ค่ำคืนแห่งลางร้ายปกคลุมหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมเชิงเขา เมฆดำหมุนวนบดบังดวงจันทร์ เสียงฟ้าร้องดังสะท้านไปทั่วฟากฟ้า ราวกับ์เองกำลังแผดเสียงโกรธเกรี้ยวใส่โลกมนุษย์
ท่ามกลางสายฝนและแรงลมที่โหมกระหน่ำ บ้านไม้หลังหนึ่งส่องแสงไฟสลัวอยู่กลางหมู่บ้าน เสียงร้องแรกเกิดของทารกดังแทรกผ่านเสียงพายุ ทำให้ผู้คนที่อยู่รอบนอกพากันขนลุกโดยไม่รู้สาเหตุ
ทันใดนั้น ฟ้าผ่าฟาดลงมาอย่างรุนแรง แสงสีเงินเจิดจ้าสาดลงตรงกลางหมู่บ้าน และเหนือหลังคาบ้านไม้หลังนั้นปรากฏ สัญลักษณ์ลึกลับสีม่วงเข้ม คล้ายอักขระโบราณหมุนวนกลางอากาศ ผู้คนที่เห็นต่างพากันตะลึงและหวาดหวั่น
ผู้เฒ่าหมู่บ้านวิ่งออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นทารกน้อยในอ้อมแขนของมารดา เขาเอ่ยเสียงสั่น “คำสาปฟ้า… เด็กคนนี้เกิดมาพร้อมคำสาปฟ้า! เป็ลางร้ายต่อ์… และต่อพวกเราทุกคน!”
คืนนั้นเอง เด็กที่เพิ่งถือกำเนิดถูกประทับตราว่าเป็ “เด็กต้องสาป”
สิบห้าปีต่อมา…
ชื่อของเด็กน้อยคนนั้นคือ เหวินหลง
เขาเติบโตมาท่ามกลางความหวาดกลัวและความรังเกียจของผู้คนในหมู่บ้าน แม้กาลเวลาจะผ่านไป แต่ทุกสายตาที่มองมายังเขายังคงเต็มไปด้วยความอาฆาตและความไม่ไว้วางใจ
เด็กหนุ่มรูปร่างผอมบาง ดวงตาคมเข้ม แต่ภายในเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาเคยพยายามไม่รู้กี่ครั้งที่จะฝึกฝน “ลมปราณเต๋า” เหมือนเด็กวัยเดียวกัน แต่ไม่ว่าพยายามเพียงใด ลมปราณในร่างก็ไม่เคยตอบสนอง ทุกครั้งที่เขาเข้าสมาธิ กลับเกิดอาการเจ็บแปลบราวกับร่างกายกำลังถูกฉีกทึ้งจากภายใน
“ไอ้เด็กต้องสาป! ออกไปให้พ้น อย่ามาเดินปะปนกับพวกเรา!”
เสียงะโดังก้องในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่เหวินหลงกำลังจะเดินเข้าตลาดเพื่อหาซื้อข้าวสาร ผู้คนรีบผลักไสด้วยความรังเกียจ
เด็ก ๆ ในหมู่บ้านหัวเราะเยาะและเขวี้ยงก้อนหินใส่เขา “เ้าไม่มีพลังเต๋า ไร้ค่า ยังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็มนุษย์อีกหรือ?”
เหวินหลงก้มหน้า เก็บความเ็ปไว้ในใจ ไม่ตอบโต้แม้แต่น้อย
เขาเรียนรู้มาั้แ่ยังเล็กว่า การโต้เถียงกับฝูงชนที่เกลียดชังมีแต่ทำให้ตนเองเจ็บหนักกว่าเดิม
แต่เื้ัสายตาที่หม่นเศร้า ยังแฝงด้วย แววเด็ดเดี่ยว ที่ไม่มีใครมองเห็น
คืนนั้น เขาเดินไปนั่งที่ริมป่า มองดูดวงจันทร์ครึ่งดวงท่ามกลางเมฆหมอก
“ข้า…เกิดมาเพื่อถูกทอดทิ้งเช่นนั้นหรือ?”
เสียงพึมพำเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่ภายในใจลึก ๆ ยังมีประกายไฟเล็ก ๆ ที่ไม่ยอมมอด
ทันใดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกยุบ เหวินหลงพลัดตกลงไปในรอยแยกลึกที่ซ่อนอยู่หลังป่า ร่างของเขากระแทกพื้นถ้ำมืดมิด เืไหลที่มุมปาก แต่เขายังพอมีแรงลุกขึ้น
ถ้ำแห่งนั้นชื้นเย็นและเต็มไปด้วยกลิ่นอับของหินโบราณ แสงจันทร์ส่องลอดรอยแยกลงมากระทบกับ แท่งหินประหลาด ที่ฝังอยู่กลางถ้ำ ลวดลายสัญลักษณ์สีม่วงหม่นค่อย ๆ สว่างขึ้นเมื่อเขาเข้าใกล้
หัวใจของเหวินหลงเต้นแรง เขายื่นมือไปแตะ…
ทันใดนั้น ลวดลายบนแท่งหินเปล่งแสงเจิดจ้า ร่างของเขาถูกกลืนด้วยพลังอันมหาศาล จิตใจราวกับถูกดึงเข้าสู่ความว่างเปล่า
ในห้วงมืดนั้น เขาได้ยินเสียงกระซิบต่ำลึกและทรงพลัง
“เ้าคือผู้ถูกเลือก… ผู้แบกชะตาที่แม้์ยังหวาดหวั่น”
แสงสว่างแผ่กระจายไปทั่วถ้ำ ร่างเหวินหลงลุกโชติ่ด้วยออร่าลึกลับ สัญลักษณ์คำสาปฟ้าปรากฏบนแขนและดวงตาของเขา
เขาทรุดตัวลง หอบหายใจแรง แต่ในดวงตาคู่นั้นไม่ใช่เพียงความเ็ปอีกต่อไป
หากคือ ประกายแห่งการตื่นรู้
ครั้งแรกในชีวิต เขารู้สึกได้ว่ามีพลังบางอย่างเคลื่อนไหวภายในร่างกาย
แม้มันไม่ใช่ลมปราณเต๋าที่ผู้คนใช้ฝึกฝน แต่มันคือพลังที่ เกินกว่ากฎของ์
เหวินหลงค่อย ๆ ยืนขึ้น แม้ร่างกายยังอ่อนแรง แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
สายตาของเขามองไปยังความมืดลึกในถ้ำ — เ็า เฉียบคม และเด็ดเดี่ยว
“หาก์้าลบข้า… ข้าก็จะเขียนชะตาของตัวเองขึ้นมาใหม่”