เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 24

    ไอซ์หลังจากที่วางสายอย่างกะทันหันของหลินฟ่อเคอไปแล้ว เขาก็รีบต่อสายถึงพี่สาวของเขาในทันที“ฮัลโหล แกโทรมามีเรื่องอะไรหรือเปล่า.. แล้วนี่ยังไม่รีบกลับบ้านกลับช่องอีกเหรอ” ครีมรับสาย และกล่าวกับเขา ไอซ์ไม่ได้โกรธเธอแต่อย่างใด ตอนนี้เขามีเรื่องด่วนมากๆที่อยากจะเอ่ยกล่าว“พี่กับพี่บิวตี้รีบขับรถออกจากบ้านเดี๋ยวนี้.. ขับออกไปให้ไกลจากดันเจี้ยน ยิ่งไกลเท่าไรยิ่งดี และยังไม่ต้องถามอะไร เชื่อน้องชายคนนี้สักครั้ง..” ไอซ์กล่าวอย่างลวกๆ มีหรือพี่สาวของตัวเองจะเข้าใจ เมื่อน้องชายของเธอกล่าวตะคอกมาเช่นนี้ มีหรือเธอจะยอม“แกจะบ้าเหรอ ตะคอกใส่ฉันเพื่ออะไร แล้วให้ฉันไปไหนได้ล่ะ ถ้าแกไม่มีคำอธิบายอะไรดีๆสักอย่าง ฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น..” เธอตะคอกกลับด้วยความโมโหเช่นกัน ร้อยวันพันปีน้องชายไม่เคยขึ้นเสียงกับเธอเลย นี่นับว่าเป็นครั้งแรก“ผมจะอธิบายแบบคร่าวๆ.. ดันเจี้ยนกำลังจะแตกในเวลาไม่ถึง 4 นาทีนี้ มอนสเตอร์มากมายจะออกมาจากดันเจี้ยน ตัวผมเป็นคนสำคัญทางธุรกิจกับตระกูลหลิน พวกเขาจัดหาที่หลบภัยให้กับผมแล้ว แต่นั่นมันไม่ใช่สำหรับพี่ ดังนั้นผมจึงได้แค่เตือนภัยเท่านั้น ถ้าพี่ไม่หนีตอนนี้อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นพี่ยังไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เอาของที่จำเป็นไปเท่านั้น รีบออกจากบ้านทันที”ไอซ์พูดเสียงดังพอประมาณ แน่นอนว่าครีมที่ได้ยินก็ตื่นตูม เธอรีบไปเขย่าตัวของเพื่อนรักที่นอนหลับแทบจะไม่รู้เรื่องแล้วเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม“เข้าใจแล้ว พวกพี่จะเดินทางขึ้นเหนือ ไปทางบ้านเก่าของเรา แกต้องติดต่อฉันทุกๆหนึ่งชั่วโมง” เธอเชื่อตามที่ไอซ์กล่าวอย่างสุดหัวใจ เพราะมันเป็นครั้งแรกที่น้องชายแสดงกิริยาอย่างนี้ ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็กดวางสายทันที พร้อมกับหันไปมองบนท้องฟ้าที่มีตัวเลขสีแดงลอยให้เห็นอย่างเด่นชัด และตัวเลขนั้นก็ไหลถอยหลังไปเรื่อยๆ ในใจของเขากังวลไม่น้อยเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ เขาไม่รู้เลยว่ามอนสเตอร์จะออกมามากมายแค่ไหน และแค่เขาคนเดียวก็เป็นไปได้ยากที่จะปกป้องทุกคนในเมืองจากภัยพิบัตินี้ แต่เขาก็เลือกที่จะยืนประจันหน้ากับพวกมันที่หน้าดันเจี้ยน พร้อมกับชุดออกรบของตัวเองที่มีระดับSS“ก็ให้มันมา.. อยากรู้เหมือนกันว่าพวกแกจะแน่สักแค่ไหน..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับชักดาบของเขาเตรียมปะทะกับมอนสเตอร์ตัวแรกที่หลุดออกมาจากดันเจี้ยน ในเวลาก่อนหน้านี้ไม่นาน...“เจ้าล่าม เกิดอะไรขึ้น.. คุณอนุวัฒน์เขากล่าวว่าอย่างไร..พูด” หลินฟ่อเคอที่มึนงงกับสถานการณ์ เขานิ่งค้างไปสักครู่หนึ่งในมือยังถือโทรศัพท์อยู่เลย ก่อนที่เขาจะเอ่ยหันไปถามกับล่าม“เออ.. เหมือนว่าคุณอนุวัฒน์จะอุทานอย่างตกใจ และค่อนข้างไม่สุภาพสักเท่าไร จากนั้นก็กล่าวประมาณว่าจะมีมอนสเตอร์หลุดออกมาจากดันเจี้ยนหรืออย่างไรนี่แหละครับกับคนที่ชื่อมัวร์.. นี่คือทั้งหมดที่เขากล่าว” ล่ามที่อยู่ไม่ไกลก็ได้ยินทุกอย่าง และเขาก็เลือกกล่าวตามความจริงไปกับบอสใหญ่“มอนสเตอร์หลุดจากดันเจี้ยน?... มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน” หลินฟ่อเคอที่ได้ยินก็อุทานออกมาเหมือนกันด้วยความมึนงงนี้ แต่จู่ๆบอดี้การ์ดคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงานกับเขาอย่างเร่งด่วน“ขอโทษครับ ท่านประธานหลิน.. ฮันเตอร์ที่เฝ้าอยู่หน้าทางเข้าดันเจี้ยนได้รายงานเข้ามาเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดครับ..” บอดี้การ์ดคนนี้ไม่เพียงแค่ไม่เคาะประตูห้อง เพราะจากการที่ตัวเองได้ฟังรายงานมานั้น เขาสังหรณ์ใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของดันเจี้ยนเร็วๆนี้ จึงรีบมารายงานบอสของตัวเองไว้ก่อน“ห๊ะ!! เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ รีบเอ่ยมา ตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีสุดๆ” หลินฟ่อเคอกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับว่าไม่พอใจอะไรสักอย่างหนึ่ง“บนท้องฟ้าของดันเจี้ยนทุกแห่งที่มีคนของเรา กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า มีตัวเลขคล้ายนาฬิกานับถอยหลัง คาดว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง พนักงานภายในสถานีดันเจี้ยนเองก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ผู้คนที่กำลังลงดันเจี้ยนอยู่ก็ถูกผลักออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ.. เรื่องนี้อาจจะเป็นปัญหาได้ ผมเลยต้องแจ้งกับท่านประธานเอาไว้ก่อน..”บอดี้การ์ดกล่าวตามสิ่งที่ตัวเองได้รับรายงานมา บุคคลที่อยู่ภายในห้องก่อนหน้านี้สามคนก็รีบหันมามองหน้ากันและกันอย่างตกตะลึง พวกเขาคิดไปในทางเดียวกัน ‘หรือว่าดันเจี้ยนจะแตกจริงๆ..นี่มันเรื่องใหญ่มาก’ ภายในหัวของทั้งสามคนคิดตรงกัน “รีบสั่งคนของเราที่เป็นฮันเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เพิ่งกลับมาจากลงดันเจี้ยน ไม่ว่าใครก็ตามให้รับคำสั่งนี้อย่างเร่งด่วน ให้พวกเขาไปรวมตัวกันที่หน้าดันเจี้ยนทันที ดันเจี้ยนกำลังจะแตกจะมีมอนสเตอร์หลุดออกมาจากดันเจี้ยน แจ้งคนภายในเมืองอย่างเร่งด่วน ประสานงานกับตำรวจ ทหาร และคนที่เกี่ยวข้องในทันที .. ตอนนี้เราเหลือเวลาเท่าไร”หลินฟ่อเคอสมกับเป็นผู้นำตระกูลที่ยิ่งใหญ่ เขาไม่เพียงแต่ตั้งสติได้ทันการณ์กว่าคนอื่น แต่ยังสามารถตัดสินใจได้เร็วรวดถึงเพียงนี้ บอดี้การ์ดที่ได้ยินสิ่งที่เจ้านายของตัวเองกล่าวก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ เขาผงะถอยหลังไปสองก้าวก่อนจะนิ่งอึ้งตอบคำถามของเจ้านายอย่างติดๆขัดๆ“เออ..ตอนนี้..ละ..เหลือไม่ถึงสามนาทีครับท่านประธาน” ในเวลาเดียวกันนั้นเอง..“แกจะรีบไปไหนกันเนี้ย.. ทำไมถึงได้ดูรีบร้อนขนาดนี้” บิวตี้ที่ถูกเพื่อนสาวปลุกอย่างรุนแรงกล่าวถาม ไม่เพียงแต่ไม่ได้คำตอบเท่านั้น เธอยังโดนใช้งานให้รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นเล็กๆน้อยๆ ก่อนจะตรงมายังที่รถอย่างนี้“เอาเถอะน่า... แกรีบขนของขึ้นรถ ตอนนี้เรามีเวลาไม่ถึง 3 นาที เดี๋ยวฉันค่อยอธิบายในรถ ตอนนี้เราต้องรีบจัดการ ทุกวินาทีมีค่า” ครีมกล่าวพร้อมกับเปิดกระโปงรถ และขนของขึ้นหลังรถในทันที บิวตี้ที่ยังมึนๆกับแอลกอฮอล์อยู่ก็ไม่ได้ถามอะไร ช่วยๆเธอยกกระเป๋าที่ถูดยัดด้วยเสื้อผ้าแบบลวกๆขึ้นตามไป รถเบนซ์คันใหม่สตาร์ทด้วยความเงียบของตัวเครื่องรุ่นใหม่ จากนั้นก็ขับมุ่งตรงออกจากบ้านไปในทันที แน่นอนว่าเธอไม่ลืมที่จะล็อกประตูอย่างแน่นหนา ไม่ว่ายังไงก็ตามยังมีสมบัติอีกหลายอย่างอยู่ภายในบ้านของเธอ แม้จะนิดเดียวแต่ทั้งหมดนั้นก็คือ เงิน!!“ตอนนี้แกบอกมาได้หรือยังว่านี่มันเรื่องอะไร.. แล้วแกจะขับเร็วไปไหนเนี้ย เหยียบซะเป็นร้อยแล้วเนี่ย.. ระวัง ลูกระนาด..” บิวตี้กล่าวถามพร้อมกับนั่งตัวเกร็ง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนเธอถึงได้รีบขนาดนี้ แม้แต่ลูกระนาดภายในหมู่บ้านก็ยังไม่เบรกชะลอให้กับมัน“ก่อนหน้านี้ไอซ์โทรมา..ไอซ์บอกกับฉันว่าดันเจี้ยนกำลังจะแตก จะมีมอนสเตอร์หลุดออกมา น้ำเสียงที่เขาใช้กับฉันเหมือนมันจะเป็นเรื่องจริง.. เราเหลือเวลาไม่ถึง 2 นาทีแล้ว ตอนนี้เราต้องออกไปให้ไกลที่สุดก่อน ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดความวุ่นวายในเมืองได้..” ครีมกล่าวกับเพื่อนในขณะที่หันไปมองนาฬิกาที่อยู่หน้าปัดรถอย่างร้อนรน“เรื่องจริง? .. แล้วตอนนี้ไอซ์อยู่ที่ไหน ถ้าเป็นอย่างนั้นพวกเราต้องรีบหนีไปให้ไกลจากดันเจี้ยนที่สุด” บิวตี้ที่เริ่มเข้าใจสถานการณ์บ้างแล้วก็เอ่ยขึ้นมาเพื่อถามถึงไอซ์“ไอซ์อยู่ที่ปลอดภัยภายใต้ตระกูลหลิน ด้วยฐานะคู่ค้าของตระกูล แต่สำหรับพวกเราไม่ใช่ ดังนั้นเขาจึงโทรมาเตือนฉันก่อน.. ตอนนี้แกอย่าเพิ่งถามอะไรอีก ฉันต้องการสมาธิในการขับ” ครีมกล่าวตอบพร้อมกับเตือนเพื่อนของเธอให้เงียบสงบไว้ ในขณะที่เธอกำลังเร่งเครื่องออกไปบนถนนอย่างรวดเร็ว“ค่อยยังชั่ว ว่าแต่แกมีที่ไปแล้วเหรอ.. ฉันขอแนะนำให้เรามุ่งหน้าไปทางเหนือ เขตนั้นไม่มีดันเจี้ยนของจังหวัดไหนติดอยู่ นับว่าปลอดภัยพอสมควร” บิวตี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ได้ยินว่าไอซ์ปลอดภัยแล้ว และชี้ทางให้เพื่อนขับไปในทางที่ปลอดภัย ครีมที่ได้ยินก็พยักหน้าให้ก่อนจะเร่งเครื่องไปอีกระดับหนึ่ง