้ท่านประมุขเป็ผู้ถามดีกว่า
"เยี่ยมไปเลย" เย่ซวนพูดออกมาหลังจากกินผัดผักจนหมด
"ถ้าไปที่เหลาอาหารใหญ่ๆ ต้องอร่อยกว่านี้แน่ๆ" เขาหันมายิ้มให้กับหนิงเฉิง
"แล้วท่านจะทำอะไรต่อ"
"ข้าไม่มีอะไรที่ต้องทำแล้ว" หนิงเฉิงยิ้มตอบ เพราะว่างานของนางเหลือแค่อย่างเดียวคือ พาเย่ซวนกลับไปที่หุบเขาจันทรา
เย่ซวนพยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่จะบอกให้นางไปพักผ่อน
"ท่านสามารถกลับไปพักผ่อนก่อนได้"
"เอาไว้เรานัดสถานที่กัน"
"พอจบงานประลองเราค่อยไปเจอกันที่นั้น"
"ไม่ได้" หนิงเฉิงส่ายหัวพร้อมกับไม่เห็นด้วยกับความคิดของเย่ซวน ตอนนี้นางไม่อยากอยู่ห่างกับเย่ซวน
"อะไรที่ไม่ได้" เย่ซวนงุนงง
"ข้าจะไม่แยกจากท่าน จนกว่าจะพาท่านกลับไปยังหุบเขาจันทราได้" หนิงเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของหนิงเฉิง เย่ซวนได้แต่ถอนหายใจ
"แต่ว่าตอนนี้ข้าพักอาศัยอยู่กับคนอื่น"
"ไม่สะดวกที่จะพาท่านไปพักที่นั้นได้"
"ไม่เป็ๆ ท่านสามารถมาอาศัยอยู่กับข้าได้"
"ให้ข้าไปอยู่กับท่าน ?"
"ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง" หนิงเฉิงเล่าให้เย่ซวนฟังว่า นางจะอาศัยอยู่ในเมืองต่างๆประมาณ 1-2 เดือน เลยต้องเช่าบ้านอยู่เพราะราคามันถูกกว่าไปพักที่โรงเตี๊ยม
"ได้งั้นตกลง" เย่ซวนพยักหน้า
...
หลังจากทั้ง 2 ออกมาจากเหลาสุราแล้วเย่ซวนก็พาหนิงเฉิงตรงไปยังแผงขายของ ของโม่เฉินทันที
"พี่โม่" เย่ซวนกล่าวทักทายเมื่อมาถึง
"น้องเย่นี้เองเ้าหายไปทั้งวันเลย"
"เป็ยังไงบ้างทำงานวันแรก"
"มีปัญหาอะไรมั้ย ?"
"ไม่มีปัญหาๆ" เย่ซวนยิ้ม
"แล้วทุกคนไปไหนกันหมด" เย่ซวนถามหาพวกโม่เฉิน เพราะตอนนี้โม่หยวนนั่งเฝ้าแผงขายของอยู่คนเดียว
"ท่านพ่อพาพวกเขาไปเยี่ยมสหาย เฟยหลิงกับหนิงอัน อยากจะไปด้วย"
"พี่สะใภ้ของเ้าเลยต้องไปช่วยดูแล"
"นี้ขนมของเด็กๆและก็เงินที่ข้าเคยยืมท่าน" เย่ซวนยื่นขนมกับเงินให้โม่หยวน
"ข้าบอก เ้าแล้วไงว่าไม่จำเป็ต้องคืนก็ได้" โม่หยวน
"ท่านรับไว้เถอะอย่าทำให้ข้าต้องลำบากใจเลย" เย่ซวนรีบยื่นใส่มือโม่หยวน
"เ้าไม่เห็นต้องลำบากซื้อขนมมาด้วยเลย"
"ไม่ลำบากๆข้าอยากซื้อขนมให้กับเด็กๆอยู่แล้ว" เย่ซวนยิ้ม
"จริงสิพี่โม่"
"ข้าหาที่พักใหม่ได้แล้วนะ" เย่ซวนพูดขึ้น
"อะไรนะ ! " โม่หยวนใ
"เ้าไม่เห็นต้องหาที่พักใหม่เลย"
"เ้าสามารถอาศัยอยู่กับพวกข้าได้" โม่หยวนรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นเย่ซวนทำสีหน้าจริงจัง
"หรือว่าเ้าไม่อยากอยู่กับพวกข้าแล้ว"
"ไม่ใช่แบบนั้นๆ" เย่ซวนรีบปฏิเสธ
เย่ซวนบอกกับโม่หยวนว่าเขานั้นบังเอิญเจอกับคนรู้จัก ที่บ้านของนางมีนางอาศัยอยู่คนเดียว นางเลยชวนเขาให้ไปพักอยู่ด้วยกันเพราะนางมีอายุมากแล้ว เลย้าคนอยู่เป็เพื่อน
โม่เฉินพยักหน้าเข้าใจก่อนที่เขาจะพูดคุยนัดหมายกับเย่ซวน เื่การไปดูงานประลองยุทธด้วยกัน
"ตลก"
"เดี๋ยวข้าจะไปหาท่านที่บ้านแล้วพวกเราค่อยไปที่สนามประลองด้วยกัน"
ตกลงกันเรียบร้อยเย่ซวนก็แยกตัวออกมา เพราะมีลูกค้ามาติดต่อซื้อขายกับโม่หยวน เขาไม่อยากจะรบกวนเวลาของโม่หยวน
...
เช้าของวันถัดมาเย่ซวนมุ่งหน้าไปที่จวนเ้าเมืองทันที โชคยังดีที่จะให้อาหารเวลาไหนก็ได้ แต่ภายในหนึ่งวันต้องให้หนึ่งครั้ง ตอนแรกหนิงเฉิงจะตามมาด้วยแต่เย่ซวนห้ามไว้ก่อน เพราะเขาไม่อยากให้เกิดปัญหาขึ้น ทูตซ้ายน่าจะไม่ใช่คนธรรมดา ถ้าจะเข้าไปในจวนท่านเ้าเมืองคงยุ่งยากหน้าดู
เย่ซวนเดินผ่านทางเข้าประตูเล็กของจวนเ้าเมืองอย่างง่ายดาย เพราะเขามีป้ายประจำตัวแล้ว เขามุ่งตรงไปหยิบอาหารและนำไปให้ เสี่ยวไป๋ กับ ต้าไป๋ทันที
"พวกเ้าคงจะหิวแล้วเย่ซวยพูดขึ้น" เมื่อพวกมันทั้ง 2 ได้ยินเสียงของเย่ซวน พวกมันก็กระตือรือร้นขึ้นทันที
"ฮ่าๆ ใจเย็นๆ" สี่ยวไป๋ กับ ต้าไป๋ วิ่งมาเอาหัวคลอเคลียกับเย่ซวนไปมา
"พี่เย่ซวน" เสียงเรียกชื่อของเย่ซวนดังมาแต่ไกล ส่วนเ้าของเสียงเย่ซวนก็พอจะเดาได้ว่าเป็ใคร
เมื่อเย่ซวนหันหลังกลับมามองต้องตกตะลึง เพราะหลิงหยุนใส่ผ้าคลุมทั้งตัวเหมือนกับเขา
"พี่เย่ซวน ท่านมาแต่เช้าจริงๆด้วย"
"ดีนะข้าบอกทหารยามเอาไว้แล้ว"
"ไม่งั้นคงพลาดโอกาสที่จะได้เจอท่าน" หลิงหยุนพูดออกมารวดเดียว
"เ้าแต่งตัวอะไรของเ้า" เย่ซวนถามขึ้น
"ข้าก็ต้องแต่งตัวให้เหมือนท่านสิ"
"แล้วเ้าจะแต่งตัวให้เหมือนข้าทำไม" เย่ซวนสงสัย
"ฮ่าๆทุกคนในครอบครัวข้าก็ถามเหมือนท่านเลย"
"ข้าก็แค่อยากจะใส่ผ้าคลุมปกปิดตัวตนเหมือนท่าน"
"แล้วเ้ามาหาข้าด้วยเื่อะไร"
"ท่านพ่อของข้าอยากจะเชิญท่านไปพบสักหน่อย"
"เชิญข้าไปพบ ?"
"เื่อะไรกัน"
"ท่านลืมไปแล้วรึ ท่านเป็คนช่วยข้าเอาไว้นะ"
"ท่านพ่อกับท่านแม่บอกว่าพวกเขาต้องขอบคุณท่านด้วยตัวเองให้ได้"
"ไม่จำเป็ๆ" เย่ซวนส่ายหัว
"แต่ว่า.." หลิงหยุนยังพูดไม่จบก็มีเสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้น
"จะไม่จำเป็ได้ยังไง ท่านเป็คนช่วยลูกชายของข้าไว้"
"ทำให้เขาเหมือนมีชีวิตใหม่ ยังไงข้าหลิงเฉิงเต๋อ ต้องขอบคุณท่านด้วยตัวเอง"
เย่ซวนหันไปมอง ผู้มาใหม่ทั้ง 3 คน พวกเขาก็คือ หลิงเฉิงเต๋อ ลู่ซือ และ อันฉี นั้นเอง
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ
ตอนต่อๆไป ผมจะเริ่มดำเนินเื่ให้เร็วขึ้นนะครับผม