“ถิงถิง คุณกำลังทำอะไรอยู่หรือ” หวังอี้ฉือถามภรรยาหลังจากที่เห็นเธอยุ่งอยู่กับการเลือกผ้าที่อยู่ในมือ
“ฉันกำลังคิดว่าจะตัดเสื้อให้กับทุกคนในวันปีใหม่น่ะค่ะ ฉันอยากทำเผื่อคุณลุงจ้าว คุณป้าจ้าว พี่ใหญ่ แล้วก็หวังหย่งด้วย ก็เลยต้องรีบทำเดี๋ยวจะไม่ทัน” หลินถิงถิงตอบสามีทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้น
“ทุกคนเลยหรือ คงต้องเตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จริงๆ นั่นล่ะ คุณจะทำไหวไหม” หวังอี้ฉือถามอย่างเป็นห่วง
“ไหวสิคะ ตอนนี้ฉันใช้จักรได้คล่องแล้วล่ะค่ะ ไม่ต้องเย็บมือเหมือนเมื่อก่อน งานก็จะเสร็จเร็วขึ้น และแบบเสื้อที่ฉันจะทำก็เป็นแบบง่ายๆ แค่ต้องคิดลายปักผ้าให้เหมาะกับแต่ละคนเท่านั้นเอง ฉันเป็นคนมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ พี่เป็นคนพูดเองนะคะ” หลินถิงถิงพูดพร้อมกับส่งยิ้มหยอกล้อให้สามี
“ตามใจคุณก็แล้วกัน” หวังอี้ฉือดึงมือภรรยามานวดเบาๆ
“ช่วงนี้งานที่ไร่เป็นยังไงบ้างคะ”
“ก็เริ่มลงตัวแล้วล่ะ สวนผักก็ใกล้เก็บเกี่ยวได้แล้ว พวกธัญพืชยังต้องรออีกสักพัก ฝั่งผลไม้ก็ต้องใช้เวลาเป็นปีเลยล่ะกว่าจะโต ส่วนฟาร์มเลี้ยงสัตว์ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ต้องจ้างคนดูแลให้มากขึ้นสักหน่อยเท่านั้น”
“ฟังๆ ดูแล้ว งานในไร่ก็เยอะเหมือนกันนะคะ อย่างนี้พี่ น้องรอง แล้วก็หวังหย่งจะดูแลไหวหรือคะ ไหนจะต้องมาช่วยดูแลกิจการของคุณพ่อคุณแม่อีก”
“ผมคิดว่าจะเขียนจดหมายไปชวนพี่เจี๋ยกับพี่สะใภ้ให้มาช่วยงานเรา เพราะยังไงงานในไร่ก็ต้องการคนที่ไว้ใจได้มาดูแลช่วย”
“จริงหรือคะ ถ้าพี่เขยกับพี่สะใภ้ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ปักกิ่งก็ดีน่ะสิคะ ตอนนี้รายได้ที่พวกเขามีก็ไม่มากเท่าไหร่ ถ้าพี่เขยมาช่วยงานในไร่ พี่สะใภ้ก็จะได้มาช่วยงานฉันที่ร้านเสื้อ พวกเขาก็คงจะมีรายได้มากกว่าทำงานอยู่ที่ชนบท ฉันเคยปรึกษากับคุณแม่ไว้ว่าจะเปิดร้านเสื้อช่วงหลังปีใหม่น่ะค่ะ” หลินถิงถิงพูดอย่างดีใจ
“ผมจะรีบเขียนจดหมายไปบอกพวกเขาก็แล้วกัน ถ้าพวกเขาตกลง พวกเขาจะได้มีเวลาเตรียมตัว”
“พี่ส่งอาหารทะเลตากแห้งไปให้คุณลุงหัวหน้าหมู่บ้านด้วยสิคะ อย่างน้อยพวกท่านจะได้รู้ว่าเราสบายดี” หลินถิงถิงยังคงนึกถึงผู้อาวุโสทั้งสองคน เพราะยังไม่เคยลืมบุญคุณของพวกเขาที่คอยช่วยเหลือครอบครัวของเธอในอดีตที่ผ่านมา
“ได้สิ เดี๋ยวผมจะส่งไปมากสักหน่อยก็แล้วกัน” หวังอี้ฉือรับปาก ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ “พูดถึงเรื่องเปิดร้านเสื้อ ลู่เสียนกับหวังหย่งให้ผมมาถามคุณว่าคุณพอจะมีเวลาว่างสักวันหรือเปล่า พวกเขาจะพาคุณไปดูสถานที่สำหรับเปิดร้าน”
“ไปพรุ่งนี้เลยก็ได้ค่ะ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ฉันยังต้องรบกวนพวกเขาในเรื่องการออกแบบตกแต่งร้านอีก ฉันอยากทำร้านเสื้อแยกกันเป็นสองร้านแต่ให้อยู่ติดกัน ร้านหนึ่งขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป อีกร้านหนึ่งเป็นร้านตัดเสื้อ”
หวังอี้ฉือ หลินถิงถิง หวังลู่เสียน และจ้าวหวังหย่งใช้เวลาหลายวันในการหาห้องเช่าสำหรับเปิดร้านเสื้อของหลินถิงถิง สุดท้ายพวกเขาถูกใจห้องแถวแห่งหนึ่งที่อยู่ในย่านเศรษฐกิจ แต่เจ้าของอยากจะขายห้องแถวเหล่านี้มากกว่าปล่อยให้เช่า เจ้าของห้องจึงเสนอขายห้องแถวทั้งหมดสามคูหานี้ตามราคาตลาด โดยเจ้าของห้องเสนอว่าหากพวกเขาจะซื้อทั้งหมด ก็จะยอมลดราคาลงมาให้เล็กน้อย เมื่อพิจารณาถึงทำเลที่ตั้งเทียบกับราคาที่เจ้าของห้องเสนอ หวังอี้ฉือก็ตอบตกลงซื้อทันที และได้นัดเจ้าของห้องไปทำสัญญากันในวันหลัง
หวังลู่เสียนและจ้าวหวังหย่งจะนัดเพื่อนของพวกเขาที่จบด้านการออกแบบภายในมาพบหลินถิงถิงเพื่อสอบถามความต้องการในการตกแต่งร้าน และทั้งสองคนยังเสนอว่าจะเป็นคนเข้ามาติดตามงานตกแต่งให้ด้วยตัวเอง
เพราะห้องแถวที่ซื้อไว้มีด้วยกันสามคูหา หลินถิงถิงจะใช้เป็นร้านตัดเสื้อหนึ่งคูหา และอีกสองคูหาจะทำเป็นร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปทั้งเสื้อผ้าผู้หญิงและเสื้อผ้าผู้ชาย
แม่หวังเป็นคนพาหลินถิงถิงไปติดต่อกับเจ้าของโรงงานตัดเย็บหลายแห่งเพื่อจ้างให้พวกเขาตัดเสื้อตามแบบที่หลินถิงถิงออกแบบไว้ และยังเลือกซื้อเสื้อผ้าตามแบบที่โรงงานออกแบบไว้อีกส่วนหนึ่ง
“แม่คิดว่า หลังปีใหม่ร้านของหนูก็คงเปิดบริการได้แล้วล่ะ” แม่หวังพูดกับลูกสะใภ้
“หนูอยากจะหาผู้ช่วยงานที่ร้านสักสามคนค่ะคุณแม่ เป็นผู้หญิงสองคน ผู้ชายหนึ่งคน ส่วนคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการร้านจะเป็นคนรู้จักที่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับหนูและพี่อี้ฉือน่ะค่ะ”
“เจ้าใหญ่เคยเล่าให้แม่ฟังแล้วล่ะจ้ะ ร้านนี้เป็นของหนูแล้ว หนูตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าต้องการให้แม่ช่วยเหลืออะไรอีก หนูก็บอกแม่มาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณค่ะคุณแม่”
“ว่าแต่ปีหน้าอี้เฉินก็จะถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียนแล้ว แม่ว่าเข้าโรงเรียนประถมแถวบ้านก็ดีเหมือนกันจะ เวลาไปรับไปส่งก็สะดวกดี”
“พี่อี้ฉือกับหนูก็คิดไว้อย่างนั้นเหมือนกันค่ะ โรงเรียนใกล้บ้านก็ง่ายต่อการไปรับไปส่ง ตอนเช้าพวกหนูคิดว่าจะไปส่งลูกเอง แต่ตอนรับกลับอาจจะต้องรบกวนคุณลุงจ้าวกับคุณป้าจ้าว” หลินถิงถิงตอบพร้อมกับสบตาแม่สามีอย่างเกรงใจ
เมื่อเห็นสีหน้าหนักใจของลูกสะใภ้ แม่หวังก็เข้าใจจึงยิ้มแล้วพูดขึ้น “ให้พ่อกับแม่บุญธรรมหนูไปรับก็ดีแล้วล่ะจ้ะ เพราะบางวันพ่อกับแม่อาจจะมีงานที่ต้องทำต่อจนถึงเย็น เด็กๆ จะได้อยู่กับคุณตาคุณยายไปก่อน บ้านเราอยู่ใกล้กันแค่นี้ เมื่อพ่อกับแม่เลิกงานค่อยเดินไปรับหลานๆ กลับบ้านก็ได้”
หลินถิงถิงพูดขอบคุณแม่สามีอีกครั้ง และคิดในใจว่าคงไม่มีใครโชคดีเหมือนเธอที่มีพ่อแม่สามี และพ่อแม่บุญธรรมที่รักและใจดีกับเธอมากถึงขนาดนี้